ภัทรพงศ์ ติดตามโครงข่ายเชียงราย–เชียงของ เร่งทางลอดแยกศูนย์ราชการและขยายทางหลวง 1020 เชื่อมชายแดน
Summary
- รมช.คมนาคม ลงพื้นที่เชียงรายติดตามทางลอดแยกศูนย์ราชการและขยายทางหลวง 1020
- ทางลอดแยกศูนย์ราชการ (ชร.1023) คืบหน้ากว่า 66% กำหนดแล้วเสร็จพฤษภาคม 2570
- โครงการขยายทางหลวง 1020 ช่วงหัวดอย-ดอยลาน เป็น 4 เลน คาดเสร็จกรกฎาคม 2570
- ยกระดับการเดินทางเชื่อมสนามบินแม่ฟ้าหลวง สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 และจีนตอนใต้
- รับฟังข้อเสนอ 11 โครงการคมนาคมและป้องกันน้ำท่วม ณ อำเภอพญาเม็งราย เพื่อเร่งผลักดันงบประมาณ
โฮ“ภัทรพงศ์” ติดตามโครงข่ายเชียงราย–เชียงของ เร่งทางลอดแยกศูนย์ราชการและขยายทางหลวง 1020 เชื่อมชายแดนลาว–จีนตอนใต้
เชียงราย,26 กรกฎาคม 2569 – การเดินทางจากตัวเมืองเชียงรายไปยังพื้นที่ตะวันออกของจังหวัดกำลังอยู่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อโครงการทางลอดบริเวณแยกศูนย์ราชการและการขยายทางหลวงหมายเลข 1020 เดินหน้าพร้อมกัน โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือแก้ปัญหาคอขวด เพิ่มความปลอดภัย ลดเวลาเดินทาง และยกระดับเส้นทางที่เชื่อมจากเมืองเชียงรายไปสู่เชียงของ สะพานมิตรภาพไทย–ลาวแห่งที่ 4 และจีนตอนใต้
นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดเชียงรายเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการก่อสร้างทางลอดและปรับปรุงถนนบริเวณแยกศูนย์ราชการ บนทางหลวงชนบทหมายเลข ชร.1023 รวมถึงโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 1020 สายเชียงราย–เชียงของ
การตรวจราชการครั้งนี้มีนายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ผู้แทนกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท หัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานในพื้นที่ร่วมติดตาม
หลังตรวจโครงการก่อสร้าง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมยังเดินทางไปยังวัดสบเปา ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย เพื่อรับฟังปัญหาจากประชาชนและข้อเสนอขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีโครงการด้านถนน สะพาน ระบบระบายน้ำ และการป้องกันน้ำท่วมรวม 11 โครงการถูกนำเสนอเข้าสู่กระบวนการพิจารณา
ทางลอดแยกศูนย์ราชการคืบหน้ากว่าร้อยละ 66
จุดแรกของการตรวจติดตามอยู่ที่โครงการก่อสร้างทางลอดและปรับปรุงถนนบริเวณแยกศูนย์ราชการ บนถนนทางหลวงชนบทสาย ชร.1023 อำเภอเมืองเชียงราย ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญระหว่างเขตเมือง ศูนย์ราชการ สนามบิน และชุมชนฝั่งเหนือของแม่น้ำกก
นายพุทธิพงศ์ หะลีห์รัตนวัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มโครงสร้างพิเศษ สำนักก่อสร้างสะพาน รายงานว่า ปัจจุบันโครงการมีความก้าวหน้ากว่าร้อยละ 66 และเร็วกว่าแผนงานที่กำหนดไว้ร้อยละ 13.32 โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤษภาคม 2570
โครงการมีระยะทางรวม 425.50 เมตร ก่อสร้างเป็นทางลอดขนาด 4 ช่องจราจร แต่ละช่องกว้าง 3.50 เมตร พร้อมปรับปรุงถนนและขยายสะพานข้ามแม่น้ำกก เพื่อแก้ปัญหาความกว้างของช่องทางที่ไม่ต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ และเพิ่มความคล่องตัวของการจราจร
บริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่รถจากถนนศูนย์ราชการ สี่แยกฝั่งหมิ่น และเส้นทางเข้าสู่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ต้องมาบรรจบกัน ในช่วงเวลาเร่งด่วนจึงเกิดการชะลอตัวสะสม โดยเฉพาะเมื่อจำนวนรถเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของชุมชน ตำบลรอบเวียง และพื้นที่เศรษฐกิจรอบสนามบิน
ทางลอดจะช่วยแยกการจราจรทางตรงออกจากรถที่ต้องการเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายรอง ทำให้รถไม่ต้องหยุดรอสัญญาณไฟทั้งหมดในระดับเดียวกัน หลักการดังกล่าวช่วยลดจุดตัดของกระแสจราจรและลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุบริเวณทางแยก
แก้คอขวดฝั่งหมิ่น รองรับเมืองที่ขยายตัว
ปัญหาการจราจรบริเวณฝั่งหมิ่นและแยกศูนย์ราชการไม่ได้เกิดจากปริมาณรถในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างถนนที่ต้องรองรับการเดินทางหลายลักษณะพร้อมกัน
ในแต่ละวันมีทั้งรถของประชาชนที่เดินทางเข้าสู่ตัวเมือง รถราชการ รถโดยสาร รถรับส่งผู้โดยสารสนามบิน รถบรรทุกสินค้า และรถจากชุมชนสองฝั่งแม่น้ำกก เมื่อช่องทางบางช่วงแคบลงหรือมีรถรอเลี้ยว รถด้านหลังจึงสะสมอย่างรวดเร็วและกลายเป็นคอขวด
การขยายสะพานและปรับความกว้างของช่องจราจรให้สม่ำเสมอตลอดแนว จึงมีเป้าหมายลดการเบียดรวมช่องทางอย่างฉับพลัน ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุของการชะลอตัวและอุบัติเหตุเฉี่ยวชน
เมื่อโครงการเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ คาดว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางระหว่างสนามบิน ศูนย์ราชการ เขตเมือง และถนนสายหลักออกสู่พื้นที่ตอนเหนือและตะวันออกของเชียงราย รวมถึงรองรับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการขนส่งผู้โดยสารในระยะยาว
กรมทางหลวงชนบทมีภารกิจพัฒนาและบำรุงรักษาโครงข่ายทางหลวงชนบท เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ ชุมชน และโครงข่ายคมนาคมหลัก ขณะที่กรมทางหลวงรับผิดชอบการพัฒนาทางหลวงแผ่นดินให้ประชาชนเดินทางและขนส่งสินค้าได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ
ฤดูฝนเพิ่มความเสี่ยงในเขตก่อสร้าง
แม้โครงการจะมีความก้าวหน้าเร็วกว่ากำหนด แต่การก่อสร้างในช่วงฤดูฝนเป็นโจทย์ที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมกำชับเป็นพิเศษ เนื่องจากพื้นผิวถนนที่เปียก การเปลี่ยนช่องทางชั่วคราว แสงสว่างไม่เพียงพอ และเครื่องจักรที่ปฏิบัติงานใกล้แนวจราจร อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ใช้รถใช้ถนน
นายภัทรพงศ์เน้นย้ำให้หน่วยงานและผู้รับจ้างบริหารจัดการจราจรอย่างรัดกุม พร้อมติดตั้งป้ายเตือน ไฟสัญญาณ ไฟกระพริบ แผงกั้น และเครื่องหมายบอกแนวทางให้เพียงพอ โดยต้องมองเห็นได้อย่างชัดเจนทั้งกลางวันและกลางคืน
ความปลอดภัยระหว่างก่อสร้างมีความสำคัญไม่ต่างจากคุณภาพของโครงการหลังแล้วเสร็จ เพราะประชาชนยังต้องใช้เส้นทางทุกวัน การเร่งงานโดยปล่อยให้พื้นที่ก่อสร้างมีจุดเสี่ยง อาจทำให้ประโยชน์ที่คาดหวังในอนาคตแลกมาด้วยอุบัติเหตุในปัจจุบัน
นอกจากการติดตั้งป้ายแล้ว หน่วยงานต้องตรวจสอบสภาพพื้นทาง ระบบระบายน้ำชั่วคราว แนวกั้นหลุมก่อสร้าง และการคืนผิวจราจรหลังทำงานในแต่ละช่วง รวมถึงประชาสัมพันธ์การเปลี่ยนแปลงช่องทางล่วงหน้า เพื่อลดการตัดสินใจกะทันหันของผู้ขับขี่
ขยายทางหลวง 1020 จากสองเป็นสี่ช่องจราจร
อีกโครงการสำคัญคือการขยายทางหลวงหมายเลข 1020 สายเชียงราย–เชียงของ ช่วงบ้านหัวดอยถึงบ้านใหม่ดอยลาน จากถนน 2 ช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร แบ่งเป็นขาไปและขากลับฝั่งละ 2 ช่อง
โครงการดำเนินงานโดยแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 และสำนักก่อสร้างทางที่ 1 กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม โดยแบ่งงานก่อสร้างออกเป็น 2 ตอน
ตอนแรกอยู่ระหว่างกิโลเมตรที่ 7 บวก 420 ถึงกิโลเมตรที่ 18 บวก 600 บริเวณบ้านร่องเผียว ระยะทาง 11.180 กิโลเมตร
ตอนที่สองอยู่ระหว่างกิโลเมตรที่ 18 บวก 600 ถึงกิโลเมตรที่ 30 ระยะทางประมาณ 11.400 กิโลเมตร
เมื่อรวมสองตอน โครงการมีระยะทางประมาณ 22.58 กิโลเมตร และคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม 2570
ในข้อมูลต้นทางมีการสะกดชื่อปลายทางทั้ง “บ้านใหม่ดอนลาน” และ “บ้านใหม่ดอยลาน” แต่รายละเอียดส่วนใหญ่ระบุชื่อโครงการเป็นช่วงบ้านหัวดอย–บ้านใหม่ดอยลาน จึงควรยึดชื่อในสัญญาก่อสร้างและเอกสารของกรมทางหลวงเป็นข้อมูลทางการเมื่อเผยแพร่รายละเอียดโครงการเพิ่มเติม

จากถนนระดับจังหวัดสู่เส้นทางโลจิสติกส์ข้ามแดน
ทางหลวงหมายเลข 1020 ไม่ได้ทำหน้าที่รองรับการเดินทางภายในจังหวัดเชียงรายเพียงอย่างเดียว แต่เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายที่เชื่อมเมืองเชียงราย อำเภอเทิง อำเภอเชียงของ และพื้นที่ชายแดนด้านตะวันออก
เส้นทางสามารถเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 1421 มุ่งสู่สะพานมิตรภาพไทย–ลาวแห่งที่ 4 ซึ่งเชื่อมอำเภอเชียงของกับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว และต่อไปยังเส้นทางสู่จีนตอนใต้
อีกด้านหนึ่งยังเชื่อมโยงกับท่าเรือเชียงแสน ซึ่งมีบทบาทด้านการขนส่งสินค้าในลุ่มแม่น้ำโขง การยกระดับถนนให้เป็น 4 ช่องจราจรจึงมีผลต่อทั้งการเดินทางของประชาชน รถท่องเที่ยว และรถขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ
เส้นทางนี้ยังสนับสนุนการเดินทางต่อไปยังอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา และด่านชายแดนบ้านฮวก รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เช่น อุทยานแห่งชาติภูซาง ดอยผาตั้ง และภูชี้ฟ้า
การขยายถนนจึงถูกวางบทบาทให้รองรับสามระบบพร้อมกัน ได้แก่ การเดินทางประจำวันของชุมชน การท่องเที่ยวเชื่อมจังหวัด และระบบโลจิสติกส์ข้ามพรมแดน
ลดเวลาและต้นทุนต้องเดินคู่กับความปลอดภัย
เมื่อถนนเพิ่มจาก 2 เป็น 4 ช่องจราจร รถจะสามารถแซงและกระจายตัวได้ดีขึ้น ลดการติดตามรถช้าหรือรถบรรทุกเป็นระยะทางยาว และลดเวลาการเดินทางในช่วงที่มีปริมาณรถสูง
สำหรับภาคขนส่งสินค้า เวลาเดินทางที่ลดลงหมายถึงต้นทุนเชื้อเพลิง ค่าแรง และความไม่แน่นอนของการส่งมอบที่ลดลง โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องผ่านด่านหรือมีตารางขนส่งต่อเนื่องไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
อย่างไรก็ตาม ถนนที่กว้างและรถใช้ความเร็วสูงขึ้นอาจสร้างความเสี่ยงใหม่ หากไม่มีจุดกลับรถ ทางเข้าออกชุมชน ไฟส่องสว่าง ทางข้าม และระบบควบคุมความเร็วที่เหมาะสม
พื้นที่ตามแนวทางหลวง 1020 มีทั้งชุมชน ตลาด โรงเรียน พื้นที่เกษตร และถนนท้องถิ่นเชื่อมเข้าหมู่บ้าน การออกแบบจึงต้องรักษาสมดุลระหว่างความเร็วของการเดินทางระยะไกลกับความปลอดภัยของประชาชนที่ใช้ชีวิตอยู่สองข้างทาง
นายภัทรพงศ์จึงกำชับให้การก่อสร้างเป็นไปตามมาตรฐานวิศวกรรม ตรวจสอบคุณภาพงานอย่างต่อเนื่อง และจัดระบบความปลอดภัยตลอดระยะเวลาก่อสร้าง เพื่อให้โครงการแล้วเสร็จตามแผนและสามารถเปิดใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โครงข่ายไร้รอยต่อต้องไม่จบเพียงถนนกว้างขึ้น
คำว่าเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร้รอยต่อ ไม่ได้หมายถึงการมีถนน 4 ช่องจราจรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเชื่อมโยงตั้งแต่คุณภาพผิวทาง สะพาน ด่านศุลกากร ระบบตรวจสินค้า จุดพักรถ ป้ายข้อมูล ไปจนถึงการบริหารการจราจรบริเวณชายแดน
หากถนนช่วงต้นทางมีความคล่องตัว แต่รถต้องไปสะสมบริเวณด่านหรือเส้นทางช่วงต่อไป ประโยชน์จากการลงทุนจะเกิดขึ้นไม่เต็มที่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจึงต้องวางแผนร่วมกันระหว่างกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท หน่วยงานศุลกากร จังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานด้านความมั่นคง
การเชื่อมต่อควรรวมถึงข้อมูลการเดินทางและขนส่ง เช่น จุดก่อสร้าง จุดจำกัดความเร็ว พื้นที่พักรถ และสภาพการจราจร เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถวางแผนเส้นทางได้แม่นยำขึ้น
ในระยะยาว ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจะขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจท้องถิ่นสามารถเชื่อมเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่การค้าและการท่องเที่ยวได้มากเพียงใด หากรถเพียงผ่านพื้นที่โดยไม่มีการใช้บริการหรือกระจายรายได้ ชุมชนตามแนวเส้นทางอาจได้รับผลด้านการจราจรมากกว่าประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
พญาเม็งรายเสนอ 11 โครงการแก้น้ำท่วมและคมนาคม
หลังติดตามโครงการทางลอดและทางหลวง 1020 นายภัทรพงศ์เดินทางไปพบประชาชนที่วัดสบเปา ตำบลแม่เปา อำเภอพญาเม็งราย เมื่อเวลา 13.00 น.
นายรุ่งโรจน์ ตันวุฒิ นายอำเภอพญาเม็งราย รายงานว่า อำเภอมีพื้นที่ประมาณ 620 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 367,500 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 5.5 ของพื้นที่จังหวัดเชียงราย แบ่งการปกครองเป็น 5 ตำบล 72 หมู่บ้าน มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง และประชากร 41,819 คน
พื้นที่มีลักษณะเป็นที่ราบระหว่างภูเขาและมีความลาดเอียง มีแม่น้ำสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำอิง แม่น้ำต๊าก แม่น้ำเปา และแม่น้ำต๋ำ ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้าง โดยมีมะม่วงและข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ
สภาพภูมิประเทศดังกล่าวทำให้ปัญหาถนน ระบบระบายน้ำ สะพาน และตลิ่งมีความเชื่อมโยงกัน เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำจากพื้นที่สูงสามารถไหลลงสู่พื้นที่ราบและชุมชน หากท่อลอดหรือทางระบายน้ำมีขนาดไม่เพียงพอ น้ำอาจท่วมถนน พื้นที่เกษตร และบ้านเรือน
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจึงนำเสนอแผนงานรวม 11 โครงการ ครอบคลุมการก่อสร้างท่อลอดเหลี่ยม สะพาน ระบบระบายน้ำ เขื่อนป้องกันตลิ่ง การปรับปรุงสัญญาณไฟจราจร และการก่อสร้างถนนคอนกรีต
จากเสียงประชาชนสู่โจทย์จัดลำดับงบประมาณ
นายภัทรพงศ์กล่าวว่า การลงพื้นที่เป็นไปตามนโยบายให้รัฐมนตรีรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง เพื่อนำข้อมูลไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผลักดันการแก้ไขให้ตรงกับสภาพพื้นที่
อย่างไรก็ตาม การนำเสนอ 11 โครงการยังเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนดำเนินงานต้องผ่านการสำรวจ ออกแบบ ประเมินความจำเป็น ตรวจสอบพื้นที่ และจัดหาแหล่งงบประมาณ
โครงการที่ช่วยแก้จุดเสี่ยงต่อชีวิตหรือป้องกันน้ำท่วมซ้ำซากควรได้รับการจัดลำดับตามระดับความเร่งด่วน จำนวนประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และความคุ้มค่าของการลงทุน ไม่ใช่พิจารณาจากขนาดหรือวงเงินเพียงอย่างเดียว
หากเป็นโครงการที่เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน เช่น ถนนของท้องถิ่นที่เชื่อมกับทางหลวง หรือระบบระบายน้ำที่ไหลผ่านหลายตำบล จำเป็นต้องกำหนดเจ้าภาพและขอบเขตความรับผิดชอบให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้โครงการติดขัดระหว่างหน่วยงาน
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมระบุว่า จะนำปัญหาและข้อเสนอจากพื้นที่ไปรายงานต่อรัฐบาลและประสานหน่วยงานเพื่อผลักดันการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรม
ปี 2570 คือเส้นตายสำคัญของสองโครงการหลัก
ทั้งทางลอดแยกศูนย์ราชการและโครงการขยายทางหลวงหมายเลข 1020 มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2570 โดยทางลอดคาดว่าจะเสร็จประมาณเดือนพฤษภาคม ส่วนทางหลวง 1020 คาดว่าจะเสร็จประมาณเดือนกรกฎาคม
ช่วงเวลาก่อนถึงกำหนดดังกล่าวจะเป็นบททดสอบของหน่วยงานและผู้รับจ้าง ทั้งด้านการควบคุมคุณภาพ การบริหารงานในฤดูฝน การลดผลกระทบต่อชุมชน และการดูแลความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง
ความก้าวหน้าร้อยละ 66 และการทำงานเร็วกว่าแผนร้อยละ 13.32 เป็นสัญญาณเชิงบวกสำหรับโครงการทางลอด แต่ความเร็วต้องไม่ลดทอนมาตรฐานวิศวกรรมหรือการตรวจรับงาน
ส่วนทางหลวงหมายเลข 1020 ซึ่งมีระยะทางรวมมากกว่า 22 กิโลเมตร ต้องเผชิญทั้งการจัดการจราจรระหว่างก่อสร้าง การเข้าถึงที่ดินสองข้างทาง และการรักษาความปลอดภัยบริเวณชุมชน
ผลลัพธ์ที่ประชาชนรอคอยจึงไม่ใช่เพียงภาพถนนใหม่หรือทางลอดที่เปิดใช้งาน แต่คือการเดินทางที่ติดขัดน้อยลง ลดจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ ขนส่งสินค้าได้ตรงเวลา และเชื่อมพื้นที่ชายแดนได้โดยไม่ทิ้งชุมชนระหว่างทางไว้ข้างหลัง
เมื่อโครงการทั้งสองแล้วเสร็จ โครงข่ายจากเมืองเชียงรายไปสู่เชียงของจะมีศักยภาพมากขึ้นทั้งด้านการเดินทาง การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว แต่คำว่าไร้รอยต่อจะเกิดขึ้นจริงได้ต่อเมื่อถนนหลัก ถนนท้องถิ่น ระบบชายแดน และความปลอดภัยของประชาชนถูกพัฒนาไปพร้อมกัน


เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- กระทรวงคมนาคม
- กรมทางหลวงชนบท