GO Hotel เชียงราย เปิดตัวยิ่งใหญ่ ชูคอนเซปต์ GO For A Ride ดึงคอมมูนิตี้ไบเกอร์กระตุ้น Drive Tourism


Summary


ปักหมุดประตูสู่ดอย “เซ็นทรัลพัฒนา” ส่ง GO Hotel ยึดทำเลติดห้างฯ ปั้นเชียงรายเป็นบิ๊กฮับการเดินทางภาคเหนือ

เชียงราย,10 สิงหาคม 2569 – เชียงรายกำลังถูกจับตามองในฐานะ “จุดตั้งต้นของการเดินทาง” มากกว่าการเป็นเพียงจุดหมายปลายทาง หลัง GO Hotel แบรนด์โรงแรมในเครือบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดตัว GO Hotel Chiangrai อย่างเป็นทางการ พร้อมชูคอนเซปต์ “GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน” วางตำแหน่งโรงแรมให้เป็นทั้งจุดแวะพักและจุดเริ่มต้นก่อนนักเดินทางกระจายตัวไปยังดอยสำคัญ อำเภอชายแดน และแหล่งท่องเที่ยวรอบจังหวัด

เบื้องหลังการเลือกทำเลติดศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย สะท้อนมุมมองเชิงยุทธศาสตร์ของผู้พัฒนาโรงแรมที่มองเห็นพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในเชียงรายอย่างชัดเจน โดยเฉพาะกลุ่มที่นิยมพักในตัวเมือง 1–2 คืน ก่อนเดินทางต่อไปยังดอยช้าง ดอยแม่สลอง ดอยตุง แม่สาย เชียงแสน หรือเชียงของ ทำให้โรงแรมในเมืองมีบทบาทไม่ต่างจาก “Urban Basecamp” ที่ช่วยเชื่อมการเดินทางระหว่างสนามบิน ตัวเมือง และพื้นที่ท่องเที่ยวรอบนอกเข้าด้วยกัน

ทำเลติดเซ็นทรัล เชื่อมสนามบินและ บขส. วางหมากเป็นจุดพักก่อนออกเดินทาง

GO Hotel เชียงราย ตั้งอยู่ติดศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 นาที ใกล้สถานีขนส่งเชียงรายประมาณ 10 นาที และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงรายประมาณ 25 นาที นอกจากนี้ยังรายล้อมด้วยโรงพยาบาล สถานที่ราชการ และแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น หอนาฬิกาเชียงราย สวนตุงและโคมเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนคนเดินเชียงราย วัดร่องขุ่น และไร่บุญรอด

จุดแข็งของทำเลจึงไม่ได้อยู่เพียงเรื่อง “ติดห้าง” แต่คือการลดขั้นตอนยุ่งยากของนักเดินทาง นักท่องเที่ยวสามารถลงเครื่อง เข้าตัวเมือง ซื้อของ พักหนึ่งคืน ก่อนออกเดินทางต่อในเช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่กลุ่ม Road Trip หรือ Motorcycle Tourism สามารถใช้โรงแรมเป็นจุดนัดพบ จัดสัมภาระ หรือเตรียมเส้นทางก่อนเข้าสู่พื้นที่ภูเขาและชายแดน

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับคำกล่าวของคุณจตุพร วิไลแก้ว Head of GO Hotel ซึ่งระบุว่า GO Hotel เชียงราย เป็นโรงแรมลำดับที่ 8 ของแบรนด์ และถูกพัฒนาภายใต้คอนเซปต์ “GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน” จากพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่มักพักในตัวเมือง 1–2 คืนก่อนเดินทางขึ้นดอย ประกอบกับเชียงรายมีคอมมูนิตี้คนรักมอเตอร์ไซค์ที่แข็งแกร่ง

“GO Hotel เชียงราย จึงไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์การพักผ่อนบนทำเลใจกลางเมือง แต่เราตั้งใจให้โรงแรมแห่งนี้เป็นจุดแวะพักและจุดเริ่มต้นของทุกการเดินทาง เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเชียงรายอย่างแท้จริง” คุณจตุพรกล่าว

“GO For A Ride” ดึงคอมมูนิตี้ไบเกอร์มาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์

คอนเซปต์ “GO For A Ride เชียงรายไปด้วยกัน” ได้แรงบันดาลใจจากความชื่นชอบด้านการขับขี่ของคุณภูมิ จิราธิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงาน Hotel Business ผสานกับภาพของเชียงรายที่มีชุมชนคนรักมอเตอร์ไซค์และการเดินทางแบบ Road Trip อย่างเหนียวแน่น

ภายในงานเปิดตัวมีการเชิญอินฟลูเอนเซอร์และสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชมโรงแรม พร้อมด้วยคุณอธิเกียรติ จิราธิวัฒน์ Head of Hotel Operation และคุณสุทธิกิตติ์ จิราธิวัฒน์ Hotel Business Development ซึ่งร่วมถ่ายทอดภาพลักษณ์ของแบรนด์ผ่านวัฒนธรรมการขับขี่และการเดินทาง

นอกจากนี้ GO Hotel เชียงราย ยังเตรียมปล่อยคลิปวิดีโอและภาพโปรโมตชุดพิเศษ ผ่านผลงานของสิทธิอาจ อมศิริ ร่วมกับกลุ่มไบเกอร์เชียงรายกว่า 80 คัน เพื่อเล่าเสน่ห์ของเชียงรายผ่านมุมมองการเดินทางบนถนน มากกว่าการนำเสนอเฉพาะตัวโรงแรม

กลยุทธ์นี้ทำให้แบรนด์ไม่ได้เป็นผู้พูดฝ่ายเดียว แต่ดึงคอมมูนิตี้คนขับขี่จริงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Storytelling ซึ่งช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและเชื่อมโยงกับนักเดินทางที่มีความสนใจคล้ายกันได้มากขึ้น

Drive Tourism โอกาสใหม่ของเชียงรายจากภูมิศาสตร์ที่จุดหมายกระจายตัว

ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของเชียงรายเอื้อต่อการท่องเที่ยวด้วยรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ เพราะจุดหมายสำคัญไม่ได้กระจุกตัวอยู่ในตัวเมือง นักท่องเที่ยวต้องเดินทางต่อไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เช่น ดอยช้าง ดอยแม่สลอง ดอยตุง แม่สาย เชียงแสน และเชียงของ

นั่นทำให้การเดินทางด้วยรถส่วนตัวมีบทบาทต่อประสบการณ์ท่องเที่ยวสูง และเปิดพื้นที่ให้โรงแรมในตัวเมืองทำหน้าที่เป็นจุดพักระหว่างเส้นทาง นักเดินทางสามารถพักในเมืองในตอนกลางคืน ก่อนออกเดินทางไปยังพื้นที่รอบนอกในช่วงกลางวัน และกลับเข้ามาใช้บริการในตัวเมืองได้อีกครั้ง

หากมองในระดับภูมิภาค เชียงรายยังมีศักยภาพเชื่อมต่อเส้นทางการเดินทางไปยังเชียงของ สปป.ลาว และจีนตอนใต้ผ่านแนวระเบียงเศรษฐกิจ R3A ซึ่งทำให้ตลาด Drive Tourism และ Motorcycle Tourism จากต่างประเทศมีโอกาสเติบโตในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มนักเดินทางจากมาเลเซีย สิงคโปร์ และจีนที่นิยมเดินทางทางบกระยะไกล

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลจาก GO Hotel ที่ยืนยันว่ากลุ่มไบเกอร์ต่างชาติจากประเทศเหล่านี้เป็นฐานลูกค้าหลักแล้ว ดังนั้น ประเด็นนี้ควรถูกมองเป็น “โอกาสทางการตลาด” มากกว่าข้อสรุปที่เกิดขึ้นแล้ว

GO Local, Eat Local เชื่อมทุนใหญ่กับร้านอาหารท้องถิ่น

อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจคือแคมเปญ “GO Local, Eat Local” ซึ่งออกแบบให้ผู้เข้าพักไม่ได้ใช้จ่ายอยู่เฉพาะภายในโรงแรมหรือศูนย์การค้า แต่ถูกชวนให้ออกไปสัมผัสร้านอาหารท้องถิ่นที่ได้รับการแนะนำจากกลุ่มไบเกอร์เชียงราย

โรงแรมร่วมมือกับร้านอาหาร 8 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่ร้านข้าวต้ม ร้านกาแฟโบราณ ร้านบะหมี่ ร้านอาหารเหนือ ร้านอาหารจีนยูนนาน ไปจนถึงร้าน Fine Dining และจุดนัดพบของสายไบเกอร์ โดยผู้เข้าพักสามารถแสดงคีย์การ์ดเพื่อรับสิทธิพิเศษจากแต่ละร้าน

ร้านข้าวต้มบัว ย่านสนามบินเก่า มอบข้าวต้มฟรี 1 ถ้วย ส่วน Maison De Chiangrai มอบอาหารประจำฤดูกาล 1 จาน ร้านกาแฟรถเหลืองบริเวณวงเวียนหอนาฬิกามอบปาท่องโก๋ 1 ชุด ขณะที่บะหมี่เชียงราย ฮุ่ยเม้ง หอนาฬิกา มอบเกี๊ยวและขนมจีบอย่างละ 2 ชิ้น

ครัวเฟยเทียน ดอยช้าง มอบชาอัสสัม 1 กา ร้านน้ำเงี้ยวป้านวลมอบสิทธิ์อัปไซซ์น้ำเงี้ยวเป็นขนาดใหญ่ Rad Bar มอบส่วนลด 10% และร้านลาบสนามกีฬามอบเป๊ปซี่ขวดเล็ก 1 ขวด

สิ่งที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เพียงโปรโมชั่นเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ห้องพัก แต่เป็นการสร้าง Local Food Map ขนาดย่อมที่พานักท่องเที่ยวออกไปใช้จ่ายในเมืองและชุมชนมากขึ้น หากสามารถเก็บข้อมูลจำนวนการใช้สิทธิ์และยอดขายที่เพิ่มขึ้นของร้านพันธมิตรได้ จะช่วยตอบได้อย่างชัดเจนขึ้นว่าทุนขนาดใหญ่สามารถช่วยกระจายเม็ดเงินลงสู่ธุรกิจรายย่อยได้มากเพียงใด

จากคีย์การ์ดหนึ่งใบ สู่เงินที่กระจายออกจากโรงแรม

การออกแบบแคมเปญในลักษณะนี้มีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น เพราะนักท่องเที่ยวหนึ่งคนไม่ได้ใช้จ่ายเฉพาะค่าห้องพัก หากผู้เข้าพักออกไปรับประทานอาหาร ซื้อกาแฟ หรือเดินทางไปยังดอยช้าง การใช้จ่ายก็จะกระจายไปยังพื้นที่อื่นตามเส้นทางการเดินทาง

นี่คือจุดที่ GO Hotel สามารถทำหน้าที่เป็นช่องทางส่งลูกค้าไปยังธุรกิจชุมชน ไม่ใช่เพียงดึงลูกค้าเข้ามาอยู่ในระบบของตัวเอง ขณะเดียวกัน ร้านอาหารท้องถิ่นก็ได้รับโอกาสเข้าถึงนักเดินทางใหม่ที่อาจไม่รู้จักร้านเหล่านี้มาก่อน

หากโมเดลนี้ขยายตัวต่อไป การเชื่อมโรงแรมกับร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว คาเฟ่ และชุมชน อาจกลายเป็นหนึ่งในกลไกที่ช่วยเพิ่มระยะเวลาการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวในเชียงรายได้มากกว่าการขายห้องพักเพียงอย่างเดียว

โรงแรมไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะนักท่องเที่ยวแบบเดิม

GO Hotel เชียงราย ถูกออกแบบให้รองรับนักเดินทางหลายรูปแบบ ทั้งนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ กลุ่ม Road Trip และผู้ที่เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง โดยมีพื้นที่ Co-working Space, Smart TV, Wi-Fi, Grab & Go รวมถึงบริการ Pet-Friendly

ในมิติของดีไซน์ โรงแรมยังนำ “ลายประจำยาม” ซึ่งเป็นลวดลายไทยโบราณมาประยุกต์เข้ากับกรอบหน้าต่างและการออกแบบร่วมสมัย เพื่อเชื่อมเอกลักษณ์ท้องถิ่นเข้ากับภาพลักษณ์ของโรงแรมยุคใหม่

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนพฤติกรรมนักเดินทางยุคใหม่ที่เส้นแบ่งระหว่าง Business และ Leisure ลดลง คนหนึ่งอาจเดินทางมาเที่ยว แต่ยังต้องทำงานออนไลน์ระหว่างวัน หรืออาจเดินทางเพื่อธุรกิจแล้วต่อทริปท่องเที่ยวอีกหนึ่งคืน โรงแรมจึงต้องรองรับพฤติกรรมที่หลากหลายมากกว่าเดิม

GO Hotel สาขาที่ 8 กับเกมขยายเครือข่ายของเซ็นทรัลพัฒนา

GO Hotel ดำเนินงานภายใต้บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) โดยวางตำแหน่งแบรนด์เป็นโรงแรมที่เน้นความสะดวก ทันสมัย และคุ้มค่า ตั้งอยู่ใกล้ศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลและโรบินสัน รวมถึงพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญในแต่ละจังหวัด

ปัจจุบัน GO Hotel มีทั้งหมด 8 สาขา ได้แก่ บ่อวิน บ้านฉาง ศรีราชา ชลบุรี ขอนแก่น แคมปัส นครสวรรค์ กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต และเชียงราย โดยสาขากรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ตถูกวางเป็น Flagship Hotel มีห้องพัก 179 ห้อง พร้อมร้านอาหาร Sunny Side Up แบบ All Day Dining

การเปิดสาขาเชียงรายจึงไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มจำนวนโรงแรม แต่เป็นส่วนหนึ่งของการขยาย Hospitality Network ของเซ็นทรัลพัฒนาไปยังเมืองศูนย์กลางระดับภูมิภาค และใช้ความเชื่อมโยงระหว่างโรงแรม ศูนย์การค้า และการเดินทางเป็นเครื่องมือสำคัญของโมเดลธุรกิจ

จาก “โรงแรมติดห้าง” สู่ “ประตูออกไปค้นพบเชียงราย”

สิ่งที่น่าจับตาต่อจากนี้ไม่ใช่เพียงว่า GO Hotel เชียงรายจะมีอัตราการเข้าพักเท่าใด แต่คือสามารถทำหน้าที่เป็น “จุดกระจายนักเดินทาง” ได้จริงมากเพียงใด

หากผู้เข้าพักหนึ่งคนพักในเมืองหนึ่งคืน ก่อนออกไปดอยช้างในวันรุ่งขึ้น เขาอาจใช้จ่ายกับร้านอาหาร รถเช่า คาเฟ่ ปั๊มน้ำมัน และธุรกิจชุมชนตลอดเส้นทาง หากเดินทางต่อไปแม่สายหรือเชียงของ รายได้ก็จะกระจายออกจากตัวเมืองไปยังอำเภออื่นอีกทอดหนึ่ง

ดังนั้น จุดยุทธศาสตร์ที่แท้จริงของโรงแรมอาจไม่ใช่เพียงทำเลที่อยู่ติดเซ็นทรัล แต่คือความสามารถในการเชื่อม “คนที่เข้าพัก” กับ “พื้นที่ที่เขาจะเดินทางต่อ”

หากโมเดลนี้ทำงานได้ เชียงรายจะไม่ได้เป็นเพียงเมืองที่นักท่องเที่ยวมานอนหนึ่งคืน แต่สามารถพัฒนาไปสู่การเป็น Basecamp ของการเดินทางในภาคเหนือตอนบน และเป็นจุดพักสำคัญก่อนกระจายสู่ดอย ชายแดน และเส้นทางระหว่างประเทศได้ในอนาคต

สำหรับเซ็นทรัลพัฒนา การเปิด GO Hotel เชียงรายจึงเป็นการเดิมพันกับ “พฤติกรรมการเดินทาง” มากพอ ๆ กับธุรกิจห้องพัก และสำหรับเชียงราย นี่อาจเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านการบริการมาช่วยเชื่อมเศรษฐกิจในเมืองเข้ากับร้านค้า ชุมชน และแหล่งท่องเที่ยวรอบจังหวัด

จากโรงแรมที่ตั้งอยู่ติดห้าง จึงอาจพัฒนาไปสู่ความหมายใหม่ในฐานะ “ประตูสู่ดอย” และจุดที่การเดินทางไปค้นพบเชียงรายเริ่มต้นขึ้นจริง ๆ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :