ชาวบ้านม่วงคำ แม่สาย วอนหยุดทิ้งซากสัตว์ลงแม่น้ำสาธารณะ หวั่นเสี่ยงโรคระบาดสัตว์ปีก
Summary
- ชาวบ้านบ้านม่วงคำ ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย พบซากไก่เน่าถูกทิ้งริมลำน้ำใกล้ฌาปนสถาน
- นายชูโชค ขวาเมืองพาน ผู้ใหญ่บ้าน นำทีมกู้ซากและฝังกลบบางส่วนเพื่อลดกลิ่นและการแพร่เชื้อ
- กระแสน้ำลึกและเชี่ยวเป็นอุปสรรค ทำให้ยังมีซากไก่บางส่วนติดค้างอยู่ภายในลำน้ำ
- เจ้าหน้าที่เตือนประชาชนห้ามสัมผัสซากและหลีกเลี่ยงการใช้น้ำบริเวณดังกล่าวจนกว่าจะทราบผลตรวจ
- ปศุสัตว์เตรียมลงพื้นที่เก็บตัวอย่างพิสูจน์สาเหตุการตาย ย้ำลักลอบทิ้งผิด พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์
พบซากไก่ถูกทิ้งลงลำน้ำบ้านม่วงคำ ผู้นำชุมชนเร่งเก็บฝังบางส่วน เตือนประชาชนห้ามสัมผัสจนกว่าปศุสัตว์ตรวจหาสาเหตุ
เชียงราย,26 กรกฎาคม 2569 –– ชาวบ้านบ้านม่วงคำ หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย พบซากไก่ตายถูกนำมาทิ้งภายในลำน้ำใกล้บริเวณฌาปนสถานของหมู่บ้าน สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของแหล่งน้ำ สุขภาพประชาชน และความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรคระบาดสัตว์ปีก หากซากดังกล่าวมาจากฟาร์มหรือพื้นที่ที่มีสัตว์ป่วยตายผิดปกติ
ภายหลังได้รับแจ้งเหตุ นายชูโชค ขวาเมืองพาน ผู้ใหญ่บ้านม่วงคำ หมู่ที่ 7 พร้อมผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ลงพื้นที่ตรวจสอบและเร่งนำซากไก่บางส่วนขึ้นจากลำน้ำ ก่อนดำเนินการฝังเพื่อจำกัดกลิ่น การเน่าเปื่อย และลดโอกาสที่สัตว์อื่นจะเข้ามากัดกินหรือนำซากออกไปกระจายต่อ
อย่างไรก็ตาม ยังมีซากไก่บางส่วนติดค้างอยู่ในลำน้ำ เนื่องจากระดับน้ำยังสูงและกระแสน้ำเป็นอุปสรรคต่อการนำซากขึ้นจากพื้นที่ ชุมชนจึงออกมาเรียกร้องให้ผู้ที่นำซากสัตว์มาทิ้งยุติการกระทำทันที พร้อมขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบแหล่งที่มาของซาก ประเมินคุณภาพน้ำ และเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันว่าไก่เหล่านี้ตายจากโรคระบาด สารพิษ หรือสาเหตุอื่น
ซากไก่ในลำน้ำไม่ใช่เพียงปัญหากลิ่น
การพบซากสัตว์ในแหล่งน้ำสาธารณะมักถูกมองว่าเป็นปัญหาความสกปรกและกลิ่นเหม็น แต่ในทางสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม เหตุการณ์ลักษณะนี้อาจสร้างผลกระทบมากกว่านั้น โดยเฉพาะเมื่อไม่ทราบจำนวนซาก แหล่งที่มา และสาเหตุการตาย
เมื่อซากไก่เริ่มเน่าเปื่อย สารอินทรีย์จากเนื้อเยื่อ เลือด และของเหลวภายในร่างกายจะถูกปล่อยลงสู่น้ำ กระบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์ต้องใช้ออกซิเจน ส่งผลให้ปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำอาจลดลง หากมีซากจำนวนมากหรือกระแสน้ำไหลช้า อาจเกิดกลิ่น น้ำเปลี่ยนสี และกระทบต่อสัตว์น้ำในบริเวณใกล้เคียง
ซากยังสามารถดึงดูดสุนัข หนู แมลงวัน นก และสัตว์อื่นให้เข้ามากัดกิน สัตว์เหล่านี้อาจนำเศษซากหรือสิ่งปนเปื้อนไปยังบ้านเรือน พื้นที่เลี้ยงสัตว์ และแหล่งอาหารของชุมชนได้ จึงจำเป็นต้องควบคุมพื้นที่และนำซากออกจากแหล่งน้ำอย่างถูกวิธีโดยเจ้าหน้าที่ที่มีอุปกรณ์ป้องกัน
อย่างไรก็ดี การพบไก่ตายจำนวนหนึ่งยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดโรคไข้หวัดนกหรือโรคระบาดชนิดใด การยืนยันจำเป็นต้องอาศัยการเก็บตัวอย่างจากซากโดยสัตวแพทย์ การสอบสวนแหล่งที่มา และผลตรวจจากห้องปฏิบัติการ
ต้องตรวจโรคก่อนสรุปสาเหตุการตาย
โรคที่เจ้าหน้าที่มักต้องพิจารณาเมื่อพบสัตว์ปีกตายผิดปกติ ได้แก่ โรคไข้หวัดนก โรคนิวคาสเซิล การติดเชื้อชนิดอื่น การได้รับสารพิษ รวมถึงปัญหาจากสภาพการเลี้ยงและการขนส่ง
ไข้หวัดนกเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอหลายสายพันธุ์ สัตว์ปีกที่ติดเชื้ออาจขับเชื้อออกมากับน้ำลาย น้ำมูก และมูล แต่ระดับความรุนแรงและความสามารถในการแพร่เชื้อแตกต่างกันตามสายพันธุ์ การติดเชื้อจากสัตว์สู่คนเกิดขึ้นไม่ง่ายเมื่อเทียบกับโรคทางเดินหายใจทั่วไป แต่มักเกี่ยวข้องกับการสัมผัสสัตว์ป่วย ซากสัตว์ สารคัดหลั่ง หรือสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนอย่างใกล้ชิดโดยไม่มีการป้องกัน
กรมควบคุมโรคแนะนำว่า หากพบสัตว์ปีกป่วยหรือตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่ควรจับ ชำแหละ หรือนำมาประกอบอาหารด้วยตนเอง แต่ควรแจ้งสำนักงานปศุสัตว์หรือสัตวแพทย์ในพื้นที่ และหากผู้ที่สัมผัสสัตว์มีอาการไข้ ไอ หรือหายใจลำบาก ควรไปพบแพทย์และแจ้งประวัติสัมผัสสัตว์อย่างชัดเจน
คู่มือการเฝ้าระวังโรคไข้หวัดนกของกรมควบคุมโรคยังให้ความสำคัญกับประวัติการสัมผัสสัตว์ปีกที่ป่วยหรือตายผิดปกติ ตลอดจนการพบเชื้อในสัตว์หรือสิ่งแวดล้อม ก่อนประเมินบุคคลที่อาจเข้าข่ายต้องเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา
ดังนั้น ประเด็นเร่งด่วนของบ้านม่วงคำจึงไม่ใช่การคาดเดาว่าเป็นโรคชนิดใด แต่คือการรักษาสภาพซากที่เหลือให้เหมาะสมต่อการเก็บตัวอย่าง หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยไม่จำเป็น และเร่งประสานสำนักงานปศุสัตว์อำเภอแม่สายหรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงรายเข้าตรวจสอบ
ระดับน้ำสูงทำให้การกู้ซากซับซ้อนขึ้น
ข้อมูลจากพื้นที่ระบุว่า ผู้นำชุมชนสามารถนำซากขึ้นจากน้ำและฝังได้เพียงบางส่วน ส่วนที่เหลือยังไม่สามารถเข้าถึงได้ เนื่องจากระดับน้ำสูง
สถานการณ์เช่นนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะการลงไปเก็บซากโดยไม่มีเชือกนิรภัย อุปกรณ์พยุงตัว หรือการประเมินความเร็วของกระแสน้ำ อาจทำให้ผู้ปฏิบัติงานเกิดอุบัติเหตุ ขณะเดียวกัน การใช้มือเปล่าหรืออุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้ของเหลวจากซากกระเด็นเข้าตา จมูก ปาก หรือสัมผัสบาดแผล
แนวทางที่ปลอดภัยควรให้เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือจับระยะไกล ตาข่าย หรือระบบดักซากในจุดท้ายน้ำที่เหมาะสม พร้อมสวมถุงมือกันน้ำ รองเท้าบู๊ต หน้ากาก และอุปกรณ์ป้องกันดวงตา การจัดเก็บซากต้องดำเนินการโดยลดการรั่วไหลระหว่างขนย้าย และนำไปกำจัดตามคำแนะนำของสัตวแพทย์หรือเจ้าพนักงานควบคุมโรคระบาดสัตว์
ประชาชนไม่ควรลงน้ำเพื่อช่วยเก็บซากเอง โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีบาดแผลตามผิวหนัง และผู้ที่มีโรคประจำตัว หากมีความจำเป็นต้องผ่านบริเวณดังกล่าว ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำโดยตรงจนกว่าหน่วยงานจะประเมินสถานการณ์เรียบร้อย
การฝังซากต้องเลือกพื้นที่อย่างระมัดระวัง
การฝังซากที่ชุมชนดำเนินการในระยะแรกมีเป้าหมายเพื่อลดการแพร่กระจายและป้องกันสัตว์อื่นเข้ามากัดกิน แต่การกำจัดซากอย่างถาวรควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ เพราะต้องพิจารณาสภาพดิน ระดับน้ำใต้ดิน ระยะห่างจากแหล่งน้ำ จำนวนซาก และความเป็นไปได้ที่พื้นที่จะถูกน้ำท่วม
พื้นที่ฝังไม่ควรอยู่ริมตลิ่งหรือจุดที่น้ำสามารถไหลผ่านถึงได้ง่าย หากฝังตื้นเกินไป สุนัขหรือสัตว์อื่นอาจขุดซากขึ้นมา ส่วนพื้นที่ที่มีน้ำใต้ดินสูงอาจเพิ่มโอกาสที่ของเหลวจากกระบวนการเน่าเปื่อยจะไหลซึมออกจากหลุม
กรมอนามัยระบุว่าการจัดการกลิ่นจากซากสิ่งมีชีวิตอาจใช้วิธีฝังกลบอย่างถูกสุขลักษณะและใช้ปูนขาวในบางสถานการณ์ แต่ต้องดำเนินการตามหลักวิชาการและคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน
หากมีความสงสัยว่าเป็นซากจากโรคระบาด การขนย้าย ฝัง หรือเผาไม่ควรทำโดยประชาชนตามลำพัง เนื่องจากเจ้าหน้าที่อาจต้องเก็บตัวอย่างก่อนทำลาย รวมถึงกำหนดวิธีฆ่าเชื้ออุปกรณ์ ยานพาหนะ และบริเวณที่ซากเคยสัมผัส

กฎหมายกำหนดให้แจ้งเมื่อพบสัตว์ป่วยตายผิดปกติ
พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 เป็นกฎหมายหลักที่ใช้ป้องกันและควบคุมโรคระบาดในสัตว์ โดยกำหนดหน้าที่ของเจ้าของสัตว์และผู้พบสัตว์ป่วยหรือตายผิดปกติให้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตามเงื่อนไขของกฎหมาย รวมถึงให้อำนาจสัตวแพทย์และพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปสอบสวน ควบคุมการเคลื่อนย้าย และสั่งดำเนินมาตรการที่จำเป็น
กฎหมายยังควบคุมการเคลื่อนย้ายสัตว์และซากสัตว์ในเขตควบคุมโรค เขตปลอดโรค หรือเขตกันชน หากมีการประกาศเขตควบคุมแล้ว การนำสัตว์หรือซากสัตว์เข้าออกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตอาจมีความผิดตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม การระบุว่าผู้ทิ้งซากมีความผิดตามมาตราใดและต้องรับโทษเท่าใด ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เช่น ซากมาจากผู้เลี้ยงรายใด สัตว์ตายจากอะไร มีการเคลื่อนย้ายจากพื้นที่ควบคุมโรคหรือไม่ และมีคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ถูกฝ่าฝืนหรือไม่ จึงไม่ควรสรุปฐานความผิดทั้งหมดก่อนการสอบสวน
นอกจากกฎหมายโรคระบาดสัตว์ การทิ้งซากที่ก่อให้เกิดกลิ่น น้ำเสีย หรือความเดือดร้อนแก่ประชาชน อาจเกี่ยวข้องกับกฎหมายสาธารณสุข กฎหมายท้องถิ่น และกฎหมายเกี่ยวกับการรักษาความสะอาดหรือแหล่งน้ำ ขึ้นอยู่กับสถานะของพื้นที่เกิดเหตุและผลกระทบที่ตรวจพบ
ผู้กระทำอาจทำให้ชุมชนทั้งพื้นที่ต้องรับภาระ
การนำซากไก่มาทิ้งอาจดูเหมือนเป็นวิธีหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายในการกำจัด แต่ต้นทุนที่แท้จริงถูกผลักไปยังชุมชน ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการเก็บกู้ซาก การจัดหาอุปกรณ์ป้องกัน การตรวจคุณภาพน้ำ การส่งตัวอย่างตรวจโรค และการทำความสะอาดพื้นที่
