สำแดงผักสดบังหน้า ศุลกากรเชียงแสนเปิดตู้คอนเทนเนอร์จีนยึดเนื้อเถื่อนมูลค่ากว่าห้าแสนบาท
Summary
- เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเชียงแสนยึดเนื้อสัตว์แช่แข็งเถื่อนรวม 13 รายการ น้ำหนักประมาณ 5.2 ตัน
- ของกลางถูกซุกซ่อนมาในตู้คอนเทนเนอร์จากประเทศจีน ซึ่งสำแดงเท็จในใบขนสินค้าว่าเป็นผักสด
- ศุลกากรส่งมอบของกลางให้ด่านกักกันสัตว์เชียงรายนำไปทำลายตาม พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558
- เจ้าหน้าที่แจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทผู้นำเข้าในจังหวัดสมุทรปราการ ข้อหาสำแดงเท็จและเลี่ยงข้อห้าม
- ศุลกากรเร่งยกระดับการคัดกรองที่ด่านแม่สายและชายแดนเชียงราย เพื่อป้องกันปศุสัตว์เถื่อนทะลักเข้าประเทศ8
ล็อกประตูชายแดน เชียงแสนยึดหมู ไก่ เป็ดแช่แข็งกว่า 5 ตัน เร่งอุดช่องโหว่สินค้าปศุสัตว์เถื่อน พร้อมยกระดับคัดกรองด่านแม่สาย
เชียงราย,13 สิงหาคม 2569 – ตู้คอนเทนเนอร์หนึ่งตู้ที่สำแดงสินค้าว่าเป็น “ผักสด” กลายเป็นจุดเริ่มต้นของคดีชายแดนที่สะท้อนความเสี่ยงมากกว่าการหลีกเลี่ยงพิธีการศุลกากร หลังเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเชียงแสนตรวจพบเนื้อหมู เนื้อไก่ เป็ด และเครื่องในแช่แข็งซุกซ่อนรวมกว่า 5 ตัน ก่อนส่งมอบให้ด่านกักกันสัตว์เชียงรายเพื่อนำไปทำลายตามขั้นตอน
กรณีนี้กำลังถูกจับตามองในมิติความมั่นคงชายแดน เพราะสินค้าปศุสัตว์ที่ผ่านเข้าประเทศโดยไม่ผ่านระบบตรวจสอบที่ถูกต้อง ไม่ได้สร้างความเสี่ยงเฉพาะด้านภาษีหรือการแข่งขันทางการค้าเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงถึงความปลอดภัยทางอาหารและความเสี่ยงโรคระบาดสัตว์ด้วย กรมปศุสัตว์กำหนดให้การนำเข้าซากสัตว์จากต่างประเทศต้องดำเนินการตามขั้นตอนและใบอนุญาตภายใต้พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ขณะที่มาตรการสกัดสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมายถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งของการลดความเสี่ยงจากโรคสัตว์ข้ามพรมแดน
จาก “ผักสด” สู่เนื้อแช่แข็งกว่า 5.2 ตัน
เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 ที่ท่าเรือห้าเชียง 1 บ้านหัวเวียง ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเชียงแสน ร่วมกับด่านอาหารและยา ด่านตรวจพืชเชียงแสน และด่านกักกันสัตว์เชียงราย ดำเนินการส่งมอบเนื้อสัตว์แช่แข็งผิดกฎหมายจำนวน 13 รายการ น้ำหนักประมาณ 5,200.1 กิโลกรัม ให้กรมปศุสัตว์นำไปทำลายตามขั้นตอนและข้อตกลงระหว่างกรมศุลกากรกับกรมปศุสัตว์
คดีสืบเนื่องจากการตรวจสอบเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 หลังเจ้าหน้าที่พบตู้คอนเทนเนอร์ต้นทางจากประเทศจีน ซึ่งสำแดงรายการสินค้าในใบขนว่าเป็นผักสด แต่เมื่อผ่านการตรวจและเปิดตู้ค้นอย่างละเอียด กลับพบเนื้อหมูแช่แข็ง เนื้อไก่แช่แข็ง เป็ดดิบ และเครื่องในแช่แข็งซุกซ่อนอยู่ภายใน รวมประมาณ 5.2 ตัน เมื่อรวมของสดรายการอื่น น้ำหนักของกลางทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 5,614 กิโลกรัม มูลค่ารวมตามข้อมูลของเจ้าหน้าที่กว่า 507,608 บาท
ท่าเรือห้าเชียง 1 เป็นหนึ่งในจุดปฏิบัติงานที่อยู่ภายใต้การดูแลของด่านศุลกากรเชียงแสน โดยกรมศุลกากรมีข้อมูลการปฏิบัติงานด้านการค้าชายแดนทั้งที่ท่าเรือพาณิชย์เชียงแสนและท่าเรือห้าเชียงอย่างต่อเนื่อง ด่านศุลกากรเชียงแสนรับผิดชอบพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ เชียงแสน ดอยหลวง เวียงเชียงรุ้ง พญาเม็งราย และเวียงชัย
สำแดงเท็จไม่ใช่เรื่องเดียว ต้องแยกฐานความผิดให้ชัด
นายชวลิต พุฒพิสุทธิ์ นายด่านศุลกากรเชียงแสน ระบุว่า ลักษณะการนำสินค้าเข้ามาโดยสำแดงเป็นผักสด ทั้งที่มีเนื้อสัตว์แช่แข็งซุกซ่อนอยู่ภายใน เป็นพฤติการณ์ที่เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบทั้งในประเด็นการสำแดงข้อมูลและการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ในทางกฎหมายจำเป็นต้องแยกแต่ละฐานความผิดออกจากกันให้ชัดเจน พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 202 กำหนดเรื่องการยื่นใบขนสินค้า เอกสาร หรือข้อมูลที่ไม่ถูกต้องหรือไม่บริบูรณ์จนทำให้เจ้าหน้าที่สำคัญผิด โดยมีโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท
ส่วนมาตรา 243 เป็นความผิดฐานหลีกเลี่ยงอากรโดยเจตนา มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับตามสัดส่วนของอากรที่ต้องเสียเพิ่ม หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่มาตรา 244 ครอบคลุมการนำของเข้าหรือส่งออกโดยหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้าม มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และศาลอาจสั่งริบของกลางได้
ดังนั้น การระบุว่าโทษสูงสุด “จำคุก 10 ปี ปรับ 500,000 บาท” ใช้กับทุกฐานความผิดโดยอัตโนมัติจึงไม่แม่นยำ เพราะมาตรา 243 และมาตรา 244 มีโครงสร้างโทษปรับต่างกัน ส่วนข้อหาใดจะถูกนำมาใช้จริงต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและการพิจารณาของพนักงานสอบสวนกับหน่วยงานเจ้าของกฎหมาย
กฎหมายปศุสัตว์เข้ามาอีกชั้น เพราะเนื้อสัตว์ไม่ใช่สินค้าทั่วไป
เนื้อหมู ไก่ เป็ด และเครื่องในจากต่างประเทศอยู่ภายใต้ระบบควบคุมด้านสุขภาพสัตว์ด้วย การนำเข้าซากสัตว์ต้องผ่านกระบวนการอนุญาตและตรวจสอบตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 กรมปศุสัตว์มีคู่มือเฉพาะสำหรับขั้นตอนนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ และเคยดำเนินคดีกับการนำเข้าซากสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาตตามมาตรา 31 ของกฎหมายดังกล่าว
เหตุผลสำคัญคือสินค้าปศุสัตว์ที่ไม่มีหลักฐานแหล่งที่มา หรือไม่ได้ผ่านการตรวจสุขอนามัยตามระบบ อาจทำให้หน่วยงานไม่สามารถยืนยันประเทศหรือสถานประกอบการต้นทาง วิธีการผลิต อุณหภูมิระหว่างขนส่ง และสถานะโรคในพื้นที่ผลิตได้ครบถ้วน
ในมิติความมั่นคงทางอาหาร การสกัดสินค้าเหล่านี้จึงไม่ได้จบที่การจับของเถื่อน แต่เป็นการป้องกันไม่ให้สินค้าที่อยู่นอกระบบตรวจสอบเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของประเทศ กรมปศุสัตว์เองระบุว่าการเข้มงวดกับสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมายช่วยลดความเสี่ยงจากโรคระบาด เช่น โรคปากและเท้าเปื่อย และโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ซึ่งอาจสร้างผลกระทบต่อเกษตรกรและอุตสาหกรรมปศุสัตว์ในวงกว้าง
4 ด่านทำงานต่อกัน ความสำคัญอยู่ที่ไม่มีช่องว่างระหว่างหน่วย
อีกประเด็นที่เห็นชัดจากคดีนี้คือการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน โดยศุลกากรมีบทบาทตรวจสอบพิธีการนำเข้าและความถูกต้องของสินค้า ขณะที่ด่านอาหารและยาดูประเด็นด้านอาหาร ด่านตรวจพืชรับผิดชอบสินค้าพืชที่ถูกสำแดง และด่านกักกันสัตว์เข้ามาจัดการเมื่อพบว่าแท้จริงเป็นผลิตภัณฑ์จากสัตว์
โครงสร้างเช่นนี้มีความสำคัญมาก เพราะการลักลอบยุคใหม่ไม่ได้จำเป็นต้องขนของข้ามช่องทางธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้ระบบการค้าปกติเป็นฉากบังหน้า เช่น สำแดงสินค้าอีกประเภทหนึ่งเพื่อให้ความเสี่ยงบนเอกสารดูต่ำกว่าของจริง
ในกรณีนี้ หากตรวจเพียงว่าเอกสารระบุ “ผักสด” แล้วปล่อยผ่านโดยไม่มีระบบคัดกรองความเสี่ยงและการตรวจทางกายภาพ เนื้อสัตว์กว่า 5 ตันก็มีโอกาสเข้าสู่ระบบได้ การบูรณาการระหว่างศุลกากร อย. ด่านตรวจพืช และด่านกักกันสัตว์จึงเป็นกลไกที่ช่วยปิดช่องว่างระหว่างกฎหมายหลายฉบับ

เชียงแสนกับแม่สาย เป็นคนละประตู แต่โจทย์เดียวกันคือการควบคุมชายแดน
เชียงแสนและแม่สายไม่ได้เป็นด่านเดียวกัน และมีภูมิศาสตร์การค้าต่างกัน ด่านศุลกากรเชียงแสนเชื่อมโยงกับระบบท่าเรือและการค้าผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำโขง ขณะที่ด่านศุลกากรแม่สายตั้งอยู่ในอำเภอแม่สาย ซึ่งเป็นอีกจุดสำคัญของการค้าชายแดนจังหวัดเชียงราย
กรณีที่ตรวจพบที่เชียงแสนจึงไม่ได้หมายความว่าสินค้าชุดเดียวกันเดินทางผ่านแม่สาย แต่ในมิติการบริหารความเสี่ยง เจ้าหน้าที่สามารถนำรูปแบบการกระทำที่ตรวจพบในจุดหนึ่งไปยกระดับการเฝ้าระวังอีกด่านได้ โดยเฉพาะการตรวจรถบรรทุกหรือสินค้าที่มีลักษณะผิดปกติ
ข้อมูลจากด่านศุลกากรแม่สายระบุว่า หน่วยมีภารกิจวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยงการกระทำผิดเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออก รวมถึงพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อใช้บริหารความเสี่ยงทางศุลกากร ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับระบบ Risk Management ที่ใช้ในด่านชายแดนทั่วไป
ดังนั้น การยกระดับการคัดกรองที่แม่สายหลังพบรูปแบบสำแดงผิดประเภทจึงมีเหตุผลในเชิงป้องกัน แต่ข้อมูลที่ได้รับในขณะนี้ระบุเพียงว่า “ยกระดับมาตรการเอ็กซเรย์คัดกรองอย่างเข้มงวด” ยังไม่มีเอกสารยืนยันว่าจะ X-Ray รถขนส่งทุกคันในอัตรา 100 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่ควรใช้ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อเท็จจริงจนกว่าด่านศุลกากรจะประกาศอย่างเป็นทางการ
X-Ray ไม่ได้แทนเจ้าหน้าที่ แต่ช่วยมองสิ่งที่เอกสารไม่บอก
สิ่งที่คดีนี้สะท้อนชัดคือ ใบขนสินค้าสามารถบอกเจ้าหน้าที่ได้ว่าสินค้าถูกสำแดงเป็นอะไร แต่ไม่สามารถรับประกันได้ว่าสิ่งที่อยู่ในตู้เป็นของชนิดนั้นจริงทั้งหมด
ระบบตรวจสอบจึงต้องทำงานหลายชั้น ตั้งแต่ข้อมูลผู้ประกอบการ ประวัติการนำเข้า ประเทศต้นทาง ประเภทสินค้า น้ำหนัก ตลอดจนการตรวจด้วยเครื่องมือและการเปิดตรวจจริงเมื่อพบความเสี่ยง
ในกรณีที่สินค้าถูกสำแดงเป็นผัก แต่พบเนื้อสัตว์จำนวนมาก การตรวจตู้สินค้าจึงทำหน้าที่เป็นจุดตัดระหว่าง “ข้อมูลที่ผู้นำเข้าแจ้ง” กับ “ของจริงที่อยู่ภายใน”
ประโยชน์ของเทคโนโลยีไม่ได้อยู่ที่การตรวจให้ได้จำนวนมากที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือการเพิ่มความสามารถในการตรวจจับความผิดปกติโดยไม่ต้องเปิดสินค้าทุกตู้ทันที จากนั้นจึงนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจเปิดตรวจเชิงลึก
จากจับของกลาง ต้องตามต่อถึงบริษัทผู้นำเข้าและเส้นทางสินค้า
หลังตรวจยึด ด่านศุลกากรเชียงแสนได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน เพื่อดำเนินคดีกับบริษัทผู้นำเข้า ซึ่งตามข้อมูลเบื้องต้นมีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ
จุดนี้เป็นอีกช่วงสำคัญของคดี เพราะการตรวจพบสินค้าที่ชายแดนเป็นเพียงต้นทางของการสอบสวน เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบต่อว่าใครเป็นผู้จัดทำหรือรับรองเอกสาร ใครเป็นผู้สั่งสินค้า ใครเป็นผู้รับปลายทาง และมีการนำเข้าด้วยรูปแบบเดียวกันมาก่อนหรือไม่
หากต้องการตัดวงจรสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมาย การดำเนินคดีจึงไม่ควรจบเพียงการทำลายของกลาง แต่ต้องติดตามเส้นทางธุรกรรมและผู้เกี่ยวข้องในห่วงโซ่ เพื่อแยกให้ได้ว่าเป็นความผิดเฉพาะเที่ยวสินค้าหรือมีรูปแบบการนำเข้าที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
กรมศุลกากรเองกำหนดให้หน่วยควบคุมทางศุลกากรมีหน้าที่ทั้งสืบสวน ปราบปราม วิเคราะห์ความเสี่ยง และดำเนินการเกี่ยวกับคดีและของกลาง ซึ่งทำให้ข้อมูลจากคดีหนึ่งสามารถนำกลับไปพัฒนาระบบตรวจจับของเที่ยวถัดไปได้
ชายแดนเชียงรายไม่ได้มีประตูเดียว จึงต้องเชื่อมข้อมูลแทนการเฝ้าแยกจุด
ภูมิศาสตร์เชียงรายมีความซับซ้อน เพราะจังหวัดมีทั้งเส้นทางชายแดนทางบกและเส้นทางการค้าตามลำน้ำ การคุมเข้มเพียงด่านหนึ่งจึงอาจไม่เพียงพอ หากผู้กระทำเปลี่ยนเส้นทางหรือเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งเมื่อพบว่าจุดเดิมถูกตรวจเข้มขึ้น
ความท้าทายของ Border Security จึงอยู่ที่การทำให้ข้อมูลจากแต่ละด่านเดินทางเร็วกว่าสินค้าผิดกฎหมาย หากเชียงแสนพบรูปแบบการสำแดงเท็จ ข้อมูลเรื่องบริษัท ผู้ส่งออก ประเภทตู้ รูปแบบสินค้า หรือพฤติการณ์ผิดปกติควรถูกนำไปใช้ประเมินความเสี่ยงที่ด่านอื่นตามอำนาจหน้าที่
ตรงนี้ต่างหากที่ทำให้การยกระดับมาตรการที่แม่สายมีความหมาย ไม่ใช่เพราะเชียงแสนกับแม่สายเป็นเส้นทางเดียวกัน แต่เพราะขบวนการลักลอบสามารถปรับเส้นทางได้ ขณะที่ระบบของรัฐต้องมองชายแดนเป็นเครือข่ายเดียวกันมากกว่าด่านที่แยกทำงานคนละพื้นที่
5 ตันอาจไม่ใช่มูลค่าสูงที่สุด แต่ความเสี่ยงอยู่ที่สิ่งซึ่งหลุดรอด
ของกลางประมาณ 5.6 ตัน มูลค่ากว่า 5 แสนบาท อาจไม่ได้เป็นคดีที่มีมูลค่าทางการเงินสูงที่สุดเมื่อเทียบกับการจับกุมสินค้าผิดกฎหมายประเภทอื่น แต่ความสำคัญของสินค้าปศุสัตว์อยู่ที่ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากหลุดเข้าสู่ตลาด
สินค้าที่ไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อาจสร้างความเสียหายหลายชั้น ตั้งแต่การแข่งขันกับผู้ประกอบการที่นำเข้าอย่างถูกกฎหมาย ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ไปจนถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพสัตว์และความปลอดภัยของห่วงโซ่อาหาร
ดังนั้น ตัวชี้วัดความสำเร็จของมาตรการชายแดนไม่ควรอยู่ที่จำนวนของกลางที่จับได้เพียงอย่างเดียว แต่ควรดูว่าข้อมูลจากคดีถูกนำไปอุดช่องโหว่ได้หรือไม่ มีการตรวจสอบผู้เกี่ยวข้องต่อถึงปลายทางหรือไม่ และรูปแบบการกระทำเดียวกันยังเกิดซ้ำหรือไม่
จากท่าเรือห้าเชียงถึงด่านแม่สาย โจทย์ต่อไปคือทำให้เรื่องไม่เงียบหลังของกลางถูกทำลาย
คดีนี้เข้าสู่ขั้นตอนดำเนินคดีอาญาแล้ว ขณะที่เนื้อสัตว์ถูกส่งมอบให้หน่วยงานปศุสัตว์เพื่อทำลาย สิ่งที่ต้องติดตามต่อจึงมีอย่างน้อยสามระดับ ได้แก่ ผลการสอบสวนบริษัทผู้นำเข้า ฐานความผิดที่พนักงานสอบสวนและอัยการจะพิจารณา และผลของมาตรการยกระดับการตรวจสอบตามด่านชายแดนอื่นในจังหวัด
หากระบบทำงานครบวงจร การจับครั้งนี้ควรสร้างผลมากกว่าการทำลายเนื้อสัตว์ 5 ตัน แต่ต้องกลายเป็น Intelligence ของระบบชายแดน ทำให้เที่ยวสินค้าครั้งต่อไปที่ใช้วิธีเดียวกันถูกตรวจพบได้เร็วกว่าเดิม
เชียงรายมีความได้เปรียบจากการเป็นพื้นที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างประเทศ แต่ข้อได้เปรียบเดียวกันทำให้จังหวัดต้องแบกรับภาระด้านการคัดกรองที่สูงขึ้น การทำให้การค้าชายแดนเดินหน้าอย่างรวดเร็วจึงต้องเกิดพร้อมกับระบบตรวจสอบที่สามารถแยกผู้ประกอบการสุจริตออกจากการลักลอบได้อย่างแม่นยำ
ท้ายที่สุด การ “ล็อกประตูชายแดน” ไม่ได้หมายถึงการปิดการค้า แต่คือการทำให้ประตูที่เปิดอยู่มีระบบตรวจสอบเพียงพอ เพื่อไม่ให้เชียงรายกลายเป็นช่องทางผ่านของสินค้าที่หลีกเลี่ยงกฎหมาย และไม่ผลักภาระความเสี่ยงจากชายแดนไปถึงผู้บริโภคและเกษตรกรภายในประเทศ



เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- ด่านศุลกากรเชียงแสน
- กรมปศุสัตว์