ตำรวจแม่สายสนธิกำลังกวาดล้างวินเถื่อนเมียนมา หลังชาวบ้านร้องเรียนจอดแช่แย่งพื้นที่ริมถนนย้ำปรับขั้นต่ำ 5,000 บาท
Summary
- ชาวบ้านแม่สายร้องเรียนผ่านโซเชียล กรณีรถรับจ้างสัญชาติเมียนมาจอดแช่แย่งที่จอดหน้าตลาดสดนายบุญยืน
- ตำรวจ สภ.แม่สาย จับมือจัดหางานและ ตม.เชียงราย สนธิกำลังลงพื้นที่กวาดล้างและจัดระเบียบ
- เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบรถสามล้อและสี่ล้อเล็กเมียนมา พร้อมนำตัวผู้ฝ่าฝืนไปดำเนินคดีที่ สภ.แม่สาย
- ย้ำเตือนการรับจ้างขนส่งผู้โดยสารเป็นอาชีพสงวนเฉพาะคนไทยตามกฎหมายแรงงานต่างด้าว
- ผู้ฝ่าฝืนทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษปรับขั้นต่ำ 5,000 บาท หรือกักขังแทนค่าปรับวันละ 500 บาท
ตำรวจแม่สายสนธิกำลังกวาดล้างวินเถื่อนเมียนมา หลังชาวบ้านร้องเรียนจอดแช่แย่งพื้นที่หน้าตลาดบุญยืน ย้ำผิดกฎหมายแรงงาน ปรับขั้นต่ำ 5,000 บาท
เชียงราย,20 กรกฎาคม 2569 – กระแสโซเชียลจุดชนวนปัญหาที่สะสมมานาน ก่อนเจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการจัดระเบียบพื้นที่ ปัญหารถยนต์และรถสามล้อสัญชาติเมียนมาจอดรอรับผู้โดยสารบริเวณหน้าตลาดสดนายบุญยืน อำเภอแม่สาย ซึ่งชาวบ้านร้องเรียนต่อเนื่องมานานหลายเดือน กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้ง หลังเพจสื่อสังคมออนไลน์หลายแห่งเผยแพร่ภาพและข้อความสะท้อนความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ จนนำไปสู่การเปิดปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย และตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย เข้าตรวจสอบและกวาดล้างผู้กระทำผิดในช่วงสายของวันเดียวกัน
ก่อนการเข้าตรวจสอบ โลกออนไลน์ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ “เรียนหมอ by หมอแกว หมอแนต” เผยแพร่ข้อความสะท้อนปัญหารถทะเบียนเมียนมาจอดแช่บริเวณริมถนนหน้าตลาดสดนายบุญยืน เพื่อรอรับส่งผู้โดยสาร จนพื้นที่จอดรถของประชาชนในอำเภอแม่สายลดลงอย่างมาก
เสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่า คนในพื้นที่จำนวนมากไม่สามารถหาที่จอดรถเพื่อมาติดต่อธุระหรือจับจ่ายซื้อสินค้าได้เหมือนเดิม บางรายระบุว่าหากนำรถเข้าไปจอดในพื้นที่ดังกล่าวกลับถูกแสดงท่าทีไม่พอใจ หรือถูกต่อว่าจากกลุ่มผู้ที่ใช้พื้นที่เป็นจุดรับส่งผู้โดยสาร
ข้อความดังกล่าวถูกส่งต่ออย่างรวดเร็ว พร้อมมีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าจัดระเบียบพื้นที่ และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง หลังหลายฝ่ายมองว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องจนกลายเป็นเรื่องที่ประชาชนในพื้นที่คุ้นชิน


จากข้อร้องเรียนในโลกออนไลน์ สู่การปฏิบัติการร่วมของสามหน่วยงาน
ต่อมา เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรแม่สาย ร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย สนธิกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณหน้าตลาดสดนายบุญยืน ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามจังหวัดท่าขี้เหล็ก สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบรถจักรยานยนต์สามล้อรับจ้างและรถรับส่งผู้โดยสารของแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ซึ่งจอดรอผู้โดยสารบริเวณริมฟุตบาทและพื้นที่สาธารณะ พร้อมดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เข้าข่ายกระทำผิด
จากข้อมูลของผู้สื่อข่าวในพื้นที่ ระบุว่า ช่วงเวลาประมาณ 08.00 น. ซึ่งรถประชาสัมพันธ์ของเทศบาลขับผ่านบริเวณหน้าตลาด ยังพบรถสามล้อและรถสี่ล้อขนาดเล็กสัญชาติเมียนมาจอดเรียงรายเต็มพื้นที่ แต่เมื่อกลับมาสังเกตการณ์อีกครั้งในช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. รถส่วนใหญ่ได้หายไปจากพื้นที่ หลังเจ้าหน้าที่เริ่มปฏิบัติการตรวจสอบและจับกุม
รถบางส่วนถูกนำมาตรวจสอบเพิ่มเติมบริเวณลานหน้าสถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ย้ำ รับส่งผู้โดยสารเป็นอาชีพสงวนของคนไทย
ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ประชาสัมพันธ์บทกำหนดโทษตามกฎหมายแรงงานต่างด้าว โดยระบุว่า การที่บุคคลต่างด้าวจอดรถรอรับผู้โดยสารเพื่อประกอบอาชีพรับจ้างขนส่ง ถือเป็นการทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต หากไม่ได้รับสิทธิตามกฎหมายหรือไม่มีใบอนุญาตทำงานที่ครอบคลุมลักษณะงานดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ระบุว่า การรับจ้างขนส่งผู้โดยสารเป็นหนึ่งในอาชีพที่กฎหมายกำหนดให้เป็นอาชีพสงวนสำหรับคนไทย ผู้ฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่น้อยกว่า 5,000 บาท และหากไม่มีเงินชำระค่าปรับ ศาลสามารถมีคำสั่งกักขังแทนค่าปรับได้ โดยคิดอัตราวันละ 500 บาท
เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบรถที่ใช้ประกอบการรับจ้าง รวมทั้งเอกสารการเข้าเมืองและใบอนุญาตทำงานของผู้ขับขี่ เพื่อพิจารณาว่ามีความผิดในข้อหาอื่นเพิ่มเติมหรือไม่
ชาวบ้านเผยปัญหาไม่ได้เพิ่งเกิด แต่สะสมมานานหลายปี
แม้ว่าปฏิบัติการในวันที่ 20 กรกฎาคมจะได้รับความสนใจอย่างมาก แต่สำหรับประชาชนในอำเภอแม่สาย ปัญหาดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่
เมื่อช่วงปีที่ผ่านมา ได้มีการเผยแพร่ข้อความร้องเรียนในสื่อสังคมออนไลน์ถึงกรณีรถสามล้อสัญชาติเมียนมาตั้งจุดรับส่งผู้โดยสารในเขตเทศบาลแม่สาย พร้อมนำกรวยจราจรมาวางกั้นพื้นที่ไม่ให้รถทะเบียนไทยเข้าไปจอด
ผู้ร้องเรียนระบุว่า พื้นที่สาธารณะถูกใช้เป็นจุดจอดประจำของรถรับจ้างบางกลุ่ม ส่งผลกระทบต่อวินรถจักรยานยนต์ วินรถแดง ผู้ประกอบการ และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาใช้บริการตลาดสดนายบุญยืน
หลายฝ่ายมองว่าหากปล่อยให้ปัญหาดำเนินต่อไปโดยไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง อาจทำให้เกิดการยึดครองพื้นที่สาธารณะโดยพฤตินัย และสร้างความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบอาชีพถูกต้องตามกฎหมาย
แม่สาย เมืองชายแดนที่ต้องสร้างสมดุลระหว่างการค้าและการบังคับใช้กฎหมาย
อำเภอแม่สายถือเป็นหนึ่งในเมืองชายแดนที่มีการเดินทางเข้าออกระหว่างประเทศไทยและเมียนมามากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ โดยเฉพาะบริเวณด่านพรมแดนไทย–เมียนมา ซึ่งมีประชาชน นักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการเดินทางข้ามแดนทุกวัน
การค้าชายแดนและการเดินทางระหว่างสองประเทศทำให้เกิดความต้องการบริการขนส่งจำนวนมาก แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้การควบคุมการประกอบอาชีพและการใช้พื้นที่สาธารณะมีความซับซ้อนมากขึ้น
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องสร้างสมดุลระหว่างการอำนวยความสะดวกด้านเศรษฐกิจชายแดนกับการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อไม่ให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบอาชีพชาวไทย และไม่กระทบต่อความเป็นระเบียบของเมือง

การบังคับใช้กฎหมายต้องดำเนินควบคู่กับการจัดระเบียบระยะยาว
แม้การเข้าตรวจสอบและจับกุมในครั้งนี้จะช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในระยะสั้น แต่หลายฝ่ายมองว่าการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องมีมาตรการจัดระเบียบพื้นที่ควบคู่กัน
ข้อเสนอจากประชาชนในพื้นที่ ได้แก่
- กำหนดพื้นที่รับส่งผู้โดยสารให้ชัดเจน
- เพิ่มการตรวจตราอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะช่วงที่มีกระแสข่าว
- ประสานหน่วยงานแรงงาน ตรวจคนเข้าเมือง และตำรวจในการตรวจสอบผู้ประกอบอาชีพต่างด้าว
- จัดระเบียบพื้นที่จอดรถสำหรับประชาชนและนักท่องเที่ยว
- ประชาสัมพันธ์ข้อกฎหมายทั้งภาษาไทยและภาษาพม่า เพื่อป้องกันการกระทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
หลายฝ่ายเห็นว่า หากการบังคับใช้กฎหมายเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว ปัญหาอาจกลับมาอีกเมื่อกระแสข่าวเงียบลง แต่หากมีการติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างมาตรฐานการใช้พื้นที่สาธารณะและลดข้อขัดแย้งระหว่างผู้ประกอบอาชีพทั้งสองประเทศได้
เจ้าหน้าที่เตรียมติดตามต่อเนื่อง
ภายหลังการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะดำเนินการตรวจสอบพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พร้อมบังคับใช้กฎหมายกับผู้กระทำผิดทุกราย เพื่อรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของพื้นที่ชายแดน และคุ้มครองสิทธิของผู้ประกอบอาชีพที่ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
การดำเนินการครั้งนี้ยังเป็นการตอบสนองต่อข้อร้องเรียนของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งต้องการให้พื้นที่สาธารณะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ และลดผลกระทบต่อการสัญจร การค้าขาย และการท่องเที่ยวของอำเภอแม่สาย
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาความผิดของบุคคลแต่ละรายยังต้องเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะการทำงาน ใบอนุญาต และพยานหลักฐานของแต่ละคดี ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป




เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สถานีตำรวจภูธรแม่สาย
- Aung Thu
- กลุ่มชุมชนคนแม่สาย