เชียงรายบูรณะศาลากลางหลังแรก ควบคู่ปั้นนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ วางรากฐานเมืองแห่งการออกแบบของยูเนสโก


Summary


โฮงยาใกล้บ้านเชียงราย ยอดใช้บริการกว่า 2เชียงรายบูรณะศาลากลางหลังแรก ควบคู่ปั้นนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ วางรากฐานเมืองแห่งการออกแบบของยูเนสโก

เชียงราย,13 กรกฎาคม 2569 – อาคารสีเหลืองอ่อนที่ตั้งเด่นอยู่กลางเมืองเชียงราย พร้อมพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 บริเวณด้านหน้า เป็นภาพที่คุ้นตาของประชาชนและนักท่องเที่ยวมานาน แต่ในช่วงเวลานี้ ประตูของอาคารศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรกยังไม่เปิดรับผู้เข้าชม เนื่องจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายกำลังดำเนินการบูรณะโครงสร้างสถาปัตยกรรมและปรับปรุงพื้นที่โดยรอบอย่างละเอียด

การปิดพื้นที่ชั่วคราวอาจทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วนผิดหวัง โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาตามรอยสถาปัตยกรรมเก่าและประวัติศาสตร์เมืองเชียงราย แต่เบื้องหลังแนวกั้นก่อสร้างคือกระบวนการอนุรักษ์ที่ต้องอาศัยเวลา ความรอบคอบ และการพิจารณาหลักฐานเดิมของอาคาร เพื่อให้การปรับปรุงไม่ทำลายคุณค่าที่สะสมมาตลอดหลายยุคสมัย

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายประกาศว่า อาคารศาลากลางหลังแรกยังไม่เปิดให้เข้าชมในขณะนี้ โดยงานปรับปรุงตัวอาคารคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนกรกฎาคม 2569 หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการจัดแสดงนิทรรศการภายในและการฟื้นฟูภูมิทัศน์โดยรอบ ก่อนเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569

ในเวลาเดียวกัน เชียงรายกำลังลงทุนกับสิ่งที่มองไม่เห็นจากภายนอกอาคาร นั่นคือการพัฒนาคน ผ่านหลักสูตร Design School ซึ่งรวบรวมผู้ประกอบการชาและกาแฟ ศิลปิน นักออกแบบ ตัวแทนชุมชน และคนรุ่นใหม่จำนวน 40 คน เข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ด้านการออกแบบ ธุรกิจ การตลาด และการสร้างแบรนด์ เพื่อเตรียมกำลังคนที่จะช่วยขับเคลื่อนเชียงรายในฐานะเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบของยูเนสโก

ศาลากลางหลังแรกยังไม่เปิด ต้องรอการบูรณะครบทุกขั้นตอน

ประกาศขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายระบุชัดว่า แม้งานบูรณะตัวอาคารจะมีความคืบหน้า แต่ยังไม่เหมาะสมที่จะเปิดพื้นที่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชม เนื่องจากยังมีงานด้านความปลอดภัย การปรับปรุงพื้นที่ภายใน และการฟื้นฟูภูมิทัศน์ที่ต้องดำเนินการต่อเนื่อง

ขั้นตอนแรกคือการซ่อมแซมโครงสร้างและองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรม ซึ่งต้องคำนึงถึงความมั่นคงของอาคารควบคู่กับการรักษารูปแบบดั้งเดิม ขั้นตอนต่อมาคือการพัฒนาเนื้อหานิทรรศการภายใน เพื่อทำให้อาคารสามารถเล่าเรื่องราวของจังหวัดเชียงรายได้มากกว่าการเป็นเพียงฉากถ่ายภาพ

การฟื้นฟูภูมิทัศน์โดยรอบก็มีความสำคัญไม่แพ้ตัวอาคาร เพราะพื้นที่ด้านหน้า ทางเดิน ระบบแสงสว่าง จุดพัก และการเข้าถึงของผู้สูงอายุหรือคนพิการ ล้วนมีผลต่อประสบการณ์ของผู้เข้าชม เมื่อเปิดให้บริการแล้ว พื้นที่ทั้งหมดจะต้องมีทั้งความสวยงาม ร่มรื่น และปลอดภัยตามหลักการอนุรักษ์โบราณสถาน

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายจึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่ระหว่างก่อสร้าง พร้อมขออภัยในความไม่สะดวก และขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจต่อโบราณสถานสำคัญของจังหวัด

การอนุรักษ์ไม่ใช่การทำให้อาคารดูใหม่

การบูรณะอาคารประวัติศาสตร์แตกต่างจากการซ่อมอาคารทั่วไป เพราะเป้าหมายไม่ได้อยู่ที่การทำให้ทุกพื้นผิวดูใหม่ที่สุด แต่ต้องรักษาร่องรอย วัสดุ รูปแบบ และองค์ประกอบที่สะท้อนยุคสมัยของอาคารไว้ให้มากที่สุด

ระหว่างการบูรณะ อบจ.เชียงรายเคยเผยแพร่ข้อมูลการพบอิฐโบราณซึ่งถูกนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบกระบวนการซ่อมแซมอาคาร การค้นพบลักษณะนี้มีความสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้รับผิดชอบเข้าใจวัสดุและเทคนิคก่อสร้างเดิม และสามารถเลือกแนวทางบูรณะที่สอดคล้องกับหลักฐานจริงมากกว่าการคาดเดา

หากดำเนินการเร็วเกินไปหรือใช้วัสดุสมัยใหม่โดยไม่ศึกษาความเข้ากันได้ อาจทำให้เกิดความเสียหายระยะยาว เช่น ความชื้นสะสม ผิวผนังแตกร้าว หรือรูปแบบทางสถาปัตยกรรมผิดไปจากเดิม การเลื่อนเปิดพื้นที่จนถึงปลายเดือนตุลาคมจึงควรถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของความระมัดระวัง ไม่ใช่เพียงความล่าช้า

กรณีอาคารประวัติศาสตร์ในหลายเมืองสะท้อนบทเรียนคล้ายกันว่า การเปิดใช้งานก่อนระบบภายในพร้อม อาจทำให้ต้องปิดซ่อมซ้ำและสร้างภาระงบประมาณเพิ่มขึ้น การใช้เวลาเพื่อประเมินโครงสร้าง จัดนิทรรศการ และเตรียมการบริหารพื้นที่อย่างครบถ้วน จึงมีโอกาสสร้างประโยชน์ได้ยาวนานกว่า

อาคารเก่าต้องมีชีวิตใหม่ ไม่ใช่หยุดอยู่ในอดีต

หลังงานบูรณะเสร็จสิ้น โจทย์สำคัญของศาลากลางหลังแรกคือการทำให้อาคารกลับมามีชีวิต ไม่ใช่เพียงเปิดประตูให้คนเดินชมผนังและถ่ายภาพด้านหน้า

การจัดนิทรรศการภายในควรทำหน้าที่เล่าประวัติเมือง การเปลี่ยนแปลงด้านการปกครอง สถาปัตยกรรม บุคคลสำคัญ และวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละยุค โดยใช้ทั้งเอกสาร ภาพถ่าย วัตถุ และเทคโนโลยีการนำเสนอที่เข้าถึงได้ง่าย

พื้นที่นี้ยังมีศักยภาพเป็นศูนย์กลางกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น นิทรรศการหมุนเวียน การแสดงผลงานออกแบบ เวทีเสวนาประวัติศาสตร์ เวิร์กช็อปศิลปะ หรือพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน หากบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง อาคารจะไม่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีคนมาเยือนเฉพาะวันหยุด แต่จะเป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนเชียงรายใช้ประโยชน์ได้จริง

นี่คือจุดที่งานอนุรักษ์ศาลากลางหลังแรกเชื่อมต่อกับแนวคิดเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบ เพราะการออกแบบไม่ได้หมายถึงการทำสิ่งของให้สวยงามเท่านั้น แต่รวมถึงการออกแบบประสบการณ์ การใช้พื้นที่ การสื่อสารเรื่องราว และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอดีตกับคนรุ่นปัจจุบัน

เชียงรายเป็นเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบตั้งแต่ปี 2566

ข้อมูลทางการขององค์การยูเนสโกระบุว่า เชียงรายได้รับการประกาศเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกในสาขาการออกแบบเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 พร้อมกับเมืองใหม่จากหลายประเทศทั่วโลก

อพท.ระบุว่า ศักยภาพด้านการออกแบบของเชียงรายมีรากฐานจากการตั้งถิ่นฐาน ภูมิทัศน์เมือง ศิลปวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง เช่น บ้านดำ วัดร่องขุ่น และโครงการพัฒนาดอยตุง ซึ่งสะท้อนการนำศิลปะ การออกแบบ และการพัฒนาพื้นที่มาเชื่อมโยงกัน

การได้รับสถานะดังกล่าวไม่ใช่รางวัลที่จบลงในวันประกาศ แต่มีพันธะให้เมืองต้องพัฒนากิจกรรม สร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และใช้ความคิดสร้างสรรค์สนับสนุนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

ยูเนสโกระบุแนวทางสำคัญของเชียงรายในฐานะเมืองแห่งการออกแบบไว้หลายด้าน เช่น การส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างนักออกแบบ การใช้การออกแบบรับมือปัญหาสิ่งแวดล้อม การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์

ดังนั้น การบูรณะศาลากลางหลังแรกและการเปิด Design School จึงเป็นส่วนหนึ่งของภาพเดียวกัน ฝ่ายหนึ่งดูแลมรดกที่จับต้องได้ ขณะที่อีกฝ่ายสร้างบุคลากรที่จะนำมรดกนั้นไปใช้ในเศรษฐกิจและสังคมยุคใหม่

Design School คัด 40 คนเรียนรู้จากแนวคิดถึงแผนธุรกิจ

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 นางสาววัชรี ชูรักษา รองผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ด้านปฏิบัติการ พร้อมนายพลากร บุปผาธนากร ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเชียงราย เปิดการอบรมหลักสูตร Design School ณ โรงแรมไชยนารายณ์ ริเวอร์ไซด์ อำเภอเมืองเชียงราย

โครงการจัดขึ้นโดย อพท.เชียงราย ร่วมกับมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงและบริษัท เชียงรายพัฒนาเมือง จำกัด มีผู้ผ่านการคัดเลือก 40 คน จากกลุ่มผู้ประกอบการชาและกาแฟ ศิลปิน นักออกแบบ ตัวแทนชุมชน และคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพด้านความคิดสร้างสรรค์

ผู้เข้าอบรมจะเรียนรู้ผ่านกระบวนการเชิงปฏิบัติการร่วมกับผู้เชี่ยวชาญรวม 6 ครั้ง ระหว่างวันที่ 13 กรกฎาคมถึง 24 สิงหาคม 2569 เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การสร้างแนวคิดออกแบบ การพัฒนาโมเดลธุรกิจ การสร้างแบรนด์ การบริหารการเงิน การตลาดดิจิทัล การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการนำเสนอแผนธุรกิจรอบสุดท้าย

โครงการนี้เปิดรับสมัครก่อนเริ่มหลักสูตร โดย อพท.เผยแพร่ประชาสัมพันธ์เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 เชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนักสร้างสรรค์และการขับเคลื่อนเชียงรายเมืองแห่งการออกแบบ

จากชาและกาแฟสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องราว

การเลือกผู้ประกอบการชาและกาแฟเข้าร่วมหลักสูตรมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจเชียงราย เพราะสินค้าเหล่านี้เป็นทั้งผลผลิตทางการเกษตร สินค้าท่องเที่ยว และตัวแทนภาพลักษณ์ของจังหวัด

อย่างไรก็ตาม การมีวัตถุดิบคุณภาพดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในตลาดที่มีการแข่งขันสูง ผู้ประกอบการต้องสามารถออกแบบบรรจุภัณฑ์ สร้างเรื่องราว กำหนดกลุ่มเป้าหมาย คำนวณต้นทุน และสื่อสารความแตกต่างให้ผู้บริโภคเข้าใจ

กาแฟจากชุมชนชาติพันธุ์อาจมีเรื่องราวเรื่องป่าต้นน้ำ การทำเกษตรบนพื้นที่สูง หรือการเปลี่ยนจากพืชเชิงเดี่ยวมาสู่ระบบที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ชาอาจเชื่อมโยงกับภูมิอากาศ วัฒนธรรมการดื่ม และภูมิปัญญาการแปรรูป หากนำเรื่องเหล่านี้มาออกแบบอย่างจริงใจ ผลิตภัณฑ์จะไม่ถูกตัดสินจากราคาต่อถุงเพียงอย่างเดียว

อพท.มองว่าการออกแบบสามารถช่วยเพิ่มคุณค่าให้ผลิตภัณฑ์และบริการท้องถิ่น ขณะเดียวกันยังสนับสนุนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและทำให้ชุมชนมีบทบาทเป็นเจ้าของเรื่องราวของตนเอง

นักออกแบบรุ่นใหม่ต้องคิดทั้งความงามและความอยู่รอดของธุรกิจ

บทเรียนสำคัญของ Design School คือการทำให้ผู้เข้าร่วมเห็นว่าความคิดสร้างสรรค์ต้องเดินคู่กับความเป็นไปได้ทางธุรกิจ

ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบสวยแต่มีต้นทุนสูงเกินไปอาจขายไม่ได้ ธุรกิจที่มีเรื่องราวดีแต่ไม่มีแผนการเงินอาจอยู่ไม่รอด ขณะที่สินค้าที่ขายได้แต่ใช้วัตถุดิบหรือแรงงานอย่างไม่เป็นธรรม ก็อาจสร้างผลกระทบต่อชุมชนในระยะยาว

การเรียนรู้เรื่องโมเดลธุรกิจ การเงิน และการตลาดดิจิทัลจึงช่วยให้ผู้ประกอบการมองเห็นภาพตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งวัตถุดิบ กระบวนการผลิต ราคา ช่องทางจำหน่าย ลูกค้า และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพื้นที่

การนำเสนอแผนธุรกิจในช่วงท้ายหลักสูตรยังเป็นการทดสอบว่าผู้เข้าอบรมสามารถเปลี่ยนแนวคิดให้เป็นโครงการที่นำไปดำเนินการได้จริงหรือไม่ ไม่ใช่เพียงสร้างต้นแบบที่จบลงเมื่อกิจกรรมสิ้นสุด

เมืองสร้างสรรค์ต้องเกิดจากเครือข่าย ไม่ใช่คนเก่งเพียงไม่กี่คน

นายพลากร บุปผาธนากร ระบุว่า การพัฒนาชุมชนนักออกแบบและเครือข่ายนักสร้างสรรค์ไม่ใช่เพียงการจัดอบรม แต่เป็นการวางรากฐานระบบนิเวศด้านการออกแบบและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเชียงราย

ระบบนิเวศดังกล่าวต้องมีทั้งผู้ประกอบการ ศิลปิน นักออกแบบ มหาวิทยาลัย หน่วยงานรัฐ นักลงทุน พื้นที่ทดลอง และตลาด หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่ง คนที่ผ่านการอบรมอาจมีความรู้เพิ่มขึ้น แต่ไม่มีโอกาสนำผลงานไปใช้จริง

การสร้างเครือข่ายระหว่างผู้เข้าร่วม 40 คนจึงเป็นผลลัพธ์สำคัญไม่แพ้เนื้อหาในห้องเรียน ผู้ผลิตกาแฟอาจร่วมงานกับนักออกแบบบรรจุภัณฑ์ ศิลปินอาจพัฒนางานกับชุมชนท่องเที่ยว หรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่อาจร่วมกับมหาวิทยาลัยทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่

อพท.เคยรายงานความคืบหน้าการขับเคลื่อนเชียงรายในวาระครบ 1 ปีของการเป็นเมืองสร้างสรรค์ว่า จังหวัดได้จัดทำแผนงาน สร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายในประเทศและต่างประเทศ และได้รับโอกาสในการเป็นเจ้าภาพกิจกรรมระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพันธะที่เชียงรายต้องดำเนินการต่อเนื่อง

อาคารเก่ากับคนรุ่นใหม่คือสองส่วนของเมืองเดียวกัน

ศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรกและโครงการ Design School อาจดูเป็นงานคนละประเภท แต่แท้จริงแล้วเชื่อมกันด้วยคำถามเดียวกันว่า เชียงรายจะนำมรดกของเมืองไปสร้างอนาคตอย่างไร

อาคารเก่าคือหลักฐานของประวัติศาสตร์ หากอนุรักษ์โดยไม่สร้างการเรียนรู้ อาคารอาจกลายเป็นเพียงวัตถุที่ถูกปิดไว้เพื่อป้องกันความเสียหาย ขณะที่คนรุ่นใหม่มีพลังสร้างสรรค์ แต่หากขาดความเข้าใจรากเหง้า ผลงานที่เกิดขึ้นอาจไม่มีความเชื่อมโยงกับพื้นที่

การนำทั้งสองส่วนมาพบกันจะเปิดโอกาสใหม่ เช่น ใช้ศาลากลางหลังแรกเป็นพื้นที่จัดแสดงงานจาก Design School เปิดร้านผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ของชุมชน จัดกิจกรรมเล่าเรื่องเมือง หรือสร้างเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมสถาปัตยกรรม ศิลปะ อาหาร และงานออกแบบเข้าด้วยกัน

แนวทางนี้จะทำให้เงินจากการท่องเที่ยวกระจายไปมากกว่าค่าถ่ายภาพหรือค่าเข้าชม แต่เชื่อมถึงนักออกแบบ ช่างฝีมือ ผู้ประกอบการ และชุมชนที่สร้างสรรค์สินค้าและกิจกรรมรอบพื้นที่

ปลายเดือนตุลาคมคือจุดเริ่มต้น ไม่ใช่เส้นชัย

กำหนดเปิดศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรกในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569 เป็นวันที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากรอคอย แต่การเปิดอาคารไม่ควรถูกมองเป็นจุดสิ้นสุดของโครงการบูรณะ

หลังจากนั้นจะมีคำถามต่อเนื่องว่าใครเป็นผู้ดูแลนิทรรศการ เนื้อหาจะปรับปรุงบ่อยเพียงใด มีระบบป้องกันความเสียหายอย่างไร เปิดโอกาสให้ชุมชนใช้พื้นที่มากน้อยแค่ไหน และรายได้จากพื้นที่จะกลับไปสนับสนุนการอนุรักษ์หรือไม่

เช่นเดียวกับ Design School ความสำเร็จไม่ได้วัดเพียงจำนวนผู้เรียนครบหลักสูตร แต่ต้องติดตามว่าผู้เข้าร่วมสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ เพิ่มรายได้ สร้างงาน หรือร่วมพัฒนาเมืองได้จริงเพียงใด

หากสองโครงการมีระบบติดตามผลที่ชัดเจน เชียงรายจะมีทั้งพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ได้รับการดูแลและบุคลากรรุ่นใหม่ที่พร้อมสร้างประโยชน์จากทุนวัฒนธรรมอย่างรับผิดชอบ

เชียงรายกำลังออกแบบความสัมพันธ์ระหว่างอดีตกับอนาคต

การบูรณะศาลากลางหลังแรกเป็นการรักษาความทรงจำที่มองเห็นได้ ส่วน Design School เป็นการสร้างความสามารถที่อาจยังมองไม่เห็นในวันนี้ แต่จะกำหนดทิศทางสินค้า บริการ และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของเชียงรายในอนาคต

ทั้งสองเรื่องสะท้อนว่าเมืองสร้างสรรค์ไม่ได้เกิดจากการมีอาคารสวยหรือศิลปินชื่อดังเท่านั้น แต่เกิดจากความสามารถในการดูแลสิ่งเดิม เปิดพื้นที่ให้ความคิดใหม่ และทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงของเมือง

เมื่อศาลากลางหลังแรกกลับมาเปิดประตูในปลายเดือนตุลาคม อาคารนี้อาจทำหน้าที่มากกว่าโบราณสถาน หากได้รับการออกแบบให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ พื้นที่สร้างสรรค์ และพื้นที่เชื่อมผู้คนเข้ากับเรื่องราวของเชียงราย

ขณะเดียวกัน ผู้เข้าอบรม Design School ทั้ง 40 คนจะเป็นหนึ่งในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องพิสูจน์ว่า การออกแบบสามารถสร้างรายได้ แก้ปัญหา และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนได้จริง

ท้ายที่สุด คุณค่าของเชียงรายในฐานะเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบจะไม่ได้วัดจากชื่อที่ปรากฏในเครือข่ายยูเนสโกเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากความสามารถของเมืองในการทำให้อาคารเก่ายังคงมีความหมาย ทำให้ภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างอาชีพ และทำให้คนรุ่นใหม่มองเห็นอนาคตของตนเองได้โดยไม่ต้องละทิ้งรากเหง้าของบ้านเกิด

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :