เชียงรายยกเครื่องคมนาคมรอบเมือง ลุยอุโมงค์ขัวแคร่และทางลอดศูนย์ราชการ เชื่อมโครงข่ายโลจิสติกส์สู่สนามบิน
- จังหวัดเชียงรายเดินหน้าปรับโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมครั้งใหญ่รอบท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง บนถนนสาย ชร.1023 (ถนนเวียงบูรพา)
- โครงการทางลอดแยกศูนย์ราชการ งบประมาณ 849.8 ล้านบาท ก่อสร้างอุโมงค์ 4 ช่องจราจร พร้อมขยายสะพานข้ามแม่น้ำกก
- กรมทางหลวงสร้างอุโมงค์ทางลอดแยกขัวแคร่ งบประมาณ 649.5 ล้านบาท เชื่อมทางหลวงหมายเลข 1 กับทางเข้าสนามบิน สิ้นสุด ม.ค. 2572
- โครงการสะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้ม วงเงิน 329.78 ล้านบาท ช่วยแยกกระแสจราจรทางตรง ลดคอขวดฝั่งตะวันออก
- การปิดจุดกลับรถแยกขัวแคร่ถาวรตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2569 เป็นต้นไป เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์เมืองใหม่
ผ่าพิมพ์เขียวคมนาคมเชียงราย ทลายคอขวด ชร.1023 ขัวแคร่ ศูนย์ราชการ แม่ข้าวต้ม สู่โครงข่ายเมืองใหม่รอบสนามบิน
เชียงราย,10 กันยายน 2569 – เชียงรายกลางทางเบี่ยง แต่ภาพใหญ่คือเมืองที่กำลังจัดระบบใหม่ป้ายประชาสัมพันธ์เบี่ยงจราจร แนวกั้นพื้นที่ก่อสร้าง และการเตรียมปิดจุดกลับรถถาวรบริเวณแยกขัวแคร่ อาจทำให้ผู้ใช้รถในเชียงรายรู้สึกว่าการเดินทางรอบเมืองกำลังยากขึ้นกว่าปกติ โดยเฉพาะเส้นทางที่เชื่อมถนนพหลโยธิน ทางเลี่ยงเมือง และทางเข้าสู่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย แต่หากมองลึกลงไปกว่าความติดขัดเฉพาะหน้า ภาพเหล่านี้คือสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ของจังหวัดเชียงราย
ข้อมูลแผนงานที่เกี่ยวข้องกับถนนสาย ชร.1023 หรือถนนเวียงบูรพา ระบุชัดว่า พื้นที่รอบสนามบินแม่ฟ้าหลวง ศูนย์ราชการ และแนวถนนเชื่อมทางหลวงหมายเลข 1 กำลังถูกยกระดับพร้อมกันหลายจุด ตั้งแต่อุโมงค์ทางลอดแยกศูนย์ราชการ สะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้ม ไปจนถึงทางแยกต่างระดับบริเวณแยกขัวแคร่ ซึ่งเชื่อมทางหลวงหมายเลข 1 กับทางหลวงชนบทหมายเลข ชร.1418 ที่เป็นทางเข้าสนามบิน
ความหมายของโครงการเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงการแก้รถติดเป็นจุด ๆ แต่เป็นการวางโครงข่ายใหม่ให้เมืองเชียงรายเดินหน้าได้คล่องขึ้น ทั้งด้านการเดินทางของประชาชน การเข้าสนามบิน การเชื่อมศูนย์ราชการ การขนส่งสินค้า และการรองรับการเติบโตของเมืองในระยะยาว
ชร.1023 จากถนนรอบเมือง สู่แกนคมนาคมใหม่ของเชียงราย
ถนนสาย ชร.1023 หรือถนนเวียงบูรพา กำลังถูกวางบทบาทใหม่จากถนนรอบเมืองทั่วไป ไปสู่แกนสำคัญของโครงข่ายคมนาคมเชียงราย เพราะเป็นเส้นทางที่เชื่อมโยงหลายพื้นที่สำคัญเข้าด้วยกัน ทั้งเขตเมือง ศูนย์ราชการ ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง และพื้นที่ฝั่งตะวันออกของจังหวัด
โครงการหลักบนแนวถนนสายนี้คือการก่อสร้างทางลอดและปรับปรุงถนนบริเวณแยกศูนย์ราชการ อำเภอเมืองเชียงราย ดำเนินการโดยกรมทางหลวงชนบท ใช้งบประมาณ 849.8 ล้านบาท รูปแบบงานประกอบด้วยอุโมงค์ลอดทางแยกขนาด 4 ช่องจราจร ความยาว 425.50 เมตร ควบคู่กับการขยายสะพานข้ามแม่น้ำกกให้กว้างขึ้นตลอดแนว 410 เมตร รวมถึงการปรับปรุงผิวจราจร ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง และสาธารณูปโภคตลอดเส้นทาง รวมระยะทางดำเนินการ 1.635 กิโลเมตร
จุดนี้ถือเป็นหัวใจของการคลี่คอขวดรอบเมือง เพราะบริเวณแยกศูนย์ราชการไม่ได้เป็นเพียงจุดผ่านของรถยนต์ทั่วไป แต่เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการ โรงเรียน การเดินทางเข้าออกสนามบิน และการข้ามแม่น้ำกก เมื่อทางลอดและสะพานขยายแล้วเสร็จ จะช่วยให้การเคลื่อนตัวของรถในแนวรอบเมืองมีความต่อเนื่องขึ้น ลดจังหวะหยุดรอหน้าแยก และช่วยแบ่งเบาภาระถนนในเขตเมืองชั้นใน
แยกขัวแคร่ ประตูสำคัญของสนามบินแม่ฟ้าหลวง
อีกจุดที่กำลังถูกจับตามองคือ แยกขัวแคร่ ซึ่งเป็นจุดตัดของทางหลวงหมายเลข 1 ทางหลวงหมายเลข 131 และทางหลวงชนบทหมายเลข ชร.1418 พื้นที่นี้เป็นเส้นทางสำคัญในการเข้าสู่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย และเป็นแนวเดินทางของรถขนส่งสินค้า รถท่องเที่ยว และรถประชาชนในชีวิตประจำวัน
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายรายงานว่า บริเวณสี่แยกขัวแคร่เดิมเป็นทางแยกสัญญาณไฟจราจรที่มีปริมาณรถหนาแน่นและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นทั้งเส้นทางหลักในการขนส่งสินค้าและทางเข้าสู่สนามบิน กรมทางหลวงจึงดำเนินโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดเพื่อปรับปรุงเป็นทางแยกต่างระดับ โดยมีบริษัท อุดมศักดิ์ เชียงใหม่ จำกัด เป็นผู้รับจ้าง เริ่มสัญญาวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 สิ้นสุดวันที่ 21 มกราคม 2572 รวมระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน และมีมูลค่างานก่อสร้าง 649.5 ล้านบาท
เมื่อโครงการแล้วเสร็จ แยกขัวแคร่จะไม่ได้ทำหน้าที่เพียงระบายรถหน้าแยก แต่จะกลายเป็นโครงสร้างสำคัญที่ช่วยให้การเดินทางบนถนนพหลโยธินและทางเข้าสนามบินมีความปลอดภัยมากขึ้น ลดปัญหารถติดในชั่วโมงเร่งด่วนและช่วงเทศกาล พร้อมสนับสนุนการเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายในระยะยาว
ปิดจุดกลับรถถาวร 20 กันยายน คือสัญญาณเข้าสู่ช่วงก่อสร้างจริงจัง
มาตรการที่ประชาชนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือแผนประชาสัมพันธ์การเบี่ยงจราจรระยะที่ 2 ซึ่งจะมีการปิดจุดกลับรถบริเวณแยกขัวแคร่บนทางหลวงหมายเลข 131 และทางหลวงชนบทหมายเลข 1418 เป็นการถาวร ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อเปิดพื้นที่ให้การก่อสร้างเดินหน้าตามแผน ผู้ใช้เส้นทางที่ต้องการกลับรถจะต้องใช้จุดกลับรถบริเวณสัญญาณไฟจราจรแทน และควรรอสัญญาณไฟก่อนกลับรถทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย
การปิดจุดกลับรถอาจสร้างความไม่สะดวกในช่วงแรก เพราะผู้ใช้ทางต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทาง แต่ในมุมของการจัดการจราจร การลดจุดกลับรถกลางช่วงถนนเป็นมาตรการที่ช่วยลดจุดตัดของกระแสจราจร โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีรถใช้ความเร็วสูง รถบรรทุกขนาดใหญ่ และรถที่ต้องเลี้ยวเข้าสนามบินจำนวนมาก
นี่จึงเป็นช่วงที่การสื่อสารกับประชาชนต้องชัดเจนที่สุด ทั้งป้ายเตือนก่อนถึงพื้นที่ก่อสร้าง เส้นทางแนะนำ จุดกลับรถใหม่ และการจัดการสัญญาณไฟให้เหมาะกับปริมาณรถ เพราะความปลอดภัยในช่วงก่อสร้างสำคัญไม่น้อยไปกว่าความสำเร็จของโครงการเมื่อแล้วเสร็จ
แม่ข้าวต้ม ประตูเชื่อมฝั่งตะวันออกของเมือง
นอกจากแยกศูนย์ราชการและแยกขัวแคร่แล้ว โครงการสะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้มบนถนนสาย ชร.1023 ยังเป็นอีกหนึ่งจุดเชื่อมสำคัญของโครงข่ายฝั่งตะวันออก กรมทางหลวงชนบทเดินหน้าโครงการนี้ด้วยวงเงิน 329.78 ล้านบาท รูปแบบสะพานมีขนาด 2 ช่องจราจรต่อทิศทาง ความยาวสะพานและโครงสร้างเชื่อมต่อรวม 438.6 เมตร ครอบคลุมระยะทางดำเนินการ 1.25 กิโลเมตร และมีกำหนดแล้วเสร็จวันที่ 16 มกราคม 2572
ข้อมูลโครงการยังระบุว่า ถนนสาย ชร.1023 มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมพื้นที่ฝั่งตะวันออกของเมืองเชียงราย ผ่านบริเวณใกล้สนามบิน ไปจนถึงพื้นที่ตอนเหนือของจังหวัด ช่วยกระจายการเดินทางที่ไม่จำเป็นต้องผ่านใจกลางเมืองชั้นใน
เมื่อเชื่อมภาพของแม่ข้าวต้มกับแยกศูนย์ราชการและแยกขัวแคร่ จะเห็นว่าเชียงรายกำลังสร้างระบบถนนที่ทำให้การเดินทางรอบเมืองไม่ต้องพึ่งถนนแกนกลางเพียงไม่กี่สายเหมือนเดิม เมืองที่เคยต้องให้รถจำนวนมากไหลผ่านจุดเดิมซ้ำ ๆ กำลังถูกจัดระบบให้มีทางเลือกมากขึ้น

หลายแยกบน ชร.1023 กำลังเดินหน้าตามแผนระยะยาว
ภาพรวมบนแนวถนนสาย ชร.1023 ไม่ได้มีเพียง 2 หรือ 3 โครงการเท่านั้น ข้อมูลจากสำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวงชนบท ที่ปรากฏในเอกสารประกอบระบุว่า มีจุดตัดสำคัญหลายแห่งที่อยู่ในแผนพัฒนาต่อเนื่อง ตั้งแต่แยกแม่ข้าวต้ม แยกสนามบิน แยกศูนย์ราชการ แยกสนามกีฬา แยกคลองลึก และจุดอื่นบนแนวเส้นทาง โดยบางจุดก่อสร้างแล้วเสร็จ บางจุดกำลังก่อสร้าง และบางจุดอยู่ระหว่างการสำรวจอสังหาริมทรัพย์เพื่อของบประมาณในปีถัดไป
นี่คือหลักฐานสำคัญที่ทำให้เห็นว่าเชียงรายไม่ได้แก้ปัญหาแบบเฉพาะหน้า แต่กำลังวางแนวทางยกระดับทางแยกต่างระดับตลอดเส้นทางในระยะยาว เป้าหมายไม่ใช่แค่ทำให้รถผ่านแยกใดแยกหนึ่งเร็วขึ้น แต่คือการเปลี่ยนโครงสร้างการเดินทางของเมืองทั้งระบบ
ในมุมผังเมืองและเศรษฐกิจ การเดินหน้าหลายจุดพร้อมกันอาจทำให้ประชาชนรู้สึกถึงผลกระทบหนักในช่วงก่อสร้าง แต่เมื่อมองระยะยาว โครงข่ายลักษณะนี้จะช่วยให้เมืองมีความยืดหยุ่นมากขึ้น รถไม่จำเป็นต้องไหลผ่านคอขวดเดิมทุกครั้ง และพื้นที่รอบสนามบินกับศูนย์ราชการจะเชื่อมกับถนนหลักได้ดีขึ้น
เมืองคมนาคมใหม่เชื่อมเศรษฐกิจชายแดนและโลจิสติกส์
เชียงรายไม่ได้เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยว แต่ยังมีบทบาทเป็นเมืองเศรษฐกิจและโลจิสติกส์สำคัญของภาคเหนือตอนบน โดยมีความเชื่อมโยงกับเส้นทางการค้าชายแดน เส้นทาง R3A และการเดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ข้อมูลในรายงานวิเคราะห์ระบุว่า จังหวัดเชียงรายมีบทบาทในการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ และเส้นทางโลจิสติกส์ที่เชื่อมไทย สปป.ลาว และจีนฝั่งตะวันตก
แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย พ.ศ. 2566 ถึง 2570 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ระบุเป้าหมายให้ระบบโลจิสติกส์เป็นกลไกสำคัญในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นประตูการค้าของอนุภูมิภาคและภูมิภาค
เมื่อโยงแผนระดับประเทศเข้ากับโครงการในเชียงราย ภาพที่เห็นชัดขึ้นคือ การลงทุนในแยกขัวแคร่ ทางลอดศูนย์ราชการ และสะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้ม ไม่ได้มีผลเฉพาะคนเมืองเชียงรายเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่การเดินทางของรถขนส่ง นักท่องเที่ยว ผู้โดยสารสนามบิน และการเชื่อมต่อพื้นที่เศรษฐกิจชายแดน
ช่วงก่อสร้างคือบททดสอบการสื่อสารของเมือง
แม้โครงการเหล่านี้จะเป็นการลงทุนเพื่ออนาคต แต่ช่วงระหว่างก่อสร้างคือช่วงที่ประชาชนต้องรับผลกระทบโดยตรง แขวงทางหลวงชนบทเชียงรายขอความร่วมมือรถบรรทุกขนาดใหญ่ รถสิบล้อ และรถพ่วง หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางผ่านพื้นที่ก่อสร้างบนถนน ชร.1023 เนื่องจากการเคลื่อนตัวช้าของรถขนาดใหญ่อาจทำให้เกิดการสะสมของยานพาหนะและจราจรติดขัดหนักขึ้น โดยแนะนำให้ใช้เส้นทางถนนพหลโยธิน 1 แทน
นอกจากนี้ยังมีการปิดการจราจรชั่วคราวบริเวณข้างโรงเรียนเทศบาล 6 เพื่อซ่อมแซมผิวจราจรที่ได้รับความเสียหาย ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน ถึง 30 ตุลาคม 2569 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียน หน่วยงานราชการ และเส้นทางเดินทางของประชาชนในช่วงเช้าและเย็น
ดังนั้น การบริหารช่วงเปลี่ยนผ่านจึงต้องอาศัยมากกว่างานก่อสร้างที่เดินหน้าเร็ว แต่ต้องมีการสื่อสารเส้นทางอย่างต่อเนื่อง ป้ายเตือนที่อ่านง่าย การอัปเดตแผนเบี่ยงจราจรล่วงหน้า และการจัดการรถบรรทุกไม่ให้เข้าไปซ้ำเติมคอขวดในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้บริการสนามบินที่ควรเผื่อเวลาเดินทางมากกว่าปกติในช่วงที่มีการก่อสร้างพร้อมกันหลายจุด

จากความไม่สะดวกระยะสั้น สู่โครงข่ายเมืองใหม่ในทศวรรษหน้า
เมื่อมองภาพรวมทั้งหมด เชียงรายกำลังอยู่ในช่วงที่เมืองต้องแลกความไม่สะดวกระยะสั้นกับโครงสร้างพื้นฐานระยะยาว แยกขัวแคร่กำลังถูกยกระดับเป็นทางลอดเชื่อมสนามบินและถนนพหลโยธิน ทางลอดศูนย์ราชการกำลังแก้คอขวดบน ชร.1023 และสะพานข้ามแยกแม่ข้าวต้มกำลังเติมโครงข่ายฝั่งตะวันออกให้สมบูรณ์ขึ้น
หากโครงการเหล่านี้ทยอยแล้วเสร็จตามกรอบเวลา เชียงรายจะไม่ได้มีแค่ถนนใหม่หรือสะพานใหม่ แต่จะได้ระบบการเดินทางที่เชื่อมสนามบิน ศูนย์ราชการ ถนนเลี่ยงเมือง พื้นที่เศรษฐกิจรอบนอก และเส้นทางโลจิสติกส์ได้ต่อเนื่องกว่าเดิม เมืองที่เคยมีจุดหยุดรอหน้าแยกหลายแห่ง จะเริ่มขยับไปสู่เมืองที่รถไหลผ่านแนวรอบเมืองได้คล่องขึ้น
เสียงเครื่องจักร แนวกั้นจราจร และทางเบี่ยงในวันนี้ จึงอาจเป็นภาพจำของช่วงเปลี่ยนผ่านที่คนเชียงรายต้องอดทนร่วมกัน แต่ปลายทางของงานก่อสร้างเหล่านี้คือการวางรากฐานให้จังหวัดเชียงรายพร้อมต่อการเติบโตในอีกหลายสิบปีข้างหน้า ทั้งในฐานะเมืองท่องเที่ยว เมืองชายแดน เมืองโลจิสติกส์ และเมืองศูนย์กลางของภาคเหนือตอนบน
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- กรมทางหลวงชนบท
- แขวงทางหลวงชนบทเชียงราย
- กรมทางหลวง
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
- ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย
- สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
- สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร
- บริษัท อุดมศักดิ์ เชียงใหม่ จำกัด