รับมือวิกฤตน้ำป่าไหลหลาก มทบ.37 ติวเข้มปฐมพยาบาล CPR และซิปไลน์ข้ามพื้นที่ถูกตัดขาด
Summary
- มทบ.37 จัดฝึกกำลังพลสำรองรับมือภัยพิบัติช่วงฤดูฝน ณ ค่ายเม็งรายมหาราช เชียงราย
- ทดสอบและฝึกใช้อุปกรณ์กู้ภัยรวม 28 รายการ ผ่าน 5 สถานีปฏิบัติการหลัก
- ครอบคลุมการกู้ชีพทางน้ำ ระบบซิปไลน์ข้ามพื้นที่ตัดขาด เคลื่อนย้ายพื้นที่ลาดชัน และ CPR
- กรมอุตุฯ เตือนภาคเหนือมีฝนตกหนัก 60-80% เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม
- พ.อ.พิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์ ย้ำเน้นความแม่นยำ ปลอดภัย และความพร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชน
เชียงรายเข้าสู่ฤดูฝนเต็มตัว มทบ.37 ทดสอบอุปกรณ์กู้ภัย 28 รายการ ฝึกกำลังพลสำรองรับมือน้ำป่า ดินสไลด์ และเหตุฉุกเฉินทางน้ำ
เชียงราย,24 กรกฎาคม 2569 – ท่ามกลางท้องฟ้าที่มีเมฆปกคลุมและฝนซึ่งอาจตกลงมาได้ตลอดช่วงมรสุม กำลังพลสำรองกลุ่มหนึ่งกำลังฝึกใช้อุปกรณ์กู้ภัยอยู่ริมสระน้ำภายในค่ายเม็งรายมหาราช การฝึกครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงให้ทุกคนรู้จักเครื่องมือ แต่ต้องทำให้สามารถตัดสินใจและใช้อุปกรณ์แต่ละชิ้นได้อย่างถูกต้องในช่วงเวลาที่ชีวิตของผู้ประสบภัยอาจขึ้นอยู่กับทุกนาที
มณฑลทหารบกที่ 37 ดำเนินการฝึกกำลังพลสำรองตามแผนการเรียกกำลังพลสำรองเข้ารับราชการทหาร ประจำปี 2569 เพื่อเสริมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนและสนับสนุนภารกิจบรรเทาสาธารณภัยในจังหวัดเชียงราย โดยจัดการฝึกบริเวณสระน้ำโครงการทหารพันธุ์ดี มณฑลทหารบกที่ 37 ค่ายเม็งรายมหาราช อำเภอเมืองเชียงราย
การฝึกครอบคลุมการใช้อุปกรณ์กู้ภัยจำนวน 28 รายการ พร้อมแบ่งฐานการฝึกออกเป็น 5 สถานีสำคัญ ตั้งแต่การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ การกู้ชีพและลำเลียงผู้จมน้ำ การใช้เงื่อนเชือกและระบบซิปไลน์ การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บจากพื้นที่ลาดชัน ไปจนถึงการช่วยฟื้นคืนชีพและปฐมพยาบาลก่อนส่งต่อเข้าสู่ระบบรักษาพยาบาล
ฝนร้อยละ 60 ตอกย้ำความจำเป็นของการเตรียมพร้อม
การฝึกเกิดขึ้นในช่วงที่กรมอุตุนิยมวิทยายังคงเตือนให้หลายพื้นที่ในภาคเหนือเฝ้าระวังผลกระทบจากฝนตกหนัก โดยพยากรณ์อากาศที่ออกเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ระบุว่า ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ระหว่าง 22 ถึง 27 องศาเซลเซียส และมีลมตะวันตกเฉียงใต้พัดด้วยความเร็ว 10 ถึง 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ข้อมูลพยากรณ์ช่วงวันที่ 22 ถึง 28 กรกฎาคม 2569 ยังประเมินว่าภาคเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ถึง 80 ของพื้นที่ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่งในระหว่างวันที่ 22 ถึง 25 กรกฎาคม รวมถึงวันที่ 28 กรกฎาคม สภาพเช่นนี้ทำให้พื้นที่ลาดเชิงเขา เส้นทางน้ำธรรมชาติ และบริเวณที่มีการระบายน้ำจำกัดต้องเพิ่มการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ
สำหรับเชียงราย ความเสี่ยงจากฤดูฝนไม่ได้มีเพียงน้ำท่วมในเขตชุมชน ภูมิประเทศที่ประกอบด้วยภูเขา พื้นที่ลาดชัน ลำห้วย และชุมชนที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ทำให้ฝนที่ตกต่อเนื่องอาจเปลี่ยนเป็นน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม หรือเส้นทางถูกตัดขาดได้ภายในเวลาไม่นาน สถานการณ์เช่นนี้ทำให้การเตรียมกำลังพล เครื่องมือ และระบบสื่อสารต้องเกิดขึ้นก่อนเหตุ ไม่ใช่เริ่มต้นหลังได้รับแจ้งว่ามีประชาชนติดค้าง
ตรวจความพร้อมจากเครื่องมือ 28 รายการถึงการตัดสินใจหน้างาน
พ.อ. พิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37 ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกกำลังพลสำรอง พร้อมติดตามการใช้อุปกรณ์กู้ภัยจำนวน 28 รายการ เพื่อให้มั่นใจว่ากำลังพลสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ได้เหมาะกับสถานการณ์ และปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งของผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่
การมีอุปกรณ์จำนวนมากไม่ได้หมายความว่าภารกิจจะสำเร็จโดยอัตโนมัติ เครื่องมือทุกชิ้นมีข้อจำกัดและต้องใช้ทักษะเฉพาะ เชือกกู้ภัยต้องได้รับการตรวจสอบสภาพและผูกด้วยเงื่อนที่เหมาะสม เปลลำเลียงต้องยึดตรึงผู้บาดเจ็บให้มั่นคง อุปกรณ์ลอยตัวต้องเหมาะกับน้ำหนักและลักษณะกระแสน้ำ ขณะที่ระบบซิปไลน์ต้องคำนวณจุดยึด มุมเชือก และแรงที่เกิดขึ้นระหว่างการเคลื่อนย้าย
ความผิดพลาดเพียงจุดเดียวอาจทำให้ผู้ประสบภัยได้รับบาดเจ็บซ้ำ หรือทำให้เจ้าหน้าที่กลายเป็นผู้ประสบภัยเพิ่มขึ้น การฝึกจึงให้ความสำคัญกับลำดับการปฏิบัติ ตั้งแต่ประเมินพื้นที่ วางแผนเข้าถึงผู้ประสบเหตุ จัดตั้งระบบความปลอดภัย ไปจนถึงการลำเลียงออกจากจุดเสี่ยง
สถานีแรก ฝึกใช้อุปกรณ์ให้ถูกประเภทและปลอดภัย
ฐานการฝึกแรกเน้นการทำความรู้จักและฝึกใช้อุปกรณ์กู้ภัยทั้ง 28 รายการ กำลังพลต้องเข้าใจว่าอุปกรณ์แต่ละชนิดถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจใด มีข้อควรระวังอย่างไร และต้องตรวจสอบความพร้อมก่อนใช้งานอย่างไร
ในสถานการณ์จริง เจ้าหน้าที่อาจต้องปฏิบัติงานท่ามกลางฝนตก กระแสน้ำแรง พื้นดินลื่น แสงสว่างไม่เพียงพอ หรือเสียงรบกวนจากผู้คนและเครื่องจักร ความคุ้นเคยกับอุปกรณ์จึงช่วยลดเวลาตัดสินใจ และทำให้กำลังพลสามารถทำงานร่วมกันได้โดยใช้ขั้นตอนเดียวกัน
การฝึกยังช่วยแยกให้เห็นว่าเครื่องมือที่ใช้ในน้ำแตกต่างจากเครื่องมือที่ใช้ในพื้นที่ลาดชันอย่างไร อุปกรณ์ที่เหมาะกับการช่วยผู้ประสบภัยซึ่งยังรู้สึกตัว อาจไม่เหมาะกับผู้บาดเจ็บที่สงสัยว่ามีกระดูกสันหลังเสียหาย ทุกภารกิจจึงต้องเริ่มจากการประเมินสภาพผู้ประสบภัยและสภาพแวดล้อมก่อนเลือกเครื่องมือ
สถานีที่สอง ฝึกเข้าช่วยผู้ประสบภัยทางน้ำ
สถานีช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำเน้นการเข้าถึงผู้ประสบเหตุ การกู้ชีพ และการลำเลียงขึ้นจากแหล่งน้ำอย่างถูกต้อง ทักษะนี้มีความสำคัญต่อเชียงราย เนื่องจากในช่วงฤดูฝนอาจเกิดทั้งอุบัติเหตุในแม่น้ำ ลำห้วย อ่างเก็บน้ำ พื้นที่น้ำท่วม และกระแสน้ำที่ไหลผ่านถนนหรือชุมชน
การเข้าช่วยเหลือคนในน้ำจำเป็นต้องประเมินความแรงของกระแสน้ำ ระยะห่างจากฝั่ง สิ่งกีดขวางใต้น้ำ และสภาพร่างกายของผู้ประสบภัย เจ้าหน้าที่ต้องหลีกเลี่ยงการเข้าไปโดยไม่มีอุปกรณ์หรือระบบสนับสนุน เพราะผู้ที่กำลังตื่นตระหนกอาจยึดเกาะผู้ช่วยเหลือจนเกิดอันตรายต่อทั้งสองฝ่าย
หลังนำผู้ประสบภัยขึ้นจากน้ำ ขั้นตอนต่อไปคือการประเมินการหายใจและการไหลเวียนโลหิต หากผู้ประสบภัยไม่หายใจหรือไม่มีสัญญาณชีพ ต้องเริ่มการช่วยฟื้นคืนชีพโดยเร็ว พร้อมประสานการส่งต่อโรงพยาบาล การฝึกให้ทุกคนทำตามลำดับเดียวกันช่วยลดความสับสนและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตในนาทีวิกฤต


สถานีที่สาม ระบบซิปไลน์รับมือพื้นที่ถูกตัดขาด
การฝึกเงื่อนเชือกและติดตั้งระบบซิปไลน์เป็นอีกทักษะที่ถูกนำมาทดสอบ เพื่อใช้เคลื่อนย้ายกำลังพล อุปกรณ์ และผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก เช่น ถนนขาด สะพานถูกน้ำพัด พื้นที่ถูกน้ำล้อม หรือชุมชนที่อยู่คนละฝั่งของลำน้ำ
ระบบซิปไลน์ทำหน้าที่คล้ายเส้นทางลำเลียงชั่วคราว แต่การติดตั้งต้องอาศัยความรู้ด้านเงื่อนเชือก จุดยึด และการกระจายน้ำหนัก กำลังพลต้องตรวจสอบว่าต้นไม้ เสา หรือโครงสร้างที่ใช้เป็นจุดยึดมีความแข็งแรงเพียงพอหรือไม่ รวมถึงต้องมีระบบสำรองเพื่อป้องกันอุบัติเหตุหากอุปกรณ์หลักเกิดความเสียหาย
ในเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากที่ผ่านมา พื้นที่บางแห่งอาจถูกตัดขาดจนรถพยาบาลหรือรถกู้ภัยเข้าไม่ถึง การมีทีมที่สามารถสร้างระบบลำเลียงด้วยเชือกจึงช่วยเปิดทางส่งอาหาร ยา อุปกรณ์สื่อสาร และนำผู้บาดเจ็บออกจากพื้นที่ได้ โดยไม่ต้องรอให้เส้นทางหลักกลับมาใช้งานได้
สถานีที่สี่ ฝึกลำเลียงจากพื้นที่ลาดชันและจุดเสี่ยงดินสไลด์
ภูมิประเทศของเชียงรายทำให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ลาดชันเป็นหนึ่งในภารกิจที่ต้องเตรียมพร้อม ฐานการฝึกนี้จึงเน้นการใช้เชือก ระบบยึดตรึง และเปลกู้ภัย เพื่อเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บขึ้นหรือลงจากพื้นที่สูงชันอย่างปลอดภัย
เมื่อเกิดดินสไลด์หรือดินโคลนถล่ม พื้นที่อาจไม่มั่นคงและสามารถเคลื่อนตัวซ้ำได้ เจ้าหน้าที่ต้องประเมินความปลอดภัยก่อนเข้าถึงผู้ประสบเหตุ สังเกตรอยแยกของดิน น้ำที่ไหลออกจากลาดเขา ต้นไม้หรือเสาไฟฟ้าที่เอนผิดปกติ รวมถึงหินและเศษวัสดุที่อาจหล่นลงมา
การลำเลียงผู้บาดเจ็บในพื้นที่ดังกล่าวแตกต่างจากการใช้เปลบนพื้นราบ ผู้บาดเจ็บต้องถูกยึดกับเปลเพื่อป้องกันการเลื่อนหลุด ขณะที่ทีมเชือกต้องควบคุมความเร็วและรักษาระดับของเปลให้มั่นคง หากสงสัยว่ามีการบาดเจ็บบริเวณศีรษะ คอ หรือกระดูกสันหลัง ต้องลดการเคลื่อนไหวให้มากที่สุดและส่งต่อทีมแพทย์โดยเร็ว
สถานีที่ห้า CPR และปฐมพยาบาลก่อนถึงโรงพยาบาล
โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราชรับผิดชอบการอบรมด้านการปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ การช่วยฟื้นคืนชีพ หรือ CPR การดูแลผู้จมน้ำ และแนวทางการส่งต่อผู้บาดเจ็บอย่างถูกต้อง
การช่วยชีวิตก่อนถึงโรงพยาบาลเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะในบางพื้นที่ของเชียงราย การเดินทางจากจุดเกิดเหตุไปยังสถานพยาบาลอาจใช้เวลานาน โดยเฉพาะเมื่อฝนตกหนัก ถนนถูกตัดขาด หรือระบบสื่อสารขัดข้อง กำลังพลที่เข้าถึงพื้นที่เป็นชุดแรกจึงต้องสามารถประเมินอาการ ห้ามเลือด เปิดทางเดินหายใจ และทำ CPR ได้อย่างถูกต้อง
การปฐมพยาบาลที่ดีไม่ได้แทนที่การรักษาของแพทย์ แต่ช่วยประคองอาการและลดความเสี่ยงระหว่างรอการส่งต่อ โดยเฉพาะผู้จมน้ำที่สมองและอวัยวะสำคัญอาจขาดออกซิเจน การเริ่มช่วยฟื้นคืนชีพอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจึงมีความสำคัญต่อโอกาสรอดชีวิต
กำลังพลสำรองเสริมกำลังเมื่อภัยเกินขีดความสามารถในพื้นที่
การฝึกครั้งนี้อยู่ภายใต้แผนการเรียกกำลังพลสำรองเข้ารับราชการทหาร ประจำปี 2569 มีเป้าหมายเสริมสร้างขีดความสามารถให้กำลังพลสำรองสามารถสนับสนุนภารกิจของกองทัพบก โดยเฉพาะการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์สาธารณภัยและเหตุฉุกเฉิน
ในเหตุการณ์ขนาดใหญ่ หน่วยกู้ภัยประจำพื้นที่อาจต้องรับแจ้งเหตุพร้อมกันหลายจุด ขณะที่เส้นทางและระบบสาธารณูปโภคได้รับผลกระทบ การมีกำลังพลสำรองที่ผ่านการฝึกและสามารถปฏิบัติงานภายใต้ระบบบัญชาการเดียวกัน ช่วยเพิ่มกำลังคนในการค้นหา ลำเลียง แจกจ่ายสิ่งของ เปิดเส้นทาง และสนับสนุนการอพยพประชาชน
อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานต้องเชื่อมโยงกับฝ่ายปกครอง หน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตำรวจ โรงพยาบาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และทีมกู้ภัยในพื้นที่ เพื่อป้องกันการทำงานซ้ำซ้อนและลดความเสี่ยงจากการเข้าปฏิบัติงานโดยไม่มีข้อมูลร่วมกัน
แนวทางของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มต่ำ การเตรียมบุคลากร เครื่องมือ และระบบเตือนภัยจึงต้องดำเนินไปพร้อมกัน ไม่สามารถพึ่งพาองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งเพียงอย่างเดียวได้
บททดสอบจริงอยู่หลังการฝึกสิ้นสุด
ภาพกำลังพลฝึกเชือก พยุงผู้ประสบภัย และทำ CPR แสดงให้เห็นความพร้อมในระดับหนึ่ง แต่บททดสอบที่สำคัญจะเกิดขึ้นเมื่อมีเหตุจริงท่ามกลางฝน กระแสน้ำ ความมืด และแรงกดดันจากญาติของผู้สูญหาย
ประสิทธิภาพของระบบกู้ภัยจึงไม่ได้วัดจากจำนวนอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากเวลาที่ใช้ในการเข้าถึงพื้นที่ ความแม่นยำของข้อมูล ความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงาน ความสามารถในการประสานหลายหน่วยงาน และผลลัพธ์ในการนำผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่โดยไม่เกิดการสูญเสียเพิ่ม
สำหรับประชาชน การเตรียมพร้อมในระดับครัวเรือนยังคงมีความสำคัญ ควรติดตามประกาศเตือนภัย หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่น้ำไหลแรง ไม่เข้าใกล้ลาดเขาที่มีรอยแตกร้าวหรือดินอุ้มน้ำ และเตรียมเอกสารสำคัญ ยาประจำตัว ไฟฉาย โทรศัพท์ และอุปกรณ์จำเป็นไว้ในจุดที่หยิบออกได้รวดเร็ว
ฤดูฝนของเชียงรายอาจนำทั้งน้ำเพื่อการเกษตรและความชุ่มชื้นกลับคืนสู่พื้นที่ แต่ในเวลาเดียวกันก็อาจเปลี่ยนลำห้วยสงบให้กลายเป็นกระแสน้ำเชี่ยว หรือทำให้เนินเขาที่ดูมั่นคงเกิดการเคลื่อนตัวได้ การฝึกกำลังพลสำรองของมณฑลทหารบกที่ 37 จึงเป็นหนึ่งในกลไกเตรียมรับสถานการณ์ก่อนเสียงขอความช่วยเหลือจะดังขึ้นจริง
เป้าหมายสุดท้ายไม่ใช่เพียงการมีอุปกรณ์ครบ 28 รายการ หรือผ่านการฝึกครบ 5 สถานี แต่คือการทำให้ทุกเครื่องมือและทุกทักษะถูกนำมาใช้ได้อย่างถูกต้องในเวลาที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ภายใต้หลักปฏิบัติที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย




เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- มณฑลทหารบกที่ 37 ข้อมูลการฝึกกำลังพลสำรองตามแผนการเรียกกำลังพลสำรองเข้ารับราชการทหาร ประจำปี 2569 และข้อมูลการตรวจเยี่ยมของ พ.อ. พิพัฒน์ ศรีทองพิมพ์ รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 37
- โรงพยาบาลค่ายเม็งรายมหาราช ข้อมูลการฝึกปฐมพยาบาล การช่วยฟื้นคืนชีพ การช่วยเหลือผู้จมน้ำ และแนวทางส่งต่อผู้บาดเจ็บ
- กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประเทศไทยและภาคเหนือ ออกประกาศวันที่ 22 ถึง 24 กรกฎาคม 2569
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ข้อมูลแนวทางเฝ้าระวังอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน และดินโคลนถล่มในช่วงฤดูฝน