ปิดช่องโหว่ DM Control! นครเชียงรายยกระดับระบบดูแลผู้ป่วย NCDs ผสานดิจิทัล-ชุมชนเข้มแข็งสู้โรคเรื้อรัง

[Sassy_Social_Share]

เทศบาลนครเชียงรายลุกทั้งเมือง คัดกรอง 63 ชุมชน สู้โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ผสาน “ดิจิทัล–ชุมชนเข้มแข็ง” ปูทางสู่เมืองสุขภาพยุคใหม่

เชียงราย, 9 ธันวาคม 2568 – ท่ามกลางภาระโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่ยังเป็น “ตัวการเงียบ” ทำให้คนไทยล้มป่วยและเสียชีวิตในสัดส่วนสูงต่อเนื่อง เทศบาลนครเชียงรายประกาศเดินเกมเชิงรุก เปิดปฏิบัติการคัดกรองสุขภาพครั้งใหญ่ครอบคลุมทั้ง 63 ชุมชนในเขตเทศบาล มุ่งลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดสูง พร้อมยกเครื่องระบบดูแลผู้ป่วยผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล AIDERY Connect และเครือข่ายอสม.ที่เข้มแข็ง หวังยกระดับเมืองสู่ “Digital Health Chiangrai Wellness City” อย่างเป็นรูปธรรม

การขยับตัวในครั้งนี้ไม่ใช่มาตรการเฉพาะกิจ แต่สะท้อนถึงความพยายามเชื่อม “นโยบายระดับชาติ–ยุทธศาสตร์ระดับจังหวัด–การลงมือจริงระดับชุมชน” เข้าด้วยกัน เพื่อปิดช่องว่างสำคัญในระบบ คือการควบคุมโรคเบาหวานที่ยังทำได้ต่ำกว่าที่ควร แม้จังหวัดจะโดดเด่นด้านความดันโลหิตและการจัดการภาวะวิกฤตอย่างโรคหลอดเลือดสมองก็ตาม

ภาระโรคระดับชาติ–แรงกดดันระดับพื้นที่ NCDs ปัญหาเรื้อรังที่มองไม่เห็น

รายงานการวิเคราะห์สถานการณ์โรคไม่ติดต่อเรื้อรังชี้ให้เห็นตรงกันว่า โรคในกลุ่ม NCDs เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหลอดเลือดสมอง เป็นภาระโรคสำคัญของประเทศ ทั้งจากจำนวนผู้ป่วย ค่าใช้จ่ายในการรักษา และผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

ระดับนโยบาย ประเทศไทยกำหนด “แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ พ.ศ. 2566–2570” เป็นกรอบยุทธศาสตร์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ การบูรณาการเครือข่าย Smart NCD Network การสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health Literacy) และการพัฒนาระบบนิเวศ (NCD Ecosystem) ที่เอื้อต่อการลดปัจจัยเสี่ยง ตั้งแต่พฤติกรรมบริโภคเค็ม มัน หวาน การขาดการออกกำลังกาย ไปจนถึงการใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบและบุหรี่ไฟฟ้า

สำหรับจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีทั้งเขตเมืองและชนบทผสมผสานกัน ภาระโรค NCDs สะท้อนผ่านตัวเลขทางระบาดวิทยาที่น่ากังวล โดยเฉพาะในเขตเมืองที่รูปแบบการใช้ชีวิตเร่งรีบ การเดินทาง การบริโภคอาหารสำเร็จรูป และสภาวะแวดล้อมเอื้อต่อการเกิดโรคเรื้อรังมากขึ้น ขณะเดียวกันจังหวัดก็ต้องรับมือกับปัจจัยเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น PM 2.5 ที่กระทบต่อผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งซ้อนทับกับ NCDs อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

นครเชียงรายไม่รอให้ป่วยก่อนรักษา” – คัดกรองเชิงรุก 63 ชุมชนฟรี

จากสถานการณ์ดังกล่าว เทศบาลนครเชียงรายจึงเลือกเดินหน้าด้วยมาตรการเชิงรุกในระดับพื้นที่ นำโดยนายวันชัย จงสุทธามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ร่วมกับคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กองการแพทย์ พร้อมเครือข่ายพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 เชียงราย มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อนำโดยแมลงที่ 1.3 เชียงราย และคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลนครเชียงราย

โครงการคัดกรองลดเสี่ยง NCDs จัดขึ้นครอบคลุมทั้ง 4 เขตบริการ รวม 63 ชุมชน โดยกำหนดพื้นที่จัดกิจกรรมเป็นจุดศูนย์กลาง ได้แก่

ความโดดเด่นของโครงการไม่ได้อยู่เพียงการตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไขมันในเลือดฟรีสำหรับประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปเท่านั้น แต่ยังขยายขอบเขตการดูแลไปถึงมิติสุขภาพอื่น ๆ ที่มักถูกละเลยในโครงการคัดกรองทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น

ภายในงาน ประชาชนยังได้รับความรู้จากวิทยากรและทีมสาธารณสุขที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านโภชนาการ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการเฝ้าระวังอาการเตือนของโรค NCDs ต่าง ๆ จุดมุ่งหมายไม่ใช่เพียง “รู้ผลตรวจ” แต่คือ “รู้เท่าทันโรคและรู้วิธีดูแลตัวเอง” เพื่อให้ข้อมูลที่ได้รับกลับไปต่อยอดในระดับครอบครัวและชุมชน

ภาพใหญ่ของเชียงราย ความสำเร็จ–ช่องโหว่ในสมรภูมิ NCDs

เมื่อมองลึกลงไปในตัวเลขผลลัพธ์ด้านคลินิกของจังหวัดเชียงราย ภาพที่ปรากฏสะท้อน “ทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนในเวลาเดียวกัน”

ในด้านความดันโลหิตสูง (HTN) จังหวัดสามารถควบคุมความดันของผู้ป่วยได้ดีถึง 67.41% แสดงถึงประสิทธิภาพของระบบการรักษา การจัดการยา และการติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ในมิติการจัดการภาวะหลอดเลือดสมอง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงของ NCDs จังหวัดเชียงรายมีร้อยละของผู้ป่วยที่มีอาการไม่เกิน 72 ชั่วโมงและได้รับการรักษาใน Stroke Unit สูงถึง 84.15% สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ที่ไม่น้อยกว่า 80% สะท้อนศักยภาพระบบบริการตติยภูมิที่เข้มแข็ง

อย่างไรก็ตาม เมื่อมองไปที่โรคเบาหวาน ภาพกลับไม่สวยเท่าที่ควร อัตราผู้ป่วยที่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีอยู่ที่ประมาณ 45.75% ต่ำกว่าความดันโลหิตสูงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่อัตราการเข้าสู่ภาวะสงบของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 (Remission) อยู่เพียง 0.27% จากผู้ป่วยทั้งหมดราว 76,000 คน ต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดหวังไว้ที่ 1% อย่างมาก แม้จะมีการตั้ง “NCD Remission Clinic” ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์แล้วก็ตาม

รายงานวิเคราะห์ของจังหวัดชี้ให้เห็นว่า ปัจจัยสำคัญหนึ่งคือ “ข้อจำกัดเชิงระบบ” โดยเฉพาะงบประมาณในการตรวจ HbA1c ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับการประเมินการควบคุมระดับน้ำตาลระยะยาว การตรวจที่ไม่ครอบคลุมทำให้แพทย์ไม่สามารถประเมินภาพรวมและปรับแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังมีปัญหาการบันทึกข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้ตัวเลขผลลัพธ์บางส่วนต่ำกว่าความเป็นจริง และกระทบต่อการตัดสินใจเชิงนโยบาย

น่าสังเกตว่า การประเมินองค์ประกอบการพัฒนาคุณภาพคลินิก NCD ภายในโรงพยาบาล (องค์ประกอบ 1–5) พบว่า “ไม่สัมพันธ์โดยตรงกับผลลัพธ์การควบคุม DM/HTN” ขณะที่องค์ประกอบเดียวที่แสดงความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับการควบคุมระดับน้ำตาลและความดันกลับเป็น “การจัดบริการเชื่อมโยงชุมชน” หรือการออกแบบบริการให้ไปถึงบ้านและชุมชน ผ่านอสม.และเครือข่ายท้องถิ่น

ดิจิทัลไม่ใช่แค่แอปฯ AIDERY Connect – เมื่อหมอ–คนไข้–อสม. เชื่อมถึงกัน

ในสมรภูมิ NCDs ที่ซับซ้อน จังหวัดเชียงรายเลือกใช้นวัตกรรมดิจิทัลเป็น “ตัวเร่ง” ให้ระบบบริการสุขภาพเข้าถึงประชาชนได้จริง แอปพลิเคชัน AIDERY Connect ซึ่งพัฒนาร่วมกับเครือข่ายสุขภาพในจังหวัด ถูกนำมาใช้เป็นแพลตฟอร์มหลักในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงาน

แอปฯ ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วย ทั้งค่าความดันโลหิต ระดับน้ำตาล ข้อมูลอาการและประวัติการรักษา เข้ากับทีมแพทย์และพยาบาล ผู้ป่วยสามารถวัดค่าที่บ้านแล้วส่งเข้าไปในระบบ ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขและแพทย์สามารถติดตามแนวโน้มค่าสุขภาพผ่าน Dashboard กลาง หากพบความผิดปกติ ระบบจะส่งสัญญาณเตือนไปยัง Caregiver เพื่อเร่งประเมินและสั่งการรักษา

การดำเนินงานนำร่องใน 6 อำเภอแรกของจังหวัดแสดงผลลัพธ์ที่ชัดเจน จนเชียงรายได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศด้านนวัตกรรมสุขภาพดิจิทัล และกำลังมีแผนขยายไปครบทั้ง 18 อำเภอ เพื่อผลักดันให้ภาพ “Digital Health Chiangrai Wellness City” ไม่ใช่เพียงคำขวัญแต่เป็นระบบการดูแลจริงในชีวิตประจำวันของผู้ป่วย

ควบคู่กันนั้น โครงการ NCDs@Home และ Telemedicine ก็ทำให้บทบาทของอสม.มีความหมายมากกว่าการเป็นเพียง “ผู้ช่วยแจ้งข่าวสาร” อสม.จำนวนมากได้รับการฝึกอบรมให้ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล สามารถวัดความดัน เจาะเลือดปลายนิ้ว และบันทึกข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ ส่งต่อให้แพทย์และทีมสาธารณสุขประเมิน หากจำเป็นจึงมีการนัดพบแพทย์ผ่านระบบ Telemedicine และจัดส่งยาถึงบ้าน ลดภาระการเดินทางของผู้ป่วย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้สูงอายุ

ข้อมูลล่าสุดสะท้อนพลังของฐานชุมชนอย่างชัดเจน แกนนำสุขภาพมีศักยภาพในการคัดกรอง NCDs สูงถึง 93.70% ขณะที่อสม.เกือบ 100% สามารถใช้ระบบนับคาร์โบไฮเดรตและบันทึกข้อมูลผ่านแอปพลิเคชันได้ การมี “ชุมชนที่อ่านข้อมูลสุขภาพเป็น” ทำให้ยุทธศาสตร์ดิจิทัลไม่หยุดอยู่ที่หน้าจอ แต่ลงรากถึงครัวเรือนจริง ๆ

จากตัวเลขสู่ชีวิตจริง ทำไม “เบาหวาน” ต้องได้รับความสำคัญมากกว่านี้

แม้เชียงรายจะมีตัวอย่างความสำเร็จเชิงระบบหลายด้าน แต่ตัวเลข DM Control Rate ที่ยังอยู่เพียง 45.75% และอัตรา Remission 0.27% ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องกลับมาทบทวนอย่างจริงจัง

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขที่ร่วมจัดทำรายงานเชิงยุทธศาสตร์เสนอว่า การจัดการเบาหวานต้อง “ขยับแรงกว่าที่เป็นอยู่” ทั้งในมิติการแพทย์และพฤติกรรม โดยมีข้อเสนอสำคัญอย่างน้อย 3 ด้าน คือ

หนึ่ง การจัดสรรงบประมาณเฉพาะสำหรับการตรวจ HbA1c ให้ครอบคลุมประชากรกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยเบาหวานอย่างเพียงพอ เนื่องจากตัวเลขดังกล่าวเป็นเสมือน “ภาพถ่ายระยะยาว” ของการควบคุมโรค การขาดข้อมูลชุดนี้ทำให้แพทย์ตัดสินใจได้ไม่เต็มที่

สอง การขยายศักยภาพของ AIDERY Connect และระบบ Dashboard ให้ใช้ติดตามผลลัพธ์ทางคลินิกแบบรายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงมองจำนวนผู้ป่วย แต่เห็นแนวโน้มว่าพื้นที่ใดควบคุมโรคได้ดีหรือมีความเสี่ยงสูงกว่าปกติ เพื่อนำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรอย่างแม่นยำ

สาม การยกระดับ Health Literacy โดยเฉพาะทักษะ “นับคาร์บ” ของผู้ป่วยและครอบครัว ซึ่งเชียงรายเริ่มนำร่องมาแล้วผ่านการอบรมอสม.และการจัด “Carb Counting Station” ในคลินิก NCDs Remission แนวคิด “โปรตีนอย่าให้ขาด คาร์บอย่าให้เกิน เพิ่มเติมด้วยไขมันดี” หากขยายผลอย่างจริงจัง ควบคู่กับการติดตามผ่านดิจิทัลและการสนับสนุนเชิงจิตสังคม อาจทำให้เป้าหมาย Remission 1% เข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นในระยะกลาง

เทศบาลนครเชียงราย พื้นที่เมืองแนวหน้าในสมรภูมิ NCDs

บทบาทของเทศบาลนครเชียงรายในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงเจ้าภาพจัดกิจกรรมคัดกรองเชิงพิธีการ หากแต่เป็น “แนวหน้าของระบบสุขภาพระดับจังหวัด” ในการทดสอบรูปแบบการจัดการ NCDs ในบริบทเมือง

การคัดกรองฟรีใน 63 ชุมชน ที่รวมทั้งการตรวจโรคเรื้อรังหลัก การประเมินสุขภาพจิต การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก และการให้ความรู้ด้านโภชนาการและพฤติกรรมสุขภาพ ถูกเชื่อมต่อเข้ากับระบบหลังบ้านของจังหวัด ทั้ง AIDERY Connect, NCDs@Home, Telemedicine และ NCD Remission Clinic

ในมุมของประชาชน สิ่งที่ได้รับคือ “โอกาสรู้ทันโรคก่อนป่วยหนัก” และช่องทางในการเข้าสู่ระบบดูแลที่ต่อเนื่องและเป็นมิตร ขณะที่ในมุมของผู้กำหนดนโยบาย โครงการนี้คือฐานข้อมูลเชิงพื้นที่ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อการออกแบบมาตรการระยะยาว ทั้งด้านงบประมาณ การพัฒนาบุคลากร และการสร้างระบบนิเวศสุขภาพเมืองที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง

หากจังหวัดสามารถต่อยอดจากความสำเร็จในระดับเทศบาลนครเชียงราย กระจายรูปแบบคัดกรองเชิงรุกและบริการเชื่อมโยงชุมชนไปสู่พื้นที่อื่น ๆ พร้อมอุดช่องว่างสำคัญเรื่องงบประมาณตรวจ HbA1c และคุณภาพข้อมูล เชียงรายอาจกลายเป็นหนึ่งในจังหวัดต้นแบบของประเทศในการจัดการ NCDs ยุคดิจิทัล ที่ผสาน “เทคโนโลยี–ชุมชน–ท้องถิ่น” เข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

ในขณะที่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังยังเดินหน้าอย่างเงียบงันในทุกชุมชน การเลือก “ไม่ยอมจำนนต่อสถิติเดิม” แต่ลุกขึ้นมาคัดกรองทั้งเมือง เชื่อมระบบดิจิทัลเข้ากับกำลังของอสม.และชุมชน อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้คำว่า “สุขภาพดีวิถีเชียงราย” ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญบนป้ายโครงการ แต่กลายเป็นความจริงในชีวิตประจำวันของประชาชนในระยะยาว









สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

[Sassy_Social_Share]
 NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News

MOST POPULAR
FOLLOW ME


Facebook


Youtube


Tiktok


X-twitter


Weibo


Instagram


Line

EDITORIAL

December 5, 2025


ศิลปะปลุกจิตสำนึก! “Crooked River” สะท้อนวิกฤตแม่น้ำกกที่กำลังถูกปีศาจสารพิษที่มองไม่เห็นหลอกหลอน




November 26, 2025


เหนือจรดใต้ ศาสนาพหุวัฒนธรรมเชียงรายผนึกกำลังส่งน้ำใจช่วยน้ำท่วมสงขลา




November 23, 2025


กลยุทธ์ ASV เปลี่ยน อ.พาน จาก “เมืองผ่าน” สู่ “เมืองแนะนำ” ก่อนเคาท์ดาวน์พะเยา




November 16, 2025


DINK คู่รักยุคใหม่ รายได้สูง การศึกษาสูง ส่งผลต่อตลาดอสังหาฯ และโครงสร้างประชากรโลก




November 11, 2025


เร็วกว่าแผน ≠ ดีพอ จี้รัฐบาลแก้ปัญหาฝุ่น-ไฟส่องสว่างหน้า รร.เทศบาล 6 ที่เกิดซ้ำซาก




November 4, 2025


เด็ก 8 ขวบ “โฟกัส” คว้าแชมป์สตรีทแดนซ์ประเทศไทย นำทีมเชียงรายบุก UDO WORLD 2026




November 1, 2025


1,406 กม. ข้ามจังหวัด เจ้าของฟาร์มสเตย์ระนอง พาทีม 50 คนเที่ยวเชียงราย กระตุ้นเศรษฐกิจเมืองรอง




October 17, 2025


เปิดไทม์ไลน์ “ผู้ว่าฯ สั้นที่สุด?” 14 วันที่เชียงราย กับบทบาทที่ทิ้งไว้ให้เมืองชายแดนเหนือ




October 14, 2025


ถอดบทเรียน “แม่ข่า-โอตารุ” สู่การสร้าง “ถนนศิลปิน” ริมคลองเกาะทองอย่างยั่งยืน




October 14, 2025


ผู้ว่าฯ เชียงราย ประหยัด สมานมิตร วาระสั้นสุด 4 เดือน 20 วัน



NEWS UPDATE