จากกำแพงเมือง 700 ปี สู่มรดกโลก เชียงรายจับมือวุฒิสภาดัน “เชียงแสน” ขึ้นทะเบียนยูเนสโก รับงานยี่เป็งริมโขงสุดอลังการ
- จังหวัดเชียงรายร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการฯ วุฒิสภา เพื่อวางกรอบผลักดัน “เมืองโบราณเชียงแสน” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
- การขับเคลื่อนนำโดย นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าฯ เชียงราย และ นายบวรเวท รุ่งรุจี นายกสมาคมอิโคโมสไทย
- เชียงแสนมีจุดแข็งจากหลักฐานโบราณคดีกำแพงเมือง คูเมือง และวัดเก่าแก่ริมแม่น้ำโขงอายุกว่า 700 ปี
- ปัจจุบันอยู่ในขั้นเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอเข้าสู่บัญชีรายชื่อเบื้องต้น (Tentative List) ของยูเนสโกอย่างเป็นระบบ
- จังหวัดเตรียมจัดงาน “ยี่เป็งเชียงแสน แสงศรัทธา แม่น้ำโขง 2569” วันที่ 20–24 พ.ย. นี้ เพื่อสะท้อนมรดกวัฒนธรรมที่มีชีวิต
จากกำแพงเมือง 700 ปี สู่มรดกโลกเชียงรายจับมือวุฒิสภาดัน “เชียงแสน” ขึ้นทะเบียนยูเนสโก รับงานยี่เป็งริมโขงสุดอลังการ
เชียงราย,8 ตุลาคม 2569 – เชียงรายเดินหน้าเปิดหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ผลักดัน “เมืองโบราณเชียงแสน” เข้าสู่กระบวนการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม หลังจังหวัดหารือร่วมคณะอนุกรรมาธิการด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและประเพณี วุฒิสภา เพื่อรวบรวมหลักฐาน ประเมินความพร้อม และวางแนวทางขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบ ขณะเดียวกันงาน “ยี่เป็งเชียงแสน แสงศรัทธา แม่น้ำโขง 2569” วันที่ 20 ถึง 24 พฤศจิกายนนี้ จะเป็นเวทีสำคัญที่ทำให้โลกเห็นว่าเชียงแสนไม่ได้มีเพียงกำแพงเมืองและวัดโบราณ แต่ยังมีวัฒนธรรมที่มีลมหายใจอยู่ริมฝั่งโขง
เชียงแสนไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวริมโขง
เมืองเชียงแสนกำลังยืนอยู่บนจังหวะเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากเมืองท่องเที่ยวริมแม่น้ำโขงที่ผู้คนคุ้นตาด้วยภาพสามเหลี่ยมทองคำ วัดเก่า กำแพงเมือง และวิถีชุมชนชายแดน สู่การวางหมุดหมายใหม่ในฐานะเมืองมรดกวัฒนธรรมที่มีศักยภาพก้าวสู่เวทีโลก
การขยับครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากกระแสการท่องเที่ยวชั่วคราว แต่เกิดจากการมองเชียงแสนในฐานะเมืองประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานทางโบราณคดีชัดเจน ทั้งกำแพงเมือง คูเมือง ป้อม ประตูเมือง วัดโบราณ และระบบชุมชนเก่าริมแม่น้ำโขงที่ยังอ่านร่องรอยได้ในพื้นที่จริง
เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่ห้องประชุมอูหลง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและประเพณี ในคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา เพื่อหารือแนวทางผลักดัน “เมืองโบราณเชียงแสน” เข้าสู่กระบวนการพิจารณาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม
การประชุมครั้งนี้มีนายบวรเวท รุ่งรุจี อดีตอธิบดีกรมศิลปากร และนายกสมาคมอิโคโมสไทย หรือ ICOMOS Thailand เป็นประธาน โดยที่ประชุมเน้นการรวบรวมข้อมูล ประเมินความพร้อม และวางกรอบการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้เชียงแสนเดินเข้าสู่กระบวนการระดับประเทศอย่างถูกต้อง
วุฒิสภาเปิดทางรวบรวมข้อมูลเมืองโบราณ
การผลักดันเชียงแสนไม่ได้เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรม 3 แห่งที่เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ได้แก่ เมืองประวัติศาสตร์เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เมืองโบราณเชียงแสน จังหวัดเชียงราย และเส้นทางรถไฟสายมรณะ จังหวัดกาญจนบุรี
ในการประชุมคณะกรรมาธิการครั้งที่ 26/2569 เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ประชุมมีมติมอบหมายให้คณะอนุกรรมาธิการด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและประเพณี รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น ก่อนนำกลับเข้าสู่การพิจารณาเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินงานต่อไป
สำหรับเชียงราย ข้อเสนอ “เมืองโบราณเชียงแสน” มีความหมายมากกว่าการเพิ่มชื่อแหล่งท่องเที่ยวในเอกสารราชการ เพราะเป็นการตั้งคำถามระดับยุทธศาสตร์ว่า เมืองชายแดนริมโขงแห่งนี้จะถูกยกระดับจากพื้นที่ท่องเที่ยวท้องถิ่น ไปสู่เมืองวัฒนธรรมระดับสากลได้อย่างไร และจะบริหารจัดการการอนุรักษ์กับการใช้ชีวิตของคนในพื้นที่ให้เดินไปด้วยกันได้อย่างไร

มรดกโลกไม่ใช่ประกาศวันนี้ แต่ต้องเดินตามขั้นตอน
ประเด็นที่ต้องสื่อสารให้ชัดคือ ขณะนี้เชียงแสนยังไม่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก การหารือครั้งนี้เป็นขั้นตอนของการรวบรวมข้อมูลและเตรียมแนวทางขับเคลื่อนเท่านั้น
ตามกระบวนการของ UNESCO การเสนอแหล่งเข้าสู่บัญชีมรดกโลกต้องเริ่มจากการจัดทำบัญชีรายชื่อเบื้องต้น หรือ Tentative List โดยรัฐภาคีต้องระบุแหล่งที่มีศักยภาพและตั้งใจจะเสนอ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำเอกสารเสนอชื่อ การประเมินคุณค่าโดดเด่นเป็นสากล การกำหนดขอบเขตพื้นที่ การบริหารจัดการ และการพิจารณาในระดับคณะกรรมการมรดกโลก
ดังนั้น การประชุมของจังหวัดเชียงรายร่วมกับคณะอนุกรรมาธิการฯ จึงเป็นก้าวต้นน้ำที่สำคัญมาก เพราะหากข้อมูลไม่แน่นพอ การกำหนดขอบเขตพื้นที่ไม่ชัดพอ หรือระบบบริหารจัดการเมืองเก่าไม่พร้อมพอ โอกาสเดินหน้าในกระบวนการมรดกโลกก็จะติดขัดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
นี่คือเหตุผลที่เชียงรายต้องทำงานแบบ “เมืองทั้งเมือง” ไม่ใช่เพียงงานของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง ต้องเชื่อมฝ่ายปกครอง กรมศิลปากร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน วัด โรงเรียน ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และภาควิชาการเข้าด้วยกัน
หลักฐานกำแพงเมือง คูเมือง และวัดโบราณคือหัวใจ
จุดแข็งของเชียงแสนคือหลักฐานที่ยังปรากฏอยู่ในพื้นที่จริง เมืองโบราณเชียงแสนตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขง มีระบบกำแพงเมือง คูเมือง และโบราณสถานจำนวนมาก โดยฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีสำคัญในประเทศไทยระบุว่า กำแพงเมืองเชียงแสนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 52 หน้า 3673 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478
ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมศิลปกรรมยังระบุว่า เมืองเชียงแสนตั้งอยู่บนที่ราบฝั่งตะวันตกของแม่น้ำโขง มีแม่น้ำโขงเป็นแนวปราการธรรมชาติด้านตะวันออก และมีกำแพงเมืองกับคูเมืองล้อมพื้นที่ด้านเหนือ ใต้ และตะวันตก พร้อมหลักฐานประตูเมือง ป้อม และระบบคูน้ำคันดินที่สะท้อนการวางผังเมืองโบราณอย่างมีระบบ
หลักฐานเหล่านี้ทำให้เชียงแสนไม่ใช่เพียงเมืองเก่าที่มีเรื่องเล่า แต่เป็นพื้นที่ที่มีวัตถุพยานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีรองรับ ทั้งยังเชื่อมโยงกับเส้นทางอารยธรรมล้านนา ลุ่มน้ำโขง การค้า การตั้งถิ่นฐาน และศรัทธาทางพุทธศาสนาที่สืบเนื่องมายาวนาน
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายคือการแปลงหลักฐานเหล่านี้ให้เป็นชุดข้อมูลที่แข็งแรงในระดับสากล ต้องมีการศึกษาวิจัย ขุดค้น บันทึกสภาพอนุรักษ์ จัดทำแผนบริหารจัดการ และอธิบายคุณค่าโดดเด่นของเชียงแสนให้ชัดว่าแตกต่างและสำคัญต่อโลกอย่างไร


ยี่เป็งริมโขงคือวัฒนธรรมที่ยังมีลมหายใจ
ในอีกด้านหนึ่ง จังหวัดเชียงรายกำลังเตรียมจัดงาน “ยี่เป็งเชียงแสน แสงศรัทธา แม่น้ำโขง 2569” ระหว่างวันที่ 20 ถึง 24 พฤศจิกายน 2569 ณ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสนและสามเหลี่ยมทองคำ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย
การประชุมเตรียมงานจัดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 13.00 น. ที่ห้องประชุมเวียงกาหลง ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานการประชุมหารือการบูรณาการจัดงาน
งานปีนี้ถูกออกแบบให้สะท้อนความงดงามของเมืองโบราณกับชีวิตปัจจุบัน ภายในงานมีทั้งการจุดพลุ อุโมงค์โคมยาว 500 เมตร เรือไฟ กระทงสาย การจุดผางประทีปรอบกำแพงเมืองเชียงแสน การประดับไฟ 9 วัดในเมืองเชียงแสน สินค้า OTOP และสินค้าชุมชนกว่า 280 บูธ การแสดงศิลปะในชุมชน เวทีใหญ่ ศิลปินนักร้อง และการประกวดนางนพมาศ โดยวันที่ 24 พฤศจิกายน 2569 จะมีขบวนยี่เป็งเชียงแสน แสงศรัทธา 2569 เป็นกิจกรรมสำคัญ
หากมองในบริบทมรดกโลก งานยี่เป็งไม่ได้เป็นเพียงอีเวนต์ท่องเที่ยว แต่เป็นหลักฐานของ “มรดกที่มีชีวิต” เพราะเมืองมรดกที่ยั่งยืนไม่ควรมีเพียงกำแพงและโบราณสถาน แต่ต้องมีผู้คน พิธีกรรม ความเชื่อ งานช่าง อาหาร ดนตรี แสงไฟ และการมีส่วนร่วมของชุมชน
เมืองโบราณต้องอยู่ร่วมกับเมืองมีชีวิต
โจทย์ใหญ่ของเชียงแสนคือการทำให้การอนุรักษ์โบราณสถานไม่ตัดขาดจากชีวิตประจำวันของคนในพื้นที่ เมืองโบราณหลายแห่งในโลกเผชิญปัญหาเดียวกัน คือเมื่อพื้นที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์สูง การท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น การลงทุนตามมา แต่หากไม่มีแผนบริหารจัดการที่ดี เมืองเก่าอาจถูกกดดันจากร้านค้า การจราจร ป้ายโฆษณา การก่อสร้าง และการใช้พื้นที่ที่ไม่สอดคล้องกับคุณค่าดั้งเดิม
เชียงแสนจึงต้องเดินสองเส้นทางพร้อมกัน เส้นทางแรกคือการอนุรักษ์หลักฐานทางประวัติศาสตร์อย่างจริงจัง เส้นทางที่สองคือการทำให้ชุมชนได้ประโยชน์จากการอนุรักษ์ ไม่ใช่ถูกกันออกจากเมืองของตัวเอง
หากงานยี่เป็งริมโขงสามารถออกแบบให้คนเชียงแสนเป็นเจ้าของงานจริง ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น สินค้าชุมชน ศิลปะพื้นบ้าน และการเล่าเรื่องประวัติศาสตร์อย่างถูกต้อง งานนี้จะกลายเป็นเวทีสื่อสารคุณค่าของเชียงแสนต่อผู้มาเยือนได้อย่างทรงพลัง

จากสามเหลี่ยมทองคำ สู่เมืองวัฒนธรรมระดับโลก
หลายสิบปีที่ผ่านมา ภาพจำของเชียงแสนผูกกับคำว่า “สามเหลี่ยมทองคำ” อย่างแน่นแฟ้น แต่การผลักดันเมืองโบราณเชียงแสนสู่มรดกโลกกำลังเปลี่ยนกรอบคิดใหม่ จากเมืองชายแดนและเมืองท่องเที่ยวริมโขง ไปสู่เมืองประวัติศาสตร์ที่มีบทบาทในภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมาอย่างยาวนาน
นี่คือการยกระดับเรื่องเล่าของเมือง จากการขายวิวแม่น้ำและจุดถ่ายภาพ ไปสู่การขายความลึกของประวัติศาสตร์ ความต่อเนื่องของวัฒนธรรม และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับแม่น้ำโขง
หากทำสำเร็จ เชียงแสนจะไม่ใช่เพียงจุดแวะเที่ยวของนักท่องเที่ยว แต่จะเป็นห้องเรียนประวัติศาสตร์กลางแจ้ง เป็นพื้นที่ศึกษาการตั้งถิ่นฐานลุ่มน้ำโขง เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมคุณภาพ และเป็นต้นแบบการฟื้นเมืองเก่าโดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง
บทสรุปของก้าวประวัติศาสตร์
การหารือระหว่างจังหวัดเชียงรายกับคณะอนุกรรมาธิการฯ วุฒิสภา อาจยังเป็นเพียงก้าวแรกของเส้นทางที่ยาวไกล แต่เป็นก้าวแรกที่มีความหมาย เพราะเชียงแสนกำลังถูกมองด้วยสายตาใหม่ ไม่ใช่แค่เมืองเก่าที่ต้องรักษาไว้ แต่เป็นทุนทางวัฒนธรรมของชาติที่ควรได้รับการผลักดันอย่างเป็นระบบ
กำแพงเมือง คูเมือง วัดโบราณ และแม่น้ำโขงคือรากฐานทางประวัติศาสตร์ ขณะที่งานยี่เป็ง แสงประทีป เรือไฟ กระทงสาย และวิถีชุมชนคือหัวใจที่ยังเต้นอยู่
หากเชียงรายสามารถรวบรวมหลักฐานให้แน่น วางแผนบริหารจัดการให้ชัด และทำให้ชุมชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เมืองโบราณเชียงแสนอาจมีโอกาสก้าวจากเมืองริมโขงที่คนไทยภาคภูมิใจ ไปสู่เมืองมรดกวัฒนธรรมที่คนทั้งโลกต้องหันมามองเส้นทางมรดกโลกยังไม่จบ และยังไม่ใช่เรื่องที่จะประกาศได้ แต่วันนี้ เชียงแสนเริ่มเดินแล้ว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- การประชุมจังหวัดเชียงราย วันที่ 29 กันยายน 2569 และ 7 ตุลาคม 2569 ที่ผู้ใช้จัดเตรียม เกี่ยวกับการจัดงาน ยี่เป็งเชียงแสน แสงศรัทธา แม่น้ำโขง 2569 และการหารือผลักดัน เมืองโบราณเชียงแสน เข้าสู่กระบวนการเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
- ข้อมูลกระบวนการเสนอแหล่งมรดกโลกและ Tentative List จาก UNESCO World Heritage Centre UNESCO World Heritage Centre
- ข้อมูลกำแพงเมืองเชียงแสน การขึ้นทะเบียนโบราณสถาน และหลักฐานโบราณคดีจากฐานข้อมูลแหล่งโบราณคดีที่สำคัญในประเทศไทย ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และฐานข้อมูลสิ่งแวดล้อมศิลปกรรม
- Athita The Hidden Court Boutique Hotel เชียงแสน