โขนคืนถิ่นโยนก! ศิลปินแห่งชาติสร้างยุวศิลปินเชียงแสน ถ่ายทอดนาฏศิลป์ชั้นสูงสู่โบราณสถานวัดป่าสักอย่างยิ่งใหญ่

[Sassy_Social_Share]

ศิลปินแห่งชาติถ่ายทอด “โขน” สู่ถิ่นโยนกนคร เปิดการแสดงครั้งแรกในประวัติศาสตร์เมืองเชียงแสน บนเวทีโบราณสถานวัดป่าสัก

เชียงราย, 4 มีนาคม 2569 เมืองเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ได้บันทึกอีกหน้าสำคัญของงานศิลปวัฒนธรรมไทย เมื่อการแสดง “โขน” ถูกนำมาถ่ายทอดต่อสาธารณะในพื้นที่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงแสน ผ่านโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการและการแสดงผลสัมฤทธิ์ที่เชื่อมโยง “ครูศิลป์ระดับชาติ” กับ “เยาวชนระดับพื้นที่” อย่างเป็นรูปธรรม ท่ามกลางบรรยากาศโบราณสถานที่มีนัยทางประวัติศาสตร์ของวัดป่าสัก ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งฉากหลังทางกายภาพ และเป็นสัญลักษณ์ของการสืบทอดรากเหง้าวัฒนธรรมจากอดีตสู่ปัจจุบัน

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้โครงการ “นาฏยศิลปินแห่งชาติ สร้างยุวศิลปินของชาติ” และกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการ “โขน ละคร ฝ่ายฟ้อน ร้อง รำ สู่ถิ่นโยนกนคร” โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ 2569 และอยู่ในการกำกับติดตามของหน่วยงานด้านวัฒนธรรมในระดับส่วนกลาง เพื่อยกระดับมาตรฐานการถ่ายทอดนาฏศิลป์ไทยและสร้างพื้นที่การเรียนรู้ให้เยาวชนในภูมิภาคอย่างทั่วถึง

จากหอประชุมโรงเรียนสู่ลานโบราณสถาน เส้นทางฝึกจริงก่อนขึ้นเวทีจริง

ไทม์ไลน์ของกิจกรรมเริ่มตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 2 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. ถึง 12.00 น. ณ หอประชุมหิรัญนครเงินยาง โรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยนางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม มอบหมายให้นายอนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม เข้าร่วมติดตามผลการอบรมเชิงปฏิบัติการ ซึ่งในวันดังกล่าวได้จัดการฝึกแบบแบ่งกลุ่มตามบทบาทการแสดง ได้แก่ กลุ่มตัวพระ กลุ่มตัวนาง กลุ่มตัวยักษ์ กลุ่มตัวลิง และกลุ่มระบำเบ็ดเตล็ด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกทักษะเฉพาะด้านอย่างเข้มข้นและเป็นระบบ

แนวทางการแบ่งกลุ่มดังกล่าวสะท้อนความพยายาม “จัดระเบียบการเรียนรู้” ให้สอดคล้องกับธรรมชาติของนาฏศิลป์ชั้นสูงที่ต้องอาศัยความเข้าใจบทบาท การควบคุมร่างกาย จังหวะดนตรี และวินัยของผู้แสดง ไม่ใช่เพียงการจดจำท่ารำ หากแต่เป็นการฝึกกระบวนการทำงานร่วมกันในรูปแบบคณะ เพื่อเตรียมพร้อมก่อนการแสดงผลสัมฤทธิ์ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน

เวทีวัดป่าสักกับการแสดงผลสัมฤทธิ์ สร้างภาพจำใหม่ของเมืองเชียงแสน

ต่อมาในช่วงเวลา 13.00 น. ถึง 17.30 น. ณ โบราณสถานวัดป่าสัก อำเภอเชียงแสน นายอนุกูล ใบไกล ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการแสดงผลสัมฤทธิ์ของโครงการฯ ซึ่งเป็นการนำผลการอบรมมาถ่ายทอดผ่านการแสดงจริงโดยนักเรียนที่ผ่านการฝึกซ้อม ภายใต้การควบคุมและกำกับการแสดงของนางรัจนา พวงประยงค์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง นาฏศิลป์ไทยและละคร พุทธศักราช 2554

ผู้ร่วมแสดงมาจากโรงเรียนในเครือข่ายหลายแห่ง ได้แก่ โรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม โรงเรียนเวียงป่าเป้าวิทยาคม โรงเรียนวาวีวิทยาคม โรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 62 และโรงเรียนเทิงวิทยาคม สะท้อนการขยายโอกาสด้านนาฏศิลป์จาก “โรงเรียนหลัก” ไปสู่ “โรงเรียนเครือข่าย” ให้เกิดระบบฝึกฝนและต่อยอดในระดับพื้นที่อย่างจริงจัง

ในพิธีและกิจกรรมภายในงาน มีผู้บริหารและภาคีเครือข่ายเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก อาทิ นางมรกต ยิบอินซอย กรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม นายชูสวัสดิ์ สวัสดี นายอำเภอเชียงแสน นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย นายเกรียงศักดิ์ ยอดสาร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงราย นายจักรกฤช สิทธิโชติ ผู้อำนวยการโรงเรียนเชียงแสนวิทยาคม ตลอดจนเครือข่ายวัฒนธรรมในพื้นที่ เช่น เครือข่ายนาฏนารี ศรีเชียงแสน กลุ่มชมรมช่างฟ้อนเชียงแสน กลุ่มกลองสะบัดชัย เยาวชนรักษ์ศิลป์ล้านนา และเครือข่ายอื่น ๆ

รายละเอียดการแสดง ภาพศิลป์หลวงผสานอัตลักษณ์ท้องถิ่นในงานเดียว

ภายในงานมีพิธีถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมขบวนแห่เครื่องสักการะและการแสดงเทิดพระเกียรติหลายชุด โดยเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นและสถานศึกษาได้ร่วมจัดการแสดง อาทิ การแสดงชุด “น้อมศรัทธาไหว้สา สมเด็จพระพันปีหลวง ด้วยพระป๋าระมีฮ่มฟ้าห่มเวียงเจียงแสน” ของเครือข่ายนาฏนารี ศรีเชียงแสน การแสดงชุด “สะบัดชัยกึกก้องฟ้าชัยมงคล” ของกลุ่มกลองสะบัดชัย เยาวชนรักษ์ศิลป์ล้านนา การแสดงชุด “ล้านนาร้อยใจภักดีน้อมอัญชลีป๋าระมี สมเด็จพระพันปีหลวง” และการแสดงชุด “ช้างงูนฤมิตรวิจิตรแห่งศรัทธา” จากโรงเรียนเครือข่าย

ขณะที่ไฮไลต์สำคัญของวัน คือการแสดงโขนเรื่องรามเกียรติ์ โดยนำเสนอหลายตอน ได้แก่ ตอนลักสีดา ตอนพรหมมาศ ขบวนทัพพระอินทร์ และตอนยกรบ ซึ่งผู้จัดระบุว่าเป็นการแสดงโขนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงแสน และเป็นผลสัมฤทธิ์จากการฝึกซ้อมภายใต้การถ่ายทอดของศิลปินแห่งชาติ

มากกว่า 20 หน่วยงาน” และ “มากกว่า 500 คน” ตัวเลขที่บอกความร่วมมือระดับพื้นที่

ข้อมูลจากผู้จัดระบุว่า การดำเนินงานครั้งนี้มีโรงเรียนและหน่วยงานเครือข่ายร่วมบูรณาการมากกว่า 20 หน่วยงาน และมีผู้เข้าชมและเข้าร่วมงานมากกว่า 500 คน ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนสองมิติสำคัญ มิติแรกคือศักยภาพการรวมพลังขององค์กรท้องถิ่น สถานศึกษา และเครือข่ายวัฒนธรรมในการจัดกิจกรรมขนาดใหญ่ มิติที่สองคือความสนใจของประชาชนต่อกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมที่ยกระดับมาตรฐานการแสดงและวางระบบการถ่ายทอดอย่างจริงจัง

อย่างไรก็ตาม ในมุมของการพัฒนาเชิงนโยบาย ความท้าทายหลังเวทีคือการทำให้ “กิจกรรมครั้งแรก” กลายเป็น “ระบบต่อเนื่อง” ทั้งการพัฒนาครูผู้ฝึกสอนในพื้นที่ การจัดสรรเวลาเรียนรู้ที่สมดุลกับภาระการเรียนตามหลักสูตร และการสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้การฝึกซ้อมสามารถดำเนินต่อได้โดยไม่สะดุด นี่เป็นโจทย์สำคัญที่ต้องอาศัยทั้งภาครัฐระดับส่วนกลาง ท้องถิ่น และสถานศึกษาร่วมกันวางแผน

วัดป่าสักในฐานะพื้นที่ประวัติศาสตร์ และเวทีวัฒนธรรมร่วมสมัย

อีกมิติที่ถูกจับตามองคือ “สถานที่จัดแสดง” โบราณสถานวัดป่าสักเป็นหนึ่งในจุดหมายทางประวัติศาสตร์ของเชียงแสน โดยข้อมูลจากกรมศิลปากรระบุว่าวัดแห่งนี้มีหลักฐานสร้างในช่วงพุทธศตวรรษที่ 19 และมีพระเจดีย์ทรงระฆังแบบศิลปะล้านนา ซึ่งโดดเด่นด้วยงานปูนปั้นลวดลายพรรณพฤกษาและสัตว์หิมพานต์

เมื่อโบราณสถานที่เป็น “แหล่งเรียนรู้อดีต” ถูกใช้เป็น “พื้นที่สาธารณะของปัจจุบัน” ผ่านศิลปะการแสดง ทำให้เกิดคำถามเชิงสร้างสรรค์ว่า เมืองเชียงแสนจะต่อยอดแนวคิดนี้ไปสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างไรให้สมดุล ทั้งด้านการอนุรักษ์พื้นที่โบราณคดี ความปลอดภัยของผู้เข้าชม และการรักษามาตรฐานการจัดกิจกรรมไม่ให้กระทบต่อคุณค่าดั้งเดิมของสถานที่

โขนในบริบทมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และเหตุผลที่การถ่ายทอดสู่เยาวชนสำคัญ

ในระดับประเทศ โขนได้รับการขึ้นทะเบียนในบัญชีตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติของยูเนสโก โดยยูเนสโกระบุถึงลักษณะเด่นของโขนที่ผสานการแสดง หน้ากาก เครื่องแต่งกาย ดนตรี และวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ พร้อมย้ำบทบาทของการถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านการฝึกฝนและครูผู้สอนในชุมชนและสถาบัน

เมื่อมองกลับมาที่เชียงแสน โครงการครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมการแสดง แต่เป็นกลไก “ถ่ายทอดองค์ความรู้” ที่ทำให้เยาวชนได้สัมผัสมาตรฐานศิลป์หลวงในบริบทพื้นที่ของตนเอง โดยยังเชื่อมโยงกับเครือข่ายวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีอยู่เดิม ทั้งฟ้อนล้านนา กลองสะบัดชัย และกิจกรรมศิลป์ชุมชน ทำให้ภาพรวมของงานไม่แยกขาดระหว่างศิลปะระดับชาติและอัตลักษณ์ท้องถิ่น หากแต่พยายามประสานให้ร่วมสมัยและอยู่ร่วมกันได้

สถิติและข้อมูลสำคัญจากการจัดงาน



















สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

[Sassy_Social_Share]
 NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News

MOST POPULAR
FOLLOW ME


Facebook


Youtube


Tiktok


X-twitter


Weibo


Instagram


Line

EDITORIAL

February 27, 2026


รัฐเร่งคลี่คลายความกังวลสารหนูแม่น้ำกก ยืนยันน้ำประปายังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน พร้อมเดินหน้าตรวจซ้ำเชิงรุกเพื่อความปลอดภัยของทุกคน




February 20, 2026


เชียงรายปี 2050 รับมือโลกเดือดพ่นพิษกาแฟ ฤดูหนาวสั้นกระทบฐานเศรษฐกิจหลักท่องเที่ยว




February 16, 2026


Illus Illy ปลุกกระแสสัตว์วิเศษล้านนา! จากตำนานโบราณสู่ตัวการ์ตูนร่วมสมัยที่ทุกคนตามหาในสิงห์ปาร์ค




January 31, 2026


เมื่อตัวเลขสั่นคลอนเก้าอี้อำนาจ ถอดรหัสวิธีสุ่มตัวอย่างและต้นทุนการทำโพลการเมืองที่คุณไม่เคยรู้




January 29, 2026


จาก Value over Volume สู่การตลาด Gen Z ถอดบทวิเคราะห์เชียงรายเมืองศิลปะและสุขภาวะระดับสากล




January 21, 2026


จากเท็กซัสสู่ดี.ซี. บทเรียนจาก Walk for Peace เมื่อความเงียบทรงพลังกว่าเสียงตะโกนแห่งความขัดแย้ง




January 11, 2026


จุดเปลี่ยนเชียงราย เมื่อ “ความสวย” สู้ “ข้อมูล” ไม่ได้ ยุทธศาสตร์ใหม่ดึงนักท่องเที่ยวค้างคืนและกลับซ้ำ




January 6, 2026


วิเคราะห์สถิติเลือกตั้งเชียงราย 2569 เมื่อ Gen Y 2.7 แสนคน เป็นตัวแปรตัดสินชะตาตระกูลการเมือง 20 ปี




December 31, 2025


เมื่อกาลเวลาพาสุดสาย! รถเมล์สายเชียงราย-เชียงแสน ปิดฉากอาชีพ 5 รุ่นสู่รุ่น เหลือวิ่งเพียง 3 คันในปี 2569




December 30, 2025


คู่มือเลือกตั้งเชียงราย 2569 วิเคราะห์เจาะลึกมวยคู่เอกทั้ง 7 เขต ใครคือตัวจริงบนเวทีการเมือง



NEWS UPDATE