เชียงรายผงาดแชมป์วงเงินจัดซื้อจัดจ้างภาคเหนือ 1,253 ล้านบาท จับตาสภาเคาะงบปี 70 ก่อนเริ่มใช้ 1 ต.ค.
- การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 17 จังหวัดภาคเหนือประจำสัปดาห์ มีโครงการรวม 1,055 โครงการ วงเงิน 6,914.12 ล้านบาท
- เชียงรายครองแชมป์วงเงินสูงสุด 1,253.51 ล้านบาท จาก 110 โครงการ คิดเป็น 18.13% ของทั้งภาค
- โครงการเด่นคือการก่อสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ด้านโรคติดต่อ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง วงเงิน 450 ล้านบาท
- ข้อมูล 20 ปีชี้เชียงรายมีบ้านเติบโต 41.01% ประชากรโต 5.66% สอดรับงบลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มขึ้น
- กมธ.งบปี 2570 เตรียมเสนอรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาวาระ 2-3 ก่อนบังคับใช้จริง 1 ตุลาคม 2569
เชียงรายผงาดแชมป์วงเงินจัดซื้อจัดจ้างภาคเหนือ 1,253 ล้านบาท จับตาสภาเคาะงบปี 70 ก่อนเริ่มใช้จริง 1 ตุลาคม
เชียงราย,23 สิงหาคม 2569 – ข้อมูลการประกาศจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐประจำสัปดาห์วันที่ 16-22 สิงหาคม 2569 สะท้อนภาพที่น่าสนใจของจังหวัดเชียงราย เมื่อกลุ่มจังหวัดภาคเหนือ 17 จังหวัดมีการประกาศโครงการใหม่รวม 1,055 โครงการ วงเงินรวม 6,914,122,611.82 บาท หรือประมาณ 6,914.12 ล้านบาท และแม้เชียงรายจะไม่ใช่จังหวัดที่มีจำนวนโครงการมากที่สุด แต่กลับเป็นจังหวัดที่ได้รับงบประมาณรวมสูงที่สุดในภาคเหนือทั้งหมด
เชียงรายแชมป์วงเงิน เชียงใหม่แชมป์จำนวนโครงการ
ตามข้อมูลสรุปรายจังหวัดของภาคเหนือ เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีการประกาศจัดซื้อจัดจ้างมากที่สุดด้วยจำนวน 211 โครงการ คิดเป็นสัดส่วน 14.20 เปอร์เซ็นต์ของภาค วงเงินรวม 981.60 ล้านบาท เฉลี่ยโครงการละ 4.65 ล้านบาท ขณะที่เชียงรายมีจำนวนโครงการรองลงมาที่ 110 โครงการ แต่กลับมีวงเงินรวมสูงถึง 1,253.51 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถึง 18.13 เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งภาค สูงที่สุดในบรรดา 17 จังหวัดภาคเหนือ และมีวงเงินเฉลี่ยต่อโครงการอยู่ที่ 11.40 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของเชียงใหม่กว่าสองเท่า สะท้อนว่าโครงการในเชียงรายส่วนใหญ่เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนต่อชิ้นสูงกว่าจังหวัดอื่น

โครงการเรือธงที่ดันเชียงรายขึ้นแท่นอันดับ 1
แรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เชียงรายครองอันดับ 1 ด้านวงเงินมาจากโครงการก่อสร้างอาคารศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคติดต่อแห่งอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง วงเงิน 450,000,000 บาท ซึ่งเป็นโครงการที่มีวงเงินสูงสุดในภาคเหนือทั้งหมด สูงกว่าโครงการอันดับ 2 อย่างการก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่งและระบบไฟฟ้าสนามบินระยะที่ 1 ท่าอากาศยานแพร่ ของกรมท่าอากาศยาน วงเงิน 400,000,000 บาท เมื่อพิจารณาในภาพรวม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมีโครงการในสัปดาห์นี้รวม 16 โครงการ วงเงินรวม 512.25 ล้านบาท ทำให้ติดอันดับ 3 ของหน่วยงานที่ใช้งบประมาณสูงสุดในภาคเหนือ รองจากกรมท่าอากาศยาน 775.00 ล้านบาท และกรมโยธาธิการและผังเมือง 740.00 ล้านบาท
เมื่อเทียบภาพในระดับภูมิภาค การลงทุนของภาครัฐในสัปดาห์นี้กระจุกตัวอยู่ที่โครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม การแพทย์ และการศึกษาเป็นหลัก โดยแม่ฮ่องสอนแม้จะมีเพียง 11 โครงการ แต่มีมูลค่าเฉลี่ยต่อโครงการสูงถึง 19.94 ล้านบาท สูงที่สุดในภาคเหนือ เนื่องจากมีโครงการพัฒนาท่าอากาศยานวงเงินสูง เช่น การปรับปรุงกายภาพพื้นที่ปลอดภัยรอบทางวิ่งท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน วงเงิน 190,000,000 บาท

อีกด้านหนึ่ง บ้านและประชากรเชียงรายเติบโตแค่ไหนในรอบ 20 ปี
ขณะที่ตัวเลขงบลงทุนของภาครัฐชี้ให้เห็นการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานในเชียงราย ข้อมูลจากสำนักงานบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ซึ่งเปรียบเทียบข้อมูลช่วงกรกฎาคม 2549 ถึงกรกฎาคม 2569 กลับให้ภาพอีกมุมหนึ่ง โดยเชียงรายมีอัตราการเติบโตของจำนวนบ้านอยู่ที่ 41.01 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในอันดับ 11 จาก 15 จังหวัดกลุ่ม BIG 5 ของภาคเหนือ อีสาน และใต้ ส่วนอัตราการเติบโตของประชากรอยู่ที่ 5.66 เปอร์เซ็นต์ อยู่ในอันดับ 6
เมื่อเทียบกับจังหวัดอันดับต้นของตาราง ภูเก็ตครองอันดับ 1 ทั้งสองด้านด้วยอัตราการเติบโตของบ้านสูงถึง 132.35 เปอร์เซ็นต์ และประชากรเติบโต 46.15 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยกระบี่ที่บ้านเติบโต 77.43 เปอร์เซ็นต์ ประชากรเติบโต 21.30 เปอร์เซ็นต์ และสุราษฎร์ธานีที่บ้านเติบโต 67.52 เปอร์เซ็นต์ ประชากรเติบโต 12.59 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเชียงใหม่ซึ่งเป็นจังหวัดเพื่อนบ้านทางภาคเหนือ มีอัตราเติบโตของบ้าน 52.82 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 5 และประชากรเติบโต 8.67 เปอร์เซ็นต์ อันดับ 5 เช่นกัน สูงกว่าเชียงรายทั้งสองด้าน ขณะที่ลำปางซึ่งอยู่ใกล้เชียงรายกลับเผชิญสถานการณ์ตรงข้าม ประชากรลดลงรุนแรงที่สุดในกลุ่มถึง -10.38 เปอร์เซ็นต์ แม้จำนวนบ้านจะเพิ่มขึ้น 22.13 เปอร์เซ็นต์ก็ตาม
ตัวเลขทั้งสองชุดเมื่อนำมาวางเทียบกัน แสดงให้เห็นว่าเชียงรายกำลังได้รับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่จากภาครัฐในระดับสูงสุดของภาคเหนือ ไปพร้อมกับอัตราการเติบโตของประชากรและที่อยู่อาศัยที่อยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับจังหวัดท่องเที่ยวหลักของประเทศ
บริบทงบประมาณระดับประเทศที่กำหนดจังหวะการใช้เงิน
โครงการต่างๆ ที่ประกาศในระดับจังหวัดเหล่านี้ ล้วนอยู่ภายใต้กรอบงบประมาณแผ่นดินที่กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยเมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 21 สิงหาคม 2569 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 แถลงว่า คณะกรรมาธิการได้พิจารณาปรับลดงบประมาณจากอนุกรรมาธิการ 7 คณะ รวมยอด 1.1 หมื่นล้านบาท และมีมติแปรเพิ่มงบประมาณเท่ากับยอดที่ปรับลดให้กับหน่วยงาน 9 รายการ ประกอบด้วยงบกลางสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉิน 6,044 ล้านบาท กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม 4,000 ล้านบาท กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง 35 รายการ 500 ล้านบาท สำนักงานอัยการสูงสุด 247 ล้านบาท กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช 148 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษาเป็นค่าวัสดุการศึกษา 96 ล้านบาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติในโครงการจัดการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร 96 ล้านบาท สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร 24 ล้านบาท และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจเพื่อสังคม 4.2 ล้านบาท
นายกรวีร์กล่าวเพิ่มเติมว่า กรณีที่กมธ.ปรับลดงบประมาณของกรมควบคุมมลพิษจำนวน 3,000 ล้านบาท ซึ่งเดิมตั้งไว้เพื่อชดใช้คดีคลองด่านในงวดที่สอง เนื่องจากคดียังอยู่ระหว่างการฟ้องอายัดสิทธิเรียกร้องและยังไม่ถึงที่สุด งบประมาณส่วนนี้จึงถูกปรับลดและนำกลับไปไว้ที่งบกลาง โดยกันไว้สำหรับกรณีที่กรมควบคุมมลพิษต้องจ่ายตามคำสั่งศาลเมื่อคดีสิ้นสุดแล้ว ส่วนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาในปีงบประมาณ 2570 กมธ. ได้เพิ่มงบประมาณให้เป็น 9,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัวเมื่อเทียบกับปี 2568 โดยข้อมูลจากกองทุนระบุว่ามียอดเงินที่ครบกำหนดชำระ 2.2 แสนล้านบาท และมียอดเงินคงค้างชำระสะสม 1.1 แสนล้านบาท
นายกรวีร์ระบุว่า วันที่ 27-28 สิงหาคมนี้ กมธ. จะสรุปรายมาตราและทำรายงานเสนอประธานสภาเพื่อบรรจุวาระพิจารณาวาระสองและวาระสามในวันที่ 7-9 กันยายน ซึ่งเป็นไปตามกรอบเวลาที่จะทำให้สามารถเริ่มใช้งบประมาณปี 2570 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้ ส่วนงบกลางเพื่อรองรับวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงานจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท ที่มีข้อสังเกตว่าอาจซ้ำซ้อนกับพระราชกำหนดกู้เงินในส่วนของแผนการเปลี่ยนผ่านพลังงาน กมธ. จะพิจารณารายละเอียดในสัปดาห์หน้าเพื่อให้ได้ข้อสรุป
เมื่อโครงการระดับจังหวัดเชื่อมกับกรอบงบประมาณระดับชาติ
ภาพรวมของสัปดาห์นี้จึงแสดงให้เห็นสองมิติที่เชื่อมโยงกัน ด้านหนึ่งคือเชียงรายกำลังได้รับการจัดสรรงบลงทุนจากภาครัฐในระดับสูงสุดของภาคเหนือผ่านโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านการแพทย์และการศึกษา อีกด้านหนึ่งคือกรอบงบประมาณแผ่นดินปี 2570 ที่จะกำหนดว่าโครงการเหล่านี้และโครงการอื่นทั่วประเทศจะเดินหน้าได้ตามแผนหรือไม่ โดยประชาชนสามารถติดตามความคืบหน้าของแต่ละโครงการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบ e-GP ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่อาจสรุปหรือกล่าวหาความไม่ชอบมาพากลจากข้อมูลดังกล่าวเพียงลำพัง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- ระบบจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ (e-GP)
- รัฐสภา