อบจ.เชียงราย เดินหน้าปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮาย เชื่อมแผนพัฒนา 4 จังหวัด ท่ามกลางโจทย์ท่องเที่ยวชะลอตัว


Summary


อบจ.เชียงราย เดินหน้าปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮาย เชื่อมแผนพัฒนา 4 จังหวัด ท่ามกลางโจทย์ท่องเที่ยวไทยชะลอตัว

เชียงราย,26 กรกฎาคม 2569 – อาคารศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรกไม่ได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างเก่าใจกลางเมือง หากยังเป็นพื้นที่บันทึกความเปลี่ยนแปลงของเชียงรายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งด้านการปกครอง วิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และความทรงจำร่วมของผู้คนในท้องถิ่น

เมื่อการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง การปรับปรุงอาคารประวัติศาสตร์ให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีชีวิต จึงถูกจับตามองมากกว่าการซ่อมแซมสถานที่ทั่วไป เพราะโครงการพิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮายอาจเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยเพิ่มคุณค่าให้เมืองเชียงราย ดึงนักท่องเที่ยวให้อยู่ในพื้นที่นานขึ้น และกระจายรายได้จากแหล่งท่องเที่ยวหลักไปสู่ชุมชนโดยรอบ

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายให้การต้อนรับคณะจากกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ซึ่งลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮาย ภายในศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก อำเภอเมืองเชียงราย

การติดตามครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนที่กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาจังหวัดเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ในระยะ 10 ปีข้างหน้า ทำให้โครงการพิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮายไม่ได้ถูกมองแยกออกจากแผนพัฒนาพื้นที่ แต่เป็นส่วนหนึ่งของโจทย์ใหญ่ที่ต้องตอบให้ได้ว่า เมืองเหนือจะใช้ทุนทางวัฒนธรรมสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงและยั่งยืนได้อย่างไร

ลงพื้นที่ติดตามโครงการก่อนเดินหน้าตามแผน

นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายให้การต้อนรับนายเจิดศักดิ์ เปลี่ยนแปลงศรี ผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 พร้อมคณะ ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจติดตามความคืบหน้าการดำเนินโครงการบูรณาการการท่องเที่ยวของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2

กิจกรรมที่คณะให้ความสำคัญคือโครงการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮาย ซึ่งตั้งอยู่ภายในศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก อาคารที่มีคุณค่าทั้งในมิติประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และความทรงจำของเมือง

องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายได้นำเสนอความก้าวหน้าของโครงการ พร้อมรายงานปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินงาน เพื่อให้คณะติดตามรับทราบข้อมูลตามสภาพจริง และร่วมพิจารณาแนวทางสนับสนุนให้การดำเนินงานเป็นไปตามแผน

กระบวนการดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะโครงการปรับปรุงอาคารประวัติศาสตร์มีความละเอียดอ่อนกว่างานก่อสร้างทั่วไป การตัดสินใจทุกขั้นต้องคำนึงถึงความมั่นคงของอาคาร การรักษารูปแบบดั้งเดิม การเลือกใช้วัสดุ ระบบไฟฟ้า ความปลอดภัย การควบคุมความชื้น และการออกแบบพื้นที่จัดแสดงให้เหมาะกับโครงสร้างเดิม

หากเร่งดำเนินงานโดยขาดความรอบคอบ อาคารอาจสูญเสียคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แต่หากล่าช้าเกินไปก็อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น และเสียโอกาสในการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้แก่ชุมชน

ศาลากลางหลังแรกจากอาคารราชการสู่พื้นที่เล่าเรื่องเมือง

หัวใจของพิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮายไม่ได้อยู่ที่การนำภาพถ่ายเก่ามาติดเรียงบนผนังเท่านั้น แต่คือการเปลี่ยนอาคารประวัติศาสตร์ให้เป็นพื้นที่ที่ผู้มาเยือนสามารถเข้าใจพัฒนาการของเชียงรายผ่านเรื่องราวของผู้คน สถานที่ และเหตุการณ์สำคัญ

คำว่าเจียงฮายสะท้อนอัตลักษณ์ทางภาษาและวัฒนธรรมล้านนา ทำให้ชื่อพิพิธภัณฑ์มีความใกล้ชิดกับคนในพื้นที่มากกว่าการใช้ชื่อในลักษณะทางราชการเพียงอย่างเดียว

หากพัฒนาอย่างรอบด้าน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้สามารถนำเสนอเรื่องราวของเชียงรายตั้งแต่ประวัติศาสตร์เมือง ความสัมพันธ์กับเมืองชายแดน การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การศึกษา ศิลปะ ชาติพันธุ์ วิถีชุมชน ไปจนถึงเหตุการณ์ร่วมสมัยที่กำหนดทิศทางของจังหวัด

ภาพถ่ายเก่าจะมีความหมายมากขึ้นเมื่อมีคำบอกเล่าจากคนในชุมชน แผนที่เมืองในแต่ละช่วงเวลา เอกสารราชการ สิ่งของจากชีวิตประจำวัน และสื่อดิจิทัลที่ทำให้ผู้ชมสามารถเปรียบเทียบอดีตกับปัจจุบันได้

นักท่องเที่ยวอาจไม่ได้เดินทางมาเพียงเพื่อชมตัวอาคาร แต่สามารถใช้พิพิธภัณฑ์เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเที่ยวเมืองเก่า เชื่อมต่อไปยังหอนาฬิกา วัดสำคัญ ย่านการค้า ร้านอาหารพื้นถิ่น พื้นที่ศิลปะ และชุมชนโดยรอบ

ในมุมนี้ พิพิธภัณฑ์จึงมีบทบาทคล้ายประตูสู่เมือง ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจว่าทำไมเชียงรายจึงมีบุคลิกแตกต่างจากจังหวัดอื่น และเหตุใดประวัติศาสตร์ของเมืองจึงยังสัมพันธ์กับชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน

โครงการวัฒนธรรมต้องตอบโจทย์เศรษฐกิจท่องเที่ยวที่กำลังชะลอ

ความคืบหน้าของพิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮายเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะการท่องเที่ยวไทยที่เผชิญแรงกดดันอย่างเห็นได้ชัด

รายงานสถานการณ์การท่องเที่ยวเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งอ้างข้อมูลจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 1.84 ล้านคน ลดลงร้อยละ 9.85 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 87,300 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 9

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าจังหวัดท่องเที่ยวไม่สามารถพึ่งพาจำนวนผู้เดินทางที่เพิ่มขึ้นเพียงด้านเดียว แต่ต้องสร้างเหตุผลใหม่ให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทาง เข้าพักนานขึ้น และใช้จ่ายกับกิจกรรมที่หลากหลายมากขึ้น

ตลาดมาเลเซียเป็นตลาดที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้าไทยสูงสุดในเดือนมิถุนายน 2569 จำนวน 316,265 คน แต่ลดลงร้อยละ 13.45 ส่วนตลาดจีนมีจำนวน 283,297 คน ลดลงร้อยละ 7.37 แม้สร้างรายได้สูงถึง 14,846 ล้านบาท ขณะที่ตลาดอินเดีย สิงคโปร์ และสหรัฐต่างเผชิญปัจจัยกดดันจากสภาพเศรษฐกิจ ต้นทุนการเดินทาง และการแข่งขันจากประเทศปลายทางอื่น

เมื่อพิจารณาตามภูมิภาค นักท่องเที่ยวจากเอเชียและแปซิฟิกมีจำนวนเกือบ 1.4 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 75.91 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด แต่ลดลงร้อยละ 8.68 ขณะที่นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางลดลงถึงร้อยละ 27.05

บริบทนี้ทำให้การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมีความสำคัญมากขึ้น เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ง่าย จังหวัดหนึ่งอาจมีโรงแรม ร้านกาแฟ หรือแหล่งถ่ายภาพคล้ายจังหวัดอื่น แต่เรื่องราวของศาลากลางหลังแรก ภาพเมืองในอดีต และความทรงจำของคนเชียงรายเป็นทุนเฉพาะพื้นที่

ความสำเร็จไม่ได้วัดจากการปรับปรุงอาคารเสร็จเพียงอย่างเดียว

โครงการพิพิธภัณฑ์จำนวนไม่น้อยประสบปัญหาหลังเปิดให้บริการ แม้ตัวอาคารได้รับการปรับปรุงอย่างสวยงาม แต่เนื้อหาจัดแสดงไม่เปลี่ยนแปลง ผู้ชมเข้าถึงยาก ไม่มีระบบกิจกรรมต่อเนื่อง และไม่สามารถสร้างเหตุผลให้ผู้มาเยือนกลับมาอีกครั้ง

ความสำเร็จของพิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮายจึงควรวัดจากหลายด้าน ทั้งจำนวนผู้เข้าชม ระยะเวลาที่นักท่องเที่ยวใช้ภายในพื้นที่ จำนวนกิจกรรมทางการศึกษา รายได้ที่กระจายสู่ชุมชน และความสามารถในการดึงคนรุ่นใหม่เข้ามามีส่วนร่วม

เนื้อหาจัดแสดงควรออกแบบให้คนเชียงรายรู้สึกว่าเรื่องราวของตนมีพื้นที่อยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นชุมชนดั้งเดิม กลุ่มชาติพันธุ์ ศิลปิน ช่างฝีมือ ครู นักเรียน ผู้ประกอบการ หรือประชาชนที่ผ่านเหตุการณ์สำคัญของจังหวัด

พิพิธภัณฑ์ยังควรมีฐานข้อมูลดิจิทัลสำหรับเก็บภาพเก่า เอกสาร และคำบอกเล่า เพื่อป้องกันความทรงจำสูญหายตามกาลเวลา ประชาชนอาจมีภาพถ่ายครอบครัว ภาพย่านการค้า ภาพแม่น้ำ หรือภาพงานประเพณีที่ไม่เคยถูกบันทึกไว้ในคลังของรัฐ การเปิดพื้นที่ให้ชุมชนร่วมบริจาคหรือให้ยืมข้อมูลจะช่วยทำให้พิพิธภัณฑ์มีชีวิตและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ด้านการท่องเที่ยว ควรพัฒนาเส้นทางเชื่อมพิพิธภัณฑ์กับแหล่งอื่นในตัวเมือง จัดทำป้ายข้อมูลหลายภาษา เชื่อมระบบขนส่งสาธารณะ และส่งเสริมกิจกรรมเดินเมือง เพื่อให้ผู้มาเยือนไม่ได้ชมพิพิธภัณฑ์แล้วเดินทางออกจากพื้นที่ทันที

เวที 250 คนร่วมกำหนดทิศทาง 4 จังหวัดในระยะ 10 ปี

สองวันหลังจากการลงพื้นที่ติดตามโครงการพิพิธภัณฑ์ กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นต่อร่างวัตถุประสงค์และทิศทางการพัฒนาในอนาคตของกลุ่มจังหวัด ระหว่างปี 2571 ถึง 2580 พร้อมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดระหว่างปี 2571 ถึง 2575

การประชุมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ที่โรงแรมโพธิ์วดล รีสอร์ท แอนด์ สปา ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย โดยมีนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในฐานะหัวหน้ากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 เป็นประธาน

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ประกอบด้วยเชียงราย พะเยา แพร่ และน่าน ทั้ง 4 จังหวัดมีจุดร่วมด้านประวัติศาสตร์ล้านนา วัฒนธรรม ภูมิประเทศ และโครงสร้างเศรษฐกิจที่พึ่งพาการเกษตร การท่องเที่ยว และการค้าระดับพื้นที่ แต่แต่ละจังหวัดก็มีความแตกต่างด้านชายแดน การคมนาคม ฐานทรัพยากร และศักยภาพของเมือง

การวางแผนระยะ 10 ปีจึงต้องก้าวข้ามการรวมโครงการของแต่ละจังหวัดเข้าด้วยกัน แล้วเรียกว่าแผนกลุ่มจังหวัด แต่ต้องกำหนดให้ชัดว่า 4 จังหวัดจะเชื่อมโยงกันอย่างไร จังหวัดใดรับบทบาทด้านใด และประชาชนจะได้รับประโยชน์ร่วมกันอย่างไร

แผนใหม่ต้องตอบการเปลี่ยนแปลงที่เร็วกว่าเอกสารราชการ

นายเจิดศักดิ์ เปลี่ยนแปลงศรี ผู้อำนวยการกลุ่มงานบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการประชุม โดยเปิดโอกาสให้ผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม สถาบันการศึกษา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากทั้ง 4 จังหวัดเข้าร่วมเสนอความคิดเห็น

ภายในงานมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 250 คน พร้อมการบรรยายพิเศษเรื่องการจัดทำวัตถุประสงค์และทิศทางการพัฒนาในอนาคตของกลุ่มจังหวัด รวมถึงการวิเคราะห์สถานการณ์และบริบทที่มีผลต่อการพัฒนา โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พนม วิญญายอง อาจารย์สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

แผนพัฒนาถูกจัดทำภายใต้กรอบพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ พ.ศ. 2565 โดยมุ่งให้การพัฒนาสอดคล้องกับศักยภาพและปัญหาของพื้นที่ ไม่ใช่ใช้แนวทางเดียวกันกับทุกจังหวัด

โจทย์ที่ต้องนำมาพิจารณามีตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ น้ำท่วม หมอกควันและไฟป่า สังคมสูงวัย การลดลงของประชากรวัยทำงาน ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ไปจนถึงการเปลี่ยนพฤติกรรมนักท่องเที่ยว

ด้านการท่องเที่ยว นักเดินทางรุ่นใหม่ไม่ได้มองหาเพียงสถานที่สวยงาม แต่ต้องการประสบการณ์เฉพาะพื้นที่ เรื่องราวที่มีความหมาย อาหารท้องถิ่น กิจกรรมร่วมกับชุมชน และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม พิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้จึงต้องปรับบทบาทจากสถานที่เก็บของเก่า ไปสู่พื้นที่สร้างประสบการณ์และเชื่อมผู้คนกับเมือง

เชื่อมเชียงราย พะเยา แพร่ และน่านผ่านทุนวัฒนธรรม

ทั้ง 4 จังหวัดมีทรัพยากรทางวัฒนธรรมจำนวนมาก แต่การเชื่อมโยงเพื่อสร้างเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกันยังมีพื้นที่ให้พัฒนา

เชียงรายมีจุดแข็งด้านศิลปะร่วมสมัย เมืองชายแดน การค้าระหว่างประเทศ และแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศ พะเยามีทุนจากกว๊านพะเยา เมืองเก่า วิถีชุมชน และพื้นที่เกษตร แพร่มีมรดกสถาปัตยกรรมไม้สัก ประวัติศาสตร์การค้าไม้ และงานหัตถกรรม ส่วนน่านมีเมืองเก่า วัด ศิลปกรรม และภูมิทัศน์ทางวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง

หากวางยุทธศาสตร์ร่วมกัน นักท่องเที่ยวอาจเดินทางเป็นเส้นทางต่อเนื่องจากเชียงรายสู่พะเยา แพร่ และน่าน แทนการเดินทางเพียงจังหวัดเดียว การเชื่อมเส้นทางเช่นนี้ช่วยเพิ่มจำนวนคืนพัก กระจายรายได้ และลดการกระจุกตัวในจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง

พิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮายสามารถเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นของเส้นทางเรียนรู้ล้านนาตะวันออก เชื่อมเรื่องราวเมืองกับพิพิธภัณฑ์ ชุมชนเก่า และแหล่งวัฒนธรรมในอีกสามจังหวัด

อย่างไรก็ตาม การเชื่อมโยงต้องอาศัยมากกว่าการประชาสัมพันธ์ร่วมกัน ต้องมีระบบขนส่ง ตารางกิจกรรม มาตรฐานข้อมูล ป้ายสื่อความหมาย และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ทำให้นักท่องเที่ยววางแผนการเดินทางข้ามจังหวัดได้สะดวก

เสียงจากเวทีต้องถูกเปลี่ยนเป็นโครงการที่ตรวจสอบได้

ความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมกว่า 250 คนจะถูกรวบรวมไปปรับปรุงร่างวัตถุประสงค์ ทิศทางการพัฒนา และแผนพัฒนากลุ่มจังหวัดให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น

ความท้าทายอยู่ที่การทำให้ข้อเสนอจากเวทีรับฟังความคิดเห็นไม่หยุดอยู่ในรายงานการประชุม แต่ต้องถูกแปลงเป็นโครงการ งบประมาณ ผู้รับผิดชอบ และตัวชี้วัดที่ประชาชนติดตามได้

แผนการท่องเที่ยวควรระบุให้ชัดว่า ต้องการเพิ่มรายได้ต่อหัว เพิ่มจำนวนคืนพัก กระจายรายได้สู่พื้นที่รอง หรือเพิ่มการจ้างงานในชุมชนเท่าใด การอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ควรมีตัวชี้วัดทั้งด้านสภาพอาคาร จำนวนผู้เข้าชม การมีส่วนร่วมของชุมชน และผลทางเศรษฐกิจ

สำหรับพิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮาย หน่วยงานควรเปิดเผยความคืบหน้าตามระยะอย่างต่อเนื่อง ทั้งขอบเขตงาน งบประมาณ ปัญหาอุปสรรค กำหนดเปิดให้บริการ และแนวทางบริหารหลังโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ

การมีข้อมูลสาธารณะจะช่วยให้ประชาชนเข้าใจว่าเหตุใดบางขั้นตอนต้องใช้เวลา และยังเปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ สถาปัตยกรรม และการท่องเที่ยวเข้ามาช่วยตรวจสอบหรือเสนอแนวทางเพิ่มเติม

อนุรักษ์อดีตเพื่อสร้างโอกาสในอนาคต

ท่ามกลางตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงเกือบร้อยละ 10 ในเดือนมิถุนายน 2569 จังหวัดท่องเที่ยวจำเป็นต้องแข่งขันด้วยคุณภาพของประสบการณ์มากกว่าการรอให้จำนวนนักเดินทางฟื้นตัวเอง

การปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ภาพเจียงฮายจึงเป็นมากกว่าการรักษาศาลากลางหลังแรก หากดำเนินการอย่างมีคุณภาพ โครงการนี้สามารถเป็นพื้นที่เรียนรู้สำหรับเด็กและเยาวชน เป็นคลังความทรงจำของคนเชียงราย เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยว และเป็นศูนย์กลางเชื่อมกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเมืองเก่า

ขณะเดียวกัน แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน 2 ในระยะ 10 ปีจะเป็นตัวกำหนดว่าเชียงราย พะเยา แพร่ และน่านจะร่วมมือกันสร้างอนาคตอย่างไร ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และการแข่งขันด้านการท่องเที่ยว

บททดสอบต่อจากนี้ไม่ได้อยู่ที่จำนวนคนเข้าร่วมประชุม หรือจำนวนครั้งที่มีคณะลงพื้นที่ตรวจติดตาม แต่อยู่ที่การเปลี่ยนแผนงานให้เป็นผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้จริง

เมื่อพิพิธภัณฑ์เปิดประตูอีกครั้ง อาคารเก่าหลังนี้ควรทำหน้าที่มากกว่าพาผู้คนย้อนกลับไปดูเชียงรายในอดีต แต่ต้องช่วยให้คนเชียงรายมองเห็นว่า ทุนทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสามารถนำพาเมืองไปสู่อนาคตที่มั่นคงได้อย่างไร

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :