ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ยุติหนุนมูลนิธิแสงธรรมฯ 20 ปี เรียกร้องรัฐลุยสอบบัญชี ปธ. ลาออกเปิดทาง
- ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ยื่นลาออกและประกาศตัดขาดการสนับสนุนมูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศล เชียงราย หลังร่วมงานนานเกือบ 20 ปี
- ตั้งข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใส เรียกร้องหน่วยงานรัฐสอบบัญชี ทรัพยากร และเงินบริจาคย้อนหลัง 10 ปี
- ขอให้ตรวจสอบการนำภาพผู้เสียชีวิตโดยเฉพาะเด็กมาใช้ระดมทุน และขอให้ยุติการใช้ชื่อพิพิธภัณฑ์บ้านดำ
- นายสมชาย ศิริหล้า ประธานมูลนิธิฯ ได้ยื่นหนังสือลาออกเมื่อ 22 ตุลาคม 2569 เพื่อเปิดทางให้ตรวจสอบ
- มูลนิธิฯ แต่งตั้งนายวิวัฒน์ อินคำ เป็นรักษาการประธาน พร้อมตั้งคณะทำงานตรวจสอบ ขณะที่จุดแม่จันยันแยกบัญชีอิสระ
เปิดปมร้าวลึกกู้ภัยเชียงราย! “ดอยธิเบศร์ ดัชนี” ตัดขาดมูลนิธิแสงธรรมฯ จี้สอบเงินบริจาคย้อนหลัง 10 ปี ประธานลาออกตาม ตั้งรักษาการเปิดทางตรวจสอบ
เชียงราย, 23 ตุลาคม 2569 – เปิดลำดับเหตุการณ์ความขัดแย้งในมูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศล เชียงราย หลัง ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ทายาทศิลปินแห่งชาติผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ประกาศยุติบทบาทและการสนับสนุนที่มีต่อมูลนิธิมาเกือบ 20 ปี พร้อมตั้งข้อสงสัยเรื่องการบริหารเงินบริจาคและทรัพย์สิน เรียกร้องหน่วยงานรัฐตรวจสอบบัญชีย้อนหลัง 10 ปี ขณะที่นายสมชาย ศิริหล้า ประธานมูลนิธิฯ ยื่นลาออกมีผล 22 ตุลาคม 2569 ก่อนมูลนิธิแต่งตั้งผู้รักษาการแทนและออกหนังสือชี้แจงยืนยันอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในสำนักงานใหญ่ ด้านหน่วยกู้ภัยจุดแม่จันยืนยันแยกบริหารการเงินคนละชุด วอนตรวจสอบอย่างโปร่งใสเพื่อเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนกลับคืน
ความเคลื่อนไหวภายในมูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศล เชียงราย กลายเป็นประเด็นที่สังคมจับตามอง หลัง ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์บ้านดำ และบุตรชายของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ ออกประกาศยุติความสัมพันธ์กับมูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศล เชียงราย (สำนักงานใหญ่) พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบการบริหารเงินบริจาคและทรัพย์สินขององค์กรย้อนหลัง 10 ปี
เหตุการณ์ที่เริ่มจากหนังสือลาออกเมื่อต้นเดือนตุลาคม ลุกลามเป็นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารองค์กรสาธารณกุศล ก่อนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้บริหาร และการออกประกาศชี้แจงจากมูลนิธิภายในวันที่ 23 ตุลาคม 2569
ประเด็นที่ต้องติดตามคือข้อสงสัยเกี่ยวกับเงินบริจาค การเบิกถอนเงิน และการใช้ทรัพย์สินของมูลนิธิ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีผลสอบอย่างเป็นทางการที่ยืนยันว่ามีบุคคลใดกระทำผิด การเรียกร้องให้ตรวจสอบจึงต้องแยกจากข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว เพื่อคุ้มครองสิทธิของทุกฝ่าย รวมถึงอาสาสมัครกู้ภัยที่ยังคงปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนตามปกติ
จุดเริ่มต้นจากความสัมพันธ์เกือบ 20 ปี และคำถามเรื่องเงินบริจาค
ดร.ดอยธิเบศร์ ระบุในประกาศชี้แจงว่า ตลอดระยะเวลาเกือบสองทศวรรษที่รู้จักและทำงานร่วมกับนายสมชาย ศิริหล้า ประธานมูลนิธิฯ เขาได้สนับสนุนกิจกรรมสาธารณกุศลอย่างต่อเนื่อง ทั้งการบริจาคเวชภัณฑ์ โลงศพ รถพยาบาล รถตู้สำหรับขนส่งผู้ป่วยโควิด-19 เครื่องมือตัดถ่าง อุปกรณ์ดำน้ำ และเครื่องมือกู้ชีพกู้ภัย รวมถึงอนุญาตให้ติดตั้งตู้รับบริจาคภายในพิพิธภัณฑ์บ้านดำ

การสนับสนุนยังครอบคลุมการฝึกอบรมอาสาสมัคร การประสานผู้มีจิตศรัทธา และการช่วยเหลือด้านการเงิน โดยมีการระบุถึงเงินให้กู้ยืมจำนวน 350,000 บาท เพื่อแก้ไขภาระหนี้สินเกี่ยวกับรถพยาบาลของมูลนิธิ
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการประสานเงินบริจาคจากบุคคลและผู้ประกอบการ เช่น คุณพิมรี่พาย จำนวน 100,000 บาท คุณธีระ ซอโสตธิกุล จำนวน 100,000 บาท และร้านท่าช้าง เชียงใหม่ จำนวน 40,000 บาท โดยเป็นรายละเอียดที่ ดร.ดอยธิเบศร์ แจ้งไว้ในหนังสือของตน
อย่างไรก็ตาม หลังร่วมสนับสนุนมูลนิธิมาเป็นเวลานาน ดร.ดอยธิเบศร์ กล่าวว่าเริ่มพบข้อสงสัยเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากร โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบระยะเวลาดำเนินงานของมูลนิธิที่ยาวนานประมาณ 35 ปี กับข้อจำกัดด้านความพร้อมของบุคลากร ยานพาหนะ และอุปกรณ์กู้ชีพกู้ภัยที่สำนักงานใหญ่
เขาระบุว่าได้เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจงแล้ว แต่ยังได้รับหลักฐานไม่ครบถ้วนเพียงพอ จึงเห็นว่าจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบ
โซเชียลของ Doytibet Duchanee เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ยืนยันว่ามีการเผยแพร่ข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยระบุว่าการตรวจสอบควรครอบคลุมทั้งเอกสารการเงิน ทรัพย์สิน และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินบริจาค
ไล่ลำดับเหตุการณ์ 1–23 ตุลาคม จากหนังสือลาออกถึงการตั้งรักษาการประธาน
- 1 ต.ค. 69
ดอยธิเบศร์ยื่นหนังสือลาออก
ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งรองประธานและที่ปรึกษามูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศล เชียงราย (สำนักงานใหญ่) พร้อมยุติการสนับสนุนทั้งด้านการเงิน ทรัพย์สิน อุปกรณ์ และทรัพยากรส่วนบุคคล
- 21 ต.ค. 69
ลงนามหนังสือชี้แจงข้อสงสัย
ดร.ดอยธิเบศร์ ลงนามเอกสารชี้แจงเหตุผลการยุติบทบาท พร้อมเรียกร้องให้ตรวจสอบบัญชีและทรัพย์สินย้อนหลัง 10 ปี รวมถึงการใช้เงินบริจาคและภาพผู้เสียชีวิตในการประชาสัมพันธ์รับบริจาค
- 22 ต.ค. 69
ข้อเรียกร้องถูกเผยแพร่ต่อสาธารณะ
ประเด็นดังกล่าวปรากฏเป็นข่าวและได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ขณะเดียวกัน นายสมชาย ศิริหล้า ประธานมูลนิธิฯ มีหนังสือลงวันที่ 22 ตุลาคม ขอลาออกจากตำแหน่ง โดยระบุว่าต้องการแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดพลาดหรือความประมาทเลินเล่อ และเปิดทางให้ตรวจสอบอย่างโปร่งใส
- 23 ต.ค. 69
มูลนิธิแต่งตั้งรักษาการและออกคำชี้แจง
มูลนิธิฯ ประกาศแต่งตั้งนายวิวัฒน์ อินคำ รองประธานมูลนิธิ เป็นผู้รักษาการแทนประธาน พร้อมชี้แจงว่ากำลังตั้งคณะทำงานตรวจสอบภายในและภายนอก โดยจำกัดการตรวจสอบเบื้องต้นเฉพาะสำนักงานใหญ่ อำเภอเมืองเชียงราย
เปิด 3 ประเด็นที่ดอยธิเบศร์เรียกร้องให้ตรวจสอบ
ข้อเรียกร้องของ ดร.ดอยธิเบศร์ มุ่งไปที่การตรวจสอบความถูกต้องของการบริหารองค์กร โดยมีสามประเด็นหลักที่ต้องอาศัยเอกสารและพยานหลักฐานประกอบการพิจารณา
ประเด็นแรก คือ บัญชีรายรับรายจ่ายและทรัพย์สินย้อนหลัง 10 ปี โดยระบุว่าเอกสารที่ได้รับก่อนหน้านี้ครอบคลุมเพียงประมาณหนึ่งปี และยังขาดหลักฐานสำคัญบางส่วน เช่น บัญชีรายรับรายจ่าย ใบเสร็จรับเงิน หลักฐานการเบิกจ่าย และเอกสารประกอบธุรกรรมทางการเงิน
ประเด็นที่สอง เป็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการเบิกถอนเงินบริจาคของบุคคลที่มีอำนาจบริหารจัดการเงินในมูลนิธิ โดย ดร.ดอยธิเบศร์ อ้างว่าพบรายการที่ควรได้รับคำอธิบายเพิ่มเติม จึงขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ผู้อนุมัติ ผู้รับเงิน และวัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายว่าเป็นไปเพื่อกิจการสาธารณกุศลหรือไม่
ประเด็นที่สาม เกี่ยวข้องกับ การนำภาพผู้เสียชีวิต โดยเฉพาะเด็ก มาใช้ประกอบการประชาสัมพันธ์เพื่อรับบริจาค ซึ่งเขาเห็นว่าควรตรวจสอบทั้งการได้รับความยินยอมจากผู้มีสิทธิ การเปิดเผยภาพอย่างเหมาะสม ช่องทางรับบริจาค และการนำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้กับประชาชน
ดร.ดอยธิเบศร์ เรียกร้องให้นายทะเบียนมูลนิธิ กรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสรรพากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่
ในเอกสารยังกล่าวถึงบทบัญญัติทางอาญาที่อาจเกี่ยวข้อง หากตรวจพบความผิดจริง ทั้งเรื่องยักยอกทรัพย์ การจัดการทรัพย์สินโดยทุจริต และการฉ้อโกง แต่การยกบทกฎหมายดังกล่าวขึ้นมาเป็นข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบ ยังไม่ได้หมายความว่ามีผู้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาแล้ว
เขายังขอให้มูลนิธิยุติการใช้ชื่อ ภาพถ่าย ลายมือชื่อ ตำแหน่ง และชื่อเสียงของตน รวมถึงพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ในลักษณะที่อาจทำให้ประชาชนเข้าใจว่ายังคงเกี่ยวข้องกับการระดมทุนหรือรับบริจาค

สมชาย ศิริหล้า ขอลาออก เปิดทางให้คณะกรรมการตรวจสอบ
หลังข้อเรียกร้องดังกล่าวได้รับความสนใจ นายสมชาย ศิริหล้า ประธานมูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศล เชียงราย (สำนักงานใหญ่) ได้ทำหนังสือลงวันที่ 22 ตุลาคม 2569 แจ้งต่อคณะกรรมการมูลนิธิว่ามีความประสงค์ลาออกจากตำแหน่ง
ในหนังสือ นายสมชายระบุถึงเหตุผลเกี่ยวกับความผิดพลาดหรือความประมาทเลินเล่อในการบริหารงานภายใน พร้อมแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และประสงค์ให้กระบวนการตรวจสอบดำเนินไปอย่างโปร่งใส
เนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า
“ข้าพเจ้าขอแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และดำเนินการตรวจสอบให้โปร่งใส”
หนังสือระบุให้การลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2569 และขอให้คณะกรรมการดำเนินการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งแทน เพื่อให้ภารกิจช่วยเหลือสังคมของมูลนิธิดำเนินต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม หนังสือลาออกไม่ได้ให้รายละเอียดว่าความผิดพลาดหรือความประมาทเลินเล่อดังกล่าวเกี่ยวข้องกับรายการเงินบริจาคใดเป็นการเฉพาะ จึงไม่อาจนำการลาออกไปใช้เป็นข้อยืนยันว่าข้อสงสัยทั้งหมดของ ดร.ดอยธิเบศร์ เป็นความจริง
แต่งตั้งวิวัฒน์ อินคำ รักษาการประธาน ยืนยันตรวจสอบอย่างเป็นธรรม
วันที่ 23 ตุลาคม 2569 มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศล เชียงราย (สำนักงานใหญ่) ออกประกาศแต่งตั้ง นายวิวัฒน์ อินคำ รองประธานมูลนิธิฯ ให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาการแทนประธานมูลนิธิ ภายหลังนายสมชาย ศิริหล้าขอลาออก
ประกาศระบุว่าการแต่งตั้งมีเป้าหมายเพื่อรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงาน และสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริจาค ผู้สนับสนุน และประชาชน
มูลนิธิยืนยันว่าจะดำเนินงานภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบ และความโปร่งใส พร้อมรักษาเจตนารมณ์ด้านการกุศลและการช่วยเหลือประชาชนต่อไป
อีกฉบับหนึ่งซึ่งลงนามโดยนายวิวัฒน์ อินคำ ในฐานะผู้รักษาการแทนประธาน เป็นประกาศชี้แจงกรณีข่าวเกี่ยวกับการตรวจสอบทางการเงินของมูลนิธิ โดยระบุว่ากำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและรอบคอบ ผ่านการแต่งตั้งคณะทำงานทั้งภายในและภายนอก เพื่อพิจารณาเอกสาร ข้อมูลทางการเงิน และขั้นตอนการดำเนินงานที่เกี่ยวข้อง
ประกาศฉบับนี้ชี้แจงชัดว่า ขอบเขตการตรวจสอบอยู่เฉพาะสำนักงานใหญ่ในอำเภอเมืองเชียงราย ไม่ครอบคลุมโครงสร้างภาพรวมหรือหน่วยปฏิบัติงานจุดอื่น
ขณะเดียวกัน มูลนิธิขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน และระบุว่าจะชี้แจงรายละเอียดอย่างเป็นทางการเมื่อกระบวนการตรวจสอบได้ข้อสรุป
ณ วันที่ 23 ตุลาคม ยังไม่มีการเปิดเผยรายงานผลตรวจสอบทางการเงินฉบับสมบูรณ์ต่อสาธารณะ

กู้ภัยจุดแม่จันชี้แจง แยกคณะกรรมการบริหารการเงินจากสำนักงานใหญ่
ท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับสำนักงานใหญ่ มูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศล เชียงราย จุดอำเภอแม่จัน ได้ออกมาชี้แจงสถานะการดำเนินงานของตนเอง เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน
หน่วยแม่จันระบุว่า การบริหารงานและการเงินดำเนินการโดยคณะกรรมการคนละชุดกับสำนักงานใหญ่ จึงไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นที่กำลังถูกตรวจสอบ
สำหรับการใช้จ่ายเงินบริจาค การจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ รถพยาบาล และเครื่องมือกู้ภัย จุดแม่จันระบุว่าดำเนินการผ่านการประชุมและการพิจารณาร่วมกันของคณะกรรมการ โดยยืนยันว่าตั้งแต่ก่อตั้งหน่วยจนถึงปัจจุบันไม่เคยประสบปัญหาทางการเงินตามที่หน่วยงานชี้แจง
พร้อมกันนี้ ยังเรียกร้องให้สำนักงานใหญ่เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและชี้แจงต่อประชาชน เพื่อรักษาความเชื่อมั่นในการดำเนินงานกู้ภัย
คำชี้แจงดังกล่าวมีความหมายต่ออาสาสมัครที่ยังต้องปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ เนื่องจากการเชื่อมโยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับผู้บริหารบางรายไปถึงทุกหน่วยกู้ภัย อาจกระทบความเชื่อมั่นของประชาชนต่อผู้ปฏิบัติงานที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับข้อพิพาท
บ้านดำย้ำตรวจสอบคนกระทำผิด ไม่เหมารวมอาสาสมัครกู้ภัย
อีกประเด็นที่ ดร.ดอยธิเบศร์ เน้นย้ำในหนังสือชี้แจง คือการแยกความรับผิดชอบของบุคคลออกจากชื่อเสียงขององค์กรและคุณค่าของงานจิตอาสา
เขาระบุว่าการเรียกร้องตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนากล่าวโทษเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครทุกคน แต่ต้องการให้ตรวจสอบบุคคลที่อาจเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยพิจารณาจากหน้าที่ พยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงเป็นรายบุคคล
“การทำความดีต้องดำเนินควบคู่กับความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการตรวจสอบได้ เพราะความศรัทธาของประชาชนคือสิ่งที่องค์กรสาธารณกุศลทุกแห่งต้องร่วมกันรักษา”
ดร.ดอยธิเบศร์ยังกล่าวให้กำลังใจอาสาสมัครที่ทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยความเสียสละ และระบุว่าคุณงามความดีของผู้ปฏิบัติงานไม่ควรถูกลดคุณค่าหรือถูกนำไปรวมกับการกระทำของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

เงินบริจาคต้องตรวจสอบได้ คำตอบที่ผู้สนับสนุนกำลังรอ
ภายหลังการลาออกของผู้บริหารสองราย และการตั้งรักษาการประธานมูลนิธิ ประเด็นที่ยังไม่มีคำตอบชัดเจนคือผลการตรวจสอบบัญชีและทรัพย์สิน ตลอดจนมาตรการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ
การตรวจสอบจะต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างเงินที่มูลนิธิได้รับบริจาคโดยตรง เงินที่ผู้สนับสนุนมอบให้บุคคลเพื่อส่งต่อ และทรัพย์สินที่มีการบริจาคหรือให้ยืมใช้ เนื่องจากแต่ละประเภทมีเอกสาร สิทธิครอบครอง และภาระหน้าที่ต่างกัน
นอกจากนี้ ยังต้องติดตามว่ามูลนิธิจะเปิดเผยผลตรวจสอบในระดับใด หน่วยงานรัฐจะเข้าตรวจสอบหรือไม่ และผู้เกี่ยวข้องจะได้รับโอกาสชี้แจงต่อข้อสงสัยทั้งหมดอย่างไร
ขณะนี้ข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้คือ ดร.ดอยธิเบศร์ยุติบทบาทและเรียกร้องให้ตรวจสอบ นายสมชายลาออกจากตำแหน่งประธาน มูลนิธิแต่งตั้งนายวิวัฒน์รักษาการแทน และประกาศว่าจะตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะที่จุดแม่จันชี้แจงว่าแยกการบริหารจากสำนักงานใหญ่
ส่วนประเด็นการใช้เงินบริจาคโดยมิชอบยังอยู่ในขั้นข้อสงสัย ไม่มีผลตรวจสอบหรือคำวินิจฉัยที่ยืนยันความผิดของบุคคลใด
คำตอบที่ประชาชนและผู้บริจาคต้องการจึงอยู่ที่เอกสารทางบัญชี หลักฐานการใช้เงิน และผลการตรวจสอบที่สามารถชี้แจงได้อย่างเป็นธรรม ขณะเดียวกัน ภารกิจของอาสาสมัครกู้ชีพกู้ภัยยังต้องเดินหน้าต่อ เพราะผู้ประสบเหตุที่กำลังรอความช่วยเหลือไม่สามารถรอให้ข้อพิพาทภายในองค์กรยุติลงก่อน









เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- ประกาศชี้แจงของ ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์บ้านดำ ลงวันที่ 21 ตุลาคม 2569 และหนังสือลาออกลงวันที่ 1 ตุลาคม 2569
- หนังสือขอลาออกจากตำแหน่งประธานมูลนิธิฯ ของนายสมชาย ศิริหล้า ลงวันที่ 22 ตุลาคม 2569
- ประกาศมูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศล เชียงราย (สำนักงานใหญ่) เรื่องการแต่งตั้งรักษาการแทนประธาน และเรื่องการตรวจสอบทางการเงิน ลงวันที่ 23 ตุลาคม 2569
- คำชี้แจงของมูลนิธิแสงธรรมสาธารณกุศล เชียงราย จุดอำเภอแม่จัน