เปิดวิสัยทัศน์ New S-Curve พลิกฟื้นหนองหลวงเชียงราย สู่ศูนย์กลางท่องเที่ยวเชิงนิเวศเชื่อมโยงระบบรถไฟรางคู่

[Sassy_Social_Share]


Summary


เชียงราย เร่งศึกษา “หนองหลวง” 5,700 ไร่ ผู้เชี่ยวชาญ 7 สาขาระดมสมองครั้งที่ 5 ชี้ศักยภาพ “ไข่มุกแห่งภาคเหนือ” รอการฟื้นฟูเร่งด่วน

เชียงราย,11 มิถุนายน 2569 — เมื่อ “หนองน้ำธรรมชาติ” กลางเมืองเชียงรายกำลังร้องขอความช่วยเหลือ ถ้าบอกว่าใจกลางจังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่กว่า 5,700 ไร่ ที่มีนกนับ 90 ชนิด ปลากว่า 60 ชนิด และเกาะธรรมชาติอีก 7 ถึง 8 เกาะ คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก แต่นักดูนกชาวต่างชาติรู้จักดี

“หนองหลวง” คือชื่อของพื้นที่ชุ่มน้ำนี้ ตั้งอยู่ในเขตรอยต่อระหว่างอำเภอเมืองและอำเภอเวียงชัย ซึ่งวันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569 กลายเป็นเวทีสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญ 7 สาขาวิชา จากทีมที่ปรึกษาของกรมทรัพยากรน้ำ ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย หน่วยงานราชการ ผู้นำชุมชน และสถาบันการศึกษา กว่า 45 ตำบลที่เกี่ยวข้อง มาร่วมประชุมกลุ่มย่อยครั้งที่ 5 ณ ห้องประชุมธรรมปัญญา ชั้น 2 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เพื่อระดมสมองในโครงการศึกษาความเหมาะสม สำรวจออกแบบพื้นที่ชุ่มน้ำหนองหลวง เพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติ

อบจ.ชูวิสัยทัศน์ “หนองหลวง” เป็นหมุดหมายของเชียงรายในระดับชาติ

ดร.จิราวุฒิ แก้วเขื่อน รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ในฐานะตัวแทนนายกอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้เปิดการประชุมด้วยการยืนยันจุดยืนของ อบจ.ว่า หนองหลวงไม่ใช่ทรัพยากรของ 45 ตำบลโดยรอบเท่านั้น แต่คือทรัพยากรของคนทั้งจังหวัดเชียงราย

“หนองหลวงเราล่าสุดที่ผมทำวิจัยในส่วนของเรา ใช้ชื่อว่า อ่างเก็บน้ำธรรมชาติของหนองหลวง เพราะว่าเรายังไม่ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำตามอนุสัญญาระหว่างชาติ” รองนายก อบจ.กล่าว พร้อมระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวครอบคลุมตำบลนางแล ตำบลห้วยสัก ตำบลเวียงชัย และอีกหลายตำบล รวมพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันรวมหมื่นกว่าไร่ และ อบจ.พร้อมเป็น “ฟันเฟือง” ผลักดันให้หนองหลวงเป็นหมุดหมายสำคัญบนแผนที่การท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ของประเทศ

นายธีรยุทธ กุคำใส สถาปนิกชำนาญการพิเศษ สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงราย ได้นำเสนอแนวคิด “New S-Curve” ของเชียงราย โดยวางวิสัยทัศน์หนองหลวงเป็นศูนย์กลางการพัฒนาหลายมิติพร้อมกัน ทั้งเชียงรายเมืองท่องเที่ยวสร้างสรรค์วิถีถิ่นร่วมสมัย เกษตรกรรมมูลค่าสูง และสิ่งแวดล้อมสมดุลสู่ความยั่งยืน

“หนองหลวงไม่ใช่แค่หนองน้ำ มันคือ 3 เหลี่ยมเศรษฐกิจของเชียงราย ที่เชื่อมโยงกับรถไฟรางคู่สายสีแดง สนามบินที่กำลังขยาย และถนนทางหลวงที่กำลังพัฒนาทุกสาย ผมตั้งชื่อสไลด์นี้ว่า หนองหลวงแห่งความหวัง มันคือความหวังของทุกคน” นายจิรายุกล่าว พร้อมเสนอแนวคิด Sports Center, Botanical Garden, พื้นที่จัดงาน Hot Air Balloon และการสร้าง R&D Center ร่วมกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่อย่างแม่ฟ้าหลวง ราชภัฏเชียงราย และเทคโนล้านนา

ผลสำรวจพบนก 90 ชนิด ปลา 60 ชนิด แต่กำลังถูกคุกคาม

ดร.นันทิดา สุธรรมวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้และสัตว์ป่า รายงานผลการสำรวจภาคสนามครั้งแรกในฤดูแล้งเดือนพฤษภาคม 2569 ว่า พบนกอย่างน้อย 90 ชนิด ในช่วงฤดูแล้งเพียงอย่างเดียว ซึ่งสูงกว่าข้อมูลเดิมในเอกสารปี 2558 ที่ระบุไว้เพียง 75 ชนิด โดยในจำนวนนั้นเป็นนกอพยพสูงถึง 50 ชนิด

“ข้อมูลที่ได้จากฐาน eBird ซึ่งเป็นวิทยาศาสตร์พลเมืองนั้น เมื่อไปดูว่าใครเป็นคนรายงานก็พบว่าเป็นนักดูนกต่างชาติเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหนองหลวงเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงมากในการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะมีชนิดนกหลากหลายและอยู่ใกล้เมือง” ดร.นันทิดาอธิบาย

นอกจากนกแล้ว ทีมยังพบพืชน้ำ 79 ชนิด ปลาอย่างน้อย 60 ชนิด สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกอย่างน้อย 5 ชนิด และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอย่างน้อย 4 ชนิด รวมถึงค้างคาวกินแมลง 2 ชนิด อย่างไรก็ตาม ยังพบสัตว์ต่างถิ่นที่ถูกปล่อยลงในพื้นที่ด้วย และข้อมูลของสัตว์หน้าดินพบว่ามีจำนวนลดลง อาจเนื่องจากการขุดลอกพื้นที่ที่ผ่านมา

ดร.ฐิติมา ช่องตะคุ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม รายงานว่าขณะนี้กำลังดำเนินการสำรวจและแบ่งโซนพื้นที่ชุ่มน้ำออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ พื้นที่อนุรักษ์ (1A และ 1B) ซึ่งรวมเกาะแม่ม่ายและเกาะอื่นอีก 6 เกาะที่ต้องได้รับการคุ้มครองสูงสุด พื้นที่กันชน (โซน 2) สำหรับลดผลกระทบจากกิจกรรมมนุษย์ และพื้นที่พัฒนาได้ (โซน 3) ซึ่งปัจจุบันมีการทำเกษตรและที่อยู่อาศัยอยู่แล้ว พื้นที่ทั้งหมดในขอบเขตนส.ว. มีประมาณ 8,900 ไร่ และส่วนที่พัฒนาได้คาดว่าอยู่ที่ราว 3,200 ไร่

Nakornchiangrainews IMG 7516 11zon 15 Photo

วิศวกรเตือน น้ำท่วมและน้ำแล้งจะแก้ไม่ได้ หากไม่เร่งจัดการตอนนี้

นส.จิรประภา จารุเพ็ง วิศวกรแหล่งน้ำ รายงานว่าทีมกำลังนำแบบจำลองทางอุทกวิทยาและชลศาสตร์ 3 แบบจำลองมาวิเคราะห์พื้นที่พร้อมกัน ได้แก่ แบบจำลอง SWAT สำหรับวิเคราะห์ระดับลุ่มน้ำ แบบจำลองสมดุลน้ำเพื่อคาดการณ์ระดับน้ำรายเดือน และแบบจำลองการไหล 2 มิติเพื่อจำลองพฤติกรรมการเคลื่อนที่ของน้ำ

ทีมได้ลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนามในช่วงวันที่ 8 ถึง 10 มิถุนายน 2569 จากการประชุมกลุ่มย่อย 4 เวทีในตำบลต่างๆ และได้ข้อมูลที่มีประโยชน์อย่างมากจากแต่ละชุมชน

ดร.กิตติพจน์ เพิ่มพูล ผู้เชี่ยวชาญด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งลงพื้นที่ไปนั่งรับฟังปัญหาจากชาวบ้านโดยตรงถึง 4 เวที สรุปข้อกังวลหลักที่ชาวบ้านฝาก 3 ประการ ได้แก่ ปริมาณน้ำที่ลดลงจนไม่เพียงพอต่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค ช่วงเวลาการไหลของน้ำที่คาดเดาไม่ได้ ทำให้ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งพร้อมกัน และปัญหาคุณภาพน้ำที่เสื่อมโทรมลงซึ่งเขาชี้ว่าน่าเป็นห่วงที่สุดแต่กลับไม่ค่อยมีใครพูดถึง

“หนองหลวงรับน้ำมือสอง คือรับน้ำจากห้วยและร่องน้ำที่มีการใช้ประโยชน์อย่างเข้มข้นก่อนแล้วจึงไหลลงมา คุณภาพน้ำที่นี่น่าเป็นห่วงมาก แทบจะสูงกว่าลำน้ำหลักในจังหวัดด้วยซ้ำ ถ้ามีน้ำแต่เป็นน้ำเสีย ทุกอย่างที่คิดจะทำใช้ไม่ได้หมดเลย” ดร.กิตติพจน์เตือน

ชาวบ้านฝาก ปลากุ้งก้ามกรามตัวละ 6 ขีด และข้อเสนอที่รอคำตอบมาหลายเวที

รศ.ดร.ต่อลาภ คำโย ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและสังคม รายงานว่าจากการลงพื้นที่สัมภาษณ์ชุมชน พบว่ามูลค่าที่ชาวบ้านได้รับจากหนองหลวงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี ซึ่งยังเป็นตัวเลขเบื้องต้นที่ต้องเก็บข้อมูลเพิ่มเติม

หนึ่งในข้อค้นพบที่น่าสนใจที่สุดจากการสัมภาษณ์คือชาวบ้านเล่าว่าในอดีต หนองหลวงเคยมีกุ้งก้ามกรามขนาดตัวละเกือบหนึ่งกิโลกรัม และชาวบ้านหวังว่าจะมีโครงการเพาะพันธุ์ปล่อยลงในพื้นที่

รศ.ดร.ต่อลาภยังพบปัญหาสำคัญเรื่อง “ความเข้าใจผิดเรื่องการอนุรักษ์” โดยชาวบ้านกลัวว่าหากพื้นที่ถูกประกาศเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแล้วจะหาปลาไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องสื่อสารให้ชัดเจนว่าการอนุรักษ์หมายถึงการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ไม่ใช่การห้ามใช้

นอกจากนี้ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างเรื่องการบริหารจัดการประตูน้ำที่ไม่มีหน่วยงานรับผิดชอบชัดเจน กฎหมายหลายฉบับจากหลายกรมที่ขัดแย้งกัน และโครงการพัฒนาที่หลายหน่วยงานดำเนินการแล้วขาดการดูแลต่อเนื่อง จนชาวบ้านรู้สึกว่า “บอกแต่ว่าจะทำ ยังไม่มาทำสักที”

แผนงาน เวทีที่ 6 คือบทสรุปนโยบาย ก่อนออกแบบจริง

พ.อ.อ.ดร.สมคิด ภูมิโคกรักษ์ หัวหน้าทีมที่ปรึกษาด้านป่าไม้และสัตว์ป่า ระบุว่าเวทีวันนี้เป็นครั้งที่ 5 และครั้งต่อไปจะเป็นครั้งที่ 6 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่ทีมจะนำทุกข้อมูลมาประมวลผลและนำเสนอแผนการออกแบบจริง โดยผลลัพธ์ที่จะได้รับประกอบด้วย รายงานหลักการฟื้นฟูระบบนิเวศ แผนการออกแบบในแต่ละมิติ และคู่มือการบริหารจัดการพื้นที่สำหรับหน่วยงานที่รับผิดชอบ

“เราจะไม่ให้ท่านต้องไปพลิกกฎหมายเอง เราจะทำเป็นคู่มือเป็น Guideline ไว้ให้ ว่าพื้นที่ไหนทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ และถ้ามีงบประมาณเราจะช่วยดำเนินการให้ ส่วนที่ไม่มีงบก็จะออกแบบและมีคู่มือให้ท่านดำเนินการต่อได้เอง” ดร.สมคิดกล่าว

หนองหลวงกำลังยืนอยู่ที่ทางแยก ระหว่างการกลายเป็นพื้นที่พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เมื่อเมืองเชียงรายขยายตัว กับการกลายเป็นสมบัติทางนิเวศที่ทิ้งไว้ให้ลูกหลาน บทเฉลยของทางแยกนี้อาจได้คำตอบในเวทีครั้งที่ 6 ที่กำลังจะมาถึง











สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

[Sassy_Social_Share]

Most popular