หากผลตรวจพบโรคระบาด หน่วยงานอาจต้องสอบสวนย้อนกลับไปยังฟาร์มต้นทาง สำรวจสัตว์ปีกในรัศมีเสี่ยง และจำกัดการเคลื่อนย้ายสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง มาตรการเหล่านี้อาจกระทบเกษตรกรรายอื่นซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทิ้งซาก
ความกังวลของผู้บริโภคยังอาจทำให้ร้านค้าและผู้เลี้ยงสัตว์ปีกในพื้นที่สูญเสียรายได้ แม้ผลิตภัณฑ์ของตนจะไม่ได้มาจากแหล่งเกิดเหตุ จึงเป็นเหตุผลที่การหาตัวผู้กระทำและแหล่งที่มาของไก่ต้องดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ความเสียหายถูกกระจายไปยังประชาชนทั้งตำบล
เจ้าหน้าที่ควรตรวจสอบกล้องวงจรปิดบนเส้นทางใกล้จุดเกิดเหตุ สอบถามพยาน ตรวจหาร่องรอยภาชนะหรือยานพาหนะ และตรวจข้อมูลสัตว์ปีกป่วยตายในพื้นที่ใกล้เคียง แต่การเผยแพร่ชื่อหรือกล่าวหาบุคคลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ควรรอพยานหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการกล่าวหาผิดตัว
น้ำบริเวณเกิดเหตุควรถูกประเมินก่อนนำไปใช้
ตราบใดที่ยังมีซากตกค้างและยังไม่ทราบสาเหตุการตาย ประชาชนที่อยู่ตามแนวลำน้ำควรหลีกเลี่ยงการนำน้ำบริเวณใกล้จุดเกิดเหตุไปใช้ดื่ม ประกอบอาหาร ล้างภาชนะ เลี้ยงสัตว์ หรือชำระบาดแผลโดยตรง
หากจำเป็นต้องใช้น้ำเพื่อการเกษตรหรือกิจกรรมอื่น หน่วยงานท้องถิ่นควรประเมินตำแหน่งรับน้ำ ระยะห่างจากจุดทิ้งซาก ทิศทางการไหล และผลตรวจคุณภาพน้ำก่อนออกคำแนะนำต่อประชาชน
การต้มสามารถลดเชื้อจุลชีพบางชนิดได้ แต่ไม่ได้แก้ปัญหาสิ่งปนเปื้อนทุกประเภท และไม่ควรใช้เป็นเหตุผลให้นำน้ำที่สงสัยว่าปนเปื้อนซากสัตว์มาบริโภค หากยังมีแหล่งน้ำสะอาดอื่นให้เลือก
หน่วยงานควรพิจารณาตรวจค่าคุณภาพน้ำพื้นฐาน เช่น กลิ่น สี ความขุ่น ออกซิเจนละลายในน้ำ และค่าที่สะท้อนปริมาณสารอินทรีย์ รวมถึงตรวจเชื้อที่เกี่ยวข้องตามดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและปศุสัตว์ ผลตรวจควรเผยแพร่ให้ชุมชนรับทราบอย่างชัดเจน พร้อมระบุวัน เวลา และตำแหน่งที่เก็บตัวอย่าง
ผู้สัมผัสซากต้องสังเกตอาการตนเอง
ผู้ที่ช่วยเก็บ เคลื่อนย้าย หรือฝังซากควรล้างมือและชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้า และทำความสะอาดอุปกรณ์ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ไม่ควรนำรองเท้า ถุงมือ หรือเครื่องมือที่ปนเปื้อนเข้าไปใช้ภายในบ้านก่อนผ่านการทำความสะอาด
หากมีบาดแผลถูกน้ำหรือของเหลวจากซาก ควรล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่โดยเร็ว หากของเหลวกระเด็นเข้าตาหรือปาก ควรล้างด้วยน้ำสะอาดจำนวนมากและปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์
ผู้สัมผัสควรเฝ้าสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจลำบาก ตาแดง หรืออาการคล้ายไข้หวัด หากมีอาการหลังสัมผัสซากสัตว์ปีก ควรรีบไปโรงพยาบาล พร้อมแจ้งแพทย์ว่าเคยสัมผัสไก่ตายหรือแหล่งน้ำที่มีซากสัตว์ กรมควบคุมโรคสำหรับสอบถามข้อมูลโรคและแนวทางปฏิบัติ
จากการเก็บซากสู่ระบบป้องกันเหตุซ้ำ
การจัดการเหตุบ้านม่วงคำไม่ควรจบลงเมื่อเก็บซากชิ้นสุดท้ายออกจากน้ำ แต่ควรนำไปสู่ระบบป้องกันเหตุซ้ำในระดับตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบล ฝ่ายปกครอง ปศุสัตว์ สาธารณสุข อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน และตำรวจ ควรกำหนดช่องทางรับแจ้งสัตว์ป่วยตายที่ประชาชนเข้าถึงง่าย พร้อมประชาสัมพันธ์ให้ผู้เลี้ยงทราบว่าการแจ้งเหตุอย่างรวดเร็วช่วยให้เจ้าหน้าที่ควบคุมโรคได้ทัน และอาจช่วยให้ผู้เลี้ยงได้รับสิทธิหรือการช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ของทางราชการ
ควรมีการสำรวจจุดเสี่ยงที่มักถูกใช้ลักลอบทิ้งขยะและซากสัตว์ ติดตั้งไฟส่องสว่าง ป้ายเตือน หรือกล้องในจุดที่เหมาะสม รวมถึงจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลและวัสดุสำหรับกั้นพื้นที่ไว้ใช้ในเหตุฉุกเฉิน
สำหรับฟาร์มและผู้เลี้ยงรายย่อย ควรเพิ่มมาตรการความปลอดภัยทางชีวภาพ แยกสัตว์ป่วยออกจากฝูง จำกัดบุคคลและยานพาหนะเข้าออก ทำความสะอาดโรงเรือน และไม่เคลื่อนย้ายหรือขายสัตว์ที่มีอาการผิดปกติ
ชุมชนเรียกร้องหยุดทิ้งซากก่อนเกิดความเสียหายใหญ่กว่าเดิม
ข้อความจากบ้านม่วงคำสะท้อนความไม่พอใจต่อการกระทำของผู้ที่นำไก่ตายมาทิ้ง พร้อมเรียกร้องให้ยุติพฤติกรรมดังกล่าวโดยเด็ดขาด เพราะผู้กระทำอาจกำจัดภาระของตนเพียงครั้งเดียว แต่ทิ้งความเสี่ยงไว้ให้คนทั้งชุมชนต้องรับมือ
ในระยะเร่งด่วน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรนำซากที่เหลือขึ้นจากลำน้ำ เก็บตัวอย่างตรวจหาสาเหตุ ทำความสะอาดจุดสัมผัส ประเมินคุณภาพน้ำ และแจ้งผลต่อประชาชนอย่างโปร่งใส ขณะเดียวกันต้องสอบสวนเส้นทางของซากว่าเริ่มต้นจากที่ใดและมีสัตว์ปีกป่วยตายในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่
จนกว่าจะมีผลตรวจ ไม่ควรสร้างความตื่นตระหนกด้วยการประกาศว่าเป็นไข้หวัดนก แต่ก็ไม่ควรลดทอนเหตุการณ์ว่าเป็นเพียงการทิ้งขยะ เพราะซากสัตว์ปีกที่ไม่ทราบสาเหตุการตายจำเป็นต้องได้รับการจัดการภายใต้หลักป้องกันไว้ก่อน
สิ่งที่เกิดขึ้นริมลำน้ำบ้านม่วงคำจึงเป็นบททดสอบของระบบเฝ้าระวังระดับชุมชน ว่าจะสามารถเปลี่ยนการพบเห็นของชาวบ้านให้เป็นการตอบสนองร่วมกันของฝ่ายปกครอง ปศุสัตว์ สาธารณสุข และท้องถิ่นได้รวดเร็วเพียงใด ก่อนที่ซากซึ่งถูกทิ้งไว้ในจุดเดียวจะสร้างผลกระทบไหลไปตามสายน้ำสู่พื้นที่อื่น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- ข้อมูลจากบ้านม่วงคำ หมู่ที่ 7 ตำบลเกาะช้าง อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เรื่องการพบซากไก่ตายในลำน้ำใกล้ฌาปนสถานและการดำเนินการเบื้องต้นของผู้นำชุมชน
- พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 และข้อมูลกฎหมายจากกรมปศุสัตว์
- กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข คำแนะนำเกี่ยวกับโรคไข้หวัดนกและการปฏิบัติเมื่อพบสัตว์ปีกป่วยหรือตายผิดปกติ เผยแพร่วันที่ 8 กรกฎาคม 2568
- กรมควบคุมโรค แนวทางการเฝ้าระวังและสอบสวนโรคไข้หวัดนกในคนและสัตว์
- กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ข้อมูลแนวทางจัดการกลิ่นและซากสิ่งมีชีวิตอย่างถูกสุขลักษณะ เผยแพร่วันที่ 4 สิงหาคม 2568
- บ้านม่วงคำ ตำบลเกาะช้าง อำเภอเเม่สาย