อธิบดีกรมทางหลวงชนบท ชูถนน 4 เลนใหม่เชื่อมเลี่ยงเมืองตะวันตก ดึงงบ 150 ล้านเสร็จปี 2571


Summary


โฮงยาใกล้บ้านเชียงราย ยอดใช้บริการกว่า 2เชียงรายเร่งเครื่องโครงสร้างพื้นฐาน ดันถนนสายใหม่เชื่อม ทล.131 ควบคู่อุโมงค์ขัวแคร่ ยกระดับคมนาคมชายแดน รองรับเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในอนาคต

เชียงราย,15 กรกฎาคม 2569 – เชียงรายเดินหน้าพัฒนาเมืองผ่านโครงข่ายคมนาคม ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม หลังหลายหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมทยอยเดินหน้าโครงการขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง ลดปัญหาคอขวดด้านการจราจร และรองรับการเติบโตของเมืองในระยะยาว โดยเฉพาะการเชื่อมโยงพื้นที่เศรษฐกิจ การค้าชายแดน และแหล่งท่องเที่ยวของภาคเหนือตอนบน ซึ่งถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับศักยภาพของจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับทั้ง สปป.ลาว และเมียนมา

หนึ่งในโครงการสำคัญที่เริ่มเข้าสู่ระยะก่อสร้าง คือ โครงการก่อสร้างถนนสายเชื่อมทางหลวงหมายเลข 131 ในอำเภอเมืองเชียงราย ซึ่งกรมทางหลวงชนบทได้เริ่มเข้าพื้นที่ดำเนินงานแล้ว พร้อมกับโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดบริเวณสี่แยกขัวแคร่ ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรบริเวณทางเข้าสนามบินแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในจุดที่มีปริมาณรถหนาแน่นที่สุดของจังหวัด

ถนนสายเชื่อม ทล.131 เพิ่มศักยภาพเมืองเชียงราย

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนสายเชื่อมทางหลวงหมายเลข 131 อำเภอเมืองเชียงราย เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมของจังหวัดให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น รองรับการขยายตัวของเมือง และสนับสนุนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและการค้าชายแดนให้เติบโตอย่างยั่งยืน

โครงการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งยกระดับระบบคมนาคมของประเทศให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสร้างโอกาสด้านการลงทุนและการขนส่งสินค้า เนื่องจากจังหวัดเชียงรายมีความสำคัญในฐานะประตูการค้าของภาคเหนือที่เชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านโดยตรง

ถนนมาตรฐานใหม่ รองรับการเติบโตในอนาคต

โครงการเริ่มต้นจากถนนแม่กก บริเวณตรงข้ามร้านท่าน้ำภูแล และสิ้นสุดที่ทางหลวงเลี่ยงเมืองเชียงรายตะวันตก หรือทางหลวงหมายเลข 131 ช่วงกิโลเมตรที่ 15+520 ใกล้วัดพระธาตุจอมสัก

ลักษณะโครงการเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กขนาด 4 ช่องจราจร มีผิวจราจรกว้างช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตร เกาะกลางกว้าง 4.20 เมตร พร้อมทางเท้ากว้างข้างละ 3.50 เมตร และเขตทางกว้างรวม 30 เมตร

นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงทางแยกหลายจุด ก่อสร้างระบบระบายน้ำ ระบบไฟฟ้าแสงสว่าง เครื่องหมายจราจร และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยตลอดแนวเส้นทาง ใช้งบประมาณรวม 150 ล้านบาท โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2571

เปิดรับฟังความคิดเห็นประชาชนก่อนเริ่มก่อสร้าง

ก่อนเริ่มดำเนินโครงการ กรมทางหลวงชนบทได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ พร้อมลงนามบันทึกความร่วมมือ 3 ฝ่าย ระหว่างกรมทางหลวงชนบท ผู้รับจ้าง และผู้แทนประชาชน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามความต้องการของชุมชนมากที่สุด

การประชุมดังกล่าวมีทั้งผู้นำชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเข้าร่วมเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการก่อสร้าง ผลกระทบ และมาตรการลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยจัดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ถือเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนตั้งแต่ต้นทางของโครงการ

อุโมงค์ทางลอดสี่แยกขัวแคร่ แก้คอขวดทางเข้าสนามบิน

อีกหนึ่งโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างการเดินหน้าคือ การก่อสร้างทางแยกต่างระดับบริเวณสี่แยกขัวแคร่ ซึ่งเป็นจุดตัดของทางหลวงหมายเลข 1 ทางหลวงหมายเลข 131 และทางหลวงชนบท ชร.1418 เส้นทางหลักที่ใช้เดินทางเข้าสู่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย

พื้นที่ดังกล่าวเป็นทางแยกสัญญาณไฟจราจรที่มีปริมาณรถหนาแน่นตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนและฤดูกาลท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างจังหวัดและชายแดน ทำให้เกิดอุบัติเหตุและการจราจรติดขัดอยู่เป็นประจำ

กรมทางหลวงจึงดำเนินโครงการก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยมีบริษัท อุดมศักดิ์ เชียงใหม่ จำกัด เป็นผู้รับจ้าง วงเงินก่อสร้าง 649.5 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 1,080 วัน เริ่มสัญญาเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 และมีกำหนดแล้วเสร็จวันที่ 21 มกราคม 2572

บริหารจราจรระหว่างก่อสร้าง ลดผลกระทบประชาชน

เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2569 แขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 ได้จัดประชุมแผนบริหารจัดการจราจรระหว่างการก่อสร้าง โดยมีนายราชัณย์ น้อยชื่น รองผู้อำนวยการแขวงทางหลวงเชียงรายที่ 1 ฝ่ายปฏิบัติการ เป็นประธาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่โครงการ หน่วยงานภาครัฐ และผู้เกี่ยวข้องร่วมกำหนดแนวทางลดผลกระทบต่อผู้ใช้เส้นทาง

ในการประชุมมีการพิจารณาแผนติดตั้งป้ายจราจร เครื่องหมายเตือน การรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงการเคลื่อนย้ายเสาไฟฟ้าที่กีดขวางแนวเขตก่อสร้างบริเวณหน้าห้างบิ๊กซี เชียงราย 2 เพื่อให้การก่อสร้างดำเนินไปอย่างปลอดภัยและส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด

เชื่อมโยงยุทธศาสตร์คมนาคมระดับประเทศ

การลงทุนในจังหวัดเชียงรายยังสอดคล้องกับแผนพัฒนาคมนาคมของกระทรวงคมนาคม ภายหลังการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “MOT New Chapter ทันสมัย ใส่ใจประชาชน พร้อมขยายผลด้านเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ปี 2569 และปี 2570”

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้กำหนดแผนลงทุนปี 2570 จำนวน 262 โครงการ วงเงินรวมกว่า 229,769 ล้านบาท พร้อมวางแผนต่อเนื่องในช่วงปี 2571–2573 อีก 51 โครงการ วงเงินประมาณ 593,409 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายสำคัญในการเชื่อมโยงระบบราง ถนน ท่าเรือ และสนามบิน ให้เป็นโครงข่ายเดียวกัน เพื่อยกระดับการเดินทางและการขนส่งของประเทศอย่างไร้รอยต่อ

เชียงรายถูกวางเป็นศูนย์กลางคมนาคมของภาคเหนือตอนบน

ในแผนระยะต่อไป กระทรวงคมนาคมยังวางเป้าหมายพัฒนาโครงข่ายที่เชื่อมต่อท่าอากาศยานสำคัญของประเทศ ซึ่งจังหวัดเชียงรายเป็นหนึ่งในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่จะได้รับการพัฒนา เพื่อรองรับการเดินทาง การท่องเที่ยว และการขนส่งสินค้า

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับบทบาทของเชียงรายในฐานะเมืองชายแดนที่มีศักยภาพด้านโลจิสติกส์ เชื่อมโยงเศรษฐกิจกับกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง และเป็นประตูสำคัญสู่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงตอนบน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจึงไม่เพียงช่วยแก้ไขปัญหาการจราจรภายในจังหวัด แต่ยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ในระยะยาว

เมื่อพิจารณาภาพรวมจะเห็นว่า ทั้งโครงการถนนสายเชื่อม ทล.131 และอุโมงค์ทางลอดสี่แยกขัวแคร่ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเดินทางของประชาชน การรองรับนักท่องเที่ยว การขนส่งสินค้า ไปจนถึงการเชื่อมต่อสนามบินและพื้นที่ชายแดน ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงรายในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :