อนุทิน นำทัพเปิดสงครามยาเสพติด 6 เดือน ตั้งหน่วยสกัดชายแดนเหนือ ควบคุมกัญชาเข้มงวด
- ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. มีมติเห็นชอบยุติการใช้กัญชาเพื่อนันทนาการทุกรูปแบบ เพื่อคุ้มครองสุขภาพและป้องกันเยาวชนเข้าถึง
- จังหวัดเชียงรายเตรียมจัดระเบียบสถานบันเทิงและร้านค้าที่แอบแฝงจำหน่ายกัญชาสันทนาการ เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวปลอดภัย
- รัฐบาลสนับสนุนการใช้กัญชาทางการแพทย์อย่างเต็มที่ เปิดทางให้แพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบันต่อยอดทางเศรษฐกิจ
- วิสาหกิจชุมชนและกลุ่มเกษตรกรในเชียงรายที่ปลูกถูกต้อง ได้รับโอกาสยกระดับสมุนไพรเข้าสู่ตลาดสุขภาพและการส่งออก
- นายกรัฐมนตรีเตรียมประกาศสงครามยาเสพติด 6 เดือน พร้อมตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นชายแดนภาคเหนือเพื่อตัดวงจรข้ามชาติ
ล้างไพ่กัญชาเชียงราย จัดระเบียบเมืองท่องเที่ยว ดันวิสาหกิจชุมชนผงาดฮับการแพทย์
เชียงราย, 23 ตุลาคม 2569 – มติคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดขีดเส้นตายกัญชาเพื่อการนันทนาการ เตรียมกวาดล้างร้านสันทนาการในย่านท่องเที่ยวเชียงรายเพื่อปกป้องเยาวชน พร้อมเปิดทางสะดวกให้กลุ่มเกษตรกรและแพทย์แผนไทยยกระดับสมุนไพรสู่ตลาดการแพทย์เต็มรูปแบบ สอดรับแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดฉบับใหม่ที่มุ่งปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเด็ดขาด
การประกาศจุดยืนที่ชัดเจนของรัฐบาลในการตัดตอนกัญชาเพื่อการนันทนาการ กำลังสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อโครงสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นของจังหวัดเชียงราย นโยบายล่าสุดนี้ไม่ได้เป็นเพียงการปราบปรามยาเสพติด แต่คือการปรับโครงสร้างธุรกิจสมุนไพรท้องถิ่นเพื่อจัดระเบียบภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยว ป้องกันเด็กและเยาวชนจากการเข้าถึงสารเสพติด และเปิดโอกาสทองให้แก่วิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ก้าวขึ้นเป็นฐานการผลิตกัญชาทางการแพทย์อย่างเต็มตัว
ทิศทางดังกล่าวมีความชัดเจนอย่างยิ่งจากการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ คณะกรรมการ ป.ป.ส. ครั้งที่ 3 ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจากหลายกระทรวงเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะเป็น พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายวิฤทธิ์ วิเศษสินธุ์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม นายสมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงพันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ในฐานะกรรมการและเลขานุการ
แนวทางการกำหนดนโยบายกัญชา
ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาแนวทางการกำหนดนโยบายกัญชา เพื่อให้การกำหนดนโยบายด้านกัญชาของประเทศไทยเป็นไปอย่างสมดุล โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และการป้องกันการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด โดยมีจุดยืนเชิงนโยบาย 4 ประการ ได้แก่
1) ไม่สนับสนุนการใช้กัญชาเพื่อการนันทนาการในทุกรูปแบบ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ความปลอดภัยของประชาชน และก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม
2) สนับสนุนการใช้กัญชาทางการแพทย์ ทั้งแพทย์แผนไทยและแผนปัจจุบัน โดยจะสนับสนุนให้มีการใช้ประโยชน์และพัฒนาการทางวิชาการ เพื่อให้ต่อยอดไปสู่การสร้างมูลค่าทางด้านเศรษฐกิจจากกัญชาทางการแพทย์
3) ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมมิให้มีการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด อันอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของกัญชา โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน
4) ปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรม และกลุ่มลักลอบค้ากัญชาผิดกฎหมาย ทั้งภายในและระหว่างประเทศ โดยให้เสนอมติคณะกรรมการ ป.ป.ส. ต่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชา ของกระทรวงสาธารณสุข
ปิดฉากกัญชาสันทนาการ คุ้มครองสังคมและเยาวชนเชียงราย
ใจความสำคัญที่ส่งผลสะเทือนโดยตรงต่อพื้นที่ท่องเที่ยวของเชียงราย คือการพิจารณาแนวทางการกำหนดนโยบายกัญชาของประเทศ ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบจุดยืนเชิงนโยบายที่สำคัญสี่ประการ โดยมุ่งเน้นการลดและยับยั้งกิจกรรมกัญชาเพื่อความบันเทิงในทุกรูปแบบ รัฐบาลมองว่าการปล่อยให้มีการใช้กัญชาเพื่อนันทนาการส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพ ความปลอดภัยของประชาชน และก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมที่ซับซ้อนตามมา
การดำเนินการตามมาตรการป้องกันและควบคุมมิให้มีการนำกัญชาไปใช้ในทางที่ผิด จะเป็นเกราะป้องกันสำคัญไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดของกัญชาในกลุ่มเด็กและเยาวชน สำหรับจังหวัดเชียงรายซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านและเมืองท่องเที่ยวสำคัญ นโยบายนี้หมายถึงการจัดระเบียบร้านค้าและสถานบันเทิงที่แอบแฝงขายกัญชาเพื่อนันทนาการ ซึ่งจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของจังหวัดให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม
โอกาสทองวิสาหกิจชุมชน ต่อยอดสมุนไพรสู่เศรษฐกิจการแพทย์
ในขณะที่ประตูกัญชาสันทนาการถูกปิดตาย รัฐบาลกลับเปิดกว้างสำหรับการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์อย่างเต็มที่ นโยบายนี้ให้การสนับสนุนทั้งวงการแพทย์แผนไทยและแพทย์แผนปัจจุบัน โดยมุ่งส่งเสริมการใช้ประโยชน์และการพัฒนาทางวิชาการ เพื่อนำไปสู่การสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการส่งออกเชิงการแพทย์
ความเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นโอกาสครั้งสำคัญของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มเกษตรกร และแพทย์แผนไทยในจังหวัดเชียงราย ที่มีการเพาะปลูกและสกัดกัญชาทางการแพทย์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อได้รับการสนับสนุนเชิงนโยบายอย่างเป็นทางการ ผู้ประกอบการท้องถิ่นจะสามารถเข้าถึงทรัพยากร การรับรองมาตรฐาน และช่องทางการตลาดที่กว้างขึ้น เปลี่ยนพืชสมุนไพรพื้นถิ่นให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดสุขภาพระดับโลก
ยกระดับแผนปฏิบัติการ สกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติ
การจัดระเบียบกัญชาเป็นเพียงส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ภาพใหญ่ในการจัดการปัญหายาเสพติด ที่ประชุมยังได้ให้ความเห็นชอบร่างแผนปฏิบัติการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อเป็นกรอบการทำงานให้ทุกหน่วยงานขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติไปสู่การปฏิบัติจริง แผนดังกล่าวครอบคลุมมาตรการสำคัญหกด้าน ประกอบด้วย มาตรการป้องกันยาเสพติด มาตรการปราบปรามยาเสพติด มาตรการยึดทรัพย์สินคดียาเสพติด มาตรการแก้ไขปัญหาผู้เสพและผู้ติดยาเสพติด มาตรการความร่วมมือระหว่างประเทศ และมาตรการบริหารจัดการ
ประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและกลุ่มค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ รวมถึงกลุ่มลักลอบค้ากัญชาผิดกฎหมาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล เน้นย้ำว่ารัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเต็มกำลัง โดยพุ่งเป้าไปที่การตัดวงจรต้นทางและเร่งดำเนินการต่อแหล่งผลิตยาเสพติดก่อนลำเลียงเข้ามาจำหน่ายในประเทศ พร้อมทั้งประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสกัดกั้นตั้งแต่ระดับภูมิภาค
จัดตั้งหน่วยบัญชาการชายแดน ประกาศสงครามยาเสพติดหกเดือน
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ท้าทาย ที่ประชุมได้เห็นชอบให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อประกาศแผนยุทธการสงครามยาเสพติดระยะหกเดือน เป้าหมายหลักคือการลดความเดือดร้อนของประชาชน ลดจำนวนผู้ค้า และลดปริมาณยาเสพติดในพื้นที่ รวมถึงการจัดการกับเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิด
นอกจากนี้ยังมีการกำหนดพื้นที่ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ปีงบประมาณ 2570 รวม 21 จังหวัด 82 อำเภอ และที่สำคัญคือการจัดตั้งหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ ชายแดนภาคเหนือ ชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชายแดนภาคตะวันตก และพื้นที่ภาคใต้ โดยมอบหมายให้แม่ทัพภาค หรือผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค เป็นผู้บัญชาการในแต่ละพื้นที่
บทเรียนจากแนวหน้า สู่การแก้ปัญหาระบบบำบัดฟื้นฟู
การดำเนินงานตามแนวชายแดนมีความเสี่ยงสูง นายกรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทุ่มเทสกัดกั้นขบวนการค้ายาเสพติด โดยยกตัวอย่างเหตุการณ์ปะทะและตรวจยึดไอซ์จำนวนมากที่อำเภอเขาย้อย จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งสะท้อนถึงความกล้าหาญและความเป็นมืออาชีพของเจ้าหน้าที่ พร้อมกำชับผู้บังคับบัญชาให้ดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ เข้มงวดเรื่องการใช้สายลับที่ไม่ได้ผ่านการอนุมัติเพื่อป้องกันการทุจริตแสวงหาผลประโยชน์
ในมิติของการบำบัดฟื้นฟู ที่ประชุมได้รับทราบปัญหาของผู้เสพยาเสพติดที่ผ่านกระบวนการบำบัดรักษาแล้วยังกลับมากระทำผิดซ้ำ นายกรัฐมนตรีจึงสั่งการให้มีการศึกษาปัจจัยแวดล้อมอย่างรอบด้าน เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงแนวทางการแก้ไขปัญหาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการปรับปรุงกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับปริมาณยาเสพติดให้โทษ โดยคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดได้เห็นชอบให้ยกเลิกรายชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท 1 จำนวนเจ็ดรายการออกจากบทสันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ เพื่อให้กระบวนการทางกฎหมายสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง
ก้าวต่อไปของกฎหมายควบคุมกัญชาและยาเสพติด
ความเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้สะท้อนถึงการปรับกระบวนทัศน์ครั้งสำคัญของรัฐบาลในการจัดการปัญหายาเสพติดและกัญชา มติของคณะกรรมการ ป.ป.ส. เกี่ยวกับการกำหนดนโยบายกัญชาจะถูกส่งต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมกัญชาของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อรับรองว่ากฎหมายฉบับใหม่จะสร้างความสมดุลระหว่างความปลอดภัยของสังคมและการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์
ในขณะเดียวกัน สำนักงาน ป.ป.ส. และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายยาเสพติด และร่างพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ซึ่งเสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา การเตรียมพร้อมเหล่านี้คือหลักประกันว่า เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ กลไกของรัฐจะสามารถขับเคลื่อนนโยบายเพื่อปกป้องชุมชนและส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างเชียงรายได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- การประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (คณะกรรมการ ป.ป.ส.) ครั้งที่ 3/2569 — สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด — 2569