ย้อนรอยความสำเร็จเอกนิษฐ์ปัญญาจากพญาเม็งรายสู่เจลีก ปลุกกระแสครอบครัวเชียงรายหนุนลูกหลานเล่นกีฬา


Summary


โฮงยาใกล้บ้านเชียงราย ยอดใช้บริการกว่า จากลานฟุตซอลสู่ทีมชาติ เชียงรายเร่งสร้างระบบเยาวชน เปิดทางแข้งรุ่นจิ๋วเดินตามรอย เอกนิษฐ์ ปัญญา

เชียงราย,29 มิถุนายน 2569 – เสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขันดังขึ้นท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้ปกครองและกองเชียร์บริเวณลานกาสะลอง ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย เด็กหลายคนยกมือฉลองชัย ขณะที่บางคนนั่งนิ่งด้วยความผิดหวังหลังผลการแข่งขันไม่เป็นไปตามที่หวัง แต่ไม่ว่าผลลัพธ์บนกระดานคะแนนจะออกมาเช่นไร ภาพที่เกิดขึ้นตลอดสามวันได้สะท้อนสิ่งสำคัญกว่าถ้วยรางวัล นั่นคือโอกาสที่เยาวชนเชียงรายได้ลงสนามจริง เรียนรู้การแข่งขัน และเริ่มมองเห็นเส้นทางของตนเองในโลกฟุตบอล

การแข่งขันฟุตซอลเยาวชนรายการ CENTRAL CHIANGRAI & SAT KIDS STREET FUTSAL 2026 ภายใต้แนวคิด “Street Energy Future Champions” ปิดฉากลงเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 หลังจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 26 ถึง 28 มิถุนายน ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย โดยเปิดพื้นที่ให้เยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี 10 ปี และ 12 ปี ได้แสดงทักษะและสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันต่อหน้าผู้ชม

กิจกรรมดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงทัวร์นาเมนต์ระดับเยาวชนในช่วงปิดภาคเรียน แต่กำลังเชื่อมโยงกับเป้าหมายที่ใหญ่กว่า นั่นคือการพัฒนาเชียงรายสู่การเป็น เมืองกีฬา หรือ Sport City พร้อมสร้างฐานนักกีฬารุ่นใหม่ให้มีโอกาสต่อยอดไปสู่ระดับจังหวัด ระดับประเทศ และอาชีพในอนาคต

เมื่อย้อนกลับไปมองเส้นทางฟุตบอลของจังหวัด ชื่อของ เอกนิษฐ์ ปัญญา นักเตะชาวอำเภอพญาเม็งราย เป็นหนึ่งในตัวอย่างชัดเจนว่า เด็กจากอำเภอห่างไกลสามารถก้าวจากสนามเยาวชน เข้าสู่ระบบสโมสรอาชีพ ติดทีมชาติไทย และเดินทางไปแข่งขันในลีกต่างประเทศได้ หากได้รับโอกาส ฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง และมีระบบสนับสนุนที่ไม่ปล่อยให้ความสามารถหยุดอยู่เพียงระดับสมัครเล่น

ปิดสนามฟุตซอลเยาวชน ท่ามกลางความหวังของครอบครัว

พิธีปิดการแข่งขันเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2569 มีนายชูชีพ พงษ์ไชย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน พร้อมด้วยนายสายัณห์ นักบุญ ผู้จัดการทั่วไปศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย นางชญานันท์ เชื้อศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย นายวรฉัตร ชื่นชอบ ประธานฝ่ายกีฬาฟุตบอล สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย และนายณรงค์ ประทินสุขอำไพ ผู้จัดการเขตภาคเหนือของ Super Sports ร่วมมอบรางวัลให้แก่นักกีฬา

การแข่งขันเกิดจากความร่วมมือระหว่างจังหวัดเชียงราย ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงราย สำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงราย ฝ่ายกีฬาฟุตบอล สมาคมกีฬาแห่งจังหวัดเชียงราย ตลอดจนภาคธุรกิจและเครือข่ายด้านกีฬาและสุขภาพหลายแห่ง

ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนแนวทางการพัฒนากีฬาที่ไม่ได้จำกัดอยู่ภายในสนามกีฬาของรัฐ แต่ดึงพื้นที่เอกชนเข้ามาเป็นเวทีให้เด็กและครอบครัวเข้าถึงกิจกรรมได้ง่ายขึ้น การนำสนามฟุตซอลมาไว้ใจกลางศูนย์การค้าทำให้การแข่งขันอยู่ใกล้ประชาชน เด็กได้เล่นต่อหน้าผู้ชม ขณะที่ครอบครัวสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้โดยไม่ต้องเดินทางไปยังสนามแข่งขันขนาดใหญ่

เสียงเชียร์ตลอดสามวันอาจดูเป็นเพียงบรรยากาศแห่งความสนุก แต่สำหรับเด็กบางคน นี่อาจเป็นครั้งแรกที่ได้สวมชุดทีม ลงแข่งภายใต้กติกาจริง และรับมือกับความกดดันเมื่อมีผู้ชมอยู่รอบสนาม ประสบการณ์เช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานักกีฬา เพราะฟุตบอลและฟุตซอลไม่ได้ต้องการเพียงทักษะกับลูกบอล แต่ต้องการการควบคุมอารมณ์ การตัดสินใจ การทำงานเป็นทีม และการยอมรับผลการแข่งขันด้วย

สามรุ่นอายุเปิดพื้นที่ค้นหาแข้งอนาคต

ผลการแข่งขันรุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี ทีมเชียงรายอะคาเดมี่คว้ารางวัลชนะเลิศ ตามด้วยทีม Star Power Academy ส่วนรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 เป็นของทีมปิยมิตร School A และทีมโรงเรียนเทศบาลตำบลเม็งราย บ้านป่าซาง

รุ่นอายุไม่เกิน 10 ปี ทีม BK FC A คว้าแชมป์ ขณะที่ทีมเชียงราย TSC ได้รองชนะเลิศ ส่วนทีม SK Maechan B และ BK FC B ครองรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2

สำหรับรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ทีม SK Maechan B คว้ารางวัลชนะเลิศ ทีมเชียงราย TSC ได้รองชนะเลิศ ส่วนทีม BK FC และ SK Maechan A ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2

รายชื่อทีมที่กระจายอยู่ในหลายพื้นที่ของจังหวัดแสดงให้เห็นว่า ฐานฟุตบอลเยาวชนของเชียงรายไม่ได้มีอยู่เฉพาะในเขตเมือง แต่รวมถึงแม่จัน พญาเม็งราย และชุมชนรอบนอก การเปิดโอกาสให้ทีมจากหลายพื้นที่เข้าร่วมจึงมีความสำคัญ เพราะพรสวรรค์ของเด็กไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะใกล้สนามใหญ่หรือโรงเรียนชื่อดัง

เด็กคนหนึ่งอาจเติบโตในหมู่บ้านห่างไกล มีพื้นที่ฝึกซ้อมเพียงสนามโรงเรียน หรือเริ่มต้นจากการเตะลูกบอลกับเพื่อนหลังเลิกเรียน หากไม่มีการแข่งขันให้แสดงศักยภาพ เด็กคนนั้นอาจไม่เคยถูกมองเห็น ทัวร์นาเมนต์ระดับเยาวชนจึงทำหน้าที่เป็นประตูบานแรก ซึ่งเปิดให้อะคาเดมี่ ผู้ฝึกสอน โรงเรียน และสโมสรได้พบกับผู้เล่นที่มีศักยภาพ

เอกนิษฐ์ ปัญญา ภาพแทนของเด็กเชียงรายที่ได้รับโอกาส

หากจะประเมินความสำเร็จของฟุตบอลเชียงราย การมองเพียงถ้วยแชมป์ของสโมสรอาจยังไม่เพียงพอ อีกตัวชี้วัดสำคัญคือจังหวัดสามารถผลิตนักเตะท้องถิ่นเข้าสู่ฟุตบอลอาชีพและทีมชาติได้มากน้อยเพียงใด

เอกนิษฐ์ ปัญญา หรือ “บุ๊ค” เกิดที่อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2542 เขาเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนเข้าสู่ระบบการฝึกของโรงเรียนกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและอะคาเดมี่เชียงราย ยูไนเต็ด

เส้นทางดังกล่าวมีความหมาย เพราะแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมต่อระหว่างครอบครัว โรงเรียน ระบบฝึกเยาวชน และสโมสรอาชีพ หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่ง เด็กที่มีพรสวรรค์อาจไม่สามารถพัฒนาต่อได้อย่างเต็มศักยภาพ

เอกนิษฐ์ได้รับโอกาสขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของเชียงราย ยูไนเต็ดตั้งแต่อายุยังน้อย และเคยสร้างสถิติเป็นผู้เล่นอายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในไทยลีกขณะนั้น จากนั้นจึงผ่านเส้นทางยืมตัวไปเก็บประสบการณ์กับหลายสโมสร ก่อนกลับมามีบทบาทกับเชียงราย ยูไนเต็ด ก้าวสู่เมืองทอง ยูไนเต็ด บีจี ปทุม ยูไนเต็ด และได้รับโอกาสเดินทางไปเล่นฟุตบอลในประเทศญี่ปุ่น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 ราชบุรี เอฟซีประกาศคว้าตัวเอกนิษฐ์จากบีจี ปทุม ยูไนเต็ดด้วยสัญญายืมตัว เพื่อร่วมการแข่งขันในฤดูกาล 2569 ถึง 2570 สะท้อนว่าเส้นทางอาชีพของนักเตะยังเดินหน้าต่อ พร้อมรับความท้าทายในทีมใหม่

สิ่งที่ทำให้เรื่องของเอกนิษฐ์มีคุณค่าต่อเยาวชนเชียงรายไม่ใช่เพียงชื่อเสียง แต่คือการทำให้เด็กในพื้นที่มองเห็นว่า เส้นทางจากอำเภอเล็กไปสู่ทีมชาติและลีกต่างประเทศไม่ได้ไกลเกินเอื้อม

ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว

ในโลกฟุตบอล คำว่าเด็กมีพรสวรรค์มักถูกใช้กับผู้เล่นที่เลี้ยงบอลเก่ง ยิงประตูได้ หรือมีความเร็วเหนือเพื่อนในวัยเดียวกัน แต่พรสวรรค์เพียงอย่างเดียวไม่สามารถรับประกันอนาคตได้

เยาวชนคนหนึ่งต้องผ่านการฝึกที่เหมาะสม ได้รับโอกาสแข่งขัน มีโภชนาการเพียงพอ มีวินัย และได้รับการดูแลด้านการศึกษา ขณะเดียวกัน ผู้ปกครองต้องเข้าใจว่าการเป็นนักกีฬาอาชีพเป็นเส้นทางระยะยาว ซึ่งเต็มไปด้วยการแข่งขัน การบาดเจ็บ และความไม่แน่นอน

เส้นทางของเอกนิษฐ์สะท้อนความสำคัญของการปล่อยนักเตะไปเก็บประสบการณ์ผ่านสัญญายืมตัว นักเตะดาวรุ่งอาจมีความสามารถ แต่หากนั่งอยู่ข้างสนามโดยไม่ได้ลงแข่งขันอย่างต่อเนื่อง พัฒนาการย่อมหยุดชะงัก การได้เล่นกับทีมระดับรองจึงไม่ใช่การถอยหลัง แต่เป็นการเพิ่มชั่วโมงการแข่งขันและเรียนรู้ฟุตบอลในสถานการณ์จริง

บทเรียนนี้สามารถนำมาใช้กับฟุตบอลเยาวชนเชียงรายได้เช่นกัน หลังจบรายการหนึ่ง เด็กควรมีรายการต่อไป มีลีกหรือเทศกาลฟุตบอลต่อเนื่อง และมีระบบติดตามพัฒนาการ ไม่ใช่กลับไปฝึกซ้อมโดยไม่รู้ว่าจะได้แข่งขันอีกเมื่อใด

เชียงราย ยูไนเต็ดสร้างหมุดหมายให้วงการฟุตบอลภาคเหนือ

ความสำเร็จของสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ดเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่เปลี่ยนภาพฟุตบอลของจังหวัด จากสโมสรภูมิภาคสู่ทีมที่สามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลระดับประเทศ

ช่วงเวลาสำคัญเกิดขึ้นเมื่อเชียงราย ยูไนเต็ดคว้าแชมป์ไทยลีกฤดูกาล 2562 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ความสำเร็จดังกล่าวสร้างความภาคภูมิใจให้แก่คนเชียงราย และทำให้เด็กในพื้นที่เห็นว่าสโมสรจากภาคเหนือสามารถแข่งขันกับทีมใหญ่ของประเทศได้

นอกจากแชมป์ลีก สโมสรยังประสบความสำเร็จในฟุตบอลถ้วยหลายรายการ และผ่านการแข่งขันระดับเอเชีย ความสำเร็จเหล่านี้ทำให้เชียงรายมีทั้งสนามแข่งขัน ระบบแฟนบอล เครือข่ายผู้ฝึกสอน และภาพลักษณ์ด้านฟุตบอลที่แข็งแรงขึ้น

แต่คุณค่าที่ลึกกว่าถ้วยรางวัลคือการมีสโมสรอาชีพเป็นปลายทางของเด็กในพื้นที่ เมื่อเยาวชนเดินเข้าสนามซ้อมและมองเห็นนักเตะชุดใหญ่ พวกเขาไม่ได้มองความฝันผ่านหน้าจอโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว แต่เห็นตัวอย่างอยู่ในจังหวัดของตนเอง

โรงเรียนกับสโมสรต้องเดินไปด้วยกัน

หนึ่งในรากฐานของระบบฟุตบอลเชียงรายคือความร่วมมือระหว่างสถานศึกษาและสโมสร โรงเรียนกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายมีบทบาทในการรวบรวมเด็กที่มีศักยภาพ ให้ได้รับทั้งการศึกษาและการฝึกกีฬาอย่างเป็นระบบ

โมเดลลักษณะนี้ช่วยลดความเสี่ยงที่เด็กต้องเลือกระหว่างการเรียนกับฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะความจริงคือมีผู้เล่นเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ก้าวถึงระดับอาชีพ เด็กทุกคนจึงต้องมีการศึกษารองรับและมีทักษะอื่นสำหรับอนาคต

ระบบที่ดีควรดูแลเยาวชนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการเรียน ผู้ฝึกสอนไม่ควรวัดความสำเร็จจากผลแพ้ชนะในวัยเด็กเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าเด็กมีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย กล้าตัดสินใจ เคารพกติกา และสนุกกับกีฬาอยู่หรือไม่

การเร่งผลการแข่งขันมากเกินไปอาจทำให้ทีมเลือกใช้เฉพาะเด็กที่แข็งแรงกว่าในช่วงวัยเดียวกัน ขณะที่เด็กซึ่งพัฒนาร่างกายช้าถูกมองข้าม ทั้งที่อาจมีศักยภาพสูงเมื่อโตขึ้น ระบบคัดเลือกจึงต้องเปิดกว้างและติดตามเด็กเป็นระยะ ไม่ควรตัดสินอนาคตจากการแข่งขันเพียงไม่กี่นัด

ฟุตซอลคือฐานทักษะสำคัญของนักฟุตบอล

การจัดฟุตซอลเยาวชนมีความสำคัญต่อการพัฒนานักฟุตบอล เพราะสนามขนาดเล็กทำให้ผู้เล่นได้สัมผัสบอลบ่อย ต้องคิดและตัดสินใจรวดเร็ว รวมถึงเรียนรู้การเคลื่อนที่ในพื้นที่จำกัด

เด็กไม่สามารถยืนรอลูกบอลเป็นเวลานานได้ ทุกคนต้องมีส่วนร่วมทั้งเกมรุกและเกมรับ การส่งบอลผิดเพียงครั้งเดียวอาจเปลี่ยนสถานการณ์ทันที ทำให้ผู้เล่นเรียนรู้ความรับผิดชอบและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

นักฟุตบอลระดับสูงจำนวนมากเติบโตจากฟุตซอลหรือฟุตบอลสนามเล็ก เพราะเป็นพื้นที่พัฒนาการควบคุมบอล การหมุนตัว การเล่นหนึ่งต่อหนึ่ง และความเข้าใจเกม

อย่างไรก็ตาม การฝึกในวัยเด็กควรหลีกเลี่ยงการจำกัดตำแหน่งเร็วเกินไป เด็กควรได้ทดลองเล่นหลายบทบาท ได้ใช้เท้าทั้งสองข้าง และกล้าสร้างสรรค์เกม ก่อนเข้าสู่ระบบแทกติกที่ซับซ้อนเมื่ออายุมากขึ้น

เมืองกีฬาต้องมีระบบต่อเนื่อง ไม่ใช่กิจกรรมครั้งคราว

การผลักดันเชียงรายเป็น Sport City จะเกิดผลได้เมื่อกิจกรรมต่าง ๆ เชื่อมต่อเป็นระบบ ตั้งแต่สนามชุมชน โรงเรียน อะคาเดมี่ การแข่งขันระดับอำเภอ สโมสรอาชีพ ไปจนถึงวิทยาศาสตร์การกีฬาและบุคลากรด้านการแพทย์

หากจังหวัดมีเพียงการแข่งขันใหญ่ปีละหนึ่งครั้ง เด็กอาจได้รับความตื่นเต้นแต่ไม่เกิดพัฒนาการต่อเนื่อง สิ่งที่จำเป็นคือปฏิทินการแข่งขันหลายระดับ ให้ทีมสามารถวางแผนฝึกซ้อมและพัฒนาผู้เล่นได้ตลอดปี

สนามฝึกต้องเข้าถึงได้ในทุกอำเภอ ผู้ฝึกสอนควรได้รับการอบรมด้านการพัฒนาเด็ก รวมถึงการปฐมพยาบาลและการป้องกันการบาดเจ็บ ขณะที่ระบบคัดเลือกควรเปิดโอกาสให้เด็กจากครอบครัวรายได้น้อยเข้าสู่การทดสอบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายสูง

ทุนการศึกษาและค่าเดินทางเป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เด็กบางคนมีความสามารถแต่ครอบครัวไม่สามารถพาไปซ้อมในเมืองหลายวันต่อสัปดาห์ได้ หากไม่มีระบบช่วยเหลือ โอกาสอาจตกเป็นของเด็กที่มีฐานะพร้อมมากกว่า ไม่ใช่เด็กที่มีศักยภาพสูงที่สุด

กีฬาเป็นมากกว่าการสร้างนักเตะอาชีพ

แม้เยาวชนทุกคนจะไม่ได้ก้าวเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่การเล่นกีฬายังสร้างผลลัพธ์ที่มีคุณค่าต่อชีวิต เด็กเรียนรู้การตรงต่อเวลา การรับผิดชอบหน้าที่ การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และการกลับมายืนอีกครั้งหลังความพ่ายแพ้

กิจกรรมกีฬายังช่วยให้เด็กมีพื้นที่ใช้เวลาว่างอย่างสร้างสรรค์ ลดความเสี่ยงจากยาเสพติด ความรุนแรง และพฤติกรรมที่เป็นอันตราย ขณะที่ผู้ปกครองและชุมชนมีพื้นที่ทำกิจกรรมร่วมกัน

นอกจากนี้ ระบบกีฬายังสร้างอาชีพได้มากกว่านักกีฬา ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน นักกายภาพบำบัด นักวิทยาศาสตร์การกีฬา นักโภชนาการ ผู้จัดการแข่งขัน ช่างภาพ นักข่าวกีฬา และผู้บริหารสโมสร

การพัฒนาเมืองกีฬาจึงไม่ควรมองเพียงจำนวนเหรียญหรือถ้วยรางวัล แต่ต้องมองจำนวนเด็กที่เข้าถึงกิจกรรม จำนวนบุคลากรที่ได้รับการพัฒนา และมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในพื้นที่

ฟุตบอลเชียงรายกับบทบาทต่อชุมชนในยามวิกฤต

ระบบฟุตบอลของเชียงรายยังเคยแสดงบทบาทเกินกว่าการแข่งขัน เมื่อเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2567 นักฟุตบอลและบุคลากรที่มีความผูกพันกับจังหวัดร่วมระดมความช่วยเหลือผู้ประสบภัย

เอกนิษฐ์นำเสื้อแข่งขันทีมชาติไทยออกประมูลเพื่อช่วยผู้ประสบภัย ขณะที่สโมสรเชียงราย ยูไนเต็ดเปิดพื้นที่รองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมจัดหาอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งจำเป็น

เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า สโมสรฟุตบอลสามารถเป็นสถาบันทางสังคมของจังหวัด มีทั้งเครือข่าย แฟนบอล พื้นที่ และพลังการสื่อสารที่สามารถระดมความช่วยเหลือได้ในเวลารวดเร็ว

เด็กที่เติบโตผ่านระบบกีฬาจึงควรได้รับการปลูกฝังไม่เพียงให้แข่งขันเก่ง แต่ต้องเข้าใจความรับผิดชอบต่อสังคม เพราะนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จสามารถใช้ชื่อเสียงสร้างประโยชน์ให้ชุมชนและเป็นแบบอย่างแก่คนรุ่นต่อไป

ถ้วยรางวัลวันนี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น

สำหรับทีมที่คว้าแชมป์การแข่งขัน CENTRAL CHIANGRAI & SAT KIDS STREET FUTSAL 2026 ถ้วยรางวัลคือความภาคภูมิใจจากการฝึกซ้อมและความร่วมมือของทั้งทีม แต่ชัยชนะในวัย 8 ปี 10 ปี หรือ 12 ปี ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายว่าใครจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

เด็กที่ไม่ได้แชมป์วันนี้อาจพัฒนาได้ไกลกว่าในอนาคต หากยังได้รับโอกาสและไม่หยุดฝึกฝน ส่วนเด็กที่โดดเด่นในวันนี้ก็ยังต้องเรียนรู้อีกมากเพื่อก้าวผ่านการแข่งขันในระดับที่สูงขึ้น

สิ่งสำคัญคือหลังเสียงเชียร์สงบลงแล้ว ผู้จัดการแข่งขัน โรงเรียน อะคาเดมี่ สมาคมกีฬา และหน่วยงานรัฐจะพาเด็กเหล่านี้เดินต่ออย่างไร จะมีสนามให้ลงเล่นอีกหรือไม่ มีผู้ฝึกสอนติดตามหรือไม่ และเด็กจากพื้นที่ห่างไกลจะยังเข้าถึงโอกาสได้เพียงใด

เชียงรายเคยพิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างสโมสรแชมป์ประเทศไทย และผลิตนักเตะอย่างเอกนิษฐ์ ปัญญาให้ก้าวสู่ทีมชาติและลีกต่างประเทศได้ ความท้าทายต่อจากนี้คือการทำให้ความสำเร็จดังกล่าวไม่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว แต่กลายเป็นระบบที่ผลิตโอกาสให้เด็กทุกอำเภออย่างต่อเนื่อง

เพราะก่อนจะมีนักฟุตบอลคนหนึ่งยืนอยู่กลางสนามทีมชาติ เขาเคยเป็นเด็กตัวเล็กที่รอโอกาสลงเล่นอยู่ข้างสนามมาก่อน และบางทีหนึ่งในเด็กที่วิ่งไล่ลูกบอลอยู่กลางลานกาสะลองในวันนี้ อาจเป็นชื่อที่แฟนฟุตบอลไทยจะได้ยินอีกครั้งในอีกสิบปีข้างหน้า

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :