ปิดภารกิจ 45 วันทหารช่างผสมปูนฉาบบิ๊กแบ็กแม่สายเสร็จสมบูรณ์ ชาวบ้านผูกเสี่ยวส่งกำลังพลกลับฐานที่ตั้ง


Summary


พนังกั้นน้ำแม่สายเสร็จ 100 เปอร์เซ็นต์ ชาวบ้านมอบเหรียญพระเจ้าพรหมมหาราชขอบคุณทหาร

เชียงราย,28 มิถุนายน 2569 – เชียงรายปิดภารกิจเร่งด่วนเสริมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวแม่น้ำสาย หลังระดมทหารช่าง หน่วยงานรัฐ ท้องถิ่น มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และประชาชน ทำงานต่อเนื่องประมาณ 45 วัน ครอบคลุมจุดเสี่ยงหน้าด่าน ชุมชนบ้านเกาะทราย และพื้นที่ท่าทราย ก่อนชาวแม่สายมอบเหรียญพระเจ้าพรหมมหาราชแก่กำลังพลกองทัพภาคที่ 3 แทนคำขอบคุณ พร้อมย้ำว่างานป้องกันน้ำท่วมยังไม่จบ เพราะแผนถาวรและระบบเตือนภัยยังต้องเดินหน้าต่อ

เหรียญเล็กในมือทหาร กับคำขอบคุณจากคนทั้งเมือง

ลานหน้าที่ว่าการอำเภอแม่สายในเช้าวันส่งกำลังพลกลับหน่วย เต็มไปด้วยบรรยากาศที่ต่างจากวันเริ่มภารกิจ ไม่มีเสียงเครื่องจักรหนัก ไม่มีฝุ่นจากรถบรรทุก และไม่มีภาพเจ้าหน้าที่เร่งกรอกทรายแข่งกับเวลา เหลือเพียงกำลังพลที่ยืนรับคำขอบคุณจากคนในพื้นที่ หลังภารกิจซ่อมแซมและเสริมพนังกั้นน้ำกึ่งถาวรตลอดแนวแม่น้ำสายเสร็จสิ้นครบ 100 เปอร์เซ็นต์

นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย พร้อมด้วย พลตรี พักตร์พงษ์ เงสันเทียะ ที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกล่าวขอบคุณกำลังพลจากกองทัพภาคที่ 3 ก่อนเดินทางกลับที่ตั้ง

สิ่งที่ถูกมอบให้ทหารทุกนายไม่ใช่โล่ขนาดใหญ่หรือของรางวัลราคาแพง แต่เป็นเหรียญพระเจ้าพรหมมหาราช ซึ่งชาวแม่สายเคารพในฐานะสัญลักษณ์สำคัญของบ้านเมือง เหรียญดังกล่าวจึงมีความหมายมากกว่าวัตถุมงคล เพราะแทนคำขอบคุณต่อแรงกาย เวลา และความเสี่ยงที่กำลังพลร่วมแบกรับตลอดภารกิจที่ผ่านมา

จากจุดเสี่ยงริมตลิ่ง สู่แนวป้องกันครบทุกโซน

ภารกิจครั้งนี้เริ่มต้นจากความจำเป็นเร่งด่วนในการเสริมแนวป้องกันน้ำหลากในพื้นที่ชายแดนแม่สาย ซึ่งมีทั้งชุมชนหนาแน่น ตลาด ร้านค้า ด่านพรมแดน และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญตั้งอยู่ริมแม่น้ำสาย

เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 กองพลพัฒนาที่ 3 นำกำลังทหารช่างและกำลังสนับสนุนจากหน่วยทหารช่างในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 รวม 60 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์มากกว่า 20 รายการ เข้าดำเนินงานช่วงสุดท้ายในพื้นที่โซน B3 โดยร่วมกับมณฑลทหารบกที่ 37 ฝ่ายปกครองอำเภอแม่สาย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และจิตอาสาชุมชนบ้านเกาะทราย

งานสำคัญในช่วงท้ายคือการใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ผสมสารลดน้ำพิเศษกลุ่ม PCE ฉาบบริเวณด้านหน้าถุง Big Bag เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้แนวป้องกัน รองรับแรงดันน้ำ และลดความเสี่ยงจากการกัดเซาะหรือน้ำล้นตลิ่ง

เมื่อการดำเนินงานแล้วเสร็จ โซน A1 ถึง A4 โซน B1 ถึง B4 และโซน C1 ถึง C4 ตลอดแนวแม่น้ำสายได้รับการเสริมความมั่นคงครบถ้วน ทั้งบริเวณหน้าด่านพรมแดนไทยกับเมียนมา ชุมชนบ้านเกาะทราย และพื้นที่ท่าทรายหลังบ่อบำบัด

งาน 45 วันที่ไม่ได้มีเพียงการวาง Big Bag

ภาพรวมของโครงการไม่ได้มีเพียงการนำถุง Big Bag มาเรียงต่อกันเป็นแนวยาว เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินงานหลายรูปแบบตามสภาพพื้นที่ ตั้งแต่ปรับฐาน คลุมผ้ายางป้องกันรังสี UV เสริมปูนด้านหน้า เตรียมกระสอบทราย และจัดการทางสัญจรของเครื่องจักร

หน่วยทหารยังจัดรถบรรทุกน้ำฉีดพ่นตามเส้นทางขนส่งวัสดุ เพื่อลดฝุ่นและผลกระทบต่อบ้านเรือนใกล้พื้นที่ก่อสร้าง รายละเอียดเหล่านี้อาจไม่เด่นเท่าภาพพนังกั้นน้ำ แต่เป็นส่วนสำคัญของการทำงานในพื้นที่ชุมชน เพราะมาตรการป้องกันภัยไม่ควรสร้างปัญหาใหม่ให้ประชาชนระหว่างดำเนินโครงการ

ความสำเร็จภายในเวลาประมาณ 45 วันจึงเกิดจากการแบ่งงานและประสานกำลังของหลายฝ่าย ทั้งกองพลพัฒนาที่ 3 มณฑลทหารบกที่ 37 กองทัพภาคที่ 3 ฝ่ายปกครอง องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เทศบาลตำบลแม่สาย เทศบาลตำบลแม่สายมิตรภาพ เทศบาลตำบลเวียงพางคำ กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ภาคเอกชน มหาวิทยาลัย และประชาชนในพื้นที่

ผู้ว่าฯ ตรวจแนวพนัง ย้ำยังไม่ใช่จุดจบของการป้องกันน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ฝ่ายปกครอง และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่ตรวจจุดหัวฝายใกล้วัดถ้ำผาจม หน้าด่านพรมแดนแม่สายแห่งที่ 1 และบริเวณซอย 12 ชุมชนแม่สาย

จังหวัดวางแผนจัดการอุทกภัยเป็น 3 ระยะ ระยะสั้นคือการเสริมพนังกึ่งถาวรเพื่อรับฤดูน้ำหลากในปีนี้ ระยะกลางเป็นการดำเนินงานในบางช่วงที่ยังเกี่ยวข้องกับขั้นตอนกฎหมายและการใช้พื้นที่ ส่วนระยะยาวคือการก่อสร้างพนังกั้นน้ำถาวรภายใต้ความรับผิดชอบของกรมโยธาธิการและผังเมือง

ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่าโครงการระยะยาววงเงินประมาณ 39 ล้านบาท อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดและรับฟังความคิดเห็นประชาชน ขณะที่โครงการระยะกลางวงเงินในระดับเดียวกันอยู่ระหว่างการพิจารณาของกรมธนารักษ์ เพื่อจัดการสิ่งกีดขวางและเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง

พนังช่วยลดความเสี่ยง แต่ต้องมีแผนอพยพรองรับ

แม้งานเสริมพนังจะแล้วเสร็จครบ 100 เปอร์เซ็นต์ จังหวัดยังย้ำว่าพนังกึ่งถาวรสามารถช่วยรองรับปริมาณน้ำหลากได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น หากเกิดฝนหนักมากกว่าค่าประเมิน หรือมีมวลน้ำและเศษวัสดุไหลลงมาพร้อมกัน ความเสี่ยงยังคงเกิดขึ้นได้

จังหวัดเชียงรายจึงเตรียมแผนบริหารจัดการภัยพิบัติควบคู่กัน ตั้งแต่การจัดตั้งวอร์รูม ระบบแจ้งเตือน การอพยพประชาชน การจัดศูนย์พักพิง การเตรียมระบบสาธารณสุข และการประชุมติดตามสถานการณ์เป็นประจำ

บทเรียนจากอุทกภัยครั้งก่อนทำให้การป้องกันไม่อาจวัดเฉพาะความสูงหรือความยาวของพนัง แต่ต้องวัดจากเวลาที่ประชาชนได้รับคำเตือน ความพร้อมของเส้นทางอพยพ จำนวนผู้เปราะบางที่ได้รับความช่วยเหลือ และความสามารถของศูนย์พักพิงในการรองรับคนได้จริง

ความสำเร็จของงานช่าง กลายเป็นความหมายของความร่วมมือ

หลังการตรวจความพร้อม จังหวัดเชียงรายจัดงานเลี้ยงขอบคุณกำลังพล เจ้าหน้าที่ และภาคส่วนต่าง ๆ ณ หอประชุมมูลนิธิกวงเม้งแม่สาย ก่อนที่ในวันที่ 28 มิถุนายน จะมีพิธีส่งกำลังพลกลับหน่วยบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอแม่สาย

ภาพของนายอำเภอ ผู้แทนทหาร ผู้นำท้องถิ่น และประชาชนที่มอบเหรียญพระเจ้าพรหมมหาราชให้กำลังพล สะท้อนว่าภารกิจนี้ไม่ได้จบลงเพียงตัวเลขความคืบหน้า 100 เปอร์เซ็นต์ แต่จบลงด้วยความรู้สึกว่าชุมชนไม่ได้เผชิญความเสี่ยงอยู่เพียงลำพัง

สำหรับทหาร เหรียญที่ได้รับอาจเป็นของชิ้นเล็กในสัมภาระเดินทางกลับ แต่สำหรับชาวแม่สาย เหรียญนั้นคือคำบอกเล่าว่า ในช่วงเวลาที่เมืองต้องเร่งสร้างแนวป้องกัน ทุกหน่วยงานได้เข้ามาร่วมกันทำงานจนเสร็จทันก่อนฤดูน้ำหลากเต็มรูปแบบ

แม่สายพร้อมขึ้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง

การเสร็จสิ้นของพนังกั้นน้ำแม่สายครบ 100 เปอร์เซ็นต์เป็นข่าวดีต่อประชาชนและผู้ประกอบการในย่านเศรษฐกิจชายแดน เพราะช่วยลดจุดเปราะบางตามแนวตลิ่งและเพิ่มเวลาให้เจ้าหน้าที่รับมือหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ตาม ความพร้อมในวันนี้ไม่ควรกลายเป็นความประมาทในวันข้างหน้า พนังกึ่งถาวรยังต้องได้รับการตรวจสอบหลังฝนตกหนัก ต้องเฝ้าระวังการทรุดตัว การรั่วซึม การเสื่อมของวัสดุ และสิ่งกีดขวางทางน้ำ ขณะเดียวกัน โครงการถาวรต้องเดินหน้าภายใต้ข้อมูลทางวิศวกรรม การรับฟังประชาชน และการพิจารณาผลกระทบต่อพื้นที่ทั้งสองฝั่งแม่น้ำ

บทสรุปของภารกิจจึงไม่ใช่เพียงการประกาศว่าแม่สายปลอดภัยแล้ว แต่คือการยืนยันว่าแม่สายมีแนวป้องกันที่แข็งแรงขึ้น มีแผนรับมือที่ชัดขึ้น และมีเครือข่ายความร่วมมือพร้อมมากกว่าที่ผ่านมาอจำกัดทางร่างกายจะกลายเป็นเหตุให้ใครบางคนถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :