กปภ.เชียงราย แจงแผนประปาฝายแม่ลาวเสร็จปี 2572 ย้ำขยายกำลังผลิตเท่าตัวสกัดสารหนูข้ามพรมแดน

Summaryสรุปประเด็นสำคัญ
  • เชียงรายผลักดันงบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท ย้ายจุดรับน้ำดิบผลิตประปาแผ่นดินหนีมลพิษแม่น้ำกก
  • ผลตรวจคุณภาพน้ำผิวดินพบสารหนูและโลหะหนักปนเปื้อนเกินค่ามาตรฐานในลุ่มน้ำชายแดนอย่างต่อเนื่อง
  • โครงการประปาแห่งใหม่จะตั้งอยู่ที่ฝายแม่ลาว อ.แม่ลาว เพิ่มกำลังการผลิตเท่าตัวเป็น 4,000 ลบ.ม./ชม.
  • ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ผ่านวาระแรกแล้ว คาดเริ่มก่อสร้างพฤศจิกายน 2569 และเสร็จสิ้นในปี 2572
  • ชลประทานเร่งวางแผนจัดสรรน้ำร่วมกับเกษตรกร พร้อมดันโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้างสกัดข้อขัดแย้ง

เชียงรายเร่งย้ายแหล่งน้ำดิบหนีสารโลหะหนักแม่น้ำกก ดันงบกว่า 2,000 ล้านสร้างระบบประปาฝายแม่ลาว

เชียงราย,6 กรกฎาคม 2569 – แม่น้ำกกเคยเป็นหนึ่งในสายน้ำหลักที่หล่อเลี้ยงเมืองเชียงรายมายาวนาน ทั้งในฐานะแหล่งน้ำดิบเพื่อผลิตประปา แหล่งน้ำเกษตร แหล่งประมง และพื้นที่ชีวิตของชุมชนริมน้ำ แต่เมื่อปัญหาการปนเปื้อนโลหะหนักและสารหนูในลำน้ำกก ลำน้ำสาย และลำน้ำสาขา กลายเป็นความกังวลต่อเนื่องของประชาชน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่าน้ำวันนี้ปลอดภัยหรือไม่ แต่คือเชียงรายจะมีระบบน้ำสะอาดที่มั่นคงและไม่ต้องเสี่ยงซ้ำกับมลพิษข้ามพรมแดนได้อย่างไร

เทศบาลนครเชียงรายและการประปาส่วนภูมิภาคเดินหน้าผลักดัน โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาค สาขาเชียงราย หรือโครงการย้ายแหล่งน้ำดิบจากแม่น้ำกกไปยังบริเวณฝายแม่ลาว วงเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยข้อมูลจากพื้นที่ระบุว่าโครงการดังกล่าวได้รับการบรรจุในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2570 และผ่านการรับหลักการในวาระแรกของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ถือเป็นก้าวสำคัญของการแก้ปัญหาน้ำประปาเชียงรายในเชิงโครงสร้าง

นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย แจ้งความคืบหน้าเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ว่า โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาผลกระทบจากปัญหาสารโลหะหนักในแม่น้ำกก พร้อมขอบคุณนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ร.ต.อ.ดร.ธนรัช จงสุทธานามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดเชียงราย นายทวีชัย โค้วตระกูล ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงราย นายอภิศักดิ์ สวัสดิรักษ์ ผู้จัดการ กปภ. สาขาเชียงราย และหน่วยงานที่ร่วมผลักดันโครงการให้เดินหน้า

แม่น้ำกกจากแหล่งน้ำหลักสู่โจทย์ความมั่นคงทางน้ำ

ปัญหาสารพิษในลำน้ำกกและลำน้ำสายไม่ได้เป็นเพียงปัญหาสิ่งแวดล้อมเฉพาะจุด แต่กำลังกลายเป็นประเด็นความมั่นคงทางน้ำของเมืองเชียงราย เพราะประชาชนจำนวนมากยังพึ่งพาน้ำจากระบบประปาและแหล่งน้ำผิวดินในพื้นที่ ขณะที่เกษตรกร ประมงพื้นบ้าน และชุมชนริมน้ำได้รับผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการใช้น้ำ

ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษที่ถูกรายงานโดย Thai PBS เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ระบุว่า ผลตรวจคุณภาพน้ำแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขงครั้งที่ 18 พบว่าแม่น้ำกก 3 จุด และทุกจุดตรวจของแม่น้ำสายมีค่าสารหนูเกินค่ามาตรฐานคุณภาพน้ำผิวดิน แม้หลายจุดอื่นยังอยู่ในเกณฑ์คุณภาพน้ำทั่วไปก็ตาม

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า การบำบัดน้ำจากแหล่งน้ำเดิมอาจช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ใช่คำตอบระยะยาว หากต้นทางของมลพิษยังอยู่นอกเหนือการควบคุมของไทย และค่าสารปนเปื้อนอาจเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ฝน น้ำหลาก หรือกิจกรรมต้นน้ำ

ข้อมูลวิเคราะห์ที่แนบมาระบุว่า ลุ่มน้ำกกมีต้นกำเนิดจากเขตรัฐฉานของเมียนมา ไหลผ่านเชียงใหม่และเชียงราย ก่อนลงสู่แม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงแสน ขณะที่แม่น้ำลาวและระบบน้ำสาขาฝั่งไทยมีแหล่งกำเนิดภายในประเทศ จึงถูกพิจารณาเป็นทางเลือกใหม่ของแหล่งน้ำดิบที่ปลอดภัยกว่าในเชิงยุทธศาสตร์

นักวิชาการชี้ต้นน้ำไม่ร่วมมือ แนะตั้งระบบเตือนภัยสารพิษ

นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ทีมกรุ๊ป ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทที่ปรึกษาด้านวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อม ให้ความเห็นต่อกรณีสารพิษในลำน้ำสายและลำน้ำแม่กกว่า การแก้ปัญหาทำได้ยากเพราะประเทศต้นน้ำและผู้รับสัมปทานเหมืองแร่ไม่ให้ความร่วมมือ จึงเสนอให้รัฐบาลตั้งศูนย์รายงานและแจ้งเตือนภัยด้านสารพิษแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ประชาชนรู้สถานการณ์ก่อนตัดสินใจใช้น้ำ

สำนักข่าวไทยรายงานเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ว่า นายชวลิตอธิบายว่าการปนเปื้อนโลหะหนักข้ามพรมแดน โดยเฉพาะสารหนู มีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งไทยไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้โดยตรง ทางออกเฉพาะหน้าจึงควรเป็นการสร้างสถานีตรวจวัดต่อเนื่องและใช้ระบบสีแจ้งเตือนประชาชน เช่น ระดับสีแดงต้องห้ามใช้น้ำอุปโภคบริโภค ระดับสีส้มอาจใช้ได้บางกิจกรรม และระดับสีเหลืองยังห้ามดื่มกิน

ข้อเสนอนี้สะท้อนว่าปัญหาน้ำกกไม่สามารถแก้ด้วยการแถลงภาพรวมเป็นครั้งคราวเพียงอย่างเดียว เพราะประชาชนต้องตัดสินใจรายวันว่าจะใช้น้ำทำอาหาร เลี้ยงสัตว์ ทำการเกษตร หรือทำประมงได้หรือไม่ หากไม่มีข้อมูลที่ทันเวลา ความเสี่ยงจะถูกผลักไปอยู่ที่ครัวเรือนและเกษตรกรเอง

โครงการฝายแม่ลาวคือการย้ายความเสี่ยงออกจากต้นตอเดิม

สาระสำคัญของโครงการประปาใหม่คือการย้ายจุดรับน้ำดิบจากแม่น้ำกกไปยังแหล่งน้ำบริเวณฝายแม่ลาว เพื่อผลิตน้ำสะอาดให้ประชาชนในเขตเมืองเชียงรายและพื้นที่ต่อเนื่อง

นายอภิศักดิ์ สวัสดิรักษ์ ผู้จัดการ กปภ. สาขาเชียงราย เปิดเผยว่า หากพระราชบัญญัติงบประมาณปี 2570 ประกาศใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 โครงการสามารถลงนามสัญญาและเริ่มก่อสร้างได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 และคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2572 โดยกำลังการผลิตน้ำจะอยู่ที่ 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เพิ่มขึ้นจากระบบเดิมที่ใช้น้ำแม่น้ำกกซึ่งผลิตได้ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง

ตัวเลขกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นเท่าตัวมีความสำคัญ เพราะไม่ได้เป็นเพียงการหนีปัญหาสารปนเปื้อน แต่ยังรองรับความต้องการใช้น้ำในอนาคต กปภ. สาขาเชียงรายระบุว่าจะรองรับผู้ใช้น้ำปัจจุบันประมาณ 40,000 ราย และเพิ่มศักยภาพขยายบริการให้รองรับได้กว่า 60,000 รายในอนาคต

ข้อมูลวิเคราะห์ในเอกสารแนบยังระบุรายละเอียดเชิงระบบว่า โครงการมีมูลค่ารวมประมาณ 2,176 ล้านบาท ตำแหน่งสถานีสูบน้ำดิบใหม่อยู่บริเวณฝายแม่ลาว บ้านแพะ ตำบลดงมะดะ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการใน 4 อำเภอหลัก ได้แก่ เมืองเชียงราย แม่ลาว เวียงชัย และพาน

กปภ.ยืนยันน้ำประปายังควบคุมมาตรฐาน แต่ยอมรับต้องมีแหล่งใหม่

ระหว่างที่โครงการใหม่ยังไม่แล้วเสร็จ กปภ. สาขาเชียงรายยังต้องใช้มาตรการทางวิศวกรรมเพื่อควบคุมคุณภาพน้ำประปาจากแหล่งน้ำเดิมอย่างเข้มงวด

ข้อมูลจากงาน Thai Water Expo 2026 ระบุว่า นายวิธร มาเอียด รองผู้ว่าการด้านวิชาการของ กปภ. ได้อธิบายยุทธศาสตร์การบริหารจัดการสารพิษในน้ำแม่กกและน้ำแม่สาย โดยใช้เทคโนโลยีควบคุมค่า ORP และ pH เพื่อช่วยจัดการสารหนูและโลหะหนัก พร้อมแผนบริหารงบประมาณระยะยาวสำหรับติดตั้งระบบบำบัดและตรวจวิเคราะห์ใน 12 สาขาพื้นที่เสี่ยงลุ่มน้ำโขง

เอกสารแนบให้รายละเอียดเชิงเทคนิคว่า กระบวนการบำบัดปัจจุบันมีทั้งการเติมคลอรีนขั้นต้นเพื่อเปลี่ยนรูปสารหนู การตกตะกอนร่วมด้วยสารเคมี การควบคุมค่า pH และการจัดการความขุ่นขั้นสูง เพื่อให้สารปนเปื้อนถูกจับออกไปกับตะกอนก่อนเข้าสู่ระบบจ่ายน้ำ

อย่างไรก็ตาม กระบวนการดังกล่าวมีต้นทุนสูงและต้องอาศัยการควบคุมอย่างละเอียด หากระดับสารพิษต้นน้ำพุ่งสูงกะทันหัน หรือความขุ่นในแม่น้ำเพิ่มขึ้นมากในช่วงน้ำหลาก ระบบผลิตน้ำจะรับภาระหนักขึ้นทันที นี่จึงเป็นเหตุผลที่การย้ายแหล่งน้ำดิบไปยังฝายแม่ลาวถูกมองเป็นคำตอบระยะยาวมากกว่าการเพิ่มสารเคมีและปรับระบบที่สถานีเดิมเพียงอย่างเดียว

เกษตรกรกังวลน้ำแม่ลาวพอหรือไม่

คำถามที่ตามมาทันทีคือ หาก กปภ. สูบน้ำจากฝายแม่ลาวเพิ่มขึ้น จะกระทบกลุ่มผู้ใช้น้ำเดิม โดยเฉพาะเกษตรกรในพื้นที่ชลประทานหรือไม่

นายอภิศักดิ์ชี้แจงว่า ปกติเขื่อนแม่สรวยจะปิดในวันที่ 1 พฤษภาคม หลังจากนั้นจะจ่ายน้ำเป็นรอบ หากปริมาณฝนไม่ปกติ ฝายยังมีแผนระบายน้ำช่วยเหลือ พร้อมระบุว่าขณะนี้กำลังผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำและสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรในอนาคต

ข้อมูลในเอกสารแนบระบุว่า พื้นที่ชลประทานที่เกี่ยวข้องกับระบบแม่ลาวครอบคลุมพื้นที่เกษตรจำนวนมากในอำเภอแม่ลาว พาน และเมืองเชียงราย ดังนั้น การย้ายแหล่งน้ำดิบจึงต้องทำพร้อมแผนบริหารน้ำที่ชัดเจน ไม่ให้การผลิตประปาเมืองไปกระทบสิทธิการใช้น้ำของเกษตรกรในฤดูแล้ง

หากบริหารไม่ดี ปัญหามลพิษน้ำกกอาจเปลี่ยนเป็นข้อขัดแย้งเรื่องการจัดสรรน้ำแม่ลาวแทน การมีข้อมูลน้ำต้นทุน แผนระบายน้ำ และการสื่อสารกับกลุ่มผู้ใช้น้ำจึงเป็นเงื่อนไขสำคัญไม่แพ้งานก่อสร้าง

งบประมาณยังไม่จบ ต้องผ่านวาระ 2 วาระ 3 และวุฒิสภา

แม้โครงการจะผ่านการรับหลักการในวาระแรกแล้ว แต่ยังไม่ถือว่าได้รับงบประมาณขั้นสุดท้าย

เทศบาลนครเชียงรายระบุว่า ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณยังต้องผ่านการพิจารณาในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 รวมถึงการพิจารณาของวุฒิสภา ทุกภาคส่วนจึงต้องติดตามและผลักดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้โครงการได้รับอนุมัติและสามารถเดินหน้าได้ตามแผน

ประเด็นนี้สำคัญ เพราะโครงการขนาดใหญ่กว่า 2,000 ล้านบาทไม่ใช่เพียงงานวิศวกรรม แต่เป็นการตัดสินใจใช้งบประมาณแผ่นดินเพื่อรับมือวิกฤตสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน ซึ่งประชาชนย่อมคาดหวังทั้งความรวดเร็ว ความคุ้มค่า และความโปร่งใส

ข้อมูลวิเคราะห์ในเอกสารแนบเสนอให้โครงการขนาดใหญ่ลักษณะนี้ต้องให้ความสำคัญกับการแข่งขันอย่างเป็นธรรม การเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้าง การมีส่วนร่วมของประชาชน และการตรวจสอบสัญญา เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากโครงการเร่งด่วนที่อาจเกิดปัญหาธรรมาภิบาล

ฝายดักตะกอนอาจไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

อีกประเด็นที่ถูกพูดถึงคือแนวคิดสร้างฝายดักตะกอนในแม่น้ำกก เพื่อดักจับตะกอนปนเปื้อนสารหนูที่ไหลมาจากต้นน้ำ

นายชวลิต จันทรรัตน์ให้ความเห็นว่า ฝายดักตะกอนอาจช่วยได้บางส่วน แต่ก็มีความเสี่ยงทำให้สารพิษฟุ้งกระจายและตกค้างสะสมมากขึ้น ทางออกที่แท้จริงควรเป็นการเจรจากับต้นทางเหมืองแร่เพื่อแก้ที่จุดกำเนิด แต่ยอมรับว่าการพูดคุยที่ผ่านมาเป็นเรื่องยากและอาจต้องรอจนกว่าการทำเหมืองจะสิ้นสุด ซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด

Thai PBS รายงานเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 ว่า ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกด้านฟื้นฟูการปนเปื้อนสารพิษจากสหรัฐอเมริกาลงพื้นที่เชียงราย เพื่อหาแนวทางฟื้นฟูแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย พร้อมย้ำว่าปัญหาสารพิษต้องแก้ที่ต้นเหมืองในเมียนมา

ข้อมูลดังกล่าวทำให้เห็นว่า การย้ายแหล่งน้ำดิบเป็นการปกป้องระบบประปาเมือง แต่ยังไม่ใช่การฟื้นฟูแม่น้ำกกทั้งระบบ ประชาชนริมแม่น้ำ เกษตรกร ประมง และระบบนิเวศยังต้องการคำตอบเรื่องการจัดการตะกอนพิษ การติดตามคุณภาพน้ำ และการเจรจาระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

น้ำสะอาดคือความมั่นคง ไม่ใช่แค่บริการสาธารณะ

โครงการฝายแม่ลาวจึงควรถูกมองไกลกว่าการสร้างสถานีผลิตน้ำใหม่ เพราะสิ่งที่เชียงรายกำลังเผชิญคือการเปลี่ยนแปลงความหมายของคำว่าน้ำประปา

ในอดีต ประชาชนอาจสนใจว่าน้ำไหลแรงหรือไม่ ค่าใช้น้ำเท่าไร และน้ำขุ่นหรือไม่ แต่ปัจจุบันคำถามลึกลงไปถึงแหล่งน้ำมาจากไหน มีสารปนเปื้อนหรือไม่ ตรวจสอบอย่างไร และหน่วยงานจะแจ้งเตือนประชาชนเมื่อเกิดความเสี่ยงแบบใด

หากระบบใหม่สำเร็จ เชียงรายจะมีแหล่งน้ำดิบที่ปลอดภัยกว่าเดิม มีกำลังผลิตเพิ่มขึ้น และมีโอกาสขยายบริการไปยังพื้นที่รอบเมืองมากขึ้น แต่หากการก่อสร้างล่าช้า งบประมาณสะดุด หรือการบริหารจัดการน้ำแม่ลาวไม่ชัดเจน ความกังวลของประชาชนก็อาจยังไม่คลี่คลาย

ความเชื่อมั่นจึงไม่ได้เกิดจากท่อและโรงกรองน้ำเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเกิดจากข้อมูลที่เปิดเผย การตรวจคุณภาพน้ำต่อเนื่อง การแจ้งเตือนแบบเข้าใจง่าย และการยืนยันด้วยหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ประชาชนตรวจสอบได้

เชียงรายกำลังซื้อเวลาเพื่อหนีน้ำปนเปื้อน แต่ต้องไม่ลืมแก้ต้นเหตุ

การผลักดันโครงการประปาฝายแม่ลาวคือก้าวสำคัญของเชียงรายในการรับมือวิกฤตสารโลหะหนักในแม่น้ำกก เพราะเป็นการย้ายความเสี่ยงออกจากแหล่งน้ำที่ประชาชนไม่มั่นใจ และเพิ่มกำลังผลิตเพื่อรองรับการเติบโตของเมืองในระยะยาว

แต่โครงการนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการงบประมาณ และยังต้องพิสูจน์ทั้งด้านวิศวกรรม การจัดสรรน้ำ ความโปร่งใส และผลกระทบต่อชุมชนเกษตรรอบฝายแม่ลาว

ในเวลาเดียวกัน แม่น้ำกก แม่น้ำสาย และแม่น้ำโขงชายแดนเชียงรายยังต้องการระบบตรวจวัดและเตือนภัยสารพิษแบบต่อเนื่อง รวมถึงการทูตด้านสิ่งแวดล้อมที่กดดันให้ต้นเหตุจากฝั่งต้นน้ำได้รับการแก้ไข เพราะหากแก้เฉพาะระบบประปา แต่แม่น้ำยังปนเปื้อน ชาวบ้านริมลำน้ำ เกษตรกร และระบบนิเวศก็ยังต้องอยู่กับความเสี่ยงเดิม

คำถามหลังจากนี้จึงไม่ใช่เพียงว่าโครงการ 2,000 ล้านบาทจะผ่านงบหรือไม่ แต่คือเชียงรายจะสามารถเปลี่ยนวิกฤตสารพิษข้ามพรมแดนให้กลายเป็นระบบความมั่นคงทางน้ำที่ปลอดภัย โปร่งใส และยั่งยืนได้จริงเพียงใด

เพราะน้ำสะอาดไม่ใช่เรื่องของท่อประปาเท่านั้น แต่คือสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน และเป็นหลักประกันว่าคนเชียงรายจะไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความไม่แน่ใจทุกครั้งที่เปิดก๊อกน้ำในบ้านของตนเอง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :