เชียงรายยกระดับเมืองเดินหน้าสู่ไมซ์ซิตี้ ชูเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโกและชา–กาแฟ ดึงประชุมคุณภาพกระจายรายได้สู่ชุมชน
[Sassy_Social_Share]
Summary
-
เชียงรายเปิดประชุมเตรียมความพร้อมรับการตรวจประเมินเป็น “เมืองไมซ์ (MICE City) ปี 2569”
-
การประเมินครอบคลุม 8 ด้าน เช่น ความสะดวกในการเข้าถึงเมือง สถานที่ได้มาตรฐาน และการจัดการความเสี่ยง
-
จังหวัดชูจุดเด่นจากการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบของยูเนสโก (ปี 2566) และวัฒนธรรมชา-กาแฟ
-
ที่ประชุมเตือนให้แก้ไขข้อมูลสถิติรายได้ปี 2568 จาก 51 ล้านบาท เป็นตัวเลขหลักหมื่นล้านตามจริงเพื่อความน่าเชื่อถือ
-
เป้าหมายของโครงการคือการกระจายเม็ดเงินจากการประชุมสัมมนาลงสู่ชุมชนต้นแบบ เช่น ผาหมี และบ้านหาดบ้าย
เชียงรายเดินหน้าสู่เมืองไมซ์ ชูเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโกและชา–กาแฟ ดึงประชุมคุณภาพกระจายรายได้สู่ชุมชน
เชียงราย,21 มิถุนายน 2569 – จากเมืองท่องเที่ยวปลายทางที่ผู้คนรู้จักผ่านวัดร่องขุ่น ดอยตุง บ้านดำ ไร่ชา และกาแฟบนยอดดอย วันนี้เชียงรายกำลังขยับบทบาทอีกขั้น ด้วยการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การประเมินเป็น เมืองไมซ์เชียงราย เพื่อดึงดูดการประชุม การเดินทางเพื่อเป็นรางวัล งานสัมมนา และนิทรรศการ ซึ่งเป็นตลาดนักเดินทางคุณภาพที่มีการใช้จ่ายเชื่อมโยงถึงโรงแรม ร้านอาหาร ผู้ประกอบการขนส่ง ชุมชน และผู้ผลิตสินค้าท้องถิ่น
นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย มอบหมายให้นางวิภาวี ลีไพบูลย์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ เข้าร่วมประชุมเตรียมรับการตรวจประเมินเมืองเพื่อเป็นไมซ์ซิตี้ ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมอูหลง ศาลากลางจังหวัดเชียงราย โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบข้อมูลและความพร้อมของจังหวัดตามเกณฑ์ที่กำหนด
เป้าหมายสำคัญไม่ได้อยู่ที่การได้ป้ายรับรองเพียงอย่างเดียว แต่คือการทำให้เชียงรายมีระบบรองรับงานระดับประเทศและนานาชาติอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเดินทางเข้าสู่เมือง สถานที่ประชุม ที่พัก ความปลอดภัย กิจกรรมนอกห้องประชุม ไปจนถึงแผนรับมือความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมประชุม
รายละเอียดการเตรียมงาน แนวทางพัฒนาเมือง และข้อมูลโครงสร้างพื้นฐานที่นำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์ ปรากฏอยู่ในเอกสารที่ผู้ใช้จัดส่งมา
ประเมิน 8 ด้านก่อนก้าวสู่เมืองไมซ์
กระบวนการเตรียมความพร้อมครอบคลุมการประเมิน 8 ด้าน ได้แก่ ความสะดวกในการเข้าถึงเมือง การสนับสนุนจากหน่วยงานในพื้นที่ กิจกรรมนอกเหนือจากการประชุม ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก สถานที่จัดงาน ภาพลักษณ์ของเมือง ความปลอดภัย และความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อการจัดกิจกรรม
เกณฑ์ดังกล่าวทำให้การเป็นเมืองไมซ์แตกต่างจากการเป็นเมืองท่องเที่ยวทั่วไป เพราะเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวสวยงามอาจยังไม่พร้อมรับงานประชุมขนาดใหญ่ หากไม่มีระบบขนส่ง ทีมงานมืออาชีพ สถานที่ได้มาตรฐาน หรือแผนเผชิญเหตุที่ชัดเจน
เชียงรายจึงต้องนำข้อมูลจากหน่วยงานรัฐ ภาคธุรกิจ โรงแรม สถานที่จัดงาน มหาวิทยาลัย ชุมชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยวมารวมกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าเมืองสามารถรองรับผู้เข้าร่วมงานได้ตั้งแต่เดินทางมาถึงจนสิ้นสุดกิจกรรม
หากระบบเหล่านี้ทำงานเชื่อมโยงกัน งานประชุมหนึ่งงานจะไม่สร้างรายได้เฉพาะค่าเช่าห้อง แต่กระจายไปยังที่พัก อาหาร รถรับส่ง ของที่ระลึก กิจกรรมชุมชน และการเดินทางต่อไปยังอำเภออื่น
เมืองสร้างสรรค์ยูเนสโกคือทุนสำคัญของเชียงราย
จุดแข็งที่ทำให้เชียงรายแตกต่างจากเมืองไมซ์อื่น คือสถานะสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกด้านการออกแบบ ซึ่งได้รับการประกาศในปี 2566 ยูเนสโกระบุว่าเชียงรายมีทุนจากการออกแบบเมือง การศึกษา ศิลปะร่วมสมัย และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ
สถานะดังกล่าวไม่ได้หมายถึงรางวัลด้านความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพันธะให้เมืองใช้ความคิดสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือพัฒนาอย่างยั่งยืน เชื่อมโยงการออกแบบกับเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน
เชียงรายมีตัวอย่างที่มองเห็นได้ชัด ตั้งแต่สถาปัตยกรรมร่วมสมัยของวัดร่องขุ่นและพิพิธภัณฑ์บ้านดำ การออกแบบพื้นที่ดอยตุง ไปจนถึงงานฝีมือของกลุ่มชาติพันธุ์กว่า 30 กลุ่ม เมืองยังมีศิลปินและเครือข่ายผู้สร้างสรรค์จำนวนมาก ซึ่งสามารถต่อยอดเป็นนิทรรศการ เวิร์กช็อป และกิจกรรมนอกห้องประชุมได้
สำหรับตลาดไมซ์ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผู้จัดงานไม่ต้องขายเพียงห้องประชุมและที่พัก แต่สามารถขายประสบการณ์ของเมือง เช่น การประชุมท่ามกลางพื้นที่ศิลปะ การเรียนรู้งานหัตถกรรม การเยี่ยมชุมชนชาติพันธุ์ หรือการจัดงานเลี้ยงที่นำการออกแบบท้องถิ่นมาเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม
ชาและกาแฟอาจกลายเป็นหัวใจของแบรนด์เมือง
อีกจุดขายที่เชียงรายนำมาต่อยอดคือชาและกาแฟ ซึ่งเชื่อมโยงทั้งเกษตรกรรม วิถีชุมชน การท่องเที่ยว และตลาดต่างประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่าเชียงรายเป็นแหล่งปลูกชาขนาดใหญ่ของประเทศ มีทั้งชาอู่หลง ชาเขียว และชาแดง รวมถึงไร่ชาที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งผลิต แหล่งเรียนรู้ และสถานที่ท่องเที่ยว
เอกสารการเตรียมเมืองเสนอแนวคิดผลักดันความร่วมมือเชียงใหม่และเชียงรายในฐานะจุดหมายด้านชาและกาแฟนานาชาติ โดยใช้การประชุมวิชาการ งานแสดงสินค้า การเจรจาธุรกิจ และการเยี่ยมแหล่งผลิตเป็นองค์ประกอบหลัก
อย่างไรก็ตาม คำว่า เมืองสภาชากาแฟนานาชาติ ที่ปรากฏในแนวทางดังกล่าว ควรเข้าใจว่าเป็นเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์และแนวคิดการสร้างแบรนด์เมือง ยังไม่ควรถูกนำเสนอว่าเป็นสถานะรับรองอย่างเป็นทางการในระดับโลก จนกว่าจะมีประกาศจากหน่วยงานเจ้าของโครงการหรือองค์กรระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง
หากดำเนินการได้จริง ชาและกาแฟจะช่วยให้เชียงรายสร้างงานไมซ์เฉพาะทางได้ตลอดปี เช่น การประชุมผู้ผลิต การแข่งขันบาริสตา งานจับคู่ธุรกิจ การอบรมเกษตรกร และทริปเยี่ยมแหล่งปลูก ซึ่งแตกต่างจากการท่องเที่ยวตามฤดูกาลที่พึ่งพาอากาศหนาวเป็นหลัก

สถานที่จัดงานต้องผ่านมาตรฐาน ไม่ใช่เพียงมีห้องใหญ่
การประเมินเมืองไมซ์ให้ความสำคัญกับมาตรฐานสถานที่จัดงาน ทั้งความปลอดภัย ระบบไฟฟ้า การจัดการฝูงชน สุขอนามัย การเข้าถึงของผู้พิการ และแผนจัดการเหตุฉุกเฉิน
ข้อมูลที่จังหวัดรวบรวมระบุว่า เชียงรายมีโรงแรมและสถานที่หลายแห่งที่ได้รับหรือพัฒนาตามมาตรฐานสถานที่จัดงานประเทศไทย รวมถึงมาตรฐานในระดับอาเซียน เช่น โรงแรมเฮอริเทจ เชียงราย และเดอะ ริเวอร์รี บาย กะตะธานี ตลอดจนพื้นที่พิเศษทางวัฒนธรรมอย่างอุทยานศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง
ความได้เปรียบของเชียงรายคือสามารถเสนอทั้งห้องประชุมแบบโรงแรมและสถานที่จัดงานที่มีเรื่องราว แต่ข้อจำกัดคือความจุของสถานที่ขนาดใหญ่ยังไม่เทียบเท่าเชียงใหม่หรือกรุงเทพฯ เมืองจึงควรกำหนดตลาดเป้าหมายให้ชัด โดยเน้นงานขนาดกลาง งานประชุมเฉพาะทาง และกิจกรรมที่ให้คุณค่ากับประสบการณ์ท้องถิ่น มากกว่าการแข่งขันรับงานขนาดใหญ่ทุกประเภท
การเลือกตำแหน่งทางการตลาดให้เหมาะสมจะช่วยลดการลงทุนเกินความจำเป็น และทำให้เชียงรายใช้ทุนเดิมได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
รถไฟคือโอกาสใหม่ แต่ปัจจุบันยังพึ่งการเดินทางทางอากาศ
การเข้าถึงเมืองเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของเชียงราย ปัจจุบันผู้เข้าร่วมงานจากกรุงเทพฯ และต่างประเทศพึ่งพาท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงรายเป็นหลัก ขณะที่การเดินทางทางถนนจากจังหวัดใกล้เคียงยังใช้เวลาหลายชั่วโมง
โครงการรถไฟสายเด่นชัย เชียงราย เชียงของ ระยะทางกว่า 323 กิโลเมตร จึงถูกมองว่าจะเพิ่มทางเลือกด้านการเดินทางและการขนส่งในอนาคต พร้อมเชื่อมเชียงรายกับแพร่ ลำปาง พะเยา และพื้นที่ชายแดน
อย่างไรก็ตาม เมืองไม่ควรนำโครงสร้างพื้นฐานที่ยังอยู่ระหว่างก่อสร้างมาใช้เป็นข้อได้เปรียบเสมือนเปิดบริการแล้ว การประเมินเมืองไมซ์ในปัจจุบันต้องอาศัยศักยภาพที่ใช้งานได้จริง พร้อมแผนรองรับกรณีเที่ยวบินล่าช้า ยกเลิก หรือมีผู้เดินทางจำนวนมากพร้อมกัน
อุบัติเหตุภายในอุโมงค์ดอยหลวงเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2569 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 2 รายและผู้บาดเจ็บ 2 ราย ยิ่งตอกย้ำว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต้องเดินควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัย ไม่ควรเร่งกำหนดเวลาโดยละเลยความเสี่ยงต่อผู้ปฏิบัติงานและประชาชน
PM2.5 และภัยพิบัติคือบททดสอบความเชื่อมั่น
แม้เชียงรายมีอัตลักษณ์โดดเด่น แต่ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ โดยเฉพาะปัญหา PM2.5 และหมอกควันในฤดูแล้ง ซึ่งอาจกระทบเที่ยวบิน สุขภาพ และการตัดสินใจของผู้จัดงานต่างประเทศ
ตลาดไมซ์มีการวางแผนล่วงหน้าหลายเดือนหรือหลายปี ผู้จัดงานจึงต้องการข้อมูลที่ชัดเจนว่า หากเกิดฝุ่นสูง น้ำท่วม แผ่นดินไหว หรือเหตุฉุกเฉิน เมืองมีระบบแจ้งเตือนและแผนสำรองอย่างไร
การประเมินด้านความเสี่ยงจึงไม่ควรเป็นเพียงการจัดทำเอกสาร แต่ต้องมีศูนย์ประสานงาน ช่องทางสื่อสารหลายภาษา แผนอพยพ ระบบแพทย์ฉุกเฉิน และทางเลือกสำหรับย้ายหรือปรับรูปแบบงาน
เมืองที่ยอมรับความเสี่ยงและแสดงให้เห็นว่าจัดการได้ มักสร้างความเชื่อมั่นมากกว่าเมืองที่พยายามยืนยันว่าไม่มีความเสี่ยงเกิดขึ้น
ไมซ์ชุมชนต้องทำให้รายได้ลงถึงฐานราก
เชียงรายยังวางแนวทางเชื่อมอุตสาหกรรมไมซ์กับผลิตภัณฑ์ชุมชน ตั้งแต่ผ้าทอไทลื้อ งานปักชาติพันธุ์ สมุนไพร ชา และกาแฟ โดยพัฒนาให้เป็นของที่ระลึกหรือสินค้าใช้ในโรงแรมและงานประชุม
แนวทางนี้มีความสำคัญ เพราะหากรายได้จากไมซ์หมุนเวียนอยู่เฉพาะโรงแรมและผู้จัดงานรายใหญ่ ประชาชนทั่วไปอาจไม่เห็นประโยชน์จากการเป็นเมืองไมซ์
ชุมชนผาหมี บ้านหาดบ้าย บ้านม่วงคำ และพื้นที่ผลิตชากาแฟสามารถเข้ามาอยู่ในห่วงโซ่ผ่านกิจกรรมเยี่ยมชุมชน อาหาร เครื่องดื่ม ของฝาก และเวิร์กช็อป แต่ต้องมีระบบแบ่งรายได้ที่โปร่งใส มีมาตรฐานสินค้า และไม่ดัดแปลงวัฒนธรรมจนเหลือเพียงฉากสำหรับนักท่องเที่ยว
การออกแบบกิจกรรมที่ดีควรให้ชุมชนเป็นเจ้าของเรื่องราวและมีอำนาจกำหนดจำนวนผู้เข้าร่วม ราคา และขอบเขตพื้นที่ที่เปิดให้เยี่ยมชม
ตัวเลขท่องเที่ยวต้องใช้หน่วยให้ถูกต้อง
เอกสารประกอบระบุว่าเชียงรายมีผู้มาเยือนมากกว่า 6 ล้านคนในปี 2568 แต่ตัวเลขรายได้ที่ระบุไว้ 51 ล้านบาทมีแนวโน้มคลาดเคลื่อนด้านหน่วย เพราะข้อมูลทางสถิติระดับประเทศแสดงว่าเชียงรายมีรายรับจากผู้เยี่ยมเยือนในระดับหลายหมื่นล้านบาท ไม่ใช่เพียงหลักสิบล้านบาท
หนังสือสถิติประเทศไทยปี 2568 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งอ้างข้อมูลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าเชียงรายอยู่ในกลุ่มจังหวัดที่มีรายรับจากผู้เยี่ยมเยือนสูง โดยตัวเลขปี 2567 อยู่ที่ประมาณ 50,286 ล้านบาท
ดังนั้น ก่อนใช้ข้อมูลปี 2568 เพื่อประชาสัมพันธ์หรือยื่นประเมิน จังหวัดควรตรวจสอบว่าเป็น 51 ล้านบาท 51,000 ล้านบาท หรือประมาณ 51,000 กว่าล้านบาท พร้อมระบุที่มาและช่วงเวลาให้ชัดเจน เพราะข้อมูลที่ผิดหน่วยเพียงจุดเดียวอาจกระทบความน่าเชื่อถือของเอกสารทั้งชุด
จากเมืองน่าเที่ยวสู่เมืองที่จัดงานได้จริง
เชียงรายมีจุดแข็งพร้อมหลายด้าน ทั้งสถานะเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ศิลปะร่วมสมัย วัฒนธรรมหลากหลาย ชา กาแฟ ธรรมชาติ และผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่มีประสบการณ์
แต่การก้าวสู่เมืองไมซ์ต้องพิสูจน์มากกว่าความสวยงาม เมืองต้องเชื่อมข้อมูล ระบบขนส่ง สถานที่จัดงาน บุคลากร การรักษาความปลอดภัย และแผนรับมือเหตุฉุกเฉินให้ทำงานร่วมกันได้จริง
หากเชียงรายผ่านการประเมินและรักษามาตรฐานได้ อุตสาหกรรมไมซ์จะช่วยลดการพึ่งพาฤดูท่องเที่ยว กระตุ้นการเดินทางในวันธรรมดา และเพิ่มรายได้ต่อผู้มาเยือน โดยเฉพาะเมื่อเชื่อมงานประชุมเข้ากับชา กาแฟ งานออกแบบ และกิจกรรมชุมชน
ความสำเร็จจึงไม่ได้วัดเพียงจำนวนงานที่จัดขึ้น แต่ต้องดูว่ารายได้กระจายถึงคนในพื้นที่เพียงใด ธุรกิจท้องถิ่นเติบโตหรือไม่ และเมืองสามารถจัดงานโดยไม่เพิ่มภาระต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของประชาชนได้หรือไม่
เชียงรายมีเรื่องราวมากพอที่จะเชิญคนจากทั่วโลกเดินทางมา แต่ก้าวต่อไปคือทำให้ทุกองค์ประกอบของเมืองพร้อมต้อนรับผู้คนอย่างเป็นระบบ ปลอดภัย และน่าเชื่อถือ
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- เขียนโดย : กันณพงศ์ ก.บัวเกษร
- เรียบเรียงโดย : มนรัตน์ ก.บัวเกษร
-
สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงราย
-
สำนักงานสถิติแห่งชาติ
[Sassy_Social_Share]