รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ นำร่อง ประกันสุขภาพสมัครใจในโรงพยาบาลรัฐ ดึงเงิน 1.6 หมื่นล้าน เข้า สธ.

[Sassy_Social_Share]

รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์นำร่องโมเดลใหม่ “ประกันสุขภาพสมัครใจในรพ.รัฐ” หลัง สธ.–สมาคมประกันชีวิตไทยเซ็น MOU ดันเม็ดเงิน 1.6 หมื่นล้านเข้าระบบสาธารณสุข

เชียงราย, 5 ธันวาคม 2568 – ท่ามกลางกระแสความกังวลเรื่องงบประมาณสาธารณสุขที่ตึงตัว และค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่ขยับสูงขึ้นทุกปี การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กับสมาคมประกันชีวิตไทย เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 จึงถูกจับตามองว่าเป็น “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง” ของระบบสุขภาพไทย

ในดีลครั้งประวัติศาสตร์นี้ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ กลายเป็นหนึ่งใน 28 โรงพยาบาลรัฐนำร่อง ที่จะรองรับ “ประกันสุขภาพภาคสมัครใจ” อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะในส่วนของคลินิกพิเศษ ห้องพิเศษ และ Premium Clinics ซึ่งในอดีตผู้เอาประกันจำนวนไม่น้อยไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้เต็มที่จากข้อจำกัดของกติกาและระบบเบิกจ่าย

การขยับครั้งนี้ไม่เพียงเปลี่ยนภาพจำของ “โรงพยาบาลรัฐที่ใช้ประกันไม่ได้” แต่ยังมีเป้าหมายดึงเม็ดเงินกว่า 16,000 ล้านบาทจากระบบประกันสุขภาพสมัครใจ เข้าสู่โรงพยาบาลของรัฐ เพื่อเสริมสภาพคล่อง ลดภาระงบประมาณ และยกระดับมาตรฐานบริการสำหรับประชาชนในระยะยาว

MOU ใหญ่ สธ.–สมาคมประกันชีวิตไทย เชื่อม “เงินเอกชน” เข้าระบบ “บริการรัฐ”

พิธีลงนาม MOU จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ณ ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 10 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้ร่วมลงนามและสักขีพยานจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

ฝั่งกระทรวงสาธารณสุข มี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ลงนาม ขณะที่ฝั่งสมาคมประกันชีวิตไทย นำโดย นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย และนายสาระ ล่ำซำ อุปนายกฝ่ายการตลาด สมาคมประกันชีวิตไทย โดยมี นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงานคปภ. และผู้อำนวยการโรงพยาบาลนำร่อง 28 แห่ง ร่วมเป็นสักขีพยานในห้องประชุมเดียวกัน

ใจกลางของ MOU ฉบับนี้คือการ “บูรณาการเครือข่ายบริการสาธารณสุขของรัฐ” เข้ากับ “ระบบประกันสุขภาพภาคสมัครใจของเอกชน” อย่างเป็นระบบ โปร่งใส และได้มาตรฐาน เป้าหมายสำคัญมีสองมิติ

  1. มิติด้านบริการ – ยกระดับศักยภาพของโรงพยาบาลรัฐให้รองรับผู้เอาประกันสุขภาพได้อย่างสะดวก ทันสมัย ผ่านการพัฒนา Service Center คลินิกพิเศษ ห้องพิเศษ และ Premium Clinics ลดเวลารอคอยและความแออัด ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนจำนวนมากคุ้นเคย
  2. มิติด้านการคลังและเศรษฐกิจ – ดึงเม็ดเงินจากประกันสุขภาพสมัครใจ ที่คาดว่าจะสามารถ “Top Up” สิทธิประโยชน์เดิมเข้าสู่โรงพยาบาลรัฐกว่า 16,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อเสริมรายได้ ลดภาระงบประมาณ และเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการของระบบสาธารณสุขในระยะยาว

ในแง่นี้ MOU จึงไม่ใช่เพียงเอกสารความร่วมมือเชิงพิธีการ แต่เป็น “กลไกเชื่อม” ระหว่าง เงินเอกชน – ระบบรัฐ – สิทธิประโยชน์ของประชาชน เข้าด้วยกันในครั้งเดียว

รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ จากโรงพยาบาลศูนย์ สู่ต้นแบบ “รพ.รัฐที่ใช้ประกันได้เต็มสิทธิ์”

สำหรับจังหวัดเชียงราย ชื่อของ “โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์” เป็นเหมือนศูนย์กลางด้านสาธารณสุขที่ประชาชนในพื้นที่คุ้นเคยมานาน ในครั้งนี้ โรงพยาบาลถูกผลักดันให้ก้าวอีกขั้นสู่บทบาท “โรงพยาบาลรัฐนำร่อง” ภายใต้โมเดลใหม่ของกระทรวงสาธารณสุข

วันเดียวกับการลงนาม MOU นพ.สมศักดิ์ อุทัยพิบูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ พร้อมด้วย นพ.เปรมชัย ติรางกูร รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ ได้เข้าร่วมประชุมและพิธีลงนามเป็นสักขีพยาน พร้อมขึ้นเวทีเสวนาในหัวข้อ
“Model การบริหารจัดการในโรงพยาบาลรัฐ รองรับระบบประกันสุขภาพภาคสมัครใจ (Showcase)”

ในเวทีดังกล่าว โรงพยาบาลเชียงรายฯ ถูกนำเสนอในฐานะ “ต้นแบบการบริหารจัดการ” ที่พร้อมรองรับระบบประกันสุขภาพสมัครใจในโรงพยาบาลรัฐอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในมิติ

การขึ้นเวทีระดับชาติในฐานะ Showcase สะท้อนว่า รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ ไม่ได้เป็นเพียง “ผู้ตาม” นโยบายจากส่วนกลาง แต่มีบทบาทเชิงรุกในการนำเสนอโมเดลบริหารจัดการ เพื่อให้เงินประกันสุขภาพสมัครใจไหลเข้าระบบโรงพยาบาลรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ และยังคงมาตรฐานความเท่าเทียมด้านบริการขั้นพื้นฐานไว้ควบคู่กัน

ทำไมต้องดึง “เงินประกันสุขภาพ” เข้าสู่โรงพยาบาลรัฐ?

เบื้องหลัง MOU ครั้งนี้ เชื่อมโยงกับโจทย์ใหญ่ที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเคยสะท้อนไว้ในเวที “การบริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีงบประมาณ 2569” นั่นคือ ต้นทุนด้านสุขภาพของประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่โรงพยาบาลของรัฐจำนวนมากต้องเผชิญภาวะขาดทุนและภาระงบประมาณที่หนักขึ้นทุกปี

ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจประกันชีวิตและประกันสุขภาพเองก็เผชิญแรงกดดันจาก ค่าใช้จ่ายด้านการเคลมที่สูงขึ้น ทั้งจากค่ารักษาทางการแพทย์และเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้น ทำให้ค่าเบี้ยประกันสุขภาพมีแนวโน้มต้องขยับสูงขึ้นตามต้นทุน

ข้อมูลจากสมาคมประกันชีวิตไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจประกันชีวิตมีเบี้ยประกันภัยรวมต่อปีในระดับหลายแสนล้านบาท และยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องราว 2–4% ต่อปี ซึ่งสะท้อนว่าศักยภาพของเม็ดเงินจากระบบประกันยังมีอยู่มาก หากสามารถออกแบบให้ไหลเข้าสนับสนุนระบบบริการสาธารณสุขของรัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ

MOU ครั้งนี้ จึงถูกออกแบบให้ “จับมือกันกลางทาง”

เมื่อเม็ดเงินจากประกันสุขภาพสมัครใจ กว่า 16,000 ล้านบาท สามารถถูกดึงเข้ามา “Top Up” ระบบเดิมได้สำเร็จ ผลลัพธ์ที่คาดหวังจึงไม่ใช่เพียงตัวเลขในงบประมาณ แต่คือการเสริมความยั่งยืนให้กับโรงพยาบาลรัฐทั้งระบบ

สามฝ่ายได้อะไรจากโมเดลใหม่ “ประกันสุขภาพภาคสมัครใจในรพ.รัฐ”

ถ้ามองในภาพรวม ความร่วมมือครั้งนี้สร้างผลประโยชน์อย่างน้อย 3 มิติสำคัญ

  1. ประชาชนและผู้เอาประกัน: ทางเลือกที่มากขึ้นในราคาที่เข้าถึงได้

ผู้เอาประกันสุขภาพที่เคยลังเลว่า
“จะไปโรงพยาบาลรัฐที่แออัด หรือไปเอกชนที่ค่าใช้จ่ายสูงกว่า?”

อาจมีคำตอบใหม่เมื่อโรงพยาบาลรัฐสามารถรองรับการเบิกจ่ายประกันสุขภาพสมัครใจในคลินิกพิเศษ ห้องพิเศษ และ Premium Clinics ได้อย่างเป็นระบบ

ประชาชนจะได้รับ:

นางนุสรา นายกสมาคมประกันชีวิตไทย เคยระบุถึงทิศทางสำคัญว่า ความร่วมมือครั้งนี้มีแนวโน้มจะนำไปสู่ กรมธรรม์ประกันสุขภาพที่เลือกใช้เฉพาะโรงพยาบาลของรัฐ” ซึ่งคาดว่าจะมี “ราคาเบี้ยที่ย่อมเยาลง” ทำให้ประชาชนเข้าถึงการทำประกันสุขภาพได้ง่ายขึ้น และมีตัวเลือกมากกว่าที่เป็นอยู่

  1. โรงพยาบาลรัฐ: รายได้เพิ่มขึ้น – งบลงทุนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น

สำหรับโรงพยาบาลรัฐ โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป การมีรายได้จากระบบประกันสุขภาพสมัครใจเข้ามาเพิ่มเติม นอกจากช่วยบรรเทาปัญหาขาดทุนสะสมแล้ว ยังหมายถึง “งบลงทุน” ที่เพิ่มขึ้น ทั้งในด้านบุคลากร เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน

ในกรณีของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการรับผู้เอาประกันสุขภาพในคลินิกพิเศษและห้องพิเศษ จะกลายเป็นงบประมาณหมุนเวียนกลับไปสู่

  1. ภาคธุรกิจประกัน: ต้นทุนการเคลมลดลง – เบี้ยประกันเติบโตอย่างยั่งยืน

ในมุมของบริษัทประกันชีวิต “ต้นทุนจากค่ารักษาพยาบาล” คือหนึ่งในปัจจัยหลักที่กดดันการปรับขึ้นเบี้ยประกันสุขภาพในแต่ละปี การมีเครือข่ายโรงพยาบาลรัฐที่สามารถให้บริการผู้เอาประกันได้จริง จะช่วยให้บริษัทประกันมีต้นทุนเรื่องค่ารักษาที่ต่ำลง เมื่อเทียบกับการพึ่งพาโรงพยาบาลเอกชนเพียงอย่างเดียว

รมว.สาธารณสุขสะท้อนมุมนี้ไว้อย่างชัดเจนว่า การดึงผู้เอาประกันให้เข้ามารักษาในโรงพยาบาลรัฐมากขึ้น จะเป็น “กลไกสำคัญ” ในการชะลอการเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันสุขภาพในระยะยาว ขณะเดียวกัน ธุรกิจประกันชีวิตก็ยังสามารถเติบโตบนฐานเบี้ยประกันที่รับได้ต่อสังคม

รพ.เชียงรายฯ กับโจทย์ใหม่ ยกระดับบริการ โดยไม่ทิ้งความเท่าเทียม

แม้โมเดลใหม่จะถูกมองว่าเป็น “โอกาส” ครั้งใหญ่ แต่ก็มีคำถามสำคัญที่สังคมจับตาเช่นกัน นั่นคือ

เมื่อมีบริการพรีเมียมสำหรับผู้เอาประกันมากขึ้น
ระบบจะรักษาความเท่าเทียมสำหรับผู้ป่วยสิทธิ์หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าอย่างไร?

โจทย์นี้ไม่ใช่เรื่องเล็กสำหรับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ในฐานะโรงพยาบาลศูนย์ที่มีภาระรองรับผู้ป่วยจำนวนมากจากทั้งจังหวัดเชียงรายและพื้นที่ใกล้เคียง

การบริหารจัดการจึงต้องวางอยู่บนหลักสองประการคู่กันคือ

  1. ไม่ลดทอนคุณภาพและสิทธิของผู้ป่วยในระบบหลักประกันเดิม – บริการพื้นฐานต้องยังคงเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม
  2. ใช้รายได้จากผู้เอาประกันสมัครใจกลับไปเสริมความเข้มแข็งของระบบเดิม – ทั้งในมิติบุคลากร เวชภัณฑ์ และระบบสนับสนุนด้านหลังบ้าน

บทบาทของทีมผู้บริหาร นำโดย นพ.สมศักดิ์ และ นพ.เปรมชัย จึงไม่ใช่เพียงการ “ดีลกับบริษัทประกัน” หรือ “เพิ่มบริการพรีเมียม” เท่านั้น แต่ต้องวางสมดุลระหว่าง ประสิทธิภาพทางการเงิน” และ “ความเป็นธรรมทางสุขภาพ” ให้เดินไปด้วยกัน

ภาคเหนือและโรงพยาบาลนำร่อง เครือข่ายเชื่อมโยงมากกว่าหนึ่งจังหวัด

การนำร่องครั้งนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง ในภาคเหนือ มีโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่หลายแห่งที่เข้าร่วม เช่น

การมีเครือข่ายโรงพยาบาลนำร่อง 28 แห่งทั่วประเทศ ทำให้อนาคตของ “กรมธรรม์ประกันสุขภาพเฉพาะโรงพยาบาลรัฐ” มีความเป็นไปได้มากขึ้น เพราะผู้เอาประกันจะสามารถเลือกใช้บริการในโรงพยาบาลรัฐชั้นนำในภูมิภาคต่าง ๆ ได้ โดยไม่ต้องจำกัดอยู่แค่โรงพยาบาลเอกชนในเมืองใหญ่

สำหรับเชียงรายเอง การที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดก้าวสู่การเป็นหนึ่งในต้นแบบระดับชาติ อาจส่งผลเชิงบวกต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดทั้งในด้าน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) และ ความเชื่อมั่นด้านระบบสาธารณสุข ซึ่งมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนและอยู่อาศัยของประชาชนในระยะยาว

ขยับจาก “นโยบายบนกระดาษ” สู่ “สิทธิที่ประชาชนใช้ได้จริง”

อย่างไรก็ดี การลงนาม MOU เป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” เท่านั้น สิ่งที่จะตอบคำถามได้ชัดเจนที่สุดไม่ใช่ถ้อยคำบนเวที หรือภาพพิธีลงนาม แต่คือประสบการณ์จริงของประชาชนที่เดินเข้าไปในโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์และโรงพยาบาลนำร่องอื่น ๆ ในวันข้างหน้า

คำถามที่ต้องติดตามต่อไป ได้แก่

คำตอบเหล่านี้จะค่อย ๆ ปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่อระบบเริ่มเดินจริงในปีงบประมาณถัดไป และเมื่อกรมธรรม์ประกันสุขภาพรูปแบบใหม่ที่เลือกใช้เฉพาะโรงพยาบาลรัฐถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

สำหรับประชาชนเชียงราย ข่าวนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่อง “นโยบายส่วนกลาง” หากแต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่จะสะท้อนอยู่ในห้องตรวจ ห้องพิเศษ และคลินิกพิเศษของโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ในอนาคตอันใกล้ หากโมเดลนี้เดินหน้าได้อย่างราบรื่น และรักษาสมดุลระหว่าง สิทธิพื้นฐาน” และ “บริการพิเศษ” ได้อย่างแท้จริง

สำหรับสถานพยาบาลนำร่อง 28 แห่งทั่วประเทศ 

ที่เข้าร่วมเป็นรพ.นำร่อง ก่อนจะขยายไปทั่วประเทศภายใต้ MOU ดังกล่าว และคาดหวังได้ว่า เมื่อประกันสุขภาพแบบใหม่คลอดออกมา จะสามารถใช้ได้กับรพ. เหล่านี้ ได้แก่

  1. โรงพยาบาลลำปาง
  2. โรงพยาบาลนครพิงค์
  3. โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์
  4. โรงพยาบาลพุทธชินราช
  5. โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์
  6. โรงพยาบาลสระบุรี
  7. โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
  8. โรงพยาบาลเจ้าพระยายมราช
  9. โรงพยาบาลสมุทรสาคร
  10. โรงพยาบาลราชบุรี
  11. โรงพยาบาลนครปฐม
  12. โรงพยาบาลระยอง
  13. โรงพยาบาลพระปกเกล้า
  14. โรงพยาบาลสมุทรปราการ
  15. โรงพยาบาลชลบุรี
  16. โรงพยาบาลร้อยเอ็ด
  17. โรงพยาบาลขอนแก่น
  18. โรงพยาบาลสกลนคร
  19. โรงพยาบาลอุดรธานี
  20. โรงพยาบาลชัยภูมิ
  21. โรงพยาบาลสุรินทร์
  22. โรงพยาบาลบุรีรัมย์
  23. โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา
  24. โรงพยาบาลศรีสะเกษ
  25. โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์
  26. โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช
  27. โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
  28. โรงพยาบาลหาดใหญ่





สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

[Sassy_Social_Share]
 NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News

MOST POPULAR
FOLLOW ME


Facebook


Youtube


Tiktok


X-twitter


Weibo


Instagram


Line

EDITORIAL

November 26, 2025


เหนือจรดใต้ ศาสนาพหุวัฒนธรรมเชียงรายผนึกกำลังส่งน้ำใจช่วยน้ำท่วมสงขลา




November 23, 2025


กลยุทธ์ ASV เปลี่ยน อ.พาน จาก “เมืองผ่าน” สู่ “เมืองแนะนำ” ก่อนเคาท์ดาวน์พะเยา




November 16, 2025


DINK คู่รักยุคใหม่ รายได้สูง การศึกษาสูง ส่งผลต่อตลาดอสังหาฯ และโครงสร้างประชากรโลก




November 11, 2025


เร็วกว่าแผน ≠ ดีพอ จี้รัฐบาลแก้ปัญหาฝุ่น-ไฟส่องสว่างหน้า รร.เทศบาล 6 ที่เกิดซ้ำซาก




November 4, 2025


เด็ก 8 ขวบ “โฟกัส” คว้าแชมป์สตรีทแดนซ์ประเทศไทย นำทีมเชียงรายบุก UDO WORLD 2026




November 1, 2025


1,406 กม. ข้ามจังหวัด เจ้าของฟาร์มสเตย์ระนอง พาทีม 50 คนเที่ยวเชียงราย กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรอง




October 17, 2025


เปิดไทม์ไลน์ “ผู้ว่าฯ สั้นที่สุด?” 14 วันที่เชียงราย กับบทบาทที่ทิ้งไว้ให้เมืองชายแดนเหนือ




October 14, 2025


ถอดบทเรียน “แม่ข่า-โอตารุ” สู่การสร้าง “ถนนศิลปิน” ริมคลองเกาะทองอย่างยั่งยืน




October 14, 2025


ผู้ว่าฯ เชียงราย ประหยัด สมานมิตร วาระสั้นสุด 4 เดือน 20 วัน




October 2, 2025


กาแฟ-ศิลปะผสานพลัง! เชียงรายพลิกโฉมสู่ “เมืองศิลปะคาเฟ่” ไม่ต้องรอหน้าหนาว



NEWS UPDATE