หมีขั้วโลกเสี่ยงติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2567 วารสาร Public Library of Science (PLOS ONE) ได้รายงานผลการวิจัยล่าสุดเกี่ยวกับหมีขั้วโลก โดยระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในเขตอาร์กติกกำลังเพิ่มความเสี่ยงที่หมีขั้วโลกจะติดเชื้อโรคต่าง ๆ มากขึ้นกว่าช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา การศึกษานี้นำเสนอโดย Karyn Rode และ Caroline Van Hemert จากสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ (U.S. Geological Survey) ซึ่งชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ไวรัส แบคทีเรีย และปรสิตมีโอกาสแพร่เชื้อไปยังสัตว์ป่าในเขตอาร์กติกมากขึ้น

การวิจัยครั้งนี้ได้ทำการตรวจสอบตัวอย่างเลือดของหมีขั้วโลกในทะเลชุคชี (Chukchi Sea) ระหว่างปี 1987–1994 และเปรียบเทียบกับตัวอย่างที่เก็บได้ระหว่างปี 2008-2017 โดยมุ่งเน้นการตรวจหาภูมิต้านทานต่อเชื้อโรค 6 ชนิด พบว่า 5 ใน 6 เชื้อโรคดังกล่าวมีการแพร่กระจายเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลัง ได้แก่ ปรสิตที่ก่อให้เกิดโรคท็อกโซพลาสโมซิส (toxoplasmosis) และนีโอสโปโรซิส (neosporosis) แบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคไข้กระต่าย (rabbit fever) และบรูเซลโลซิส (brucellosis) รวมถึงไวรัสโรคหัดสุนัข (canine distemper virus)

การเพิ่มขึ้นของเชื้อโรคเหล่านี้นับเป็นหนึ่งในความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วที่สุดในเรื่องการสัมผัสเชื้อโรคที่เคยมีการรายงานในหมีขั้วโลก การศึกษานี้ยังชี้ให้เห็นถึงปัจจัยที่ทำให้ความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรคเพิ่มมากขึ้น ซึ่งรวมถึงปัจจัยทางด้านอาหารและเพศ พบว่าหมีขั้วโลกเพศเมียมีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคมากกว่าเพศผู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมีขั้วโลกเพศเมียที่ตั้งครรภ์มักจะหลบซ่อนตัวบนพื้นดินเพื่อเลี้ยงลูก ทำให้มีโอกาสสัมผัสกับเชื้อโรคที่มาจากสัตว์อื่น ๆ มากขึ้น

ในเขตอาร์กติกที่กำลังเผชิญกับภาวะโลกร้อนเร็วกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกเกือบสี่เท่า การสูญเสียแหล่งที่อยู่อาศัยของหมีขั้วโลกซึ่งเป็นน้ำแข็งทะเล เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โรคติดเชื้อต่าง ๆ กลายเป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ป่าเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อชุมชนมนุษย์ที่อาศัยในเขตนี้ด้วย เนื่องจากบางกลุ่มในชุมชนดังกล่าวนิยมล่าหมีขั้วโลกเพื่อนำมาเป็นอาหาร และเชื้อโรคหลายชนิดที่พบในการศึกษานี้สามารถแพร่ระบาดสู่มนุษย์ได้


นักวิจัยระบุว่าหมีขั้วโลกกำลังเผชิญกับปัจจัยหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทำให้พวกมันตกอยู่ในภาวะความเครียดมากขึ้น และเนื่องจากหมีขั้วโลกเป็นแหล่งอาหารสำคัญในพื้นที่นี้ จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบประชากรหมีขั้วโลกอย่างต่อเนื่องเพื่อติดตามสัญญาณของโรคติดเชื้อ นักวิจัยยังเสริมว่า “สำหรับเชื้อโรคบางชนิด จำนวนน้ำเหลืองของหมีขั้วโลกที่มีผลบวก ซึ่งแสดงถึงการสัมผัสกับเชื้อโรค มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และเป็นระดับที่สูงที่สุดที่เคยพบในประชากรกลุ่มนี้ ผลการวิจัยชี้ให้เห็นว่าเส้นทางการแพร่เชื้อโรคในระบบนิเวศของอาร์กติกได้เปลี่ยนแปลงไป”

จากการศึกษาพบว่า หมีขั้วโลกต้องเผชิญกับการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัยในน้ำแข็งทะเลอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้พวกมันต้องปรับตัวและเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคที่มากขึ้น ด้วยภาวะโลกร้อนที่ทำให้สิ่งแวดล้อมในอาร์กติกเปลี่ยนแปลงไป นักวิจัยเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องศึกษาติดตามการแพร่กระจายของเชื้อโรคในระบบนิเวศของอาร์กติกอย่างใกล้ชิด เพื่อปกป้องทั้งหมีขั้วโลกและชุมชนมนุษย์ในเขตนี้จากโรคติดเชื้อ

การศึกษานี้เปิดเผยถึงการเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและการแพร่กระจายของเชื้อโรคในสัตว์ป่า โดยเฉพาะหมีขั้วโลกซึ่งเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศในอาร์กติก

เครดิตภาพและข้อมูลจาก : Public Library of Science

 NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News

MOST POPULAR
FOLLOW ME


Facebook


Times


Instagram


Youtube


Line

NEWS UPDATE
BREAKING NEWS


ข่าวเด่นน่าติดตาม วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2567


ข่าวเด่นน่าติดตาม วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม 2567



ข่าวเด่นน่าติดตามวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566


ข่าวเด่นน่าติดตามวันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566



ข่าวเด่นน่าติดตามวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2566


ข่าวเด่นน่าติดตามวันจันทร์ที่ 4 ธันวาคม 2566