กรมทางหลวงชนบทเดินหน้าสะพานแม่ข้าวต้ม 329 ล้าน เชื่อมโครงข่ายทางเลี่ยงเมืองหนุนโลจิสติกส์การค้าชายแดน

Summaryสรุปประเด็นสำคัญ
  • กรมทางหลวงชนบทเริ่มก่อสร้างสะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้ม ถนนสาย ชร.1023 อำเภอเมืองเชียงราย วงเงิน 329.784 ล้านบาท
  • รูปแบบเป็นสะพานคู่ขนานขนาด 4 ช่องจราจร รวมช่วงขึ้นลงยาว 438.60 เมตร และถนนเชื่อมต่อคอนกรีตเสริมเหล็ก 811.40 เมตร
  • โครงการนี้มุ่งแยกกระแสรถบรรทุกออกจากรถส่วนบุคคล และเพิ่มประสิทธิภาพเส้นทางเชื่อมท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง
  • มีสัญญาจ้าง 900 วัน ดำเนินการโดยบริษัท ธนะวงศ์กรุ๊ป จำกัด มีกำหนดแล้วเสร็จวันที่ 16 มกราคม 2572
  • มีการจัดทำบันทึกความร่วมมือ 3 ฝ่าย ให้ตัวแทนประชาชนร่วมตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยและฝุ่นละอองระหว่างก่อสร้าง

ปลดคอขวดโลจิสติกส์เชียงราย! ทุ่ม 329 ล้านสร้างสะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้ม เชื่อมสนามบิน–หนุนการค้าชายแดน คาดเสร็จปี 2572

เชียงราย,26 ตุลาคม 2569 – กรมทางหลวงชนบทเดินหน้าก่อสร้างสะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้ม บนถนนสาย ชร.1023 อำเภอเมืองเชียงราย วงเงิน 329.784 ล้านบาท แก้ปัญหารถติดและอุบัติเหตุบนเส้นทางที่มีทั้งรถบรรทุกสินค้า รถขนส่ง และรถยนต์ส่วนบุคคลใช้ร่วมกัน เตรียมเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายถนนเชื่อมท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย รองรับการขยายตัวของเมืองและกิจกรรมขนส่งสินค้าในภาคเหนือตอนบน พร้อมเปิดโอกาสต่อยอดระบบโลจิสติกส์การค้าชายแดนแม่สาย เชียงแสน และเชียงของ คาดก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2572

แยกแม่ข้าวต้ม จุดตัดการเดินทางที่เชียงรายต้องเร่งแก้

รถบรรทุกสินค้าคันใหญ่ที่ต้องใช้เส้นทางเดียวกับรถยนต์ส่วนบุคคลในชั่วโมงเร่งด่วน กลายเป็นโจทย์การจราจรที่แยกแม่ข้าวต้มต้องเผชิญมานาน ยิ่งจำนวนยานพาหนะเพิ่มขึ้น ความล่าช้าและความเสี่ยงอุบัติเหตุก็ยิ่งเป็นภาระต่อผู้ใช้ถนน รวมถึงผู้ประกอบการขนส่งที่ต้องรักษาเวลาส่งมอบสินค้า

กรมทางหลวงชนบท หรือ ทช. จึงเดินหน้าโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยกบนถนนทางหลวงชนบทสาย ชร.1023 บริเวณทางแยกแม่ข้าวต้ม อำเภอเมืองเชียงราย เพื่อแยกรถที่เดินทางผ่านพื้นที่ออกจากกระแสจราจรระดับพื้น ลดการตัดกันของรถในหลายทิศทาง และเพิ่มความคล่องตัวให้เส้นทางสายหลัก

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ว่า กรมฯ ได้เริ่มเข้าพื้นที่ดำเนินโครงการแล้ว โดยกำหนดเป้าหมายก่อสร้างให้แล้วเสร็จในปี 2572 ภายใต้นโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมให้รองรับการลงทุนและการขยายตัวทางเศรษฐกิจของภาคเหนือ

ปัญหาของแยกแม่ข้าวต้มไม่ได้จำกัดอยู่ที่ช่วงเวลาเร่งด่วนเท่านั้น เพราะถนนสายนี้มีรถหลายประเภทใช้ร่วมกัน ตั้งแต่รถของประชาชนในพื้นที่ รถโดยสาร ไปจนถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่ การจัดการจราจรจึงต้องคำนึงถึงทั้งความรวดเร็วและความปลอดภัยของผู้ใช้ถนนทุกกลุ่ม

เปิดแบบสะพาน 1.25 กิโลเมตร ลงทุน 329.784 ล้านบาท

โครงการก่อสร้างครอบคลุมระยะทางรวม 1.250 กิโลเมตร ใช้งบประมาณ 329,784,000 บาท โดยออกแบบเป็นสะพานคู่ขนานเพื่อรองรับการเดินทางทั้งสองทิศทาง

สะพานแต่ละแนวมีความยาวช่วงสะพาน 268.60 เมตร และช่วงทางขึ้นลงอีก 170 เมตร รวมความยาวสะพานและช่วงเชื่อมต่อประมาณ 438.60 เมตร ส่วนถนนต่อเชื่อมเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กระยะทาง 811.40 เมตร

โครงสร้างรองรับการจราจร 2 ช่องต่อทิศทาง แต่ละช่องกว้าง 3.50 เมตร มีไหล่ทางกว้าง 2 เมตร และเกาะกลางแบบยก พร้อมติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ระบบระบายน้ำ และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยตามมาตรฐานกรมทางหลวงชนบท

หลักการของสะพานข้ามแยกคือการเปิดให้รถที่ต้องการวิ่งผ่านบริเวณดังกล่าวสามารถใช้สะพานได้โดยลดความจำเป็นต้องหยุดรอสัญญาณไฟในระดับพื้น ขณะที่การเดินทางเข้าชุมชนและพื้นที่สองข้างทางยังต้องอาศัยการจัดระบบถนนระดับพื้นให้เหมาะสม

หากการออกแบบและการจัดการจราจรเป็นไปตามเป้าหมาย รถขนส่งสินค้าที่ต้องเดินทางผ่านทางแยกจะสามารถรักษาเวลาได้ดีขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่มีปริมาณรถหนาแน่น อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาที่ลดลงและประโยชน์ด้านการประหยัดต้นทุนจะต้องประเมินจากการจราจรจริงหลังเปิดใช้งาน

เส้นทาง ชร.1023 เชื่อมสนามบินกับเศรษฐกิจชายแดน

ความน่าสนใจของโครงการอยู่ที่บทบาทของถนนสาย ชร.1023 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายถนนรอบเมืองเชียงรายที่เชื่อมต่อไปยังท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงและเส้นทางคมนาคมสำคัญในพื้นที่

เชียงรายมีอำเภอชายแดนที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายแห่ง ทั้งแม่สาย ซึ่งเชื่อมการค้ากับเมียนมา เชียงแสน ซึ่งมีท่าเรือพาณิชย์บนแม่น้ำโขง และเชียงของ ซึ่งเชื่อมต่อการขนส่งกับ สปป.ลาว และเส้นทางการค้าสู่จีนตอนใต้

การขนส่งสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมจากตัวเมืองหรือพื้นที่ผลิตไปยังจุดกระจายสินค้าเหล่านี้ จำเป็นต้องอาศัยโครงข่ายถนนหลายสายทำงานเชื่อมต่อกัน จุดตัดที่มีการจราจรติดขัดจึงอาจส่งผลต่อเวลาขนส่งโดยรวม แม้จะอยู่ห่างจากด่านชายแดนหลายสิบกิโลเมตรก็ตาม

สำหรับสินค้าการเกษตร เช่น ผลไม้สด ผัก ชา และกาแฟ การรักษาเวลาขนส่งช่วยลดความเสี่ยงต่อคุณภาพสินค้า โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องผ่านการคัดแยก บรรจุ และส่งต่อไปยังตลาดหรือศูนย์กระจายสินค้า

หากสะพานแม่ข้าวต้มช่วยลดความล่าช้าบนถนน ชร.1023 ได้จริง ก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการที่ใช้เส้นทางนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขนส่งสินค้า แต่ยังไม่มีหลักฐานว่ารถบรรทุกสินค้าชายแดนทุกเส้นทางจำเป็นต้องผ่านแยกดังกล่าว หรือโครงการนี้จะลดต้นทุนโลจิสติกส์ชายแดนได้เป็นจำนวนเท่าใด

การพัฒนาสะพานจึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการปรับปรุงโครงข่ายขนส่งจังหวัด ไม่ใช่คำตอบทั้งหมดของระบบการค้าชายแดน

จากสะพานแม่ข้าวต้ม ถึงโครงการทางลอดศูนย์ราชการ

การลงทุนบริเวณแยกแม่ข้าวต้มยังเชื่อมโยงกับโครงการปรับปรุงถนนสาย ชร.1023 อีกแห่งหนึ่ง ได้แก่ โครงการก่อสร้างทางลอดและปรับปรุงถนนบริเวณทางแยกศูนย์ราชการ ซึ่งกรมทางหลวงชนบทดำเนินการด้วยวงเงินประมาณ 849.80 ล้านบาท

โครงการทางลอดดังกล่าวมีระยะทางรวม 1.635 กิโลเมตร ประกอบด้วยทางลอดขนาด 4 ช่องจราจร ความยาว 425.50 เมตร พร้อมขยายสะพานข้ามแม่น้ำกกระยะทาง 410 เมตร เพื่อแก้ปัญหาคอขวดบนเส้นทางเชื่อมท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง โดยมีเป้าหมายแล้วเสร็จในปี 2570

เมื่อพิจารณาทั้งสองโครงการร่วมกัน จะเห็นแนวทางการแก้ปัญหาจุดตัดจราจรบนถนนสายเดียวกันอย่างต่อเนื่อง โดยทางลอดศูนย์ราชการมุ่งรองรับการเดินทางบริเวณโครงข่ายสนามบิน ขณะที่สะพานแม่ข้าวต้มช่วยจัดการกระแสจราจรอีกจุดหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างทั้งสองแห่งมีกรอบเวลาต่างกัน การบริหารเส้นทางเบี่ยงและการประชาสัมพันธ์สภาพจราจรจึงต้องประสานกัน เพื่อไม่ให้การแก้ปัญหาของจุดหนึ่งผลักภาระไปสู่อีกจุดระหว่างดำเนินงาน

รอบเวียงกับโอกาสขยายตัวของเศรษฐกิจเมือง

การปรับปรุงถนนรอบเมืองมีผลต่อการตัดสินใจลงทุนของภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการขนส่งและการเข้าถึงพื้นที่ เช่น คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า ร้านค้าส่ง ธุรกิจบริการยานยนต์ และกิจการที่ต้องเดินทางเชื่อมระหว่างตัวเมืองกับสนามบิน

ตำบลรอบเวียงและพื้นที่ใกล้เคียงจึงมีโอกาสได้รับประโยชน์จากการพัฒนาโครงข่ายคมนาคม หากสามารถเชื่อมต่อกับถนนสายหลักและแหล่งกิจกรรมเศรษฐกิจอื่นได้สะดวกขึ้น

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าที่ต้องจัดรอบรถหลายเที่ยวต่อวัน หากระยะเวลาเดินทางมีความแน่นอนมากขึ้น ก็สามารถจัดตารางรับส่งสินค้าและบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น ส่วนกิจการค้าส่งหรือศูนย์กระจายสินค้าจะมีทางเลือกในการพิจารณาที่ตั้งกิจการตามความสะดวกของโครงข่ายถนน

สำหรับประชาชน การเข้าถึงสถานศึกษา โรงพยาบาล ตลาด และพื้นที่ทำงานได้สะดวกขึ้น อาจเพิ่มความน่าสนใจของพื้นที่อยู่อาศัยรอบนอกเมืองด้วย

แต่การขยายตัวของธุรกิจและที่อยู่อาศัยจำเป็นต้องดำเนินไปภายใต้กฎหมายผังเมืองและข้อกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เกี่ยวข้อง การสร้างสะพานข้ามแยกไม่ได้ทำให้ข้อจำกัดทางผังเมืองถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ

หากมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังต้องเตรียมความพร้อมด้านระบบระบายน้ำ ถนนเชื่อมเข้าชุมชน ความปลอดภัยของคนเดินเท้า และการจัดการจราจรระดับพื้น เพื่อป้องกันปัญหารถติดย้ายจากทางแยกหลักไปเกิดบริเวณถนนซอยหรือทางเข้าออกกิจการใหม่

ช่วงก่อสร้างต้องคุมเข้ม ฝุ่น–รถเบี่ยง–ความปลอดภัยชุมชน

ก่อนที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์จากสะพานแห่งใหม่ พื้นที่แยกแม่ข้าวต้มจะต้องเผชิญกับการก่อสร้างขนาดใหญ่เป็นเวลาหลายปี ซึ่งมีทั้งเครื่องจักร รถขนส่งวัสดุ และการปรับเปลี่ยนช่องจราจรตามระยะงาน

กรมทางหลวงชนบทกำหนดมาตรการความปลอดภัย โดยเตรียมติดตั้งแบริเออร์และผ้าใบกั้นเขตก่อสร้าง แยกพื้นที่ปฏิบัติงานออกจากทางสัญจร พร้อมติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่างในเวลากลางคืน

สำหรับงานก่อสร้างบางช่วงจะต้องปิดพื้นที่ใต้สะพานและห้ามรถสัญจรผ่าน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงานเหนือแนวถนน ขณะเดียวกัน รถบรรทุกวัสดุต้องคลุมผ้าใบ และมีการฉีดพรมน้ำลดฝุ่นบริเวณพื้นที่ก่อสร้างเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

กรมฯ ยังได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเมื่อต้นเดือนกันยายน 2569 พร้อมจัดทำบันทึกความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่างกรมทางหลวงชนบท ผู้รับจ้าง และผู้แทนประชาชน เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนติดตามการดำเนินงานและเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างก่อสร้าง

การมีส่วนร่วมดังกล่าวมีความสำคัญต่อผู้ประกอบการร้านค้าและประชาชนที่พักอาศัยบริเวณโครงการ เพราะการเปลี่ยนช่องจราจรอาจกระทบการเข้าถึงบ้านเรือนหรือสถานประกอบการ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องดำเนินงานฐานรากและโครงสร้างสะพาน

สิ่งที่ชุมชนควรได้รับอย่างต่อเนื่องคือข้อมูลแผนปิดช่องจราจร เส้นทางเบี่ยง จุดกลับรถ และช่วงเวลาที่เครื่องจักรเข้าทำงาน เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้ล่วงหน้า

ข้อตกลงสามฝ่าย เปิดทางประชาชนร่วมตรวจสอบโครงการ 329 ล้าน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 กรมทางหลวงชนบทได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น ณ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ข้าวต้ม โดยมีผู้แทนท้องถิ่น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนเข้าร่วม

รายละเอียดโครงการที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้านี้ระบุว่า บริษัท ธนะวงศ์กรุ๊ป จำกัด เป็นผู้รับจ้าง วงเงิน 329.784 ล้านบาท มีระยะเวลาตามสัญญา 900 วัน และกำหนดแล้วเสร็จวันที่ 16 มกราคม 2572

ข้อตกลงความร่วมมือสามฝ่ายเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการติดตามการก่อสร้าง ส่วนผู้รับจ้างต้องดำเนินงานตามแบบและข้อกำหนดของสัญญา โดยกรมทางหลวงชนบททำหน้าที่กำกับตรวจสอบคุณภาพงานและมาตรการความปลอดภัย

หากกลไกดังกล่าวดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ประชาชนจะสามารถติดตามได้ทั้งความก้าวหน้าของโครงการ ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างก่อสร้าง และแนวทางแก้ไขของหน่วยงานรับผิดชอบ

ปี 2572 บทพิสูจน์สะพานแม่ข้าวต้มกับเศรษฐกิจเชียงราย

งบประมาณ 329.784 ล้านบาทสำหรับสะพานแม่ข้าวต้ม เป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐบาลคาดหวังว่าจะช่วยลดความติดขัดของการจราจร เพิ่มความปลอดภัย และรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเมืองเชียงรายที่ขยายตัว

ผลลัพธ์ที่ต้องติดตามหลังโครงการแล้วเสร็จในปี 2572 ได้แก่ ระยะเวลาเดินทางผ่านทางแยก ปริมาณรถที่รองรับได้ จำนวนอุบัติเหตุ และความสะดวกในการเชื่อมต่อระหว่างถนนระดับพื้นกับโครงข่ายถนนสายหลัก

สำหรับภาคธุรกิจขนส่ง การประเมินจะต้องลงลึกไปถึงต้นทุนต่อเที่ยว ความตรงต่อเวลาของการส่งสินค้า และประสิทธิภาพของเส้นทางเชื่อมสนามบินกับแหล่งกระจายสินค้าภายในจังหวัด

ส่วนโอกาสในการขยายผลไปสู่การค้าชายแดนแม่สาย เชียงแสน และเชียงของ ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการเชื่อมถนนสาย ชร.1023 เข้ากับเส้นทางขนส่งหลัก รวมถึงการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในภาพรวมของจังหวัด

ระหว่างนี้ ประชาชนรอบแยกแม่ข้าวต้มจะเป็นกลุ่มแรกที่ต้องรับผลกระทบจากงานก่อสร้าง ความสำเร็จของโครงการจึงต้องเริ่มจากการจัดการพื้นที่ก่อสร้างอย่างปลอดภัย และเปิดเผยแผนงานให้ชุมชนตรวจสอบได้ ก่อนเข้าสู่การใช้งานจริงตามเป้าหมายในปี 2572

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :