เชียงรายเร่งย้ายแหล่งน้ำดิบจากแม่น้ำกกสู่แม่น้ำลาว กปภ.ยืนยันน้ำประปาปลอดภัย เดินหน้าโครงการใหม่ 2,248 ล้านบาท

Summaryสรุปประเด็นสำคัญ
  • กปภ. ยืนยันน้ำประปาเชียงรายปัจจุบันผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพ ปลอดภัย ไร้โลหะหนักปนเปื้อน
  • เดินหน้าเมกะโปรเจกต์งบการคลัง 2,248 ล้านบาท ย้ายสถานีสูบน้ำดิบหลักจากแม่น้ำกกไปใช้แม่น้ำลาว
  • แหล่งน้ำแม่น้ำลาวตั้งอยู่ภายในประเทศ ช่วยลดความเสี่ยงจากวิกฤตมลพิษข้ามพรมแดนและสารหนูต้นน้ำ
  • โครงการแห่งใหม่มีกำลังผลิตสูงถึง 4,000 ลบ.ม./ชม. เพื่อขยายขอบเขตรองรับประชากรกว่า 80,000 ราย
  • สทนช. เปิดระบบ Thai Water Plan ให้ท้องถิ่นเร่งยื่นแผนงบปี 2571 เพื่อแก้วิกฤตน้ำอย่างเป็นระบบ

โฮงยาใกล้บ้านเชียงราย ยอดใช้บริการกว่า 2เชียงรายเร่งย้ายแหล่งน้ำดิบจากแม่น้ำกกสู่แม่น้ำลาว กปภ.ยืนยันน้ำประปาปลอดภัย เดินหน้าโครงการใหม่ 2,248 ล้านบาท

เชียงราย,13 กรกฎาคม 2569 – ท่ามกลางความกังวลเรื่องสารโลหะหนักในแม่น้ำกกที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2568 จังหวัดเชียงรายและการประปาส่วนภูมิภาคเดินหน้าสร้างความมั่นใจให้ประชาชน โดยยืนยันว่า แม้น้ำดิบจากแม่น้ำกกบางช่วงจะตรวจพบสารปนเปื้อน แต่กระบวนการผลิตของ กปภ. สามารถกำจัดโลหะหนักให้อยู่ต่ำกว่าค่ามาตรฐานได้ ขณะเดียวกันได้เร่งผลักดันโครงการย้ายแหล่งน้ำดิบไปยังแม่น้ำลาว เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำสะอาดในระยะยาว

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร่วมกับนายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค แถลงผลการดำเนินงานด้านคุณภาพน้ำ ณ สถานีผลิตน้ำวังคำ กปภ.สาขาเชียงราย ก่อนนำคณะสื่อมวลชนลงพื้นที่ตรวจสอบกระบวนการผลิตจริง ตั้งแต่จุดรับน้ำดิบ การเติมสารเคมี การตกตะกอน การกรอง การฆ่าเชื้อ ไปจนถึงน้ำประปาที่เตรียมส่งเข้าสู่ระบบจ่ายน้ำให้ประชาชน

การเปิดพื้นที่ให้สื่อมวลชนเข้าตรวจสอบครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ประชาชนเชียงรายยังมีคำถามสำคัญว่า น้ำประปาที่ผลิตจากแหล่งน้ำซึ่งมีรายงานพบสารโลหะหนักสามารถดื่มและใช้อุปโภคบริโภคได้จริงหรือไม่ คำตอบจาก กปภ. คือ น้ำดิบและน้ำประปาเป็นคนละสถานะกัน น้ำดิบที่เข้าสู่โรงผลิตต้องผ่านกระบวนการปรับปรุงคุณภาพหลายขั้นตอนก่อนจ่ายถึงบ้าน และผลตรวจล่าสุดจากสถานีผลิตทั้ง 5 แห่งในเชียงรายยืนยันว่าน้ำประปาหลังการผลิตมีสารโลหะหนักอยู่ต่ำกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด

จากวิกฤตน้ำดิบสู่การตรวจเข้มทุกขั้นตอน

นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า หลังเริ่มพบปัญหาสารโลหะหนักในแหล่งน้ำดิบเมื่อเดือนมีนาคม 2568 กปภ.ได้ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังและควบคุมคุณภาพน้ำอย่างเข้มงวด ตั้งแต่แหล่งน้ำดิบ กระบวนการผลิต ไปจนถึงน้ำประปาปลายทาง

มาตรการสำคัญประกอบด้วยการเพิ่มความถี่ในการเก็บตัวอย่างน้ำ การปรับปริมาณสารเคมีให้เหมาะกับคุณภาพน้ำในแต่ละช่วง การสำรองสารเคมีที่จำเป็นสำหรับกำจัดโลหะหนัก และการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข

กปภ.ยังส่งตัวอย่างน้ำประปาไปตรวจในห้องปฏิบัติการภายนอกเป็นประจำทุกเดือน เพื่อใช้ผลตรวจจากหน่วยงานที่แยกจากกระบวนการผลิตมายืนยันคุณภาพอีกชั้นหนึ่ง พร้อมเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางของ กปภ.สาขาเชียงรายและศูนย์ข้อมูลกลางของจังหวัด

ผลการตรวจวิเคราะห์ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 จากสถานีผลิตน้ำประปา 5 แห่งในจังหวัดเชียงราย ระบุว่า สารโลหะหนักทุกชนิดที่ตรวจวัดอยู่ต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ทำให้ประชาชนสามารถใช้น้ำประปาสำหรับอุปโภคบริโภคได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม การยืนยันความปลอดภัยของน้ำประปาไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์ในแม่น้ำกกสิ้นสุดลง เพราะรายงานของสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ยังพบความผิดปกติของคุณภาพน้ำและตะกอนในบางจุดของลุ่มน้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง จึงต้องดำเนินการติดตามต่อเนื่องทั้งในน้ำผิวดิน ตะกอน และพื้นที่เกษตรกรรมที่ใช้น้ำจากแม่น้ำเหล่านี้

ลงทุนกว่า 26 ล้านบาทรับมือโลหะหนัก

กปภ.ระบุว่าได้ลงทุนมากกว่า 26 ล้านบาทเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบผลิตน้ำในพื้นที่เชียงรายและเชียงใหม่ โดยครอบคลุมการติดตั้งและปรับปรุงระบบจ่ายสารเคมี การเพิ่มอุปกรณ์ควบคุมกระบวนการผลิต และการสำรองสารที่จำเป็นสำหรับกำจัดสารปนเปื้อน

งบประมาณดังกล่าวสะท้อนว่าการผลิตน้ำประปาจากแหล่งน้ำดิบที่มีความผันผวนด้านคุณภาพต้องใช้ทั้งเทคโนโลยี บุคลากร และต้นทุนดำเนินงานเพิ่มขึ้น กระบวนการผลิตไม่สามารถใช้สูตรเดียวตลอดทั้งปี เพราะค่าความขุ่น ปริมาณตะกอน และระดับสารโลหะหนักอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ฝน และการไหลของน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำ

ข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษระบุว่า การตรวจคุณภาพน้ำแม่น้ำกกและลำน้ำสาขาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 ถึงปี 2569 พบว่าสารหลายชนิดยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่สารหนูและโลหะบางชนิดเคยเกินมาตรฐานในบางจุด รวมถึงพบปัญหาความขุ่นและตะกอนปนเปื้อนในบางช่วงเวลา จึงจำเป็นต้องแยกให้ชัดระหว่างคุณภาพน้ำผิวดินกับคุณภาพน้ำประปาหลังผ่านระบบบำบัด

สำหรับประชาชน ความแตกต่างนี้มีความสำคัญอย่างมาก เพราะการพบสารหนูในแม่น้ำไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่าน้ำประปาจากก๊อกมีสารหนูเกินมาตรฐาน แต่หมายความว่าหน่วยงานผลิตน้ำต้องเพิ่มความเข้มงวดเพื่อให้ระบบบำบัดสามารถรับมือกับคุณภาพน้ำดิบที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

จากแม่น้ำกกสู่แม่น้ำลาว ทางเลือกเพื่อความมั่นคงระยะยาว

แม้ระบบปัจจุบันยังสามารถผลิตน้ำประปาให้ผ่านมาตรฐานได้ แต่ กปภ.มองว่าการพึ่งพาแม่น้ำกกต่อไปเพียงแหล่งเดียวสร้างความเสี่ยงในระยะยาว จึงเสนอแผนย้ายแหล่งน้ำดิบไปยังแม่น้ำลาว ซึ่งมีต้นน้ำอยู่ภายในประเทศและอยู่ห่างจากพื้นที่ที่ถูกตั้งข้อกังวลเรื่องมลพิษข้ามพรมแดน

โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างขอรับการจัดสรรงบประมาณปี 2570 วงเงินรวม 2,248 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการก่อสร้างปรับปรุงและขยายระบบประปา กปภ.สาขาเชียงราย วงเงิน 1,953.088 ล้านบาท และโครงการบริหารจัดการลดน้ำสูญเสียอีก 295 ล้านบาท

หากได้รับอนุมัติ กปภ.จะก่อสร้างสถานีผลิตน้ำแม่ลาวแห่งใหม่ในช่วงปี 2570 ถึง 2572 เพื่อทดแทนบทบาทของสถานีผลิตน้ำวังคำเดิม โดยมีกำลังการผลิตสูงสุด 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง รองรับผู้ใช้น้ำประมาณ 80,000 ราย ครอบคลุมอำเภอเมืองเชียงราย อำเภอเวียงชัย และอำเภอแม่ลาว

กำลังการผลิตดังกล่าวสูงกว่าระบบเดิมอย่างมีนัยสำคัญ และถูกวางไว้รองรับทั้งจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น การขยายตัวของเมือง ธุรกิจ การท่องเที่ยว โรงพยาบาล สถานศึกษา และการพัฒนาเศรษฐกิจของเชียงรายในอนาคต

การย้ายแหล่งน้ำดิบจึงไม่ใช่เพียงมาตรการหนีปัญหาสารโลหะหนัก แต่เป็นการปรับโครงสร้างระบบประปาของเมืองให้มีความมั่นคงมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากแหล่งน้ำเดิม และลดปริมาณน้ำสูญเสียในระบบท่อ

ลดน้ำสูญเสียคือการเพิ่มน้ำโดยไม่ต้องสูบเพิ่มทั้งหมด

วงเงิน 295 ล้านบาทที่กำหนดไว้สำหรับการลดน้ำสูญเสียมีความสำคัญไม่น้อยกว่างานก่อสร้างโรงผลิตน้ำ เพราะน้ำที่ผลิตได้แต่รั่วไหลออกจากท่อก่อนถึงผู้ใช้ ถือเป็นต้นทุนที่สูญเสียไปทั้งค่าน้ำดิบ ค่าไฟฟ้า สารเคมี และค่าบำรุงรักษา

การลดน้ำสูญเสียอาจรวมถึงการเปลี่ยนท่อเก่า การแบ่งพื้นที่ควบคุมแรงดัน การติดตั้งมาตรวัด การค้นหารอยรั่ว และการใช้ระบบตรวจสอบการไหลแบบเรียลไทม์ หากทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ประชาชนได้รับน้ำสม่ำเสมอขึ้น ลดปัญหาน้ำไหลอ่อน และเพิ่มปริมาณน้ำที่พร้อมให้บริการโดยไม่ต้องเพิ่มกำลังผลิตทั้งหมดในสัดส่วนเดียวกัน

สำหรับเชียงรายที่มีพื้นที่บริการขยายตัวและบางชุมชนอยู่ห่างจากสถานีผลิต การรักษาแรงดันในระบบและลดการรั่วไหลจะเป็นเงื่อนไขสำคัญต่อความสำเร็จของสถานีผลิตน้ำแห่งใหม่

น้ำปลอดภัยวันนี้ แต่ต้องตรวจต่อเนื่องทุกเดือน

ผู้ว่าการ กปภ.ยืนยันว่า น้ำประปาที่จ่ายให้ประชาชนในปัจจุบันปลอดภัยและผ่านมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นของประชาชนจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อข้อมูลถูกเผยแพร่อย่างสม่ำเสมอ เข้าใจง่าย และตรวจสอบย้อนกลับได้

การเผยแพร่ผลตรวจเป็นรายเดือนจึงควรมีรายละเอียดอย่างน้อยเกี่ยวกับวันที่เก็บตัวอย่าง สถานีผลิต จุดเก็บตัวอย่าง สารที่ตรวจ หน่วยวัด ค่ามาตรฐาน และผลที่ตรวจพบ เพื่อให้ประชาชนสามารถเปรียบเทียบข้อมูลแต่ละเดือนได้ ไม่ใช่ได้รับเพียงข้อความสรุปว่าผ่านหรือไม่ผ่าน

การเปิดสถานีผลิตให้สื่อและหน่วยงานภายนอกเข้าติดตามยังช่วยลดช่องว่างความเข้าใจ เพราะประชาชนจำนวนไม่น้อยยังสับสนระหว่างคำว่าแม่น้ำปนเปื้อนกับน้ำประปาปนเปื้อน การได้เห็นกระบวนการผลิตจริงช่วยอธิบายว่าระบบประปามีหลายขั้นตอนก่อนส่งน้ำเข้าสู่บ้านเรือน

ในอีกด้านหนึ่ง หน่วยงานต้องไม่ลดระดับการเฝ้าระวังเพียงเพราะผลน้ำประปาผ่านมาตรฐาน เพราะข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษยังสะท้อนว่าคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำกกและลำน้ำสาขามีความผันผวน และยังต้องติดตามทั้งน้ำ ตะกอน และผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างต่อเนื่อง

โครงการใหม่ต้องเดินคู่กับการจัดสรรน้ำภาคเกษตร

การนำแม่น้ำลาวมาเป็นแหล่งน้ำดิบใหม่อาจช่วยลดความเสี่ยงด้านมลพิษ แต่ก็เปิดคำถามใหม่เรื่องปริมาณน้ำต้นทุนและสิทธิการใช้น้ำของเกษตรกรเดิม

แม่น้ำลาวและระบบชลประทานโดยรอบมีบทบาทสำคัญต่อภาคการเกษตรในอำเภอแม่ลาว พาน เวียงชัย และพื้นที่ใกล้เคียง การเพิ่มการสูบน้ำเข้าสู่ระบบประปาจึงต้องมีแผนจัดสรรน้ำที่สมดุลระหว่างการอุปโภคบริโภค การเกษตร และการรักษาระบบนิเวศ

ภาครัฐจำเป็นต้องมีข้อมูลปริมาณน้ำในฤดูฝนและฤดูแล้ง แผนสำรองเมื่อเกิดภัยแล้ง และกลไกหารือกับกลุ่มผู้ใช้น้ำเดิม เพื่อป้องกันไม่ให้การแก้ปัญหามลพิษในแม่น้ำกกนำไปสู่ความขัดแย้งเรื่องน้ำในลุ่มน้ำลาว

โครงการควรมีการประเมินความต้องการใช้น้ำระยะยาว ควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำและลดน้ำสูญเสีย เพราะการสร้างสถานีผลิตขนาดใหญ่จะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อแหล่งน้ำต้นทุนมีเพียงพอในทุกฤดูกาล

Thai Water Plan เปิดช่องให้ท้องถิ่นผลักดันโครงการน้ำ

ในระดับประเทศ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้แจ้งกรอบการจัดทำแผนปฏิบัติการด้านทรัพยากรน้ำประจำปีงบประมาณ 2571 ผ่านระบบ Thai Water Plan เพื่อให้จังหวัด หน่วยงานรัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอแผนงานที่มีความพร้อมเข้าสู่กระบวนการพิจารณางบประมาณ

นายชยันต์ เมืองสง เลขาธิการ สทนช. ระบุว่า หน่วยงานต้องจัดทำรายละเอียดโครงการและแนบเอกสารแสดงความพร้อมให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2569 ก่อนตรวจสอบและยืนยันการส่งข้อมูลภายในวันที่ 2 ตุลาคม 2569 จากนั้นโครงการจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดและคณะกรรมการลุ่มน้ำ

แผนงานที่ผ่านการกลั่นกรองจะถูกรวบรวมและจัดลำดับความสำคัญ ก่อนเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติพิจารณาในเดือนธันวาคม 2569 เพื่อใช้ประกอบการเสนอของบประมาณปี 2571

สำหรับเชียงราย ระบบนี้มีความสำคัญต่อการผลักดันโครงการน้ำระดับพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นระบบประปา แหล่งน้ำสำรอง ระบบท่อ การป้องกันน้ำท่วม หรือการฟื้นฟูแหล่งน้ำ โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มักมีข้อจำกัดด้านบุคลากรและเอกสารทางเทคนิค

ความมั่นคงทางน้ำต้องมากกว่าการสร้างโรงผลิตใหม่

แม้โครงการย้ายแหล่งน้ำดิบวงเงิน 2,248 ล้านบาทจะเป็นก้าวสำคัญ แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาลุ่มน้ำกกทั้งหมดได้ เพราะแม่น้ำกกยังเป็นแหล่งน้ำของเกษตรกร ชุมชน ประมงพื้นบ้าน การท่องเที่ยว และระบบนิเวศ

การย้ายระบบประปาช่วยลดความเสี่ยงของผู้ใช้น้ำในเขตบริการ กปภ. แต่ชุมชนที่ใช้น้ำแม่น้ำโดยตรงยังต้องการระบบตรวจสอบและคำแนะนำที่ชัดเจนว่าช่วงใดสามารถใช้น้ำเพื่อการเกษตร เลี้ยงสัตว์ หรือกิจกรรมอื่นได้

ดังนั้น นอกจากการสร้างโรงผลิตน้ำใหม่ รัฐยังต้องเดินหน้าตรวจสอบคุณภาพน้ำและตะกอน ฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ สร้างระบบแจ้งเตือน และเจรจาแก้ไขมลพิษข้ามพรมแดนที่ต้นเหตุ

หากไม่มีการจัดการต้นน้ำ ปัญหาสารปนเปื้อนอาจยังคงไหลผ่านแม่น้ำกกไปยังแม่น้ำโขง แม้ระบบประปาเมืองจะย้ายไปใช้แหล่งน้ำอื่นแล้วก็ตาม

น้ำทุกหยดต้องปลอดภัยและตรวจสอบได้

การแถลงข่าวและลงพื้นที่เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2569 ช่วยให้ประชาชนได้รับคำยืนยันว่า น้ำประปาเชียงรายในปัจจุบันผ่านมาตรฐาน และผลตรวจจากสถานีผลิตทั้ง 5 แห่งไม่พบสารโลหะหนักเกินเกณฑ์

แต่ความเชื่อมั่นในระยะยาวจะไม่ได้เกิดจากคำยืนยันเพียงครั้งเดียว ต้องเกิดจากผลตรวจที่เผยแพร่ต่อเนื่อง การเปิดข้อมูล การตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการภายนอก และความสามารถของ กปภ.ในการตอบสนองทันทีเมื่อคุณภาพน้ำดิบเปลี่ยนแปลง

ในส่วนของโครงการแม่น้ำลาว ความสำเร็จจะไม่ได้วัดเพียงการก่อสร้างเสร็จตามกำหนด แต่ต้องวัดจากความเพียงพอของน้ำ ความเป็นธรรมต่อผู้ใช้น้ำเดิม การลดน้ำสูญเสีย และความสามารถในการรองรับประชาชนประมาณ 80,000 รายได้จริง

เชียงรายกำลังเปลี่ยนผ่านจากระบบที่พึ่งพาแม่น้ำกกเป็นหลัก ไปสู่โครงสร้างน้ำประปาที่มีแหล่งน้ำดิบใหม่และกำลังผลิตเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนผ่านนี้เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างระบบน้ำที่ปลอดภัยกว่าเดิม แต่ก็ต้องดำเนินการด้วยข้อมูล วิศวกรรมที่รอบคอบ การจัดสรรน้ำที่เป็นธรรม และการเปิดเผยงบประมาณอย่างโปร่งใส

เพราะสำหรับประชาชน น้ำประปาไม่ใช่เพียงบริการสาธารณะ แต่คือสิ่งที่ใช้ดื่ม ทำอาหาร ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และดำเนินชีวิตทุกวัน ทุกหยดที่ไหลจากก๊อกจึงต้องไม่เพียงผ่านมาตรฐาน แต่ต้องทำให้ผู้ใช้น้ำมั่นใจได้ว่ามีระบบตรวจสอบรองรับอยู่ตลอดเวลา

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :