สำนักงานจัดหางานเชียงรายรับเรื่องร้องทุกข์แรงงาน 30 ราย ถูกนายหน้าเก๊หลอกเก็บค่าวีซ่าและเงินมัดจำหนี

[Sassy_Social_Share]

Summary

เตือนภัยแรงงาน มิจฉาชีพอ้างจัดหางานต่างประเทศ หลอกเก็บค่าวีซ่าและค่ามัดจำ

เชียงราย,12 พฤษภาคม 2569 – เช้าวันจันทร์ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงรายบรรยากาศไม่เหมือนวันทำงานปกติ เก้าอี้แถวหน้าห้องรับเรื่องเต็มไปด้วยชายหญิงวัยหนุ่มสาวประมาณ 30 คน บางคนถือแฟ้มเอกสารพลาสติกใส บางคนกำโทรศัพท์มือถือแน่น พวกเขามาจากหลายอำเภอทั้งแม่ฟ้าหลวง แม่สรวย เมืองเชียงราย และเวียงชัย จุดร่วมเดียวที่ทำให้ทุกคนมาอยู่ที่นี่คือความหวังว่าจะได้ไปทำงานต่างประเทศที่กลายเป็นความสูญเสีย

น.ส.อังศุวีร์ มณีณัฐกุล นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ และนายชินกร สถิติเลิศพิภัทร์ นักวิชาการแรงงาน สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย รับฟังเรื่องราวทีละคนด้วยความตั้งใจ ทุกเสียงเล่าคล้ายกันอย่างน่าตกใจ มีชายอายุ 24 ปีชื่อเล่นว่ากรติดต่อเข้ามา บอกว่าสามารถพาไปทำงานที่อิสราเอลและโปรตุเกสได้ งานเกษตร งานโรงงาน งานบริการ รายได้ดี สัญญาจ้างยาว 5 ปี 3 เดือน มีที่พัก มีอาหาร

เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่การชักชวนธรรมดา แต่เป็นรูปแบบการหลอกลวงที่กำลังระบาดในภาคเหนือและกำลังสร้างความเสียหายให้ครอบครัวแรงงานจำนวนมาก

เสียงร้องทุกข์ที่สำนักงานแรงงานเชียงราย

ผู้ร้องทุกข์ส่วนใหญ่เล่าว่าการติดต่อเริ่มต้นตั้งแต่ต้นปี 2569 บางคนเจอกันในงานเลี้ยงปีใหม่ของหมู่บ้าน บางคนเห็นโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กจัดหางานเชียงราย บางคนได้รับการแนะนำจากญาติที่บอกว่าเพื่อนของเพื่อนเคยไปได้จริง

เมื่อทักไปหานายกร จะได้รับคำตอบอย่างรวดเร็วผ่านไลน์ มีการส่งรูปภาพหนังสือเดินทางตัวอย่าง ใบวีซ่า สัญญาจ้างภาษาอังกฤษที่ดูเป็นทางการ และคลิปวิดีโอคนไทยที่อ้างว่าทำงานอยู่ในฟาร์มที่อิสราเอล ทุกอย่างถูกจัดวางให้ดูน่าเชื่อถือ

จากนั้นขั้นตอนการเรียกเก็บเงินก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นระบบ

ชายอายุ 24 ปีกับคำสัญญางานในอิสราเอลและโปรตุเกส

นายกรบอกกับผู้เสียหายว่าเขาทำงานร่วมกับบริษัทจัดหางานที่มีโควตาพิเศษสำหรับแรงงานไทย ไม่ต้องรอคิวกรมการจัดหางาน ไม่ต้องสอบภาษา เพียงส่งเอกสารและโอนเงินตามขั้นตอน

รายการค่าใช้จ่ายที่ผู้เสียหายถูกเรียกเก็บมีหลายระดับ เริ่มจากค่าทำวีซ่า 9,800 บาท ค่าตรวจสุขภาพประมาณ 4,550 ถึง 4,650 บาท เงินมัดจำเพื่อจองโควตา 5,000 บาท และที่หนักที่สุดคือค่าใบสมัครหรือค่าดำเนินการ 25,000 บาท บางรายถูกขอเพิ่มค่าดำเนินการเร่งด่วน ค่าตั๋วเครื่องบินสำรอง รวมแล้วความเสียหายต่อคนอยู่ระหว่าง 5,000 บาทไปจนถึง 83,000 บาท

ผู้เสียหายคนหนึ่งจากอำเภอแม่ฟ้าหลวงเล่าว่าเธอขายสร้อยทองของแม่เพื่อนำเงินมาจ่าย เพราะเชื่อว่าจะได้เงินเดือนเดือนละกว่าเจ็ดหมื่นบาทที่อิสราเอล อีกคนจากอำเภอแม่สรวยกู้เงินจากกองทุนหมู่บ้านมาจ่ายค่ามัดจำ เพราะอยากปลดหนี้ให้ครอบครัว

เมื่อถึงกำหนดเดินทางที่แจ้งไว้คือปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม ทุกอย่างกลับเงียบหาย นายกรไม่รับสาย ข้อความไลน์ถูกอ่านแต่ไม่ตอบ

วิธีหลอกลวงผ่านไลน์และเฟซบุ๊ก

รูปแบบที่เจ้าหน้าที่พบคือการใช้ความไว้ใจในชุมชนเป็นเครื่องมือ นายกรไม่ได้โฆษณาแบบเปิดเผย แต่ใช้วิธีบอกต่อแบบปากต่อปาก สร้างสตอรี่ว่าเคยส่งคนไปได้แล้วหลายรุ่น มีการสร้างกลุ่มไลน์ชื่อทีมงานอิสราเอลโปรตุเกส มีการส่งรูปพาสปอร์ตที่ประทับตราวีซ่าปลอม

เมื่อผู้เสียหายเริ่มทวงถามเงินคืน นายกรเปลี่ยนท่าทีจากอ่อนหวานเป็นการข่มขู่ ส่งข้อความกลับมาว่าหากอยากได้เงินคืนให้ไปใช้สิทธิตามกฎหมายเอาเอง พร้อมบล็อกไลน์บางราย

น.ส.อังศุวีร์ระบุว่าพฤติกรรมลักษณะนี้เข้าข่ายหลอกลวงคนหางานอย่างชัดเจน เพราะไม่มีการพาไปตรวจร่างกายที่สถานพยาบาลที่กรมการจัดหางานรับรอง ไม่มีการยื่นขออนุญาตเดินทางผ่านระบบของรัฐ และไม่มีการออกใบเสร็จรับเงินในนามบริษัทจัดหางานที่ถูกต้อง

การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่จัดหางาน

หลังรับเรื่องในวันที่ 12 พฤษภาคม เจ้าหน้าที่ได้ขอให้ผู้เสียหายนำหลักฐานทั้งหมดมามอบภายใน 1 ถึง 2 วัน ประกอบด้วยสลิปโอนเงิน แชตไลน์ หนังสือเดินทาง และเอกสารที่อ้างว่าเป็นสัญญาจ้าง

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าบริษัทที่นายกรอ้างถึงไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน แต่กลับมีชื่อคล้ายบริษัทนำเที่ยวที่จดทะเบียนเพื่อพาคนไปท่องเที่ยว ไม่ใช่เพื่อจัดส่งแรงงาน

ปัจจุบันทั่วประเทศไทยมีบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้จัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศเพียง 114 แห่ง และในจังหวัดเชียงรายมีเพียง 7 แห่งเท่านั้น ตัวเลขนี้เป็นข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ใช้ย้ำเตือนประชาชนเสมอว่าต้องตรวจสอบก่อนโอนเงิน

นายชินกรอธิบายเพิ่มเติมว่าการไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกต้องตามกฎหมายมีเพียงไม่กี่ช่องทางหลักคือ หนึ่ง เดินทางด้วยตนเองโดยมีนายจ้างต่างประเทศติดต่อมาโดยตรง สอง ใช้บริการบริษัทจัดหางานที่ขึ้นทะเบียน และสาม ใช้บริการของรัฐผ่านกรมการจัดหางานซึ่งไม่เรียกเก็บค่าบริการยกเว้นค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าธรรมเนียมทำพาสปอร์ต ค่าวีซ่า ค่าตรวจโรค ค่าทดสอบฝีมือ และค่าตรวจประวัติอาชญากร

กฎหมายที่เกี่ยวข้องและโทษหนัก

เจ้าหน้าที่เตรียมพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความตามสถานีตำรวจในพื้นที่ที่เกิดเหตุโอนเงิน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสถานีตำรวจภูธรแม่ฟ้าหลวงและแม่สรวย

ความผิดในกรณีนี้เข้าข่ายตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2528 มาตรา 30 ประกอบมาตรา 82 ฐานหลอกลวงคนหางานให้ไปทำงานต่างประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 60,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ยังมีความผิดตามมาตรา 62 ประกอบมาตรา 88 เกี่ยวกับการโฆษณาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 91 ซึ่งกำหนดโทษในลักษณะเดียวกันสำหรับการหลอกลวงซ้ำซ้อน

โทษเหล่านี้ไม่ได้มีไว้เพื่อข่มขู่ แต่เพื่อปกป้องแรงงานที่มักเป็นกลุ่มเปราะบางที่สุดในระบบเศรษฐกิจ

ภาพใหญ่ของปัญหาแรงงานไทยอยากไปต่างประเทศ

เหตุผลที่คนหนุ่มสาวเชียงรายยอมจ่ายเงินหลายหมื่นบาทแม้ไม่มีหลักประกัน มาจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจในพื้นที่ รายได้ภาคเกษตรไม่แน่นอน ค่าครองชีพสูงขึ้น และภาพความสำเร็จของคนที่เคยไปทำงานอิสราเอลแล้วส่งเงินกลับมาสร้างบ้าน

ข้อมูลจากกรมการจัดหางานชี้ว่าแรงงานไทยที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกกฎหมายในปีงบประมาณที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เลือกไปไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอิสราเอล โดยอิสราเอลยังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมสำหรับงานเกษตรเพราะรายได้เฉลี่ยสูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำในไทยหลายเท่า

ความต้องการที่สูงนี้เองที่เปิดช่องให้มิจฉาชีพเข้ามาแสวงหาประโยชน์ โดยเฉพาะในช่วงหลังสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางคลี่คลายลง ทำให้หลายคนเชื่อว่าการเปิดรับแรงงานจะกลับมา

กรณีที่เชียงรายคล้ายกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นที่จังหวัดลำปางและพะเยาเมื่อปีก่อน ซึ่งมีผู้เสียหายรวมกว่า 50 คนถูกหลอกว่าจะพาไปทำงานที่โปรตุเกสในสวนผลไม้ สุดท้ายพบว่าเป็นบริษัทที่ไม่มีอยู่จริง

วิธีตรวจสอบก่อนตัดสินใจโอนเงิน

เจ้าหน้าที่ฝากข้อสังเกตสำคัญสำหรับคนที่กำลังมองหางานต่างประเทศ

หนึ่ง ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาตได้ที่เว็บไซต์กรมการจัดหางานหรือสอบถามที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดโดยตรง อย่าเชื่อเพียงเพจเฟซบุ๊กหรือไลน์ส่วนตัว

สอง บริษัทที่ถูกกฎหมายจะไม่เรียกเก็บเงินมัดจำก่อนได้งาน และจะออกใบเสร็จรับเงินทุกครั้ง หากมีการเรียกเก็บค่าดำเนินการเกิน 25,000 บาทโดยไม่มีสัญญาชัดเจน ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน

สาม การตรวจสุขภาพเพื่อไปทำงานต่างประเทศต้องทำที่โรงพยาบาลที่กรมการจัดหางานกำหนดเท่านั้น ไม่ใช่คลินิกทั่วไป และต้องมีใบนัดหมายเป็นทางการ

สี่ อย่าส่งหนังสือเดินทางตัวจริงให้ใครผ่านไปรษณีย์หรือแมสเซนเจอร์ หากบริษัทต้องการใช้พาสปอร์ตเพื่อทำวีซ่า ต้องให้ผู้สมัครไปยื่นด้วยตนเองที่ศูนย์ยื่นวีซ่า

น.ส.อังศุวีร์ย้ำในตอนท้ายของการรับเรื่องว่าเจ้าหน้าที่ยินดีให้บริการตรวจสอบข้อมูลฟรีทั้งทางออนไลน์ ทางโทรศัพท์ หรือเดินทางมาที่สำนักงาน ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น การป้องกันการถูกหลอกเริ่มต้นจากการถามเพียงหนึ่งคำถามคือบริษัทนี้อยู่ใน 114 รายชื่อหรือไม่

สำหรับผู้เสียหายทั้ง 30 คนในเชียงราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมเอกสารเพื่อส่งต่อให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีอาญา พร้อมประสานกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศเพื่อขึ้นบัญชีเฝ้าระวังชื่อของนายกรและเครือข่ายที่อาจเกี่ยวข้อง

เรื่องราวที่เริ่มต้นจากความหวังว่าจะได้ไปทำงานที่อิสราเอลและโปรตุเกส จบลงที่ห้องรับเรื่องของสำนักงานจัดหางานพร้อมกับบทเรียนราคาแพง แต่หากเรื่องนี้ทำให้คนอื่นๆ หยุดโอนเงินและหันมาตรวจสอบก่อน ความสูญเสียของพวกเขาอาจกลายเป็นเกราะป้องกันให้กับแรงงานรุ่นต่อไป





สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

[Sassy_Social_Share]
 NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News

MOST POPULAR
FOLLOW ME


Facebook


Youtube


Tiktok


X-twitter


Weibo


Instagram


Line

EDITORIAL

May 5, 2026


เชียงรายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ต้นทุนทองของครีเอเตอร์ยุคใหม่ สร้างจุดเด่นที่ลอกเลียนไม่ได้ด้วยวัฒนธรรม




April 20, 2026


สะท้อนเสียงจากดอย “กาแฟแต่ละแก้วมีต้นทุนเป็นสุขภาพคนปลูก” ท่ามกลางวิกฤต PM 2.5




April 18, 2026


เชียงรายต้องเป็นมากกว่าเมืองสวย! ชูแกน “อาหาร-กาแฟ-การเชื่อมต่อ” มัดใจครัวเรือนเดี่ยวและคนทำงานพักใจ




April 8, 2026


ทางรอดธุรกิจเชียงรายยุคของแพง เน้นการสื่อสารข้อมูลจริงและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจลดการพึ่งพาน้ำมัน




April 1, 2026


เจาะลึกรถโดยสาร EV อบจ.เชียงราย ยกระดับเมืองท่องเที่ยวพลังงานสะอาด



NEWS UPDATE