เชียงรายเปิดกิจกรรม Camping Life ลานชมตะวันดอยวาวี เชื่อมโยงธรรมชาติ อาหาร และวิถีชุมชนสู่เมืองสุขภาพ
- นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดกิจกรรม Camping Life ณ ลานชมตะวัน ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย
- งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 ภายใต้โครงการพัฒนาเชียงรายเป็นเมืองสุขภาพ (Chiang Rai Wellness City)
- ภายในงานมีกิจกรรมกลางแจ้งเสริมสร้างความสามัคคี เวิร์กช็อปทำไข่แดงจากวัตถุดิบท้องถิ่น ศิลปะแต้มสีใต้แสงจันทร์ และดนตรีบำบัด
- มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวจากการชมวิวระยะสั้นสู่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมูลค่าสูง (High-Value Tourism) ที่ดึงดูดกลุ่มพำนักระยะยาว
- วางเป้าหมายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง เพื่อให้ชุมชนชาววาวีสามารถบริหารจัดการและสร้างรายได้ยั่งยืน
เจาะพิมพ์เขียว Chiang Rai Wellness City ชูวาวี แม่สรวย หมุดหมายแคมปิ้งระดับพรีเมียม ผสานธรรมชาติ บำบัดกายใจ ดันรายได้สู่ชุมชน
เชียงราย,12 กันยายน 2569 – จากการกางเต็นท์สู่เศรษฐกิจสุขภาพ เชียงรายกำลังขยับภาพจำของการท่องเที่ยวบนพื้นที่สูง จากเมืองที่ผู้คนเดินทางมาเพื่อชมวิว สัมผัสอากาศหนาว หรือแวะเยือนแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ไปสู่การวางแนวทางใหม่ในฐานะเมืองสุขภาพ หรือ Chiang Rai Wellness City โดยใช้ธรรมชาติ วิถีชีวิต อาหาร และภูมิปัญญาชุมชนเป็นเครื่องมือสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายมากกว่าการเดินทางระยะสั้น
หนึ่งในพื้นที่ที่ถูกเลือกให้เป็นจุดนำร่องคือ ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ซึ่งมีภูมิประเทศและบรรยากาศที่เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง การพักผ่อน และการเรียนรู้วิถีท้องถิ่น ล่าสุด สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงรายจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีแคมปิ้ง หรือ Camping Life ระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 ณ ลานชมตะวัน ตำบลวาวี
กิจกรรมดังกล่าวไม่ได้วางแคมปิ้งไว้เพียงภาพของการกางเต็นท์และนอนชมดาว แต่พยายามเชื่อมโยงการพักผ่อนเข้ากับสุขภาพ อาหาร วัฒนธรรม และความสัมพันธ์ของผู้คน เพื่อสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวที่ทำให้ผู้มาเยือนได้ใช้เวลาอยู่กับพื้นที่นานขึ้น และเปิดโอกาสให้ชุมชนมีส่วนร่วมในห่วงโซ่เศรษฐกิจมากขึ้น
วาวีในฐานะพื้นที่นำร่องของเมืองสุขภาพ
พิธีเปิดกิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2569 โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน ขณะที่นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย กล่าวรายงาน พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้เข้าร่วมกิจกรรมแคมปิ้ง
เป้าหมายสำคัญของโครงการคือการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ผ่านการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติควบคู่กับการเรียนรู้เรื่องสุขภาพ อาหาร วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ของชุมชนท้องถิ่น แนวทางดังกล่าวสะท้อนการปรับตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ไม่ได้วัดความสำเร็จจากจำนวนผู้มาเยือนเพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของประสบการณ์ ระยะเวลาการพำนัก และการกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่
การเลือกวาวีเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมจึงมีนัยสำคัญต่อการวางตำแหน่งของจังหวัดเชียงราย เพราะพื้นที่ไม่ได้ถูกนำเสนอในฐานะจุดถ่ายภาพเพียงอย่างเดียว แต่ถูกวางให้เป็นพื้นที่ทดลองรูปแบบการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงธรรมชาติ สุขภาวะ และชุมชนเข้าด้วยกัน
ธรรมชาติที่กลายเป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจ
หัวใจของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพในพื้นที่อย่างวาวี คือการนำทุนทางธรรมชาติที่มีอยู่มาออกแบบเป็นประสบการณ์ใหม่ อากาศ บรรยากาศกลางแจ้ง พื้นที่ชมวิว และความสงบของชุมชน สามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้พักจากความเร่งรีบในชีวิตประจำวัน
เมื่อกิจกรรมเหล่านี้ถูกออกแบบอย่างเหมาะสม การแคมปิ้งจะมีมูลค่ามากกว่าการใช้พื้นที่พักค้างคืน นักท่องเที่ยวอาจเข้าร่วมกิจกรรมเรียนรู้ภูมิปัญญา รับประทานอาหารในชุมชน ซื้อผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น หรือใช้บริการจากผู้ประกอบการในพื้นที่ รายได้จึงมีโอกาสกระจายไปยังหลายกลุ่ม ตั้งแต่ผู้ดูแลลานกางเต็นท์ ผู้ผลิตอาหาร ผู้จัดกิจกรรม ไปจนถึงเกษตรกรและผู้ประกอบการรายย่อย

แนวคิดนี้สอดคล้องกับทิศทางการท่องเที่ยวมูลค่าสูง ซึ่งให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์และความรับผิดชอบต่อพื้นที่ มากกว่าการรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากในระยะเวลาอันสั้น
เรียนรู้ผ่านกิจกรรมกลางแจ้งและวิถีชุมชน
กิจกรรมวันแรกเริ่มจากการลงทะเบียนและกิจกรรมลูกเสือ ซึ่งเน้นการทำงานเป็นทีม ความสามัคคี การช่วยเหลือเกื้อกูล และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้าร่วม การออกแบบกิจกรรมลักษณะนี้ทำให้ผู้เข้าร่วมไม่ได้เป็นเพียงผู้ชม แต่ต้องลงมือทำงานร่วมกับผู้อื่นและใช้พื้นที่ธรรมชาติเป็นห้องเรียน
จากนั้นมี Workshop ทำไข่แดง ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้การแปรรูปอาหารและการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นผ่านการปฏิบัติจริง กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าอาหารสามารถเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องของชุมชนได้ เพราะเบื้องหลังวัตถุดิบแต่ละชนิดมีทั้งภูมิปัญญา วิธีการผลิต และความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับทรัพยากรในพื้นที่
การนำกิจกรรมอาหารเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพยังช่วยขยายความหมายของคำว่าสุขภาพให้ครอบคลุมมากขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการออกกำลังกายหรือการบำบัดร่างกาย แต่รวมถึงการรู้จักที่มาของอาหาร การรับประทานร่วมกัน และการใช้เวลาที่มีคุณภาพกับผู้คนรอบตัว
ค่ำคืนที่ใช้วัฒนธรรมสร้างประสบการณ์
ในช่วงค่ำ ผู้เข้าร่วมรับประทานอาหารร่วมกันในรูปแบบบุฟเฟต์และกิจกรรมบาร์บีคิวปิ้งย่าง ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการและการแสดงที่สะท้อนอัตลักษณ์ท้องถิ่น การนำศิลปวัฒนธรรมและเรื่องราวของพื้นที่มาอยู่ในกิจกรรมช่วยให้การท่องเที่ยวไม่ได้หยุดอยู่ที่ทัศนียภาพ แต่เพิ่มมิติด้านความเข้าใจต่อชุมชน
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรม Moonlight Body Art หรือแต้มสีใต้แสงจันทร์ เปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมสร้างสรรค์ผลงานอย่างอิสระ กิจกรรมดังกล่าวเน้นการผ่อนคลาย ความสนุก และการมีส่วนร่วมท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืน ก่อนปิดท้ายด้วยการแสดงดนตรีจากวงเบื๊อก
เมื่อพิจารณาโดยรวม กิจกรรมทั้งวันถูกออกแบบให้มีจังหวะตั้งแต่การทำงานเป็นทีม การเรียนรู้เรื่องอาหาร การรับประทานร่วมกัน ไปจนถึงงานศิลปะและดนตรี รูปแบบนี้ช่วยให้การแคมปิ้งมีองค์ประกอบหลากหลาย และตอบโจทย์ผู้เดินทางที่ต้องการทั้งการพักผ่อนและประสบการณ์ใหม่ในทริปเดียว
ความท้าทายคือการทำให้โครงการเดินหน้าต่อ
แม้ Camping Life จะเป็นกิจกรรมระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569 แต่ความสำเร็จของแนวคิด Chiang Rai Wellness City ไม่ควรวัดจากจำนวนผู้เข้าร่วมงานในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น ประเด็นสำคัญกว่าคือ หลังจบกิจกรรมแล้ว พื้นที่วาวีจะมีโครงสร้างพื้นฐานหรือกลไกใดรองรับให้ชุมชนสามารถดำเนินกิจกรรมต่อได้
สิ่งที่ต้องจับตาคือการพัฒนาลานกางเต็นท์ ระบบจัดการขยะ ความปลอดภัย ห้องน้ำ การบริหารจัดการน้ำ การเดินทาง และมาตรฐานการให้บริการ หากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะเติบโตอย่างยั่งยืน องค์ประกอบเหล่านี้ต้องพัฒนาไปพร้อมกับการประชาสัมพันธ์ เพราะประสบการณ์ที่ดีของนักท่องเที่ยวไม่ได้เกิดจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความสะดวก ความปลอดภัย และการดูแลพื้นที่
ขณะเดียวกัน การเติบโตต้องไม่ทำให้ชุมชนสูญเสียอัตลักษณ์หรือทรัพยากรธรรมชาติ การกำหนดจำนวนผู้เข้าพัก การจัดการพื้นที่ และการให้ชาวบ้านมีบทบาทในการตัดสินใจจึงเป็นเรื่องสำคัญ หากบริหารจัดการได้เหมาะสม วาวีมีโอกาสพัฒนาเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่มองหาการพักผ่อนเชิงคุณภาพ รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการพำนักนานและทำงานจากพื้นที่ธรรมชาติ
เชียงรายกับภาพเมืองสุขภาวะในอนาคต
กิจกรรม Camping Life ที่ลานชมตะวันจึงเป็นมากกว่างานท่องเที่ยวประจำปี เพราะเป็นการทดลองนำทรัพยากรของเชียงรายมาประกอบกันเป็นประสบการณ์รูปแบบใหม่ ธรรมชาติทำหน้าที่เป็นพื้นที่พักผ่อน อาหารและชา–กาแฟทำหน้าที่เล่าเรื่องชุมชน ภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างคุณค่า และกิจกรรมกลางแจ้งช่วยเชื่อมโยงผู้คนเข้ากับพื้นที่
หากจังหวัดเชียงรายสามารถต่อยอดกิจกรรมให้เกิดการลงทุนและการจ้างงานในชุมชนได้จริง วาวีอาจกลายเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพภาคเหนือ และช่วยขับเคลื่อนภาพ Chiang Rai Wellness City ให้มีความชัดเจนมากขึ้น
ท้ายที่สุด ความสำเร็จของโมเดลนี้จะไม่ได้อยู่ที่การทำให้ผู้คนเดินทางมาวาวีเพียงครั้งเดียว แต่อยู่ที่การทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกว่า พื้นที่แห่งนี้มีเหตุผลมากพอให้กลับมาอีกครั้ง ขณะที่คนในชุมชนสามารถใช้ทรัพยากรของตนสร้างรายได้อย่างมั่นคง โดยไม่ต้องแลกกับการสูญเสียธรรมชาติและตัวตนของท้องถิ่น

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย ข้อมูลการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยววิถีแคมปิ้ง Camping Life ภายใต้โครงการพัฒนาเชียงรายเป็นเมืองสุขภาพ
- จังหวัดเชียงราย ข้อมูลพิธีเปิดกิจกรรม Camping Life วันที่ 11 กันยายน 2569
- ข้อมูลกิจกรรม ณ ลานชมตะวัน ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 11–13 กันยายน 2569
- ข้อมูลกิจกรรม Workshop ทำไข่แดง กิจกรรมลูกเสือ Moonlight Body Art และการแสดงดนตรีเบื๊อกจากผู้จัดงาน