สหพันธ์ฯ ยกย่องหัวใจนักสู้ เด็กเชียงรายสร้างชื่อระดับทวีป! น้องเอิร์ธ วัย 13 ปี ยิง 574 แต้ม คว้าอันดับ 11 ปืนสั้นยิงเร็วชาย เอเชียนเกมส์ นาโกย่า

Summaryสรุปประเด็นสำคัญ
  • ด.ช.ดรัญภพ กาญจนพงศ์ หรือ “น้องเอิร์ธ” นักยิงปืนวัย 13 ปีจากเชียงราย ลงแข่งปืนสั้นยิงเร็ว 25 เมตรชาย ในเอเชียนเกมส์ 2026
  • น้องเอิร์ธยิงทำคะแนนรอบคัดเลือกรวม 574 คะแนน 11 เอ็กซ์ คว้าอันดับที่ 11 ของทวีปเอเชีย
  • สมาพันธ์ยิงปืนแห่งเอเชีย (ASC) ออกแถลงการณ์ชื่นชมความมุ่งมั่นและจิตวิญญาณนักสู้ของเด็กไทยวัย 13 ปีคนนี้
  • เบื้องหลังความสำเร็จมี “โค้ชเอ๊ะ” พิสิษฐ์ สิงคราช ครอบครัว กกท.เชียงราย และสนามยิงปืนสุวิทย์ เม่นแย้ม คอยสนับสนุน
  • ปัจจุบันดรัญภพมีอันดับโลก ISSF อยู่ที่อันดับ 70 พร้อมเก็บเกี่ยวประสบการณ์เพื่อพัฒนาสู่การคัดเลือกโควตาโอลิมปิกในอนาคต

โลกคารวะหัวใจวัย 13 “น้องเอิร์ธ” ดรัญภพ เด็กเชียงรายยิง 574 แต้ม จบที่ 11 เอเชียนเกมส์ 2026 เปิดเส้นทางดาวรุ่งสู่ฝันโอลิมปิก

เชียงราย,4 ตุลาคม 2569 – เด็กชายวัยเพียง 13 ปีจากจังหวัดเชียงรายยืนอยู่บนไลน์ยิงเดียวกับนักกีฬารุ่นใหญ่จากชาติชั้นนำของเอเชีย และจบการแข่งขันปืนสั้นยิงเร็ว 25 เมตรชาย เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 Aichi-Nagoya 2026 ด้วยผลงาน 574 คะแนน 11 เอ็กซ์ อันดับ 11 ของรอบคัดเลือก สำหรับ ด.ช.ดรัญภพ กาญจนพงศ์ หรือ “น้องเอิร์ธ” ตัวเลขดังกล่าวอาจยังไม่เพียงพอพาเขาเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แต่กลับเพียงพอให้ Asian Shooting Confederation หรือ ASC หยิบเรื่องราวของเขาขึ้นมากล่าวถึง พร้อมคำแสดงความยินดีจากประธานสมาพันธ์ที่สนับสนุนให้เดินหน้าพัฒนาฝีมือต่อไปบนเส้นทางกีฬายิงปืนระดับนานาชาติ

ในกีฬายิงปืน ตัวเลขเพียงหนึ่งหรือสองคะแนนอาจเปลี่ยนตำแหน่งบนตารางการแข่งขันได้ทันที และในสนามระดับเอเชียนเกมส์ ความแตกต่างเล็กน้อยนั้นยิ่งมีราคาสูงขึ้นหลายเท่า เพราะผู้ที่ยืนอยู่รอบตัวไม่ใช่นักกีฬาสมัครเล่น แต่เป็นตัวแทนระดับประเทศจากมหาอำนาจกีฬายิงปืนของเอเชีย ทั้งจีน เกาหลีใต้ ปากีสถาน อินเดีย คาซัคสถาน เวียดนาม อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ เด็กชายวัย 13 ปีจากเชียงรายกลับสามารถประคองตัวผ่านการแข่งขันปืนสั้นยิงเร็ว 25 เมตรชายได้ด้วยคะแนนรวม 574 คะแนน 11 เอ็กซ์ จบอันดับ 11 ของรอบคัดเลือก โดย Stage 1 ทำได้ 99, 97 และ 95 คะแนน รวม 291 คะแนน ก่อนเข้าสู่ Stage 2 ซึ่งยิงได้ 96, 95 และ 92 คะแนน รวมอีก 283 คะแนน ผลรวมทั้งหมดทำให้ชื่อ KANJANAPONG DARANPOP ปรากฏอยู่บนสกอร์บอร์ดระดับทวีปท่ามกลางนักกีฬาที่มีประสบการณ์มากกว่าเขาหลายปี

หากมองเพียงผลลัพธ์ตามอันดับ “ดรัญภพ” ยังอยู่ห่างจากรอบชิงชนะเลิศและโพเดียมเอเชียนเกมส์อย่างชัดเจน แต่ความหมายของการแข่งขันครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่การพยายามทำให้อันดับ 11 กลายเป็นความสำเร็จเกินจริง จุดที่น่าสนใจกว่าคืออายุของนักกีฬาและระดับของสนามที่เขาต้องเผชิญ เพราะปืนสั้นยิงเร็ว 25 เมตรชายเป็นการแข่งขันระดับซีเนียร์ ไม่มีการลดมาตรฐานตามอายุของผู้ยิง เด็กวัย 13 ปีจึงต้องแข่งขันด้วยกติกาเดียวกัน ยืนบนไลน์เดียวกัน และถูกวัดด้วยคะแนนชุดเดียวกับนักยิงทีมชาติรุ่นใหญ่ สิ่งที่เกิดขึ้นที่นาโกย่าจึงเป็นเหมือนการเปิดประตูบานแรกให้เห็นว่า นักกีฬาจากเชียงรายคนนี้สามารถเข้าไปอยู่ในระบบการแข่งขันระดับสูงของเอเชียได้แล้ว แม้เส้นทางหลังจากนี้ยังอีกยาวไกล

574 คะแนนที่ต้องอ่านให้มากกว่าแค่ตัวเลขบนสกอร์บอร์ด

สกอร์บอร์ดรอบคัดเลือกสะท้อนความเข้มข้นของสนามอย่างชัดเจน โดย ซู เหลียนโปฟาน จากจีนทำ 592 คะแนน ขณะที่ อี กอนฮยอก จากเกาหลีใต้ทำ 588 คะแนน และ ยุน ซอยอง เพื่อนร่วมชาติทำ 581 คะแนน ส่วนกลุ่มนักกีฬาชั้นนำรายอื่นก็อยู่ในช่วง 570 ปลายถึง 580 คะแนน ก่อนที่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะจบลงด้วยเหรียญทองของ อี กอนฮยอก จากเกาหลีใต้ เหรียญเงินของ ซู เหลียนโปฟาน จากจีน และเหรียญทองแดงของ กูลาม มุสตาฟา บาชีร์ จากปากีสถาน ตามผลอย่างเป็นทางการของ Asian Shooting Confederation เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 Asian Shooting Confederation

เมื่อวาง 574 คะแนนของดรัญภพลงในบริบทเช่นนี้ ภาพที่ได้จึงไม่ได้บอกว่าเขาอยู่ใกล้เหรียญจนแทบเอื้อมถึง แต่บอกอย่างตรงไปตรงมาว่าเขาเริ่มมองเห็นระยะห่างระหว่างตนเองกับหัวแถวของเอเชียแล้ว สำหรับนักกีฬาอายุ 13 ปี ข้อมูลประเภทนี้มีค่ามากกว่าคำชื่นชม เพราะมันบอกทั้งสิ่งที่ทำได้และพื้นที่ที่ต้องพัฒนา Stage 1 ของเขาอยู่ที่ 291 คะแนน แต่ Stage 2 ลดลงมาเหลือ 283 คะแนน โดยเฉพาะชุดสุดท้ายที่หยุดอยู่ที่ 92 คะแนน ความต่าง 8 คะแนนระหว่างสอง Stage อาจกลายเป็นโจทย์สำคัญสำหรับทีมโค้ชในการย้อนกลับไปดูทั้งจังหวะ เทคนิค ความต่อเนื่อง และการจัดการสมาธิในช่วงท้ายการแข่งขัน เพราะในเกมที่วัดกันทีละคะแนน ความสามารถในการรักษามาตรฐานตั้งแต่ชุดแรกจนถึงชุดสุดท้ายคือเงื่อนไขสำคัญของการขยับจากกลางตารางขึ้นไปสู่พื้นที่รอบชิงชนะเลิศ

ไม่ใช่ผลงานที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวบนเวทีใหญ่

อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ 574 คะแนนในเอเชียนเกมส์มีน้ำหนักคือ “ดรัญภพ” ไม่ได้เพิ่งเข้าสู่การแข่งขันระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านั้นในเดือนกรกฎาคม 2569 เขาเดินทางไปแข่งขัน ISSF World Cup Rifle/Pistol/Shotgun ที่หางโจว ประเทศจีน ซึ่งเป็นรายการที่รวมนักกีฬาชั้นนำจากหลายภูมิภาคของโลก และในประเภท 25m Rapid Fire Pistol Men เขาทำคะแนนรอบคัดเลือกได้ 573 คะแนน 10 เอ็กซ์ จาก Stage 1 จำนวน 286 คะแนน และ Stage 2 จำนวน 287 คะแนน จบอันดับ 36 ของรายการ โดยคะแนนดังกล่าวห่างจากผลงานเอเชียนเกมส์ครั้งนี้เพียงหนึ่งคะแนนเท่านั้น ISSF

ตัวเลขสองรายการที่อยู่ใกล้กันไม่ได้หมายความว่านักกีฬาจะรักษาระดับนี้ได้ทุกสนาม หรือสามารถคาดการณ์เส้นทางพัฒนาในอนาคตได้แบบเส้นตรง แต่สิ่งที่มันบอกได้คือ คะแนน 574 ที่นาโกย่าไม่ใช่ปรากฏการณ์โดดเดี่ยวที่เกิดขึ้นเพียงวันเดียว ดรัญภพเริ่มมีข้อมูลการแข่งขันระดับนานาชาติให้ทีมงานนำกลับไปวิเคราะห์ต่อเนื่องแล้ว และเมื่อเป็นนักกีฬาอายุเพียง 13 ปี นั่นหมายความว่าทั้งโค้ช ครอบครัว และสมาคมยังมีช่วงเวลาอีกมากในการค่อย ๆ ปรับรายละเอียดโดยไม่จำเป็นต้องเร่งให้ทุกอย่างเกิดขึ้นทันที สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่การสร้างความคาดหวังว่าเด็กคนนี้จะต้องชนะในรายการถัดไป แต่คือการดูว่าคะแนนระดับ 570 ต้นถึงกลางสามารถค่อย ๆ ถูกยกระดับและทำซ้ำได้สม่ำเสมอเพียงใดเมื่อจำนวนสนามและแรงกดดันเพิ่มขึ้น

เบื้องหลังเด็กวัย 13 คือการเดินทางของครอบครัวและทีมโค้ช

ของสำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์ระบุว่า “โค้ชเอ๊ะ” พิสิษฐ์ สิงคราช เป็นโค้ชของ ด.ช.ดรัญภพ กาญจนพงศ์ และเป็นหนึ่งในคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนานักยิงปืนวัย 13 ปีรายนี้ ภาพด้านหน้าที่คนทั่วไปเห็นคือเด็กชายยืนยิงบนสนามระดับเอเชีย แต่สิ่งที่อยู่ด้านหลังคือการฝึกซ้อมซ้ำเป็นเวลานาน การเดินทางเพื่อเข้าแข่งขันและคัดเลือก การจัดตารางเรียนให้เดินควบคู่กับกีฬา รวมถึงการสนับสนุนจากครอบครัวที่ต้องแบกรับทั้งเวลา ค่าใช้จ่าย และแรงกดดันร่วมกับนักกีฬา การก้าวจากจังหวัดเชียงรายไปสู่รายการระดับนานาชาติจึงไม่ใช่เส้นทางของเด็กเพียงคนเดียว แต่เป็นเส้นทางของระบบสนับสนุนรอบตัวที่ต้องเดินไปพร้อมกัน

ประเด็นนี้ยังปรากฏอยู่ในข้อความของ Asian Shooting Confederation ซึ่งหลังการแข่งขันได้กล่าวขอบคุณสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทยสำหรับการสนับสนุนการพัฒนาเยาวชน และกล่าวถึงครอบครัวของดรัญภพที่มีบทบาทสำคัญในการให้กำลังใจตลอดเส้นทางกีฬา การกล่าวถึงครอบครัวจากองค์กรกีฬาระดับทวีปอาจดูเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่สำหรับนักกีฬาเด็ก นี่คือหัวใจสำคัญ เพราะการฝึกกีฬาระดับสูงในวัยที่ยังต้องเรียนหนังสือและเติบโตทางร่างกายกับจิตใจ ต้องการระบบที่ละเอียดกว่าการฝึกให้ยิงแม่นเพียงอย่างเดียว ความสำเร็จที่ยั่งยืนจึงต้องวัดทั้งคะแนนในสนาม สุขภาวะของเด็ก การศึกษา และความสามารถในการรักษาความรักต่อกีฬาให้อยู่ได้นานพอที่จะพัฒนาไปสู่ระดับสูงสุด

“โค้ชเอ๊ะ” พิสิษฐ์ สิงคราช บอกถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลังเป็นแรงหนุ่นส่วนหนึ่งมากจาก สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย  และ สนามยิงปืนสุวิทย์ เม่นแย้ม – บ้านดู่ ที่ต้องพูดถึง

ASC กล่าวถึง “ความมุ่งมั่นและจิตวิญญาณการแข่งขัน” มากกว่าคำว่าอัจฉริยะ

หลังการแข่งขัน Asian Shooting Confederation เผยแพร่ข้อมูลของดรัญภพ พร้อมระบุว่า นักยิงปืนไทยวัย 13 ปีแสดงให้เห็นถึง determination, fighting spirit และ high competitive spirit และบันทึกผลงาน Stage 1 ที่ 99, 97, 95 คะแนน Stage 2 ที่ 96, 95, 92 คะแนน รวม 574-11x และอันดับ 11 ขณะที่ข้อความขององค์กรระบุด้วยว่า แม้ดรัญภพจะไม่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แต่ประสบการณ์จากเอเชียนเกมส์จะมีคุณค่าต่อการพัฒนาเส้นทางกีฬายิงปืนในอนาคต และสะท้อนการเกิดขึ้นของนักกีฬาเยาวชนที่มีศักยภาพในเอเชีย

จุดนี้ควรแยกข้อเท็จจริงออกจากการตีความให้ชัด ASC ไม่ได้ประกาศว่าเขาจะเป็นแชมป์โลกหรือรับประกันว่าจะผ่านเข้าสู่โอลิมปิกในอนาคต สิ่งที่องค์กรทำคือยอมรับผลงานและให้กำลังใจนักกีฬารุ่นเยาว์ โดยประธาน ASC ชีค ซัลมาน อัลซาบาห์ ส่งความปรารถนาดีและแสดงความยินดีกับผลงาน พร้อมสนับสนุนให้ดรัญภพเดินหน้าพัฒนาความสามารถและอนาคตในกีฬายิงปืนต่อไป สำหรับนักกีฬาอายุ 13 ปี การที่องค์กรกำกับกีฬาระดับทวีปเลือกหยิบชื่อและผลงานขึ้นมากล่าวถึงหลังการแข่งขันจึงมีความหมายในตัวเอง เพราะอย่างน้อยที่สุดมันสะท้อนว่า สิ่งที่เด็กไทยคนนี้ทำในสนามมากพอให้วงการยิงปืนเอเชียเริ่มมองเห็น โดยไม่จำเป็นต้องเติมคำยกย่องที่เกินกว่าข้อความต้นทาง

จากอันดับ 11 ของเอเชียสู่เส้นทางโอลิมปิกที่ยังต้องสร้างอีกหลายขั้น

คำว่า “โอลิมปิก” ปรากฏอยู่ในบทสนทนาได้ไม่ยากเมื่อพูดถึงนักยิงปืนอายุน้อยที่เริ่มเข้าสู่ World Cup และ Asian Games แต่ความจริงในปัจจุบันยังต้องวางอยู่บนข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ล่าสุด World Ranking ของ ISSF ฉบับวันที่ 1 ตุลาคม 2569 จัดให้ ดรัญภพอยู่ในอันดับ 70 ของโลก ประเภท 25m Rapid Fire Pistol Men ด้วย 268 คะแนนสะสม ขณะที่หัวแถวของโลกยังเป็นนักกีฬาที่มีคะแนนสะสมสูงกว่าหลายเท่า เช่น เคลมองต์ เบสซาเกต์ จากฝรั่งเศส ซึ่งอยู่อันดับ 1 ด้วย 6,440 คะแนน ISSF ตัวเลขนี้ไม่ได้ทำให้ผลงานของเด็กเชียงรายดูเล็กลง แต่ช่วยกำหนดตำแหน่งของเขาบนแผนที่การแข่งขันโลกอย่างตรงไปตรงมา ว่าเขาเพิ่งเริ่มต้นอยู่ตรงไหนและยังมีระยะทางอีกมากเพียงใด

ในอีกด้านหนึ่ง Asian Shooting Confederation ระบุในเดือนกรกฎาคม 2569 ว่า โควตาโอลิมปิกของทวีปเอเชียสำหรับ Los Angeles 2028 เพิ่มจาก 48 เป็น 54 โควตา และจะกระจายผ่านการแข่งขัน Asian Championships ในช่วงปี 2027–2028 Asian Shooting Confederation นั่นหมายความว่าเส้นทางไป LA28 มีโครงสร้างการแข่งขันและระบบคัดเลือกของมันเอง ไม่ได้เกิดจากผลงานเอเชียนเกมส์เพียงรายการเดียว สำหรับดรัญภพ สิ่งที่ควรจับตามองจึงไม่ใช่การรีบสรุปว่าเขาจะไปโอลิมปิกหรือไม่ แต่คือพัฒนาการในช่วง 1–2 ปีข้างหน้า ทั้งคะแนน Qualification ความสม่ำเสมอใน World Cup การขยับอันดับโลก และความสามารถในการแข่งขันกับนักยิงกลุ่มหัวแถวของเอเชีย เพราะทุกขั้นจะเป็นตัวบอกได้ดีกว่าคำคาดหวังว่าเส้นทางของเขาไปได้ไกลแค่ไหน

13 ปีไม่ใช่ใบรับประกันอนาคต แต่เป็นเวลาที่มีค่าที่สุดในมือ

สิ่งที่ทำให้เรื่องของ “น้องเอิร์ธ” น่าสนใจจึงไม่ใช่เพียงการเป็นเด็กอายุน้อยที่ยิงได้ 574 คะแนน แต่คือการที่เขามีเวลาอยู่ข้างหน้าอีกมาก นักกีฬาวัย 13 ปียังอยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกาย ระบบกล้ามเนื้อ การควบคุมอารมณ์ และประสบการณ์การแข่งขัน ทุกอย่างสามารถพัฒนาได้ แต่ทุกอย่างก็ต้องถูกบริหารอย่างระมัดระวังเช่นกัน การเพิ่มภาระฝึกเร็วเกินไป ความคาดหวังจากสังคม หรือการสร้างภาพว่าเด็กคนหนึ่งต้องกลายเป็นฮีโร่ให้ได้ อาจกลายเป็นแรงกดดันที่ย้อนกลับมาทำร้ายเส้นทางระยะยาว ดังนั้นความสำเร็จของวงการกีฬาไทยอาจไม่ได้วัดว่าดรัญภพคว้าเหรียญได้เร็วเพียงใด แต่วัดว่าระบบสามารถประคองให้เขาค่อย ๆ เติบโตจากเด็กเก่งในวันนี้ไปสู่ผู้ใหญ่ที่ยังรักการยิงปืนและแข่งขันในระดับสูงได้หรือไม่

เอเชียนเกมส์ครั้งนี้จึงควรถูกมองเป็น “ข้อมูลหนึ่งชุด” ในเส้นทางที่เพิ่งเริ่ม มากกว่าจะเป็นบทสรุป ดรัญภพได้เห็นแล้วว่าคะแนนระดับ 592 อยู่บนหัวตารางของเอเชีย เขาได้สัมผัสสนามที่แชมป์ในท้ายที่สุดคือ อี กอนฮยอก จากเกาหลีใต้ และได้รู้ด้วยตัวเองว่าความผิดพลาดไม่กี่นัดสามารถสร้างระยะห่างหลายอันดับได้อย่างไร Asian Shooting Confederation สำหรับทีมโค้ช ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำกลับไปออกแบบการฝึกซ้อมได้ สำหรับครอบครัว มันคือประสบการณ์อีกขั้นของการเดินทาง และสำหรับตัวนักกีฬาเอง มันคือบทเรียนที่ไม่สามารถจำลองได้ในสนามซ้อม

เด็กเชียงรายที่ยังไม่ต้องรีบเป็น “ว่าที่แชมป์โลก” เพื่อให้เรื่องของเขามีคุณค่า

วันที่การแข่งขันปืนสั้นยิงเร็ว 25 เมตรชายจบลง ดรัญภพไม่ได้เดินออกจากสนามพร้อมเหรียญเอเชียนเกมส์ แต่เขาออกมาพร้อม 574 คะแนน 11 เอ็กซ์ อันดับ 11 ของเอเชีย ประสบการณ์การแข่งขันกับนักยิงระดับนานาชาติ และการถูกกล่าวถึงโดย Asian Shooting Confederation ในฐานะเยาวชนที่มีศักยภาพ ก่อนหน้านั้นเขายังผ่านสนาม ISSF World Cup ที่หางโจวด้วยคะแนน 573 คะแนน และปัจจุบันมีชื่ออยู่ใน World Ranking ของ ISSF อันดับ 70 ของโลก ISSF เมื่อข้อมูลทั้งหมดวางเรียงกัน สิ่งที่เห็นจึงไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน แต่เป็นเส้นทางของนักกีฬารุ่นเยาว์ที่กำลังค่อย ๆ สะสมสนามจริงทีละรายการ

สำหรับเชียงราย นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่น่าภูมิใจที่สุดแบบหนึ่ง เพราะไม่จำเป็นต้องรีบเรียกเด็กชายวัย 13 ปีคนนี้ว่าแชมป์โลกในอนาคต ไม่จำเป็นต้องบอกว่าเหรียญโอลิมปิกรอเขาอยู่ และไม่จำเป็นต้องทำให้อันดับ 11 ดูใหญ่กว่าความจริง สิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็น่าสนใจมากพอแล้ว เด็กชายจากเชียงรายคนหนึ่งเดินทางไปยืนอยู่ท่ามกลางนักยิงระดับเอเชีย ยิง 60 นัดจบด้วย 574 คะแนน และทำให้ชื่อ ดรัญภพ กาญจนพงศ์ เริ่มปรากฏทั้งบนสกอร์บอร์ดเอเชียนเกมส์ ฐานข้อมูล ISSF และการสื่อสารขององค์กรยิงปืนระดับทวีป สิ่งที่ควรทำหลังจากวันนี้จึงไม่ใช่เร่งสร้างตำนาน แต่เป็นการให้เวลาเขาเติบโต แล้วรอดูว่า 574 คะแนนในวัย 13 ปี จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางแบบใดในอีกหลายปีข้างหน้า

ประธานยิงปืนเอเชียซูฮก! “ดารัณภพ” วัย 13 ปี โชว์ฟอร์มเยี่ยมเอเชียนเกมส์ คว้าอันดับ 11

ประธานสมาพันธ์กีฬายิงปืนแห่งเอเชีย ออกโรงแสดงความยินดีและชื่นชม “ดารัณภพ กาญจนพงศ์” นักแม่นปืนดาวรุ่งทีมชาติไทยวัยเพียง 13 ปี หลังโชว์หัวใจนักสู้ดวลปืนสั้นยิงเร็ว 25 เมตร คว้าอันดับ 11 ในศึกเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ ประเทศญี่ปุ่น

ชีค ซัลมาน อัล-ซาบาห์ (Sheikh Salman Sabah Al-Salem Al-Humoud Al-Sabah) ดำรงตำแหน่งประธาน สมาพันธ์กีฬายิงปืนแห่งเอเชีย หรือ Asian Shooting Confederation (ASC)

การแข่งขันกีฬายิงปืนในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ไอจิ-นาโกยา 2026 ประเทศญี่ปุ่น ในประเภทปืนสั้นยิงเร็ว 25 เมตร ชาย (25m Rapid Fire Pistol Men) “น้องดารัณภพ กาญจนพงศ์” นักกีฬายิงปืนดาวรุ่งทีมชาติไทยวัย 13 ปี ได้ลงแข่งขันพร้อมแสดงความมุ่งมั่นและจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้อย่างยอดเยี่ยม ทำคะแนนรวมได้ 574-11x จบการแข่งขันในอันดับที่ 11 แม้จะพลาดโอกาสผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอย่างเฉียดฉิว แต่ถือเป็นประสบการณ์ล้ำค่าบนเส้นทางสู่ระดับโอลิมปิก

ด้าน ชีค ซัลมาน อัล-ซาบาห์ ประธานสมาพันธ์กีฬายิงปืนแห่งเอเชีย (ASC) ได้ส่งความปรารถนาดี แสดงความยินดีต่อผลงาน พร้อมให้กำลังใจแก่ดารัณภพให้เดินหน้าพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องเพื่ออนาคตในวงการกีฬายิงปืน นอกจากนี้ ASC ยังได้แสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่สนับสนุนการสร้างนักกีฬารุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงครอบครัวของดารัณภพที่ให้การส่งเสริมและเป็นกำลังใจสำคัญตลอดเส้นทางกีฬา

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :