“ไม่ใช่แค่เด็กทำ แต่เพราะผู้ใหญ่ยอมฟัง” สภาเยาวชน อบจ.เชียงราย คว้ารางวัลระดับชาติ วันเยาวชนฯ 2569
Summary
- ศูนย์เยาวชน อบจ.เชียงราย เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติยศและเกียรติบัตร กลุ่มเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ด้านการพัฒนาสังคมและชุมชน ประจำปี 2569
- พิธีจัดขึ้นเนื่องในโอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ
- นายอดิศักดิ์ เทพวงค์ ประธานสภาเยาวชน อบจ.เชียงราย เผยหัวใจความสำเร็จคือ “ไม่ใช่แค่เด็กทำ แต่เพราะผู้ใหญ่ยอมฟัง”
- การทำงานของสภาเยาวชนเน้นเปิดพื้นที่ให้เยาวชนคิด เสนอแนะ และลงมือปฏิบัติจริง โดยมีผู้ใหญ่คอยสนับสนุนทรัพยากร
- รางวัลนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมของคนรุ่นใหม่สู่การพัฒนาท้องถิ่นและชุมชนอย่างยั่งยืน
“ไม่ใช่แค่เด็กทำ แต่เพราะผู้ใหญ่ยอมฟัง” สภาเยาวชน อบจ.เชียงราย คว้ารางวัลระดับชาติ วันเยาวชนฯ 2569
เชียงราย,20 กันยายน 2569 – รางวัลที่สะท้อนมากกว่าความสำเร็จบนเวที ศูนย์เยาวชนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ซึ่งนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้นายรามิล พัฒนมงคลเชษฐ์ ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย และนายฐิติวัชร ไลศิริพันธุ์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม พร้อมด้วยนายอดิศักดิ์ เทพวงค์ ประธานสภาเยาวชน อบจ.เชียงราย และคณะกรรมการสภาเยาวชน อบจ.เชียงราย เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติยศและเกียรติบัตร เนื่องในโอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2569 โดย ศูนย์เยาวชนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายในนาม “กลุ่มเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ด้านการพัฒนาสังคมและชุมชน ประจำปี 2569” เข้ารับพระราชทานโล่เกียรติยศและเกียรติบัตร เนื่องในโอกาสวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
พิธีดังกล่าวเป็นหมุดหมายสำคัญของการทำงานด้านเด็กและเยาวชนของจังหวัดเชียงราย แต่เบื้องหลังโล่รางวัลไม่ได้มีเพียงผลงานของคนรุ่นใหม่เท่านั้น หากยังมีผู้ใหญ่ หน่วยงาน และเครือข่ายในพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้คิด ลงมือทำ และเรียนรู้จากการทำงานจริง
นายอดิศักดิ์ เทพวงค์ ประธานสภาเยาวชน อบจ.เชียงราย กล่าวถึงหัวใจของความสำเร็จไว้อย่างตรงไปตรงมาว่า
“ไม่ใช่แค่เด็กทำ แต่เพราะผู้ใหญ่ยอมฟัง”
ประโยคสั้นๆ นี้ทำให้รางวัลระดับชาติถูกมองในมิติที่กว้างขึ้น เพราะคำถามสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าเยาวชนเชียงรายทำกิจกรรมได้ดีเพียงใด แต่อยู่ที่ว่าเหตุใดพวกเขาจึงมีพื้นที่มากพอที่จะเปลี่ยนความคิดให้เป็นการปฏิบัติ และมีผู้ใหญ่พร้อมสนับสนุนเมื่อแนวคิดเหล่านั้นเดินออกจากห้องประชุมไปสู่ชุมชน
พื้นที่ที่เด็กไม่ได้เป็นเพียงผู้เข้าร่วม
ในหลายพื้นที่ เยาวชนมักถูกเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมในฐานะผู้รับสารหรือผู้ช่วยดำเนินงาน แต่การทำงานของศูนย์เยาวชน อบจ.เชียงราย มีภาพของการเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะผู้คิด ผู้เสนอ และผู้ลงมือทำ
การมีสภาเยาวชนทำให้เสียงของคนรุ่นใหม่ถูกรวบรวมและสื่อสารอย่างเป็นระบบ เยาวชนสามารถสะท้อนปัญหาที่พบในโรงเรียน ชุมชน และสังคมรอบตัว พร้อมเสนอแนวทางที่สอดคล้องกับประสบการณ์ของตนเอง
ผู้ใหญ่ในระบบไม่ได้ทำหน้าที่แทนเยาวชนทั้งหมด แต่ทำหน้าที่เป็นผู้ประคับประคอง ช่วยเชื่อมต่อกับหน่วยงาน จัดหาทรัพยากร ให้คำแนะนำเรื่องการบริหารจัดการ และช่วยทำให้กิจกรรมเกิดขึ้นได้ภายใต้กรอบที่เหมาะสม
ความแตกต่างระหว่างการ “ทำแทน” กับการ “สนับสนุนให้ทำ” อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่มีผลต่อการเติบโตของเยาวชนอย่างมาก หากผู้ใหญ่เป็นผู้ตัดสินใจทุกขั้นตอน เด็กอาจได้เพียงประสบการณ์การทำตามคำสั่ง แต่หากเยาวชนได้คิดและรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ พวกเขาจะได้เรียนรู้ทั้งความสำเร็จ ความผิดพลาด และการทำงานร่วมกับผู้อื่น
เสียงของคนรุ่นใหม่ต้องไปไกลกว่าพิธีรับฟัง
การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนแสดงความคิดเห็นไม่ควรจบลงหลังเวทีเสวนาหรือการประชุมเชิงสัญลักษณ์ เสียงที่ถูกรับฟังควรนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมในชุมชน โครงการด้านสิ่งแวดล้อม การพัฒนาพื้นที่สร้างสรรค์ การส่งเสริมการศึกษา หรือการสร้างเครือข่ายให้เด็กและเยาวชนมีโอกาสเรียนรู้มากขึ้น
ในกรณีของศูนย์เยาวชน อบจ.เชียงราย การได้รับรางวัลสะท้อนว่าการทำงานกับเยาวชนมีความต่อเนื่องและมีผลต่อสังคมในระดับหนึ่ง ไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรมครั้งเดียวเพื่อให้เกิดภาพข่าว
ข้อมูลจากหน่วยงานระบุว่า ศูนย์เยาวชนมีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาเด็กและเยาวชน รวมถึงสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาท้องถิ่นและสังคม การทำงานลักษณะนี้ต้องอาศัยทั้งเวลา บุคลากร งบประมาณ และความเข้าใจจากผู้ใหญ่ที่พร้อมให้เยาวชนได้ทดลองทำสิ่งใหม่
เมื่อเยาวชนได้รับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง พวกเขาจะค่อยๆ เรียนรู้วิธีการทำงานเป็นทีม การประสานงานกับหน่วยงาน การสื่อสารกับชุมชน และการรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ สิ่งเหล่านี้เป็นทักษะชีวิตที่ไม่สามารถเรียนรู้ได้จากตำราเพียงอย่างเดียว

ผู้ใหญ่ไม่ได้เสียอำนาจจากการรับฟัง
วัฒนธรรมการรับฟังเสียงเยาวชนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ผู้ใหญ่กำลังลดบทบาทของตนเอง หรือยอมให้เด็กเป็นผู้ตัดสินใจทุกเรื่อง แต่แท้จริงแล้ว การรับฟังไม่ได้หมายถึงการเห็นด้วยทั้งหมด และการสนับสนุนไม่ได้หมายถึงการปล่อยให้เยาวชนทำงานโดยปราศจากคำแนะนำ
ผู้ใหญ่ยังมีหน้าที่ช่วยตั้งคำถาม ตรวจสอบความเป็นไปได้ ประเมินความเสี่ยง และป้องกันไม่ให้เยาวชนต้องรับภาระเกินกำลัง เพียงแต่บทบาทดังกล่าวควรอยู่ในรูปแบบของผู้สนับสนุนและพี่เลี้ยง ไม่ใช่ผู้ยึดอำนาจการตัดสินใจทั้งหมด
ท่าทีของผู้ใหญ่ที่พร้อมฟังยังช่วยให้เยาวชนรู้สึกว่าความคิดเห็นของตนเองมีคุณค่า เมื่อเด็กพบว่าข้อเสนอได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง พวกเขาจะกล้าพูดถึงปัญหาที่ซับซ้อนมากขึ้น และพร้อมรับผิดชอบต่อแนวทางที่เสนอ
ในทางกลับกัน หากเยาวชนถูกเชิญให้พูดแต่ไม่มีใครนำข้อเสนอไปพิจารณา พวกเขาอาจค่อยๆ สูญเสียความเชื่อมั่นต่อกระบวนการมีส่วนร่วม และมองว่าการแสดงความคิดเห็นเป็นเพียงพิธีกรรม
จากกิจกรรมเยาวชนสู่การพัฒนาชุมชน
รางวัล “กลุ่มเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติ ด้านการพัฒนาสังคมและชุมชน” มีความหมายสำคัญตรงที่สะท้อนบทบาทของเยาวชนในฐานะพลังร่วมพัฒนาพื้นที่ ไม่ใช่เพียงกลุ่มเป้าหมายของนโยบาย
เชียงรายเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทั้งด้านภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม ชาติพันธุ์ และวิถีชีวิต ปัญหาและความต้องการของเยาวชนในแต่ละพื้นที่จึงอาจไม่เหมือนกัน เด็กในเขตเมืองอาจสนใจเรื่องพื้นที่สร้างสรรค์และเทคโนโลยี ขณะที่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกลอาจให้ความสำคัญกับการเดินทาง การศึกษา โอกาสทางอาชีพ หรือการสืบทอดวัฒนธรรมท้องถิ่น
การมีสภาเยาวชนจึงช่วยสร้างพื้นที่กลางให้คนรุ่นใหม่จากหลายบริบทได้แลกเปลี่ยนกัน และทำให้หน่วยงานมองเห็นปัญหาที่อาจไม่ปรากฏในข้อมูลทางราชการทั่วไป
เสียงของเยาวชนไม่ได้เข้ามาแทนที่เสียงของผู้ใหญ่หรือชุมชน แต่ช่วยเติมมุมมองจากคนที่กำลังจะเป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ในอนาคต การพัฒนาที่ไม่รับฟังคนรุ่นใหม่อาจแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่ไม่แน่เสมอว่าจะตอบโจทย์ชีวิตของคนในอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้า
รางวัลคือจุดเริ่มต้นของความรับผิดชอบ
แม้การได้รับพระราชทานโล่เกียรติยศและเกียรติบัตรจะเป็นความภาคภูมิใจขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและศูนย์เยาวชน แต่รางวัลไม่ควรถูกมองเป็นเส้นชัย เพราะการยอมรับในระดับชาติย่อมมาพร้อมความคาดหวังให้เดินหน้าสร้างพื้นที่สำหรับเด็กและเยาวชนต่อไป
สิ่งที่ต้องติดตามหลังจากนี้คือ ศูนย์เยาวชนจะขยายโอกาสไปยังเยาวชนกลุ่มใดบ้าง จะทำให้เด็กจากชุมชนห่างไกลเข้าถึงกิจกรรมได้อย่างไร และจะพัฒนากระบวนการรับฟังให้เกิดผลต่อการกำหนดนโยบายท้องถิ่นมากขึ้นได้หรือไม่
การทำงานด้านเยาวชนที่มีคุณภาพไม่ควรพึ่งพาเฉพาะผู้นำหรือบุคลากรรุ่นใดรุ่นหนึ่ง แต่ควรสร้างระบบที่ทำให้ผู้ใหญ่รุ่นต่อไปยังคงรับฟัง และเยาวชนรุ่นต่อไปยังคงมีพื้นที่ลงมือทำ แม้คนทำงานจะเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา
หากทำได้ รางวัลในปี 2569 จะไม่ใช่เพียงหลักฐานของความสำเร็จที่ผ่านมา แต่จะกลายเป็นแรงส่งให้เกิดวัฒนธรรมการมีส่วนร่วมที่ฝังอยู่ในโครงสร้างการพัฒนาท้องถิ่น
เมื่อการรับฟังกลายเป็นพลังของเมือง
คำพูดของนายอดิศักดิ์ เทพวงค์ ที่ว่า “ไม่ใช่แค่เด็กทำ แต่เพราะผู้ใหญ่ยอมฟัง” อาจเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุดจากรางวัลครั้งนี้
เพราะการพัฒนาเด็กและเยาวชนไม่ได้หมายถึงการจัดกิจกรรมให้เด็กมีเวทีแสดงออกเพียงชั่วคราว แต่หมายถึงการยอมรับว่าคนรุ่นใหม่มีความรู้จากประสบการณ์ของตนเอง มีความเข้าใจปัญหาในชีวิตประจำวัน และมีศักยภาพที่จะร่วมออกแบบอนาคตของชุมชน
ผู้ใหญ่ที่ยอมฟังไม่ได้กำลังมอบอนาคตให้เด็กทั้งหมด แต่กำลังช่วยเปิดประตูให้เยาวชนได้เดินเข้าไปเรียนรู้และรับผิดชอบร่วมกัน ส่วนเยาวชนที่ได้รับโอกาสก็ไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำให้ผู้ใหญ่ภูมิใจ แต่ต้องพิสูจน์ว่าพลังของคนรุ่นใหม่สามารถสร้างประโยชน์ให้สังคมได้จริง
จากเวทีวันเยาวชนแห่งชาติ 2569 ที่กรุงเทพมหานคร เรื่องราวของศูนย์เยาวชน อบจ.เชียงรายจึงเดินทางกลับสู่ท้องถิ่นพร้อมคำถามสำคัญว่า หลังจากเสียงปรบมือจบลง จังหวัดจะทำให้การรับฟังเสียงเยาวชนกลายเป็นวิถีปกติของการบริหารงานได้อย่างไร
คำตอบอาจเริ่มต้นจากการเปิดพื้นที่เล็กๆ ให้เด็กได้พูด ผู้ใหญ่ตั้งใจฟัง และทั้งสองฝ่ายร่วมกันเปลี่ยนคำพูดให้กลายเป็นการลงมือทำ




เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
- ศูนย์เยาวชนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย