เชียงรายเร่งซ่อมบิ๊กแบ็ก 5 จุดป้องกันน้ำท่วมแม่สาย วางกรอบงานเสร็จทันก่อนฤดูฝนมิถุนายน 2569
[Sassy_Social_Share]
Summary
-
จังหวัดเชียงรายเร่งซ่อมแซมแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราว (บิ๊กแบ็ก) 5 จุดในแม่สายให้เสร็จภายในเดือนมิถุนายน
-
แผนรับมือแบ่งเป็น 3 ระยะ ตั้งแต่การซ่อมแซมเร่งด่วน การรื้อถอนสิ่งกีดขวางทางน้ำ ไปจนถึงการสร้างเขื่อนถาวร
-
กรมโยธาฯ ขออนุมัติงบกว่า 2,950 ล้านบาท เพื่อสร้างระบบระบายน้ำและเขื่อนป้องกันตลิ่งในระยะยาว
-
กองทัพไทยลงพื้นที่ตรวจสอบความมั่นคงชายแดนและเร่งจัดการสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำทางน้ำ
-
การประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชนกว่า 300 คน เน้นความโปร่งใสและตอบโจทย์วิถีชีวิตคนริมน้ำ
เชียงรายเร่งตั้งแนวรับน้ำท่วมแม่สาย ซ่อมบิ๊กแบ็ก 5 จุด ก่อนฤดูฝนเต็มรูปแบบ
เชียงราย,6 พฤษภาคม 2569 – จังหวัดเชียงรายเดินหน้าแผนเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่อำเภอแม่สาย หลังประชาชนและสื่อสังคมออนไลน์แสดงความกังวลต่อความพร้อมของพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนก่อนเข้าสู่ฤดูฝน โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงรายยืนยันว่า จังหวัดไม่ได้เพิกเฉยต่อสถานการณ์ และได้จัดทำแผนแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่อำเภอแม่สายอย่างเป็นระบบ ผ่านการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานส่วนกลาง กองทัพภาคที่ 3 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง
มาตรการเร่งด่วนที่ถูกหยิบขึ้นมาเป็นภารกิจแรก คือการซ่อมแซมแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราวกึ่งถาวร หรือบิ๊กแบ็ก จำนวน 5 จุด ในพื้นที่เทศบาลตำบลแม่สายและเทศบาลตำบลเวียงพางคำ โดยจังหวัดเชียงรายได้ประสานงานร่วมกับกองทัพภาคที่ 3 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสำรวจพื้นที่และประเมินราคาซ่อมแซมแนวป้องกันน้ำท่วมให้พร้อมก่อนฤดูฝนเต็มรูปแบบ กรอบเวลาที่จังหวัดกำหนดไว้คือการสำรวจและออกแบบให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และคาดว่าจะดำเนินการซ่อมแซมแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569
คำว่า “ทันก่อนฤดูฝน” จึงไม่ใช่เพียงกรอบเวลาทางราชการ แต่เป็นเส้นตายที่เกี่ยวข้องกับชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจชายแดนโดยตรง เพราะแม่สายเคยเผชิญน้ำหลากและดินโคลนถล่มจากฝนตกหนักต่อเนื่องเมื่อเดือนกันยายน 2567 ส่งผลกระทบต่อด่านการค้าชายแดน ชุมชน บ้านเรือน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวาง ข้อมูลจากกรมโยธาธิการและผังเมืองที่นำเสนอในการประชุมระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุผลสำคัญที่รัฐบาลมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองศึกษาและออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนแม่สายและพื้นที่ต่อเนื่อง
บทเรียนจากปี 2567 ทำให้แม่สายไม่มีพื้นที่ให้ประมาท
แม่สายเป็นพื้นที่ที่มีลักษณะเฉพาะมากกว่าพื้นที่น้ำท่วมทั่วไป เพราะเป็นทั้งชุมชนหนาแน่น เมืองการค้า จุดผ่านแดน และพื้นที่ติดลำน้ำชายแดน เมื่อเกิดน้ำหลาก ผลกระทบจึงไม่ได้จำกัดเฉพาะบ้านเรือนที่อยู่ริมลำน้ำ แต่ลุกลามไปถึงระบบการค้า การขนส่ง การท่องเที่ยว ตลาดชายแดน และความเชื่อมั่นของประชาชนที่ใช้ชีวิตอยู่กับความเสี่ยงซ้ำซาก
สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ปี 2569 ถูกจับตามองเป็นพิเศษคือข้อกังวลเรื่องสิ่งกีดขวางทางน้ำและสภาพพื้นที่สองฝั่งลำน้ำสาย ไทยพีบีเอสรายงานเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ว่า หลายชุมชนในอำเภอแม่สายยังต้องเฝ้าระวังน้ำท่วม โดยปีนี้ถูกประเมินว่ามีความเสี่ยงมากกว่าหลายปี เนื่องจากฝั่งประเทศเมียนมามีการก่อสร้างพนังถาวร และฝั่งไทยยังมีอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างบางส่วนที่กีดขวางทางน้ำยังไม่ได้ถูกรื้อถอน
ภาพดังกล่าวทำให้การแก้ปัญหาน้ำท่วมแม่สายไม่สามารถพึ่งมาตรการชั่วคราวเพียงอย่างเดียว แม้บิ๊กแบ็กจะช่วยลดความเสี่ยงเฉพาะหน้าก่อนฤดูฝน แต่หากทางน้ำยังแคบ สิ่งปลูกสร้างยังขวางการไหลของน้ำ และระบบระบายน้ำยังไม่รองรับปริมาณน้ำหลาก การแก้ปัญหาย่อมต้องเดินต่อด้วยมาตรการเชิงโครงสร้างและมาตรการทางกฎหมายที่รัดกุมมากขึ้น
3 ระยะของแผนเชียงราย ตั้งแต่ซ่อมบิ๊กแบ็กถึงเขื่อนป้องกันตลิ่ง
แผนของจังหวัดเชียงรายแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะอย่างชัดเจน ระยะแรกคือแผนเร่งด่วนก่อนฤดูฝน เน้นการซ่อมแซมแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราวกึ่งถาวรด้วยบิ๊กแบ็ก 5 จุด ในพื้นที่เทศบาลตำบลแม่สายและเทศบาลตำบลเวียงพางคำ พร้อมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เตรียมความพร้อมด้านงบประมาณสำหรับค่าวัสดุ อุปกรณ์ และค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน
ระยะที่สองคือแผนระยะสั้นในปีงบประมาณ 2568 โดยมีโครงการรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางทางน้ำ ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จากรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวน 39,367,300 บาท ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความเห็นชอบโครงการแล้ว และจังหวัดเชียงรายอยู่ระหว่างการจัดส่งเอกสารขอใช้พื้นที่จากกรมธนารักษ์ เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ระยะที่สามคือแผนระยะกลางและระยะยาว ซึ่งเป็นหัวใจของการปรับระบบพื้นที่ลุ่มน้ำแม่สายอย่างถาวร โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ขอรับงบประมาณกลาง วงเงินรวมกว่า 2,950 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งและปรับปรุงระบบระบายน้ำ ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการศึกษา สำรวจ ออกแบบ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนในปี พ.ศ. 2575
การแบ่งแผนเป็น 3 ระยะช่วยให้เห็นภาพว่า จังหวัดเชียงรายไม่ได้มองปัญหาแม่สายเป็นเหตุเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่พยายามวางทางออกจากระดับชั่วคราวไปสู่ระดับโครงสร้าง อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือระยะเวลาระหว่างปัจจุบันถึงปี 2575 ยังยาวพอสมควร ขณะที่ฤดูฝนเกิดขึ้นทุกปี แผนเร่งด่วนและแผนระยะสั้นจึงต้องมีประสิทธิภาพมากพอที่จะคุ้มครองประชาชนระหว่างรอโครงการใหญ่


เวทีกรมโยธาฯ เปิดรับฟังประชาชนกว่า 300 คน
ในวันเดียวกัน กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย จัดประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 3 งานจ้างออกแบบรายละเอียดงานศึกษาแผนหลักการปรับปรุงแม่น้ำสาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ณ ห้อง Pavilion Hall ชั้น 7 โรงแรมปิยะพร พาวิลเลี่ยน อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง นายอำเภอแม่สาย หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกว่า 300 คนเข้าร่วม
นายสิทธินันท์ เบ็ญจสุพัฒนนันท์ ผู้แทนกรมโยธาธิการและผังเมือง เปิดเผยว่า เหตุการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่สายเมื่อเดือนกันยายน 2567 ทำให้เกิดน้ำหลากและโคลนจำนวนมากไหลเข้าท่วมด่านการค้าชายแดนเมืองแม่สายและพื้นที่ต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจในพื้นที่อย่างมาก รัฐบาลจึงมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองดำเนินการศึกษาและออกแบบแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนแม่สายและพื้นที่ต่อเนื่อง
การประชุมครั้งที่ 3 มีเป้าหมายเพื่อประชาสัมพันธ์และชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับร่างผลการออกแบบรายละเอียดงาน องค์ประกอบต่าง ๆ ของโครงการ และรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำข้อเสนอแนะไปใช้ในกระบวนการขับเคลื่อนโครงการต่อไป ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานของสยามรัฐเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 ที่ระบุว่า การประชุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนปรับปรุงแม่น้ำสายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ และมีประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมกว่า 300 คน
เสียงประชาชนคือเงื่อนไขสำคัญของโครงการใหญ่
การรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากมีความสำคัญมากกว่าการทำตามขั้นตอน เพราะประชาชนที่อยู่ริมลำน้ำและผู้ประกอบการในย่านเศรษฐกิจแม่สายคือผู้รู้ปัญหาหน้างานดีที่สุด พวกเขาเห็นระดับน้ำ เห็นจุดอั้นน้ำ เห็นจุดที่ตลิ่งเปราะบาง และรู้ว่าถนนหรือท่อระบายน้ำจุดใดไม่สามารถรองรับฝนตกหนักได้จริง
นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมประชุม พร้อมระบุว่า การประชุมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้รับทราบแนวคิด แนวทาง และร่างผลการออกแบบรายละเอียดในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนแม่สาย ตลอดจนให้ข้อคิดเห็น แลกเปลี่ยนมุมมอง และเสนอแนะสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้กรมโยธาธิการและผังเมืองนำไปปรับปรุงให้สัมฤทธิ์ผลและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น
หากโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ คาดว่าจะช่วยแก้ไขปัญหาน้ำหลากและดินโคลนท่วมในพื้นที่ชุมชน ป้องกันน้ำท่วมขังจากฝนตกสะสม สร้างความเชื่อมั่นในการตั้งถิ่นฐานและการประกอบอาชีพ ปรับปรุงสภาพแวดล้อมชุมชนให้เป็นระเบียบ สะอาด ปลอดภัย และสนับสนุนการเจริญเติบโตของการค้าภายในและด่านการค้าชายแดนในอนาคต
กองทัพลงพื้นที่ ชี้ปัญหาน้ำท่วมโยงความมั่นคงชายแดน
นอกจากแผนงานของจังหวัดและกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้ว มิติด้านความมั่นคงชายแดนยังเป็นอีกประเด็นที่ถูกยกขึ้นมาพิจารณา พลโท จุมกฏ นุรักษ์เขต เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร ลงพื้นที่ตรวจแนวชายแดนบริเวณผนังกั้นน้ำบ้านหัวฝ่าย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามสถานการณ์และตรวจความพร้อมมาตรการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำสายและแม่น้ำรวก พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาสิ่งก่อสร้างรุกล้ำเขตแดนเพื่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน
การลงพื้นที่ดังกล่าวมีการหารือร่วมกับนายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังรายงานแผนการเสริมความแข็งแรงของแนวป้องกันตลิ่งและการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำหลากในช่วงฤดูฝน โดยเน้นการตรวจสอบสภาพภูมิประเทศจริงและการจัดการสิ่งปลูกสร้างที่อาจส่งผลกระทบต่อทางน้ำและเส้นเขตแดนระหว่างประเทศ
ประเด็นนี้ทำให้เห็นว่า น้ำท่วมแม่สายไม่ใช่เพียงปัญหาด้านทรัพยากรน้ำหรือโยธาธิการเท่านั้น แต่เกี่ยวพันกับความมั่นคงตามแนวชายแดน เพราะลำน้ำสายและแม่น้ำรวกเป็นพื้นที่อ่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับเขตแดน การใช้ประโยชน์ที่ดิน และการเคลื่อนตัวของน้ำจากสองฝั่งประเทศ การแก้ปัญหาจึงต้องอาศัยการประสานงานหลายระดับ ทั้งท้องถิ่น จังหวัด ส่วนกลาง กองทัพ และกลไกความร่วมมือชายแดน
โจทย์สำคัญคือทำให้แผนเร่งด่วนเกิดผลก่อนน้ำมา
แม้แผน 3 ระยะจะทำให้เห็นทิศทางที่ชัดขึ้น แต่ประชาชนในพื้นที่แม่สายยังต้องการคำตอบที่จับต้องได้ก่อนฝนหนักจะมาถึง คำตอบนั้นคือบิ๊กแบ็ก 5 จุดจะซ่อมเสร็จทันเดือนมิถุนายนหรือไม่ สิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางทางน้ำจะเข้าสู่กระบวนการรื้อถอนตามขั้นตอนได้เร็วเพียงใด และระบบแจ้งเตือนภัยจะทำงานได้ทันเวลาหรือไม่เมื่อเกิดฝนตกหนักต่อเนื่อง
ในพื้นที่ที่เคยสูญเสียมาแล้ว ความเชื่อมั่นของประชาชนไม่ได้เกิดจากคำยืนยันเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการเห็นเครื่องจักรลงพื้นที่ เห็นแนวป้องกันแข็งแรงขึ้น เห็นการขุดลอกหรือเปิดทางน้ำในจุดจำเป็น เห็นเจ้าหน้าที่สื่อสารล่วงหน้า และเห็นแผนอพยพที่ทุกครัวเรือนเข้าใจตรงกัน หากส่วนเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความกังวลในสื่อสังคมออนไลน์ก็จะลดลงด้วยข้อมูลและการปฏิบัติจริง
อีกด้านหนึ่ง แม่สายเป็นพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนที่ประชาชนจำนวนมากทำมาค้าขาย หากการรับมือน้ำท่วมไม่มีประสิทธิภาพ ผลกระทบจะไม่หยุดที่บ้านเรือนเสียหาย แต่จะกระทบรายได้รายวัน สินค้าคงคลัง การเปิดปิดร้านค้า การเดินทางข้ามแดน และภาพลักษณ์ความมั่นคงของพื้นที่การค้าชายแดน การป้องกันน้ำท่วมจึงเป็นการคุ้มครองเศรษฐกิจฐานรากไปพร้อมกับการคุ้มครองชีวิตประชาชน
แม่สายต้องการทั้งกำแพงกันน้ำและระบบเมืองที่อยู่กับน้ำได้
ประสบการณ์จากหลายพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากชี้ให้เห็นว่า การสร้างกำแพงหรือเขื่อนป้องกันตลิ่งเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไม่ทำควบคู่กับการจัดการทางน้ำ พื้นที่รับน้ำ การแจ้งเตือนภัย ผังเมือง และการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสม สำหรับแม่สายซึ่งมีทั้งภูมิประเทศชายแดน ชุมชนหนาแน่น และกิจกรรมเศรษฐกิจเข้มข้น การออกแบบระบบระบายน้ำจึงต้องมองทั้งลำน้ำ พื้นที่เมือง และวิถีชีวิตประชาชนพร้อมกัน
โครงการปรับปรุงแม่น้ำสายที่กรมโยธาธิการและผังเมืองกำลังศึกษาและออกแบบ จึงควรตอบโจทย์มากกว่าการเพิ่มความสูงของแนวป้องกัน แต่ต้องตอบให้ได้ว่าน้ำจะไหลไปทางใด จุดใดควรเปิดทางน้ำ จุดใดควรป้องกันตลิ่ง จุดใดควรจำกัดสิ่งปลูกสร้าง และประชาชนจะได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างอย่างไร โดยเฉพาะผู้ที่อยู่อาศัยหรือประกอบอาชีพในพื้นที่ริมน้ำ
หากโครงการระยะยาวเดินหน้าได้ตามเป้าหมายในปี 2575 แม่สายอาจเปลี่ยนจากพื้นที่ที่รอรับความเสียหายในทุกฤดูฝน ไปสู่เมืองชายแดนที่มีระบบป้องกันน้ำและระบบระบายน้ำชัดเจนขึ้น แต่ระหว่างทางอีกหลายปี จำเป็นต้องมีมาตรการประคองความปลอดภัยทุกฤดูกาล โดยเฉพาะการตรวจแนวป้องกันก่อนฝน การซ่อมแซมจุดเปราะบาง การแจ้งเตือนล่วงหน้า และการซ้อมแผนอพยพในชุมชนเสี่ยง
บทสรุปของเมืองชายแดนที่ต้องแข่งกับเวลา
แผนรับมือน้ำท่วมแม่สายปี 2569 จึงเป็นการแข่งกับเวลาในหลายระดับ ระดับแรกคือเวลาไม่กี่สัปดาห์ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนเต็มรูปแบบ ซึ่งจังหวัดต้องเร่งซ่อมบิ๊กแบ็ก 5 จุดให้แล้วเสร็จ ระดับที่สองคือเวลาของปีงบประมาณและขั้นตอนราชการสำหรับการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางน้ำ วงเงิน 39.36 ล้านบาท และระดับที่สามคือเวลาระยะยาวไปถึงปี 2575 สำหรับโครงการโครงสร้างถาวร วงเงินกว่า 2,950 ล้านบาท
สิ่งที่ประชาชนแม่สายต้องการในวันนี้ไม่ใช่เพียงแผนบนกระดาษ แต่คือการเห็นแผนถูกเปลี่ยนเป็นการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง การประชุม การสำรวจ การออกแบบ และการลงพื้นที่ของกองทัพล้วนเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่ปลายทางที่แท้จริงคือการลดความเสียหายเมื่อฝนตกหนักจริง ลดความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน และทำให้เมืองชายแดนที่สำคัญของเชียงรายเดินหน้าทางเศรษฐกิจได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทุกครั้งหลังน้ำลด
ในภาพใหญ่ แม่สายกำลังยืนอยู่บนบททดสอบสำคัญของการบริหารจัดการภัยพิบัติยุคใหม่ เพราะน้ำท่วมไม่ใช่เหตุการณ์ธรรมชาติที่จัดการด้วยการรอให้ผ่านไป แต่เป็นปัญหาเชิงระบบที่ต้องแก้ตั้งแต่ทางน้ำ โครงสร้างพื้นฐาน ผังเมือง ความมั่นคงชายแดน งบประมาณ และการมีส่วนร่วมของประชาชน หากทุกฝ่ายเดินไปในทิศทางเดียวกัน แม่สายจะมีโอกาสเปลี่ยนบทเรียนจากปี 2567 ให้กลายเป็นระบบป้องกันที่แข็งแรงขึ้นในปี 2569 และวางรากฐานเมืองชายแดนที่ปลอดภัยกว่าเดิมในอนาคต
จัดสรรงบประมาณ 39,367,300 บาท จากงบรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568
จังหวัดเชียงรายกำหนดแผนเร่งด่วนซ่อมแนวป้องกันน้ำท่วมชั่วคราวกึ่งถาวร หรือบิ๊กแบ็ก จำนวน 5 จุด ในพื้นที่เทศบาลตำบลแม่สายและเทศบาลตำบลเวียงพางคำ โดยตั้งเป้าสำรวจและออกแบบให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 และซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2569
แผนระยะสั้นมีโครงการรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่กีดขวางทางน้ำ ได้รับจัดสรรงบประมาณ 39,367,300 บาท จากงบรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น โดยกระทรวงมหาดไทยให้ความเห็นชอบแล้ว และจังหวัดเชียงรายอยู่ระหว่างจัดส่งเอกสารขอใช้พื้นที่จากกรมธนารักษ์
แผนระยะกลางและระยะยาว กรมโยธาธิการและผังเมืองขอรับงบประมาณกลาง วงเงินรวมกว่า 2,950 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งและปรับปรุงระบบระบายน้ำ โดยอยู่ระหว่างศึกษา สำรวจ ออกแบบ และรับฟังความคิดเห็นประชาชน คาดว่าจะแล้วเสร็จตามแผนในปี 2575
การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 มีผู้แทนหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกว่า 300 คนเข้าร่วม เพื่อรับฟังร่างผลการออกแบบรายละเอียดโครงการปรับปรุงแม่น้ำสาย
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
- กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย
- กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย
- กรมกิจการชายแดนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย
[Sassy_Social_Share]
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Facebook
Youtube
Tiktok
X-twitter
Weibo
Instagram
Line
EDITORIAL
May 5, 2026
เชียงรายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ต้นทุนทองของครีเอเตอร์ยุคใหม่ สร้างจุดเด่นที่ลอกเลียนไม่ได้ด้วยวัฒนธรรม
April 20, 2026
สะท้อนเสียงจากดอย “กาแฟแต่ละแก้วมีต้นทุนเป็นสุขภาพคนปลูก” ท่ามกลางวิกฤต PM 2.5
April 18, 2026
เชียงรายต้องเป็นมากกว่าเมืองสวย! ชูแกน “อาหาร-กาแฟ-การเชื่อมต่อ” มัดใจครัวเรือนเดี่ยวและคนทำงานพักใจ
April 8, 2026
ทางรอดธุรกิจเชียงรายยุคของแพง เน้นการสื่อสารข้อมูลจริงและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจลดการพึ่งพาน้ำมัน
April 1, 2026
เจาะลึกรถโดยสาร EV อบจ.เชียงราย ยกระดับเมืองท่องเที่ยวพลังงานสะอาด