มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเปิดโครงการ 720 สายใย ทุ่มงบ 7.2 ล้านบาท หนุนสตรีเปราะบางเชียงรายคลอดฟรี
-
มฟล. เปิดโครงการ “720 สายใย คลอดปลอดภัย ไร้ค่าใช้จ่าย” ถวายเป็นพระราชกุศลแด่กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงเจริญพระชนมายุ 72 พรรษา
-
จัดสรรงบประมาณ 7.2 ล้านบาท เพื่อดูแลสตรีตั้งครรภ์กลุ่มเปราะบางและไร้สิทธิ์จำนวน 720 ราย เป็นเวลา 2 ปี
-
ให้บริการดูแลครบวงจรตั้งแต่การฝากครรภ์ การคลอดโดยแพทย์เฉพาะทาง การดูแลหลังคลอด และทารกแรกเกิดฟรี
-
บูรณาการร่วมกับเครือข่าย รพ.สต. และ อสม. ในการค้นหาคัดกรองสตรีไร้สิทธิ์พหุวัฒนธรรมเพื่อเข้าสู่ระบบการรักษาอย่างปลอดภัย
มฟล.เปิดโครงการ “720 สายใย คลอดปลอดภัย ไร้ค่าใช้จ่าย” ทุ่ม 7.2 ล้านบาท ดูแลสตรีเปราะบางจังหวัดเชียงราย ถวายพระราชกุศล 72 พรรษา
เชียงราย,16 มิถุนายน 2569 — เมื่อการคลอดลูกสักครั้งกลายเป็น “สิ่งที่แม่บางคนไม่กล้าฝัน” ลองนึกถึงหญิงตั้งครรภ์ที่อาศัยอยู่บนดอยในอำเภอแม่ฟ้าหลวง ไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีสิทธิประกันสุขภาพ และไม่มีเงินพอจ่ายค่าฝากครรภ์ แต่ลูกในท้องไม่รอ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในกรณีเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องสมมติ แต่คือชีวิตจริงของสตรีกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ยังเกิดขึ้นทุกวัน
“720 สายใย คลอดปลอดภัย ไร้ค่าใช้จ่าย” โครงการที่เริ่มจากข้อมูลพื้นที่
เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงประกาศว่าจะเปลี่ยนภาพนั้นสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ร่วมกับโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดตัวโครงการ “720 สายใย คลอดปลอดภัย ไร้ค่าใช้จ่าย” อย่างเป็นทางการ ณ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เพื่อน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 72 พรรษา
ตัวเลข 720 ในชื่อโครงการไม่ใช่ตัวเลขสุ่ม แต่คือจำนวนสตรีกลุ่มเปราะบางที่โครงการนี้ตั้งเป้าดูแลตลอดระยะเวลา 2 ปี ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2571 โดยมฟล.จัดสรรงบประมาณ 7,200,000 บาท เพื่อรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนเกินสิทธิทั้งหมดสำหรับสตรีตั้งครรภ์ที่เข้าร่วม โดยไม่จำกัดประเภทสิทธิการรักษา ทั้งผู้ที่มีสิทธิไม่ครบ สิทธิน้อย หรือไม่มีสิทธิเลย
พิธีเปิดมีศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วันชัย ศิริชนะ นายกสภามหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มัชฌิมา นราดิศร อธิการบดี รองศาสตราจารย์ นพ.ปรีชา สุนทรานันท์ คณบดีสำนักวิชาแพทยศาสตร์ แพทย์หญิงอัจฉรา ละอองนวลพานิช ผู้อำนวยการโรงพยาบาลฯ ตลอดจนนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และผู้แทนภาครัฐและเครือข่ายสาธารณสุขในพื้นที่เข้าร่วมโดยพร้อมเพรียง
4 อำเภอชายแดน ที่ซึ่งการฝากครรภ์ยังเป็น “สิทธิพิเศษ”
จุดเริ่มต้นของโครงการมาจากข้อมูลสำรวจพื้นที่จริงที่พบว่า สตรีตั้งครรภ์ในจังหวัดเชียงรายยังประสบข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการฝากครรภ์และการคลอดอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุหลักมาจากสองปัจจัยที่ซ้อนทับกัน ได้แก่ ข้อจำกัดด้านฐานะทางเศรษฐกิจ และปัญหาด้านสิทธิการรักษาพยาบาล
จังหวัดเชียงรายมีประชากรกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายที่โดยกลุ่มเหล่านี้มักอยู่นอกระบบหลักประกันสุขภาพของรัฐ ทำให้เมื่อตั้งครรภ์จึงต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่สูงเกินกำลัง หรือในกรณีเลวร้ายกว่านั้น ก็ไม่ได้รับการดูแลก่อนคลอดเลยจนกว่าจะถึงเวลาคลอดจริง
ครบวงจร 3 ระยะ ฝากครรภ์ คลอด และหลังคลอด พร้อมดูแลทารกแรกเกิด
สิ่งที่ทำให้โครงการ 720 สายใยโดดเด่นกว่าโครงการสุขภาพทั่วไปคือความครอบคลุมที่ไม่ได้หยุดแค่ช่วงคลอด
อาจารย์ นพ.ไอยรา วงศ์เปี้ย อธิบายถึงขอบเขตการดูแลว่า “โครงการนี้ครอบคลุมการดูแลอย่างครบวงจรใน 3 ระยะ ได้แก่ ระยะฝากครรภ์ ระยะคลอด และระยะหลังคลอด รวมถึงการดูแลทารกแรกเกิด ภายใต้ทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้มั่นใจว่าสตรีตั้งครรภ์ทุกรายจะได้รับบริการที่มีคุณภาพและปลอดภัยโดยปราศจากภาระค่าใช้จ่าย”
การครอบคลุมในระยะฝากครรภ์หมายความว่าหญิงที่เข้าโครงการจะได้รับการตรวจติดตามสุขภาพตลอดการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการตรวจพบความผิดปกติก่อนที่จะกลายเป็นภาวะฉุกเฉิน การดูแลในระยะคลอดโดยทีมแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มฟล.ช่วยลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างคลอด และการดูแลในระยะหลังคลอดพร้อมทารกแรกเกิดช่วยให้ทั้งแม่และเด็กผ่านช่วงเวลาเปราะบางที่สุดได้อย่างปลอดภัย


เครือข่ายสาธารณสุขพื้นที่ คือกุญแจสู่สตรีที่ “ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์”
ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้การให้บริการคือการ “ค้นหา” สตรีที่ต้องการความช่วยเหลือให้พบ เพราะกลุ่มเปราะบางที่โครงการนี้ต้องการช่วยเหลือมักอยู่นอกระบบสุขภาพปกติ ทำให้ไม่รู้ว่ามีบริการนี้อยู่ หรือกลัวค่าใช้จ่ายจนไม่กล้าเข้ารับบริการ
มฟล.จึงวางกลยุทธ์ให้เครือข่ายสาธารณสุขระดับพื้นที่ทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อาสาสมัครสาธารณสุข และหน่วยงานท้องถิ่น ทำหน้าที่คัดกรองและประสานส่งต่อสตรีตั้งครรภ์กลุ่มเปราะบางเข้าสู่โครงการ เพราะบุคลากรเหล่านี้อยู่ใกล้ชิดกับชุมชนและรู้จักสตรีที่ต้องการความช่วยเหลือจริงในพื้นที่
สตรีตั้งครรภ์ในจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียงที่สนใจสามารถสอบถามและลงทะเบียนได้โดยตรงที่โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง
เมื่อมหาวิทยาลัยท้องถิ่นทำงานเกินกว่าห้องเรียน
โครงการ 720 สายใยนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่มฟล.ก้าวออกจากบทบาทสถาบันการศึกษาสู่การเป็นกลไกสาธารณสุขชุมชน แต่การทุ่มงบ 7.2 ล้านบาทเพื่อดูแลสตรีเปราะบาง 720 รายตลอด 2 ปีเต็ม สะท้อนถึงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนของมหาวิทยาลัยในฐานะสถาบันเพื่อท้องถิ่น
ยิ่งไปกว่านั้น การที่บัณฑิตแพทย์จากสำนักวิชาแพทยศาสตร์มฟล.ได้ปฏิบัติงานดูแลสตรีกลุ่มนี้จริง ยังเป็นการเรียนรู้เชิงลึกในบริบทพื้นที่ชายแดนที่ไม่มีในตำราเรียนใดสอนได้ การดูแลผู้ป่วยที่ไม่มีเอกสาร ไม่มีภาษากลาง และมีวัฒนธรรมที่ต่างออกไปคือทักษะที่แพทย์ในพื้นที่ชายแดนต้องมี
บทเรียนจากญี่ปุ่น นโยบายสุขภาพต้องออกแบบให้ละเอียด
ในมุมเปรียบเทียบระดับนานาชาติ กรณีของประเทศญี่ปุ่นที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 เป็นบทเรียนที่น่าขบคิด หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นขยายความคุ้มครองประกันสุขภาพครอบคลุมการรักษาภาวะมีบุตรยากในปี 2565 พบว่าจำนวนการตั้งครรภ์แฝดจากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์พุ่งสูงถึง 4,354 รายในปี 2566 เพิ่มขึ้นร้อยละ 36 จากปีก่อน เนื่องจากผู้รับการรักษาบางส่วนเลือกย้ายตัวอ่อนหลายตัวพร้อมกันเพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จภายในจำนวนรอบที่ประกันคุ้มครอง ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพแม่และทารกอย่างมีนัยสำคัญ
“ระบบประกันสุขภาพจำเป็นต้องได้รับการทบทวนโดยคำนึงถึงภาระที่อาจเกิดขึ้นจากการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการดูแลทารกแรกเกิด” อายูมุ อิโตะ อาจารย์จากมหาวิทยาลัยโทโฮผู้ร่วมทำการศึกษากล่าว
กรณีญี่ปุ่นชี้ให้เห็นว่านโยบายสุขภาพที่ดีไม่เพียงต้องใจกว้างพอ แต่ต้องออกแบบอย่างละเอียดรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงที่ไม่ได้ตั้งใจ ขณะที่โครงการ 720 สายใยของมฟล.ออกแบบมาอย่างตรงจุด โดยเน้นที่การดูแลแม่และเด็กแบบครบวงจร ไม่ใช่เพียงการลดต้นทุนค่ารักษา แต่คือการสร้างความมั่นใจว่าชีวิตใหม่ทุกชีวิตในพื้นที่ชายแดนจะเริ่มต้นอย่างปลอดภัยและมีศักดิ์ศรี
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
-
สำนักวิชาแพทยศาสตร์และโรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง — เอกสารเปิดตัวโครงการ “720 สายใย คลอดปลอดภัย ไร้ค่าใช้จ่าย” วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ณ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย คำกล่าวของอาจารย์ นพ.ไอยรา วงศ์เปี้ย
-
มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง — ข้อมูลโครงการและงบประมาณสนับสนุน 7,200,000 บาท ระยะดำเนินการ 1 มิถุนายน 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 2571
-
สำนักข่าวต่างประเทศ — รายงานผลการศึกษาการตั้งครรภ์แฝดจากเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ในญี่ปุ่น โดยอาจารย์อายูมุ อิโตะ มหาวิทยาลัยโทโฮ ประเทศญี่ปุ่น (15 มิถุนายน 2569)