ขบวนการค้าน้ำมันชายแดนเชียงแสน สวมสิทธิ์ภาษีส่งออกทำคลังพัง ย้ำโยงท่อน้ำเลี้ยงคอลเซ็นเตอร์

Summaryสรุปประเด็นสำคัญ
  • เจ้าหน้าที่สกัดจับเรือบรรทุกน้ำมัน 400,000 ลิตร ที่อำเชียงแสน หลังพบข้อมูลการสำแดงเอกสารเท็จ
  • ขบวนการนี้ใช้วิธีทำใบขนสินค้าอ้างส่งออกไป สปป.ลาว แต่แท้จริงกลับแอบลักลอบเปลี่ยนทิศทางไปเมียนมา
  • ตร. ขยายผลย้อนหลังพบข้อมูลความผิดปกติของปริมาณน้ำมันนอกระบบพุ่งสูงกว่า 36.5 ล้านลิตร
  • รัฐบาลประเมินความเสียหายคลังจากการสูญเสียรายได้ภาษีสรรพสามิตและภาษีอื่นรวม 226 ล้านบาท
  • เร่งประสาน ปปง. ตรวจสอบเส้นทางบัญชีธนาคารเพื่อสกัดท่อน้ำเลี้ยงแก๊งคอลเซ็นเตอร์และทุนสีเทา

โตำรวจขยายผลน้ำมัน 36.5 ล้านลิตร อ้างส่งออกไปลาวแต่พบปลายทางเมียนมา รัฐประเมินสูญภาษีกว่า 226 ล้านบาท

เชียงราย,14 กรกฎาคม 2569 – เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งซึ่งมีเอกสารระบุปลายทางการส่งออกไปยัง สปป.ลาว กำลังกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบเครือข่ายการค้าน้ำมันข้ามพรมแดนครั้งใหญ่ในอำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่า เส้นทางเดินเรือและหลักฐานที่ตรวจพบชี้ว่าน้ำมันเกือบ 400,000 ลิตรบนเรือลำดังกล่าวไม่ได้เดินทางไปยังปลายทางตามที่สำแดงไว้ แต่ถูกลักลอบนำไปส่งยังประเทศเมียนมา

การตรวจสอบดำเนินขึ้นเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 โดย พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 นายชวลิต พุฒพิสุทธิ์ นายด่านศุลกากรเชียงแสน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบการขนส่งน้ำมันในอำเภอเชียงแสน

ตำรวจระบุว่า การดำเนินการครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังพบความผิดปกติของการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งอยู่ภายใต้มาตรการควบคุมตามประกาศกระทรวงกลาโหมและมติสภาความมั่นคงแห่งชาติ โดยมีเป้าหมายป้องกันไม่ให้น้ำมันถูกลักลอบนำไปสนับสนุนกลุ่มอิทธิพล แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติในเมียนมา

เรือหนึ่งลำเปิดทางสู่การตรวจสอบเครือข่ายใหญ่

พล.ต.อ.ธัชชัยเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศจำนวนหนึ่งลำ และพบว่าน้ำมันปริมาณเกือบ 400,000 ลิตรมีปลายทางจริงไปยังเมียนมา ไม่ได้ส่งไป สปป.ลาวตามที่ระบุในเอกสาร

ตำรวจจึงตั้งข้อสงสัยว่า อาจมีเรืออีกหลายลำใช้วิธีสำแดงปลายทางในลักษณะเดียวกัน โดยอาศัยเอกสารการส่งออกไปลาวเป็นฉากหน้า ก่อนเปลี่ยนเส้นทางนำสินค้าไปยังเมียนมา

การเปลี่ยนปลายทางดังกล่าวไม่ใช่รายละเอียดทางเอกสารเล็กน้อย เพราะปลายทางของสินค้าเป็นข้อมูลสำคัญต่อการประเมินภาษี การควบคุมสินค้า และการบังคับใช้มาตรการด้านความมั่นคง หากข้อมูลในใบขนสินค้าไม่ตรงกับการขนส่งจริง หน่วยงานรัฐย่อมไม่สามารถติดตามได้ว่าน้ำมันถูกนำไปใช้ที่ใดและตกถึงมือใคร

ในพื้นที่ชายแดนที่มีเส้นทางน้ำเชื่อมไทย ลาว เมียนมา และจีน การติดตามเรือยิ่งมีความซับซ้อน เพราะการเปลี่ยนทิศทางหลังออกจากท่าอาจเกิดขึ้นได้หลายจุด หากไม่มีระบบติดตามตำแหน่งเรือ การแลกเปลี่ยนข้อมูลศุลกากร และการตรวจสอบปลายทางร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน

ยอดต้องสงสัยขยายจากสี่แสนสู่ 36.5 ล้านลิตร

เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลการเดินเรือย้อนหลัง ปริมาณการส่งออก และเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตำรวจระบุว่า พบรูปแบบการลักลอบในลักษณะเครือข่ายขนาดใหญ่ มีปริมาณน้ำมันที่ต้องสงสัยว่าถูกส่งออกไปแล้วมากกว่า 36.5 ล้านลิตร

ตำรวจประเมินว่า การดำเนินการดังกล่าวทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตและภาษีที่เกี่ยวข้องมากกว่า 226 ล้านบาท

หากนำตัวเลข 36.5 ล้านลิตรมาพิจารณา จะเห็นว่าปริมาณดังกล่าวสูงกว่าน้ำมันบนเรือที่ตรวจพบครั้งล่าสุดเกือบหนึ่งร้อยเท่า จึงมีความเป็นไปได้ตามข้อสันนิษฐานของตำรวจว่า การกระทำไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเที่ยวเดียวหรือจากเรือลำเดียว

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังเป็นผลจากการสืบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องตรวจสอบใบขนสินค้า เอกสารภาษี บันทึกการเดินเรือ การซื้อขาย และหลักฐานปลายทางของน้ำมันแต่ละเที่ยว เพื่อแยกให้ได้ว่าส่วนใดเป็นการส่งออกถูกต้อง และส่วนใดเข้าข่ายกระทำผิด

เส้นทางน้ำเชียงแสนกลายเป็นช่องโหว่หรือไม่

เชียงแสนเป็นประตูการค้าทางแม่น้ำโขงที่เชื่อมโยงหลายประเทศ เรือสินค้าสามารถเดินทางจากฝั่งไทยไปยังท่าเรือใน สปป.ลาว เมียนมา และจีนตอนใต้ได้ ความได้เปรียบด้านภูมิศาสตร์นี้ช่วยสร้างโอกาสทางการค้า แต่ในอีกด้านหนึ่งก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเปลี่ยนเส้นทางสินค้าหลังผ่านกระบวนการศุลกากร

กรณีที่ตำรวจตรวจพบสะท้อนว่า การตรวจเอกสารก่อนเรือออกจากท่าอาจยังไม่เพียงพอ หากไม่มีระบบยืนยันการเดินทางถึงปลายทางจริง เจ้าหน้าที่ต้องสามารถติดตามเส้นทางเรือ เปรียบเทียบปริมาณน้ำมันก่อนและหลังขนส่ง และตรวจสอบเอกสารรับสินค้าจากประเทศปลายทาง

การควบคุมควรครอบคลุมทั้งผู้ส่งออก ผู้ประกอบการเรือ บริษัทขนส่ง เจ้าของสินค้า ตัวแทนออกของ ผู้รับสินค้า และเส้นทางการชำระเงิน เพราะขบวนการขนาดใหญ่ไม่สามารถดำเนินงานได้ด้วยบุคคลเพียงรายเดียว

ตำรวจระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทุกระดับ รวมถึงตรวจสอบต้นตอของเครือข่ายและผู้ที่อาจอยู่เบื้องหลัง ก่อนดำเนินคดีตามพยานหลักฐานต่อไป

จากรายได้ภาษีสู่ความเสี่ยงด้านความมั่นคง

ความเสียหายกว่า 226 ล้านบาทเป็นประเด็นสำคัญ แต่ไม่ใช่เหตุผลเดียวที่รัฐต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง เพราะน้ำมันเป็นทรัพยากรที่สามารถสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การขนส่ง เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และการดำเนินงานของเครือข่ายต่าง ๆ ในพื้นที่เมียนมา

ภายใต้มาตรการควบคุมที่รัฐบาลไทยใช้เพื่อสกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบส่งออกน้ำมันจึงอาจทำให้มาตรการดังกล่าวสูญเสียประสิทธิภาพ แม้รัฐจะควบคุมเส้นทางหนึ่ง แต่สินค้าก็อาจถูกเปลี่ยนเส้นทางผ่านประเทศที่สามหรือใช้เอกสารปลายทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

ตำรวจให้เหตุผลว่า มาตรการควบคุมมีเป้าหมายป้องกันการสนับสนุนขบวนการคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่ดำเนินงานในเมียนมา แต่ยังไม่มีการเปิดเผยหลักฐานต่อสาธารณะว่า น้ำมันทั้งหมดที่อยู่ระหว่างตรวจสอบถูกส่งถึงเครือข่ายใดโดยตรง จึงต้องรอผลการสืบสวนและเส้นทางการเงินเพิ่มเติม

การรายงานในระยะนี้จึงควรแยกคำว่าอาจถูกนำไปสนับสนุนอาชญากรรมออกจากข้อสรุปว่าได้มีการสนับสนุนแล้ว เพื่อไม่ให้กล่าวหาเกินกว่าพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่เปิดเผย

ข้อสังเกตในสภาเกิดก่อนปฏิบัติการตำรวจ

ก่อนการตรวจพบเรือบรรทุกน้ำมันครั้งนี้ นายดาชัย เอกปฐพี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคกล้าธรรม เคยเรียกร้องให้หน่วยงานตรวจสอบการส่งออกน้ำมันผ่านท่าเรือเชียงหนึ่ง อำเภอเชียงแสน หลังพบปริมาณส่งออกผิดปกติในช่วงหลังรัฐบาลตัดกระแสไฟฟ้าไปยังเมียนมา

ข้อมูลที่เผยแพร่ผ่านสถานีวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภาระบุว่า นายดาชัยตั้งข้อสังเกตถึงการส่งออกระหว่างวันที่ 5 ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2568 มากกว่า 90 คัน ปริมาณรวมกว่า 4 ล้านลิตร โดยปลายทางในเอกสารเปลี่ยนไปยัง สปป.ลาว และปริมาณส่งออกเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 50

นายดาชัยยังเรียกร้องให้กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร กรมเจ้าท่า และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ร่วมตรวจสอบทั้งเส้นทางขนส่งและเส้นทางการเงิน โดยตั้งข้อสงสัยว่าอาจมีการอาศัยช่องว่างของกฎหมายหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ข้อสังเกตดังกล่าวยังไม่ถือเป็นข้อพิสูจน์ว่าผู้ส่งออกทั้งหมดกระทำผิด

การที่ตำรวจพบพฤติการณ์สำแดงปลายทางไม่ตรงกับการขนส่งจริงในเวลาต่อมา ทำให้ข้อเรียกร้องเรื่องการตรวจสอบย้อนหลังมีน้ำหนักมากขึ้น แต่ยังต้องพิสูจน์ต่อไปว่าเหตุการณ์แต่ละช่วงเกี่ยวข้องกับเครือข่ายเดียวกันหรือไม่

ภาษีส่งออกและราคาน้ำมันต้องอธิบายให้ชัด

หนึ่งในประเด็นที่ถูกตั้งคำถามคือ เหตุใดน้ำมันเพื่อการส่งออกจึงมีราคาต่ำกว่าน้ำมันที่ประชาชนซื้อในประเทศ

โดยหลักทั่วไป สินค้าที่ส่งออกอาจได้รับการยกเว้นหรือคืนภาษีบางส่วน เนื่องจากไม่ได้ถูกบริโภคภายในประเทศ แต่เงื่อนไขสำคัญคือ สินค้าต้องถูกส่งออกจริงและเป็นไปตามปลายทางที่สำแดงไว้ หากน้ำมันที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่ได้เดินทางตามเงื่อนไข หรือถูกนำกลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศ ย่อมอาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงภาษีและสร้างความเสียหายต่อรัฐ

ดังนั้น การตรวจสอบไม่ควรหยุดอยู่ที่เรือออกจากท่า แต่ต้องมีหลักฐานยืนยันว่าสินค้าถึงปลายทาง มีผู้รับจริง และปริมาณตรงกับเอกสารทุกขั้นตอน

หากพบว่าระบบเดิมอนุมัติสิทธิประโยชน์โดยพึ่งเอกสารจากผู้ส่งออกมากเกินไป หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจต้องพิจารณาเพิ่มระบบติดตามเรือแบบดิจิทัล เอกสารรับสินค้าจากปลายทาง และการตรวจสอบข้อมูลข้ามหน่วยงานก่อนคืนภาษี

เส้นทางการเงินคือกุญแจไปถึงตัวการ

ตำรวจระบุว่า การสืบสวนหลังจากนี้จะเน้นทั้งเส้นทางสินค้าและเส้นทางการเงิน เพราะปริมาณน้ำมันกว่า 36.5 ล้านลิตรย่อมเกี่ยวข้องกับเงินจำนวนมาก ตั้งแต่การซื้อน้ำมัน การเช่าเรือ ค่าขนส่ง การชำระเงินจากต่างประเทศ ไปจนถึงการรับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

การตรวจบัญชีจะช่วยตอบว่าใครเป็นผู้สั่งซื้อ ใครเป็นผู้รับผลประโยชน์ เงินถูกโอนไปยังบัญชีใด และมีธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับบริษัทหรือบุคคลหลายชั้นหรือไม่

หากมีการใช้บริษัทตัวแทน บัญชีม้า หรือการชำระเงินนอกระบบ การประสานกับ ปปง. ธนาคาร และหน่วยงานต่างประเทศจะมีความจำเป็น เพื่อให้การสอบสวนไม่จบเพียงผู้ควบคุมเรือหรือคนขับ แต่ไปถึงผู้จัดการเครือข่ายและผู้รับผลประโยชน์แท้จริง

ในคดีเศรษฐกิจข้ามชาติ ผู้ที่ถูกจับหน้างานมักอยู่ปลายสาย ขณะที่ผู้ออกคำสั่งและผู้สนับสนุนทางการเงินอาจไม่ปรากฏตัวในเส้นทางขนส่งเลย การขยายผลทางบัญชีจึงเป็นส่วนที่จะชี้ว่าปฏิบัติการครั้งนี้สามารถรื้อโครงสร้างเครือข่ายได้มากน้อยเพียงใด

ผู้เกี่ยวข้องยังมีสิทธิต่อสู้คดี

แม้ตำรวจระบุว่ามีพยานหลักฐานเกี่ยวกับการสำแดงปลายทางเป็นเท็จ แต่คดียังอยู่ในกระบวนการสืบสวน ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายยังมีสิทธิชี้แจงและต่อสู้คดีตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ต้องพิสูจน์ทั้งเจตนา ความเชื่อมโยงระหว่างเอกสารกับเส้นทางจริง ผู้มีอำนาจสั่งการ และประโยชน์ที่แต่ละบุคคลได้รับ ไม่ใช่อาศัยเพียงข้อสงสัยจากเส้นทางเรือ

ขณะเดียวกัน หน่วยงานควรเปิดเผยข้อมูลเท่าที่ไม่กระทบสำนวน เช่น จำนวนเที่ยวเรือที่ตรวจสอบ ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ รูปแบบการสำแดงสินค้า และมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ เพื่อให้สาธารณชนเข้าใจว่าช่องโหว่อยู่ตรงไหน

การเปิดเผยข้อมูลอย่างเป็นระบบยังช่วยปกป้องผู้ประกอบการที่ค้าขายถูกต้อง เพราะหากใช้คำว่าขบวนการน้ำมันชายแดนกว้างเกินไป อาจกระทบความเชื่อมั่นต่อธุรกิจขนส่งและการค้าทางเรือทั้งหมดในเชียงแสน

การค้าชายแดนต้องเร็วแต่ต้องตรวจสอบได้

เชียงรายมีบทบาทเป็นประตูการค้าสำคัญของภาคเหนือ ทั้งทางแม่น้ำโขง ถนน R3A และ R3B รวมถึงด่านแม่สาย การอำนวยความสะดวกทางการค้าจึงเป็นสิ่งจำเป็นต่อเศรษฐกิจในพื้นที่

แต่ความรวดเร็วไม่ควรแลกกับการไม่สามารถตรวจสอบปลายทางสินค้า โดยเฉพาะสินค้าควบคุมอย่างน้ำมัน ซึ่งมีทั้งมิติภาษี พลังงาน และความมั่นคง

กรณีนี้อาจนำไปสู่การทบทวนระบบหลายส่วน ตั้งแต่การอนุญาตส่งออก การตรวจเรือ การติดตามตำแหน่ง การยืนยันปลายทาง การคืนภาษี และการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างตำรวจ ศุลกากร สรรพสามิต เจ้าท่า และ ปปง.

มาตรการที่เข้มขึ้นต้องออกแบบให้แยกผู้ประกอบการปกติออกจากกลุ่มเสี่ยง เพื่อไม่ให้การตรวจสอบทุกเที่ยวเรือใช้เวลานานจนกระทบสินค้าถูกกฎหมาย ระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงจากข้อมูลย้อนหลังจึงมีความสำคัญมากกว่าการสุ่มตรวจแบบเดียวกันทั้งหมด

จากเรือหนึ่งลำสู่บททดสอบการควบคุมชายแดน

การตรวจเรือบรรทุกน้ำมันเกือบ 400,000 ลิตรที่เชียงแสน เปิดให้เห็นข้อสงสัยขนาดใหญ่กว่านั้นหลายเท่า เมื่อตำรวจระบุว่าพบปริมาณน้ำมันที่อาจเกี่ยวข้องกับการลักลอบมากกว่า 36.5 ล้านลิตร และประเมินความเสียหายทางภาษีกว่า 226 ล้านบาท

แต่สิ่งที่ต้องติดตามต่อไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ถูกดำเนินคดี หากรวมถึงคำตอบว่าใครเป็นผู้จัดการเครือข่าย ปลายทางน้ำมันอยู่ที่ใด เงินไหลผ่านใคร และเหตุใดระบบตรวจสอบเดิมจึงไม่สามารถหยุดการเปลี่ยนเส้นทางได้ตั้งแต่ต้น

หากการสอบสวนไปถึงเพียงผู้ปฏิบัติงานปลายทาง ช่องโหว่เดิมอาจยังคงอยู่ หากตรวจเฉพาะเอกสารโดยไม่ยืนยันปลายทางจริง การสำแดงเท็จก็อาจเกิดขึ้นซ้ำได้ในสินค้าอื่น

ในทางกลับกัน หากหน่วยงานสามารถเชื่อมข้อมูลเรือ ศุลกากร ภาษี และการเงินเข้าด้วยกัน พร้อมเปิดเผยผลสอบอย่างโปร่งใส คดีนี้อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการยกระดับระบบควบคุมการค้าชายแดนเชียงราย

เพราะการค้าชายแดนที่สร้างความมั่นคงให้ประเทศ ไม่ได้วัดจากปริมาณสินค้าที่ผ่านด่านเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิสูจน์ได้ว่าสินค้าเดินทางไปยังปลายทางที่แจ้งไว้ รัฐได้รับรายได้ครบถ้วน และเส้นทางของไทยไม่ถูกใช้เป็นช่องทางสนับสนุนทุนสีเทาหรืออาชญากรรมข้ามชาติ

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :