สนามทดสอบยานยนต์ไห่หนาน ด่านคัดกรองรถไฟฟ้าก่อนบุกตลาดอาเซียน เครือ CATARC จ่อตั้งฐานในไทย

Summaryสรุปประเด็นสำคัญ
  • สนามทดสอบยานยนต์ไห่หนานเป็นฐานทดสอบยานยนต์เขตร้อนชื้นแบบครบวงจรแห่งเดียวในจีน มีประวัติศาสตร์กว่า 60 ปี
  • จุดเด่นคือแทร็กความเร็วสูงโค้งเอียงลาดชัน 51.3 องศา และถนนทนทานสมบุกสมบัน 27 สภาพผิวทาง
  • บริษัท จงซี่ ชินเฉิง ในเครือ CATARC ได้เข้าร่วมทุนบริหารสนามอย่างเต็มรูปแบบเพื่อรองรับการทดสอบแบรนด์ระดับโลก
  • เครือ CATARC ขยายงานเตรียมตั้งสำนักงานตัวแทนประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทย เพื่อประสานงานมาตรฐานสากล
  • เวียดนามเร่งเปลี่ยนผ่านสู่สองล้อไฟฟ้าเมืองใหญ่ ชี้เป็นบทเรียนการเลือกใช้ยานพาหนะสะอาดช่วยลดมลพิษในพื้นที่ภูเขาอย่างเชียงราย

สนามทดสอบยานยนต์ไห่หนาน ฐานทดสอบร้อนชื้นแห่งเดียวในจีน ด่านคัดกรองรถไฟฟ้าก่อนบุกตลาดอาเซียน เครือ CATARC จ่อตั้งฐานในไทย สอดรับคลื่นสองล้อไฟฟ้าเปลี่ยนเมืองเวียดนาม

มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ,20 ตุลาคม 2569 – เกาะไหหลำใช้สภาพแวดล้อมเขตร้อนจำลองบททดสอบสุดหฤโหด ทั้งโค้งเอียงความเร็วสูง 51.3 องศา และถนนทนทาน 27 ผิวทาง ตรวจสอบแบตเตอรี่และระบบไฟฟ้าของแบรนด์ระดับโลกก่อนส่งมอบสู่ผู้บริโภค ขณะที่เวียดนามเร่งเครื่องผลักดันรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีนยึดถนนสายหลักเพื่อสิ่งแวดล้อม

แดนทดสอบเขตร้อนแห่งเดียวของแดนมังกร

การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีนสู่ตลาดสากล มีรากฐานสำคัญมาจากการเคี่ยวกรำมาตรฐานทางวิศวกรรมในสนามทดสอบเฉพาะทาง มณฑลไห่หนาน หรือเกาะไหหลำ ทางตอนใต้สุดของประเทศจีน เป็นที่ตั้งของ สนามทดสอบยานยนต์ไห่หนาน ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 60 ปี ก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1958 จากความร่วมมือทางเทคนิคระหว่างจีนและสหภาพโซเวียต

ความโดดเด่นของสนามทดสอบแห่งนี้ คือการเป็นฐานทดสอบยานยนต์แบบครบวงจรเพียงแห่งเดียวในจีนที่มีสภาพแวดล้อมเฉพาะทางด้านอุณหภูมิสูงและความชื้นสูงมาก ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศใกล้เคียงกับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน แตกต่างจากสนามทดสอบทางตอนเหนือของจีนอย่างเมืองฮูหลุนเป้ยเอ่อร์ในมองโกเลียใน หรือเมืองฉางชุน ที่ใช้ทดสอบสภาวะหิมะและความเย็นจัด สภาพอากาศแบบสองสูงหนึ่งหลาก ทั้งอุณหภูมิสูง ความชื้นสูง ฝนตกชุก และการกัดกร่อนจากเกลือชายทะเล ทำให้ไห่หนานกลายเป็นห้องทดลองธรรมชาติสำหรับตรวจสอบการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ การระบายความร้อน และระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์เมื่อต้องวิ่งลุยแอ่งน้ำท่วมขัง

วิศวกรรมแทร็กความเร็วสูงและถนนจำลอง 27 สภาพผิว

สนามทดสอบยานยนต์ไห่หนานครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 1,200 หมู่ หรือราว 0.8 ตารางกิโลเมตร มีมูลค่าการลงทุนรวมประมาณ 850 ล้านหยวน มีถนนทดสอบเฉพาะทางรวม 8 สายหลัก จุดเด่นทางวิศวกรรมสำคัญคือ ถนนทดสอบความทนทานแบบสมบุกสมบัน ความยาวรวม 9 กิโลเมตร ประกอบด้วยพื้นผิวถนนจำลอง 14 รูปแบบ รวม 27 สภาพผิวทาง พร้อมทางโค้งและทางลาดชันจำนวนมาก ประสิทธิภาพของการขับทดสอบบนเส้นทางนี้ในระยะทาง 10,000 กิโลเมตร เทียบเท่ากับการใช้งานรถยนต์ของผู้บริโภคทั่วไปในสภาพปกติมากกว่า 200,000 กิโลเมตร

โครงสร้างเด่นอีกด้านคือ สนามทดสอบความเร็วสูงทรงโค้ง ความยาวรวม 6 กิโลเมตร ได้รับการออกแบบตามหลักแรงหนีศูนย์กลาง ทำมุมเอียงลาดชันสูงสุดถึง 51.3 องศา มีช่วงทางตรงยาวที่สุด 2.2 กิโลเมตร รองรับความเร็วออกแบบสูงสุดถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทางโค้งยกมุมสูงพิเศษนี้ช่วยให้รถยนต์สามารถเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้อย่างนิ่งและปลอดภัยโดยไม่ต้องแตะเบรกชะลอความเร็ว นอกจากนี้ยังมีลานทดสอบสมรรถนะแบบไดนามิกพื้นที่ 100,000 ตารางเมตร ผังรูปทรงหยดน้ำ สำหรับทดสอบระบบการทรงตัว ระบบบังคับเลี้ยว และการปรับแต่งช่วงล่างสำหรับรถยนต์อัจฉริยะเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต

ยักษ์ใหญ่จงซี่คุมทัพเครือข่ายและขยายสำนักงานสู่ไทย

ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 2024 บริษัท จงซี่ ชินเฉิง หรือ ซีพีจี ซึ่งเป็นผู้ให้บริการสนามทดสอบยานยนต์บุคคลที่สามในเครือศูนย์วิจัยเทคโนโลยียานยนต์แห่งประเทศจีน หรือ CATARC ได้เข้าร่วมทุนจัดตั้งบริษัทเพื่อบริหารจัดการสนามทดสอบยานยนต์ไห่หนานอย่างเต็มรูปแบบ ซีพีจีถือครองสินทรัพย์รวมกว่า 9,000 ล้านหยวน มีพื้นที่ทดสอบทั่วประเทศจีนรวมกว่า 18,500 หมู่ และมีระยะทางถนนทดสอบรวมกันมากกว่า 200 กิโลเมตร

เครือข่ายสนามทดสอบของกลุ่มครอบคลุม 5 ฐานหลัก ได้แก่ เหยียนเฉิง, ฮูหลุนเป้ยเอ่อร์, ฉางชุน, หนิงโป และไห่หนาน รวมถึงสถานีทดสอบย่อยในเขตทูหลูฟานและเก๋อเอ่อร์มู่ รองรับการทดสอบในสภาวะสุดขั้วสี่ด้าน ทั้งหนาวจัด ร้อนจัด บนพื้นที่สูง และการกัดกร่อนสูง ปัจจุบันสนามแห่งนี้ให้บริการทดสอบแก่แบรนด์ชั้นนำระดับโลก เช่น เทสลา, เสียวหมี่ ตลอดจนค่ายรถยนต์รายใหญ่ของจีน ก่อนส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ

เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในอาเซียน เครือ CATARC ได้ขยายการดำเนินงานโดยเข้ามาจัดตั้งสำนักงานตัวแทนประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นในประเทศไทย เพื่อทำหน้าที่ประสานงานด้านนโยบาย การวิจัยและพัฒนา รวมถึงการตรวจสอบรับรองมาตรฐานยานยนต์แห่งอนาคต ซึ่งจะช่วยยกระดับให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยมีความพร้อมในการเชื่อมโยงมาตรฐานทางเทคนิคระดับสากลได้อย่างใกล้ชิด

คลื่นมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าจีนครองเมืองใหญ่เวียดนาม

การยกระดับมาตรฐานความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนชื้น สอดรับกับแนวโน้มการใช้งานจริงในประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม สำนักข่าวซินหัวรายงานบรรยากาศร้านจัดจำหน่ายและโรงงานประกอบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีน ในจังหวัดบั๊กนิญ ทางตอนเหนือของเวียดนาม ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางจากผู้บริโภคในท้องถิ่น

ชาวเวียดนามในเขตเมืองหลวงฮานอยและเมืองใหญ่ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวันมากขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาลเวียดนามที่เร่งเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งเขตเมืองให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์จีน เช่น ยาเดีย และ อ้ายหม่า กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมเนื่องจากมีระดับราคาที่เข้าถึงง่าย รูปลักษณ์ทันสมัย และมีตัวเลือกรุ่นที่ตอบโจทย์หลากหลาย ส่งผลให้สัดส่วนของยานยนต์สองล้อพลังงานสะอาดบนท้องถนนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ถอดบทเรียนเทคโนโลยีสู่ทางเลือกพลังงานสะอาดเมืองเชียงราย

ความเคลื่อนไหวด้านมาตรฐานยานยนต์ไฟฟ้าและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคในภูมิภาค ให้ข้อคิดเห็นที่น่าสนใจสำหรับจังหวัดเชียงราย ในฐานะเมืองท่องเที่ยวที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันและมีสภาพอากาศร้อนชื้น การที่รถยนต์ไฟฟ้าผ่านการทดสอบในสภาวะความร้อน ความชื้น และทางลาดชันสูงจากไห่หนาน ช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่ในเชียงรายว่า ระบบขับเคลื่อนและแบตเตอรี่สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยและคงทนบนเส้นทางขึ้นดอย

สำหรับปัญหาฝุ่นควันและมลพิษทางอากาศที่เชียงรายต้องเผชิญเป็นประจำทุกปี การเรียนรู้จากแนวทางของเวียดนามในการสนับสนุนให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับสัญจรในเขตตัวเมือง จะช่วยลดการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสียได้อย่างตรงจุด การส่งเสริมยานยนต์พลังงานสะอาดควบคู่ไปกับการจัดตั้งสำนักงานมาตรฐานยานยนต์ในประเทศ จะช่วยให้ประชาชนชาวเชียงรายเข้าถึงยานพาหนะที่มีคุณภาพ ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่สะอาดอย่างเป็นรูปธรรม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :