ผ่าโมเดลท่าเรือเสรีไห่หนาน จีนคิกออฟศุลกากรพิเศษทั้งเกาะ ปูทาง 25 ปี เปิดประตูสินค้าไทยสู่แผ่นดินใหญ่
- โครงการท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานเดินหน้าเปิดปฏิบัติการศุลกากรพิเศษเต็มรูปแบบครอบคลุมทั่วทั้งเกาะไหหลำ
- นโยบายขยายรายการสินค้าปลอดภาษีนำเข้าเป็น 74% และจำกัดเพดานภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลสูงสุดไม่เกิน 15%
- สินค้าที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าแล้วนำมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มบนเกาะเกิน 30% จะได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าเมื่อส่งต่อไปจำหน่ายในจีนแผ่นดินใหญ่
- เกาะไหหลำชูเทคโนโลยีวิจัยลดระยะเวลาเพาะพันธุ์ข้าวเหลือ 3 ปี และเปิดเขตการศึกษาหลิงสุ่ยที่เทียบโอนหน่วยกิตข้ามสถาบันได้อย่างเสรี
- ผู้ประกอบการเชียงรายสามารถใช้ไห่หนานเป็นประตูระบายสินค้าเกษตรแปรรูป กาแฟ ชา และสมุนไพรเข้าสู่ตลาดจีน 1,400 ล้านคน
ผ่าโมเดลท่าเรือเสรีไห่หนาน ประเทศจีนคิกออฟศุลกากรพิเศษทั้งเกาะ ปูทางยี่สิบห้าปีสู่ฮับเศรษฐกิจโลก เชื่อมวงหมุนคู่เปิดประตูสินค้าไทยสู่แผ่นดินใหญ่
ไห่หนาน – สาธารณรัฐประชาชนจีน,19 ตุลาคม 2569 – การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งประวัติศาสตร์ของสาธารณรัฐประชาชนจีนปรากฏชัดเจนบนเกาะไหหลำ เมื่อโครงการท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานเดินหน้าเปิดปฏิบัติการศุลกากรพิเศษเต็มรูปแบบครอบคลุมพื้นที่ทั่วทั้งเกาะ ชูนโยบายสิทธิประโยชน์ภาษีต่ำ นวัตกรรมการวิจัยเมล็ดพันธุ์ข้าว และการคมนาคมเชื่อมต่ออาเซียน ถือเป็นพิมพ์เขียวการค้าเสรีระดับโลกที่ผู้ประกอบการและภาคการศึกษาของไทยต้องจับตา

หมุดหมายระดับโลกและยุทธศาสตร์ศุลกากรพิเศษทั้งเกาะ
โครงการท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน หรือไห่หนาน เอฟทีพี ถือเป็นอภิมหาโครงการระดับยุทธศาสตร์ชาติที่ได้รับการผลักดันโดยตรงจากประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เพื่อยกระดับเกาะไหหลำให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระดับสากล โดยความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญได้เกิดขึ้นเมื่อทางการจีนได้เริ่มดำเนินงานศุลกากรพิเศษเต็มรูปแบบทั้งเกาะ หรือที่เรียกว่าเฉวียนเต่าเฟิงกวาน อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม คริสต์ศักราช 2025 เป็นต้นมา

ระบบศุลกากรพิเศษดังกล่าวได้แปรสภาพพื้นที่ทั้งเกาะไหหลำให้กลายเป็นดินแดนปลอดอากรและการค้าเสรีอย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีกลไกสิทธิประโยชน์ทางภาษี 3 ประการหลักเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ประการแรกคือการขยายขอบเขตรายการสินค้าปลอดภาษีศุลกากรนำเข้าจากเดิมร้อยละ 21 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 74 ประการที่สองคือการใช้อัตราภาษีระดับต่ำ โดยกำหนดเพดานอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้เชี่ยวชาญและภาษีเงินได้นิติบุคคลไว้สูงสุดไม่เกินร้อยละ 15 เพื่อดึงดูดทุนและบุคลากรหัวกะทิจากทั่วโลก และประการที่สามคือการปรับโครงสร้างระบบภาษีให้มีความเรียบง่าย โปร่งใส และลดขั้นตอนทางราชการด้วยการนำระบบบริการดิจิทัลออนไลน์มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ
กฎทองเพิ่มมูลค่าร้อยละสามสิบทะลวงตลาดจีนพันสี่ร้อยล้านคน
มาตรการทางศุลกากรที่สร้างแรงดึงดูดทางการค้ามากที่สุด คือนโยบายการเพิ่มมูลค่าร้อยละ 30 ภายในพื้นที่ท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน ข้อกำหนดดังกล่าวอนุญาตให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ เมื่อนำเข้ามาแปรรูปหรือสร้างมูลค่าเพิ่มภายในเกาะไหหลำได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของมูลค่าสินค้า จะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีศุลกากรนำเข้าเมื่อส่งสินค้าดังกล่าวเข้าไปจำหน่ายต่อยังตลาดจีนแผ่นดินใหญ่
นโยบายนี้แปรสภาพให้เกาะไหหลำทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมยุทธศาสตร์ในระบบวงหมุนคู่ หรือดูอัล เซอร์คูเลชัน ที่มีลักษณะทางภูมิศาสตร์คล้ายกับรูปเลขแปด เชื่อมโยงระหว่างตลาดภายในประเทศจีนที่มีประชากรกว่า 1,400 ล้านคน กับตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียนที่มีประชากรกว่า 700 ล้านคน การคมนาคมทางอากาศจากไห่หนานสามารถบินตรงสู่ประเทศสมาชิกอาเซียนได้ภายในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง และสามารถเชื่อมต่อไปยัง 59 ประเทศทั่วโลก ซึ่งครอบคลุมประชากรถึงร้อยละ 67 ของโลกได้ภายในเวลา 8 ชั่วโมง ทำให้ไห่หนานกลายเป็นประตูหน้าด่านหลักในการกระจายสินค้าจากอาเซียนเข้าสู่จีนตอนในได้อย่างสะดวกรวดเร็ว


เมืองท่องเที่ยวซันย่าและโครงข่ายถนนเลียบชายฝั่งสองสาย
ในมิติของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เกาะไหหลำได้วางบทบาทให้เมืองซันย่าทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลกและคอมเพล็กซ์สินค้าปลอดภาษีขนาดใหญ่ ภายใต้ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการบริโภค 3 ด้าน ได้แก่ สินค้าปลอดภาษี การบริการทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพระดับพรีเมียม และการศึกษานานาชาติ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินของนักเดินทางและชาวจีนไม่ให้รั่วไหลออกนอกประเทศ
เพื่อสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวไร้รอยต่อ ทางการไห่หนานได้ก่อสร้างโครงข่ายคมนาคมขนาดใหญ่ ประกอบด้วยทางหลวงท่องเที่ยวรอบเกาะสายชายฝั่ง ระยะทางยาว 988 กิโลเมตร เชื่อมโยง 12 เมืองและอำเภอชายฝั่ง รวมถึงเมืองซันย่า ผ่านประภาคาร 25 แห่ง และแหล่งท่องเที่ยวระดับชั้นนำอีกนับร้อยแห่ง ควบคู่ไปกับการก่อสร้างทางหลวงท่องเที่ยวป่าฝนเขตร้อน ระยะทาง 466 กิโลเมตร ตัดผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติป่าฝนเขตร้อนไหหลำ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,269 ตารางกิโลเมตร เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เชื่อมโยงกับการฟื้นฟูสัตว์ป่าใกล้สูญพันธุ์อย่างชะนีไหหลำจนเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 7 กลุ่ม รวม 44 ตัว สะท้อนแนวคิดการพัฒนาสีเขียวอย่างสมดุล
ปฏิวัติพันธุ์ข้าวในสามปีและฐานอวกาศเชิงพาณิชย์
นอกเหนือจากการค้าและการท่องเที่ยว เกาะไหหลำยังมุ่งเน้นการขับเคลื่อนเทคโนโลยีขั้นสูงตามแนวคิดการพัฒนา 5 ห่วงโซ่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การจัดตั้ง หุบเขาซิลิคอนการเกษตรหนานฟาน ณ เมืองซันย่า ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์วิจัย ปรับปรุง และเพาะพันธุ์เมล็ดพันธุ์พืชระดับชาติ โดยศูนย์วิจัยข้าวแห่งนี้สามารถประยุกต์ใช้นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์ช่วยย่นระยะเวลาการวิจัยและพัฒนาสายพันธุ์ข้าวลง จากเดิมที่ต้องใช้เวลายาวนานถึง 10 ปี ให้เหลือเพียง 3 ปีเท่านั้น ซึ่งช่วยสร้างความมั่นคงทางอาหารให้แก่ประเทศจีนอย่างมหาศาล
ขณะเดียวกัน ไห่หนานยังได้พัฒนาฐานวิจัยและสำรวจทะเลลึกเพื่อรองรับเรือดำน้ำสำรวจสมุทรศาสตร์ ควบคู่ไปกับการก่อสร้างฐานยิงจรวดอวกาศเชิงพาณิชย์เหวินชาง ซึ่งมีแท่นยิงจรวด 2 แห่งตั้งอยู่ติดแนวชายฝั่งทะเล ช่วยประหยัดต้นทุนเชื้อเพลิงในการส่งดาวเทียมขึ้นสู่วงโคจร และเพิ่มความสะดวกในการขนส่งชิ้นส่วนจรวดขนาดใหญ่ทางเรือ ทั้งยังตั้งเป้าหมายสัดส่วนพลังงานสะอาดบนเกาะไว้สูงถึงร้อยละ 87 พร้อมอัตราการใช้ยานยนต์พลังงานใหม่ที่ครองอันดับหนึ่งของประเทศจีน

เขตทดลองการศึกษาหลิงสุ่ยโอนหน่วยกิตเสรีไร้พรมแดน
ทางด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ได้มีการจัดตั้ง เขตทดลองนวัตกรรมการศึกษานานาชาติหลิงสุ่ย ในอำเภอหลิงสุ่ย ใกล้กับเมืองซันย่า โดยเปิดทางให้มหาวิทยาลัยชั้นนำจากต่างประเทศ เช่น สถาบันการศึกษาจากประเทศเยอรมนี เข้ามาเปิดวิทยาเขตจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีอิสระสูงในการออกแบบหลักสูตร
ความโดดเด่นของเขตการศึกษาหลิงสุ่ย คือระบบการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่น โดยนักศึกษาที่ลงทะเบียนเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง สามารถเลือกเข้าเรียนในรายวิชาของมหาวิทยาลัยอื่นที่ตั้งอยู่ในเขตทดลองเดียวกัน และสามารถดำเนินการเทียบโอนหน่วยกิตระหว่างสถาบันได้อย่างเสรี กลไกดังกล่าวได้รับการออกแบบเพื่อสนับสนุนเป้าหมายการเปลี่ยนผ่านไห่หนานให้กลายเป็นเกาะแห่งผู้มีความสามารถและศูนย์กลางแห่งนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อรองรับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนา 25 ปี ที่จะยกระดับเกาะแห่งนี้สู่การเป็นเกาะท่าเรือการค้าเสรีต้นแบบของโลกภายในปี คริสต์ศักราช 2050

ประธานกรรมการบริหาร สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์
ผลสะท้อนและโอกาสทางธุรกิจสู่คนเจียงฮาย
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของท่าเรือการค้าเสรีไห่หนานส่งผลกระทบและเปิดโอกาสเชิงบวกโดยตรงต่อจังหวัดเชียงราย ในฐานะประตูการค้าเชื่อมโยงลุ่มน้ำโขงสู่อนุภูมิภาค ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรแปรรูป กาแฟ ชา ผลไม้ และสมุนไพรในจังหวัดเชียงราย สามารถศึกษาและใช้ประโยชน์จากช่องทางศุลกากรพิเศษและเงื่อนไขการสร้างมูลค่าเพิ่มร้อยละ 30 เพื่อส่งสินค้าเข้าไปแปรรูปขั้นสุดท้ายในไห่หนาน ก่อนกระจายสินค้าเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคมหาศาลในจีนแผ่นดินใหญ่โดยได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้า
นอกจากนี้ การพัฒนาระบบเทียบโอนหน่วยกิตข้ามสถาบันของเขตการศึกษาหลิงสุ่ย และโมเดลการวิจัยร่นเวลาพัฒนาพันธุ์ข้าวหนานฟาน ยังเป็นกรณีศึกษาชั้นยอดที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และเครือข่ายวิจัยเกษตรในพื้นที่ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาหลักสูตรร่วมข้ามพรมแดน ตลอดจนการพัฒนาโครงข่ายถนนท่องเที่ยวเลียบธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมให้เชียงรายสามารถเชื่อมต่อผลประโยชน์จากขบวนรถไฟเศรษฐกิจไห่หนานได้อย่างเท่าทันและยั่งยืน







เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- เรียบเรียงโดย : มนรัตน์ ก.บัวเกษร
- รายงานสรุปการศึกษาดูงาน นิทรรศการการพัฒนาเขตการค้าเสรีไหหลำ โครงการมองจีนยุคใหม่ สิ่งที่สื่อไทยควรรู้ รุ่นที่ 8 สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย วันที่ 20 ตุลาคม 2569
- ข้อมูลแผนแม่บทการก่อสร้างท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน รัฐบาลมณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน
- ข้อมูลระบบศุลกากรพิเศษและสิทธิประโยชน์ทางภาษี สำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแลท่าเรือการค้าเสรีไห่หนาน
- ข้อมูลสถิติสิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด และอุทยานแห่งชาติป่าฝนเขตร้อนไหหลำ สำนักงานนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมมณฑลไห่หนาน