จากห้องเรียนสู่เวทีโลก! อาชีวะเชียงรายใช้เทคนิคแกะโฟมจำลองสนามจริง ก่อนลุยชิงแชมป์หิมะที่จีน
[Sassy_Social_Share]
อาชีวะเชียงรายปั้น “ช่างฝีมือระดับสูง” ลุยศึกแกะสลักหิมะโลก ณ ฮาร์บิน ใช้ “โฟม” จำลองสมรภูมิหนาว – จากห้องเรียนสู่เวทีนานาชาติ
เชียงราย, 21 ธันวาคม 2568 – เมื่อพูดถึง “หิมะ” เมืองเชียงรายอาจไม่มีเกล็ดหิมะโปรยปรายเหมือนในภาพยนตร์ต่างประเทศ แต่ในห้องปฏิบัติการของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย เยาวชนอาชีวะกำลังฝึกฝนทักษะเฉพาะทางที่ต้องใช้ในสภาพอากาศติดลบหลายสิบองศาเซลเซียส ห่างออกไปกว่าพันกิโลเมตร ณ เมืองฮาร์บิน สาธารณรัฐประชาชนจีน
วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ภายใต้การนำของ ดร.อรพิน ดวงแก้ว ผู้อำนวยการฯ กำลังขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “ช่างฝีมือระดับสูงสู่เวทีโลก” ด้วยการจัดโครงการฝึกอบรม “การแกะสลักโฟม–น้ำแข็ง จำลองสถานการณ์การแกะสลักน้ำแข็งจากหิมะ” ระหว่างวันที่ 12–14 ธันวาคม 2568 เพื่อเตรียมทีม “Fighting frost TH” ตัวแทนประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติระดับมหาวิทยาลัย ครั้งที่ 18 (International Collegiate Snow Sculpture Contest: ICSSC 2026) ณ เมืองฮาร์บิน ช่วงต้นเดือนมกราคม 2569
เบื้องหลังการฝึกอบรม 3 วันไม่ใช่เพียงคาบเรียนเสริมทักษะ แต่คือกระบวนการ “จำลองสนามจริง” ตั้งแต่การออกแบบ การบริหารเวลา ไปจนถึงการทำงานภายใต้แรงกดดันทั้งทางกายภาพและจิตใจ เพื่อให้เยาวชนอาชีวะไทยพร้อมเผชิญสมรภูมิหิมะที่แท้จริง
จากเมืองร้อนสู่เมืองหิมะ ทำอย่างไรให้เด็กไทยแกะสลักหิมะได้
ข้อจำกัดสำคัญของประเทศไทยคือ เป็นประเทศเขตร้อน ไม่มีหิมะธรรมชาติให้ฝึกซ้อม วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงรายจึงใช้ “โฟมอุตสาหกรรมความหนาแน่นสูง” เป็นสื่อกลางในการเรียนการสอน ผ่านรายวิชา “การแกะสลักโฟม” (รหัสวิชา 2307 9012) ปรับรูปแบบการเรียนให้ตอบโจทย์การแข่งขันแกะสลักหิมะโดยตรง
โฟมแต่ละก้อนถูกออกแบบให้มีขนาดและปริมาตรใกล้เคียงกับบล็อกหิมะอัดแน่นที่ใช้จริงในสนามฮาร์บิน นักศึกษาเรียนรู้เทคนิคการลบเนื้อวัสดุ (Subtractive Sculpture) การคำนวณสัดส่วน และการคุมสมดุลน้ำหนัก เพื่อหลีกเลี่ยงการแตกร้าวหรือพังถล่มของชิ้นงาน ซึ่งในสนามจริงอาจหมายถึงการ “ตกรอบ” ทั้งทีมภายในเวลาไม่กี่นาที
เพื่อให้การฝึกมีความใกล้เคียงกับสภาพจริงมากที่สุด วิทยาลัยฯ เชิญ นายสุพัฒน์ ปักกาโต ผู้เชี่ยวชาญด้านการแกะสลักโฟม–น้ำแข็ง และ นายศิวาวุธ แสงสวาสดิ์ นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษจากสำนักบริหารการอาชีวศึกษาเอกชน มาร่วมเป็นวิทยากรถ่ายทอดประสบการณ์ตรง ทั้งเรื่องเทคนิคเครื่องมือ การวางโครงสร้างภายในชิ้นงาน ตลอดจนสภาวะการทำงานในอุณหภูมิติดลบ ที่ต้องสลับการทำงานและพักร่างกายอย่างมีวินัย
โครงการทั้งหมดอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ดร.อรพิน ดวงแก้ว ที่วางแนวทางชัดเจนว่า การพัฒนาทักษะต้อง “เริ่มจากสถานศึกษาท้องถิ่นแต่ไปจบที่เวทีโลก” ผ่านการบูรณาการระหว่างสองแผนกหลัก ได้แก่
- แผนกวิชาการออกแบบ นำโดย นางสาวศุภรัตน์ หาญศึก ดูแลโครงสร้าง รูปทรง และมิติทางศิลปะ
- แผนกวิชาวิจิตรศิลป์ นำโดย นายพงษ์พิสิฐ ขันจันทร์แสง รับผิดชอบด้านองค์ประกอบทัศนศิลป์และความละเอียดของผลงาน พร้อมทำหน้าที่ผู้ควบคุมทีมแข่งขัน
การทำงานข้ามสาขาเช่นนี้ ทำให้ผลงานที่ออกมาไม่ใช่แค่ “สวยงาม” แต่ยังมีความแข็งแรงทางวิศวกรรม รองรับสภาพการแกะสลักบนก้อนหิมะจริงขนาดประมาณ 3×3×3 เมตร ที่มีน้ำหนักหลายตัน
รู้จัก “Fighting frost TH” – เยาวชนเชียงรายที่แบกธงไทยขึ้นสู่สนามโลก
ทีม Fighting frost TH ประกอบด้วยนักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 3 (ปวช.3) แผนกวิชาวิจิตรศิลป์ จำนวน 4 คน ซึ่งล้วนเติบโตมาจากภูมิหลังที่แตกต่างแต่เชื่อมโยงกันด้วยศิลปะและเมืองเชียงราย ได้แก่
- นางสาวฐิรกาญจน์ สิริพิบูลธรรม (น้องหยวย) จากบ้านถ้ำ อำเภอแม่สาย พื้นที่ชายแดนที่ผสมผสานความหลากหลายทางชาติพันธุ์และวัฒนธรรม
- นางสาวมริสา แบแจกู่ (น้องเฟิร์น) จากบ้านปางขอน อำเภอเมืองเชียงราย แหล่งปลูกกาแฟชื่อดังบนพื้นที่สูงของจังหวัด
- นางสาวกัลยาภรณ์ ไชยชมพู (น้องมิ้ว) จากตำบลดอยลาน อำเภอเมืองเชียงราย
- นางสาวจิรปรียา ยานะนวล (น้องการ์ตูน) จากตำบลแม่ยาว อำเภอเมืองเชียงราย
เชียงรายในฐานะ “เมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ” ของยูเนสโก เป็นฉากหลังสำคัญของการเติบโตทางศิลปะให้กับเยาวชนทั้งสี่คน พื้นที่ซึ่งเต็มไปด้วยแกลเลอรี ศิลปินร่วมสมัย และประเพณีท้องถิ่น ได้กลายเป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ ที่หล่อหลอมให้พวกเขากล้าที่จะฝันไกลออกไปนอกเหนือจากขอบเขตจังหวัด
นายพงษ์พิสิฐ ขันจันทร์แสง ครูผู้ควบคุมทีม บอกเล่าผ่านเวทีอบรมว่า จุดแข็งของทีมนี้ไม่ใช่แค่ “ฝีมือ” แต่คือความรับผิดชอบและวินัยในการฝึกซ้อมต่อเนื่อง แม้จะต้องฝึกในเวลาหลังเลิกเรียนหรือวันหยุด นักศึกษายังพร้อมเต็มที่ เพราะรู้ว่าบนเวทีฮาร์บิน ความผิดพลาดเล็กน้อยอาจทำให้ทีมไทยเสียโอกาสสำคัญ
“ปลากัดและบัวสี่เหล่า” – ศิลปะบนหิมะที่เล่าเรื่องอาชีวะไทย
ผลงานที่ทีม Fighting frost TH เลือกนำเสนอในการแข่งขัน ใช้แนวคิดหลักว่า
“สร้างฝันด้วยหิมะ จุดประกายอนาคตด้วยสติปัญญา”
รูปแบบชิ้นงานเป็น ปลากัดไทย ว่ายวนอยู่บนลูกโลก ประดับด้วย ดอกบัวสี่เหล่า ที่ค่อย ๆ ผุดขึ้นจากผืนน้ำ แนวคิดนี้มีชั้นเชิงทั้งในเชิงสัญลักษณ์และเชิงศิลปะ
- ปลากัด สื่อถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีทั้งความงดงามและความแข็งแกร่ง เป็นภาพแทนเยาวชนอาชีวะที่ต้อง “สู้ไม่ถอย” ในสนามแข่งขันต่างแดน
- ลูกโลก สะท้อนเวทีโลกและยุคโลกาภิวัตน์ ที่ความรู้และทักษะแพร่กระจายอย่างไร้พรมแดน เยาวชนจากเมืองชายขอบอย่างเชียงรายสามารถก้าวขึ้นไปเล่นบนเวทีเดียวกับนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วโลก
- บัวสี่เหล่า ใช้สัญลักษณ์ทางพุทธศาสนาอธิบาย “ลำดับขั้นของการเรียนรู้” ตั้งแต่ผู้ที่ยังไม่เข้าใจ ไปจนถึงผู้ที่พร้อมเบ่งบานเหนือผืนน้ำ เปรียบเทียบกับเส้นทางการศึกษาของนักเรียนอาชีวะที่ค่อย ๆ สั่งสมทักษะ จากห้องเรียนสู่การเป็น “ฝีมือชน”
ในเชิงเทคนิค การแกะสลักปลากัดให้มีครีบพลิ้วไหว และบัวที่ซ้อนชั้นกันอย่างประณีต ถือเป็นโจทย์ยากบนวัสดุหิมะที่เปราะและแตกหักได้ง่าย ทีมจึงต้องออกแบบโครงสร้างภายในอย่างรอบคอบ เพื่อให้สัดส่วนทุกส่วนรองรับน้ำหนักกันได้จริง ไม่เพียงแต่สวยในภาพสเก็ตช์
อาชีวะไทยบนเวทีฮาร์บิน: ความต่อเนื่องของ “มาตรฐานแชมป์”
การแข่งขันแกะสลักหิมะนานาชาติที่เมืองฮาร์บิน เป็นหนึ่งในเวทีที่สำคัญที่สุดของโลกในสาขาศิลปะหิมะและน้ำแข็ง ทีมจากประเทศไทย โดยเฉพาะจากสายอาชีวศึกษา เคยสร้างชื่อเสียงมาแล้วหลายครั้ง ทั้งจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี และเสาวภา ที่คว้ารางวัลระดับสูงอย่างต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
เมื่อเดือนมกราคม 2567 ทีมจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภา สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศการแข่งขันแกะสลักน้ำแข็งที่ฮาร์บินได้สำเร็จอีกครั้ง สะท้อนศักยภาพของนักศึกษาอาชีวะไทยที่ยืนอยู่แถวหน้าบนเวทีโลก แม้ประเทศไทยจะไม่มีทรัพยากรหิมะตามธรรมชาติเลยก็ตาม
ปูมหลังความสำเร็จเหล่านี้กลายเป็น “แรงกดดันเชิงบวก” ให้กับวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงรายในฐานะผู้เล่นรายใหม่ ทีม Fighting frost TH จึงไม่ได้เพียงไปเพื่อ “เข้าร่วม” แต่ต้องการ “รักษามาตรฐาน” ที่รุ่นพี่เคยสร้างไว้ พร้อมกับใส่ลายเซ็นของเชียงรายลงบนผลงานชุดใหม่
จากการพัฒนาทักษะสู่ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจ–สังคมเชียงราย
มิติที่น่าสนใจของโครงการฝึกอบรมครั้งนี้ คือ ผลลัพธ์ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การแข่งขัน หากมองในระยะยาว การสร้าง “ช่างฝีมือระดับสูง” ด้านประติมากรรมน้ำแข็งและโฟม มีนัยสำคัญต่อทั้งตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเชียงราย
- เพิ่มมูลค่าแรงงานอาชีวะ
ทักษะการแกะสลักสามารถต่อยอดสู่งานบริการระดับพรีเมียม เช่น การจัดงานอีเวนต์ โรงแรมหรู งานเทศกาลฤดูหนาว หรืองานศิลปะเชิงพาณิชย์ นักศึกษาที่ผ่านการฝึกอบรมสามารถรับงานเสริมระหว่างเรียนหรือเปิดสตูดิโอของตนเองได้ในอนาคต - เสริมภาพลักษณ์เมืองสร้างสรรค์
เชียงรายซึ่งมีชื่อเสียงด้านศิลปะอยู่แล้ว หากสามารถจัดกิจกรรมหรือเทศกาล “หิมะจำลอง–น้ำแข็งจำลอง” ในช่วงฤดูหนาว โดยใช้ทักษะของนักศึกษาอาชีวะ จะช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ เชื่อมโยงกับแลนด์มาร์กเดิมอย่างศูนย์ศิลปะ วัด และพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ - สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน
การที่เยาวชนระดับ ปวช. จากจังหวัดชายแดนสามารถขึ้นแข่งขันในเวทีเดียวกับมหาวิทยาลัยต่างประเทศ เป็นตัวอย่างจับต้องได้ว่า “เส้นทางสายอาชีพ” ก็สามารถพาคนหนุ่มสาวไปสู่เวทีโลกได้เช่นเดียวกับสายสามัญ
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) มองว่าการส่งทีมเข้าร่วม ICSSC 2026 เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ยกระดับทักษะช่างฝีมือไทยให้เทียบเท่าสากล และเป็นเครื่องมือประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์อาชีวศึกษาไทยให้สังคมเห็นคุณค่ามากขึ้น ทั้งในมิติวิชาชีพและมิติศิลปะร่วมสมัย
กำหนดการสู่สมรภูมิฮาร์บิน และเสียงเชียร์จากเชียงราย
ตามกำหนดการ ทีม Fighting frost TH จะเดินทางจากประเทศไทยไปยังเมืองฮาร์บิน ระหว่างวันที่ 4–7 มกราคม 2569 เข้าร่วมการแข่งขันแกะสลักหิมะในกรอบงานเทศกาลน้ำแข็งและหิมะนานาชาติประจำปีของเมือง ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกหลายล้านคนในแต่ละฤดูกาล
สวท.เชียงราย สังกัดกรมประชาสัมพันธ์ ได้เชิญชวนประชาชนชาวเชียงรายและคนไทยทั่วประเทศร่วมส่งแรงใจให้กับทีมตัวแทนอาชีวะเชียงรายในการแข่งขันครั้งนี้ ทั้งผ่านสื่อกระจายเสียง และช่องทางออนไลน์ของหน่วยงาน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าเบื้องหลังการเดินทางของเยาวชนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่ง มีพลังใจจากคนทั้งจังหวัดคอยหนุนอยู่ข้างหลัง
ในมุมของวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย โครงการฝึกอบรมครั้งนี้ถือเป็นเพียง “ก้าวแรก” หากผลการแข่งขันออกมาเป็นที่น่าพอใจ สถาบันมีแนวคิดจะจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เฉพาะทางด้านประติมากรรมน้ำแข็งและโฟมในอนาคต เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ต่อไปยังรุ่นน้อง และเปิดโอกาสให้เยาวชนจากจังหวัดอื่น ๆ เข้ามาเรียนรู้ร่วมกัน เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากเวทีโลกกลับมาสู่ชุมชนฐานรากอย่างแท้จริง
หมายเหตุสำคัญต่อผู้อ่าน
ข่าวเชิงลึกชิ้นนี้ ไม่ใช่งานวิจัยหรืองานวิชาการ แต่เป็นการรวบรวมและสังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข่าวจากสื่อมวลชน และข้อมูลเปิดเผยบนอินเทอร์เน็ต รวมถึงคำบอกเล่าจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่บางส่วน ผู้เขียนข่าวยินดีอย่างยิ่งหากนักวิชาการด้านอาชีวศึกษา ศิลปกรรม หรือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเพิ่มเติม แก้ไข หรือขยายความข้อมูลเชิงลึกในประเด็นที่ยังไม่ครบถ้วน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสาธารณะและต่อการพัฒนานโยบายด้านการศึกษาในระยะยาว
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย
- สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.)
- สำนักบริหารการอาชีวศึกษาเอกชน
- สวท.เชียงราย กรมประชาสัมพันธ์
[Sassy_Social_Share]
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Facebook
Youtube
Tiktok
X-twitter
Weibo
Instagram
Line
EDITORIAL
December 5, 2025
ศิลปะปลุกจิตสำนึก! “Crooked River” สะท้อนวิกฤตแม่น้ำกกที่กำลังถูกปีศาจสารพิษที่มองไม่เห็นหลอกหลอน
November 26, 2025
เหนือจรดใต้ ศาสนาพหุวัฒนธรรมเชียงรายผนึกกำลังส่งน้ำใจช่วยน้ำท่วมสงขลา
November 23, 2025
กลยุทธ์ ASV เปลี่ยน อ.พาน จาก “เมืองผ่าน” สู่ “เมืองแนะนำ” ก่อนเคาท์ดาวน์พะเยา
November 16, 2025
DINK คู่รักยุคใหม่ รายได้สูง การศึกษาสูง ส่งผลต่อตลาดอสังหาฯ และโครงสร้างประชากรโลก
November 11, 2025
เร็วกว่าแผน ≠ ดีพอ จี้รัฐบาลแก้ปัญหาฝุ่น-ไฟส่องสว่างหน้า รร.เทศบาล 6 ที่เกิดซ้ำซาก
November 4, 2025
เด็ก 8 ขวบ “โฟกัส” คว้าแชมป์สตรีทแดนซ์ประเทศไทย นำทีมเชียงรายบุก UDO WORLD 2026
November 1, 2025
1,406 กม. ข้ามจังหวัด เจ้าของฟาร์มสเตย์ระนอง พาทีม 50 คนเที่ยวเชียงราย กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรอง
October 17, 2025
เปิดไทม์ไลน์ “ผู้ว่าฯ สั้นที่สุด?” 14 วันที่เชียงราย กับบทบาทที่ทิ้งไว้ให้เมืองชายแดนเหนือ
October 14, 2025
ถอดบทเรียน “แม่ข่า-โอตารุ” สู่การสร้าง “ถนนศิลปิน” ริมคลองเกาะทองอย่างยั่งยืน
October 14, 2025
ผู้ว่าฯ เชียงราย ประหยัด สมานมิตร วาระสั้นสุด 4 เดือน 20 วัน