ว่างงานเพิ่ม! จบใหม่ตกงานเพียบ แรงงานหญิงใช้สิทธิลาคลอดไม่เต็มที่

[Sassy_Social_Share]

สศช. เผยอัตราการว่างงานไตรมาส 4 ปี 2567 เพิ่มขึ้น นักศึกษาจบใหม่ยังน่าห่วง

แรงงานไทยหดตัวเล็กน้อย อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นแต่ยังอยู่ในระดับต่ำ

กรุงเทพฯ, 27 กุมภาพันธ์ 2568 – นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า สถานการณ์แรงงานไตรมาส 4 ปี 2567 มีแนวโน้มหดตัวเล็กน้อย โดยอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้น 8.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำ โดยมีจำนวนผู้ว่างงานทั้งสิ้น 360,000 คน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 0.88% เพิ่มขึ้นจาก 0.81% ในปี 2566

กลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ นักศึกษาจบใหม่อายุ 20-24 ปี โดยแบ่งเป็น

โดยผู้ที่เคยทำงานมาก่อน ส่วนใหญ่มาจาก ภาคการผลิตและการขายส่ง/ขายปลีก ขณะที่ผู้ที่ไม่เคยทำงานมาก่อน ส่วนใหญ่เป็นบัณฑิตจบใหม่จากระดับอุดมศึกษาในสัดส่วน 53.3%

แรงงานว่างงานระยะยาวเพิ่มขึ้นเกิน 13%

นอกจากนี้ ผู้ว่างงานที่ตกงานเป็นระยะเวลานานกว่า 1 ปีขึ้นไป มีจำนวนเพิ่มขึ้น 13.0% หรือคิดเป็น 67,000 คน โดยมากกว่าครึ่ง หรือ 67.6% เป็นผู้ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทำงานมาก่อน

ขณะที่อัตราการว่างงานในระบบอยู่ที่ 1.81% เพิ่มขึ้นจาก 1.74% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน มีผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานสูงถึง 220,000 คน

สถานการณ์การจ้างงานปี 2567 โดยรวมทรงตัว


ปัจจัยด้านแรงงานที่ต้องจับตาในปี 2568

  1. นโยบายการค้าสหรัฐฯ อาจส่งผลต่อการส่งออกและการจ้างงาน
    • ไทยอาจได้รับผลกระทบจากนโยบายกีดกันทางการค้าของ โดนัลด์ ทรัมป์ หากได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2
    • ไทยยังคงถูกจัดอยู่ในระดับ Tier 2 ของรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2565
  2. การบริหารจัดการแรงงานต่างชาติและแรงงานผิดกฎหมาย
    • แม้ไทยจะมีมาตรการนำเข้าและต่ออายุแรงงานต่างด้าวตาม MOU แต่ยังคงพบปัญหาการละเมิดกฎหมายแรงงาน
  3. แรงงานหญิงยังไม่ได้ใช้สิทธิลาคลอดเต็มจำนวน
    • พบว่าแรงงานหญิงที่ตั้งครรภ์ ใช้สิทธิลาคลอดเฉลี่ยเพียง 30-59 วัน จากสิทธิทั้งหมด 98 วัน
    • สาเหตุหลักคือ ความจำเป็นด้านรายได้และโอที รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับ การถูกลดโบนัส แม้องค์การอนามัยโลกจะสนับสนุนให้มารดาให้นมบุตรอย่างต่อเนื่อง 6 เดือน

ทิศทางค่าแรงขั้นต่ำ: ปรับขึ้นหรือไม่?

จากประเด็นที่มีการถกเถียงเกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 400 บาท นายดนุชาให้ความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงควรขึ้นอยู่กับศักยภาพของแรงงาน โดยหากแรงงานมีทักษะและความสามารถเพียงพอ ควรได้รับค่าจ้างที่สูงขึ้น แต่หากศักยภาพยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการแข่งขัน การปรับขึ้นค่าแรงอาจสร้างผลกระทบในระยะยาวต่อเศรษฐกิจไทย

สถิติสำคัญเกี่ยวกับตลาดแรงงานไทยในปี 2567

สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) คาดการณ์ว่า แนวโน้มตลาดแรงงานไทยในปี 2568 จะยังคงเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์เศรษฐกิจโลก นโยบายการค้าของประเทศมหาอำนาจ และโครงสร้างตลาดแรงงานในประเทศที่ต้องการการปรับตัว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) 

[Sassy_Social_Share]
 NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News

MOST POPULAR
FOLLOW ME


Facebook


Youtube


Tiktok


X-twitter


Weibo


Instagram


Line

NEWS UPDATE