เปิดปฏิบัติการสแกนนอมินีที่ดินเชียงราย ผู้ว่าฯ นำทีมรับนโยบายปราบทุนเทา รัฐพบทั่วประเทศ 1.4 หมื่นล้าน
- รัฐบาลเปิดปฏิบัติการ LAND ACTION ตรวจพบนอมินีถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวทั่วประเทศ 1,397 ราย รวม 2,360 แปลง มูลค่ากว่า 14,010 ล้านบาท
- นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำเจ้าพนักงานที่ดินทุกสาขารับมอบนโยบายจากกระทรวงมหาดไทยเพื่อเร่งสแกนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่
- การตรวจสอบจะตรวจสอบลึกถึงโครงสร้างผู้ถือหุ้น แหล่งที่มาของเงินทุน และผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง
- พื้นที่เศรษฐกิจชายแดนสำคัญอย่างแม่สาย เชียงแสน และเชียงของ เป็นทำเลที่ต้องจับตาเป็นพิเศษในภาคธุรกิจคลังสินค้าและการท่องเที่ยว
- รัฐบาลกำหนดเส้นตายให้ทุกจังหวัดสรุปผลการตรวจสอบภายในเดือนธันวาคม 2569 และหากพบผิดจะดำเนินการบังคับจำหน่ายตามกฎหมายที่ดิน
เปิดปฏิบัติการสแกนนอมินีที่ดินเชียงราย ผู้ว่าฯ นำทีมรับนโยบายปราบทุนเทา รัฐพบทั่วประเทศ 2,360 แปลง มูลค่า 1.4 หมื่นล้านบาท
เชียงราย,20 ตุลาคม 2569 — เชียงรายเดินหน้าตรวจสอบการถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติ หลังรัฐบาลเปิดปฏิบัติการ LAND ACTION พบที่ดินเข้าข่ายนอมินีทั่วประเทศ 5,467 ไร่ มูลค่าประมาณ 14,010 ล้านบาท นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นำเจ้าพนักงานที่ดินทุกสาขารับนโยบายรัฐบาล เตรียมตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงให้ได้ข้อยุติภายในเดือนธันวาคม 2569 ขณะที่พื้นที่เศรษฐกิจชายแดนแม่สาย เชียงแสน และเชียงของ เป็นทำเลที่ต้องจับตาการถือครองที่ดินและการลงทุน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการค้า การท่องเที่ยว และคลังสินค้า
รัฐบาลเดินหน้าจัดการปัญหาการถือครองที่ดินผ่านบุคคลสัญชาติไทยแทนชาวต่างชาติ หลังกรมที่ดินตรวจพบกรณีถือครองที่ดินโดยนอมินีหรือเข้าข่ายถือครองแทนคนต่างด้าวทั่วประเทศ 1,397 ราย รวม 2,360 แปลง เนื้อที่ 5,467 ไร่ มูลค่าปัจจุบันประมาณ 14,010 ล้านบาท พร้อมกำหนดเส้นตายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงภายในเดือนธันวาคมนี้
สำหรับเชียงราย จังหวัดชายแดนที่มีพื้นที่เศรษฐกิจเชื่อมต่อทั้งเมียนมาและ สปป.ลาว การตรวจสอบครั้งนี้ทำให้ประเด็นการถือครองที่ดินกลับมาอยู่ในความสนใจ โดยเฉพาะที่ดินย่านการค้า พื้นที่เกษตรกรรม และทำเลที่มีศักยภาพรองรับการลงทุน
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่รัฐบาลเปิดเผยเป็นข้อมูลรวมทั่วประเทศ ยังไม่มีรายงานจำแนกจำนวนที่ดินเข้าข่ายนอมินีในจังหวัดเชียงราย จึงต้องรอผลตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนระบุพื้นที่หรือผู้ประกอบการที่มีพฤติการณ์ผิดกฎหมาย
ผู้ว่าฯ เชียงรายนำเจ้าพนักงานที่ดินทุกสาขารับนโยบายรัฐบาล
วันที่ 19 ตุลาคม 2569 นายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายสุทธิพงษ์ อินทจักร์ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดเชียงราย และเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสาขาทุกสาขาและส่วนแยก เข้าร่วมประชุมรับมอบนโยบายผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting ณ ห้องประชุมแม่น้ำโขง สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงราย
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นพร้อมกับการเปิดปฏิบัติการปราบนอมินีที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
รัฐบาลกำหนดให้กรมที่ดินและผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเร่งตรวจสอบการถือครองที่ดินในกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะกรณีที่มีการใช้ชื่อบุคคลไทยหรือนิติบุคคลไทยถือกรรมสิทธิ์แทนชาวต่างชาติ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมาย
แนวทางตรวจสอบจะครอบคลุมข้อมูลผู้ถือหุ้น ผู้มีอำนาจควบคุมกิจการ แหล่งเงินทุน เส้นทางการเงิน และผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง เพื่อแยกการลงทุนที่ถูกต้องออกจากกรณีใช้บุคคลอื่นถือครองทรัพย์สินแทนโดยมิชอบ

แม่สาย–เชียงแสน–เชียงของ ทำเลเศรษฐกิจชายแดนที่ต้องจับตา
พื้นที่ชายแดนเชียงรายมีลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินแตกต่างกันไปตามกิจกรรมเศรษฐกิจของแต่ละอำเภอ
แม่สายเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนไทย–เมียนมา มีทั้งอาคารพาณิชย์ ที่พัก ธุรกิจค้าส่ง และบริการที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งสินค้า ส่วนเชียงแสนมีพื้นที่เศรษฐกิจริมแม่น้ำโขงและแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ขณะที่เชียงของเป็นจุดเชื่อมโยงเส้นทางขนส่งสินค้าผ่านชายแดนไทย–ลาวไปยังจีนตอนใต้
ทำเลเหล่านี้มีโอกาสรองรับการลงทุนในธุรกิจคลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า ที่พัก และบริการท่องเที่ยว การตรวจสอบความถูกต้องในการถือครองที่ดินจึงเกี่ยวข้องโดยตรงกับการแข่งขันทางธุรกิจและการเข้าถึงทรัพยากรของคนท้องถิ่น
หากพบว่ามีการนำชื่อคนไทยไปใช้ถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติโดยผิดกฎหมาย ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องอาจต้องแข่งขันกับกลุ่มทุนที่ได้เปรียบจากการหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมาย
ส่วนเกษตรกรและเจ้าของที่ดินในชุมชนย่อมมีส่วนได้เสียกับการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยเฉพาะพื้นที่ที่กำลังเปลี่ยนจากเกษตรกรรมไปสู่กิจกรรมพาณิชยกรรม
แต่ยังไม่มีหลักฐานทางการยืนยันว่ามีเครือข่ายนอมินีกว้านซื้อที่ดินในแม่สาย เชียงแสน หรือเชียงของจำนวนเท่าใด รวมถึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าปัญหานอมินีเป็นสาเหตุให้ราคาที่ดินในพื้นที่ปรับตัวสูงขึ้น
เปิดตัวเลข 1.4 หมื่นล้านบาท รัฐเร่งตรวจสอบเจ้าของผลประโยชน์ตัวจริง
ข้อมูลจากกรมที่ดินซึ่งรัฐบาลนำเสนอเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ระบุว่า การตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคณะกรรมการตรวจสอบนอมินีระดับจังหวัด พบกรณีถือครองที่ดินโดยนอมินีหรือเข้าข่ายถือครองแทนคนต่างด้าว 1,397 ราย ครอบคลุมที่ดิน 2,360 แปลง รวม 5,467 ไร่ มูลค่าประมาณ 14,010 ล้านบาท
หากพิจารณาจากขนาดของทรัพย์สินที่เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ จะเห็นว่าปัญหานี้เกี่ยวข้องกับมูลค่าที่ดินจำนวนมาก แต่ยอดดังกล่าวยังไม่ใช่มูลค่าความเสียหายที่ผ่านการพิสูจน์ว่าผิดกฎหมายทั้งหมด
นายกรัฐมนตรีกำชับให้หน่วยงานตรวจสอบไปถึงผู้รับประโยชน์ที่แท้จริง ไม่หยุดเพียงรายชื่อเจ้าของที่ดินหรือผู้ถือหุ้นที่ปรากฏในทะเบียน
ในทางปฏิบัติ บริษัทที่มีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยไม่ได้เข้าข่ายกระทำผิดทุกกรณี การพิจารณาต้องตรวจสอบว่าบุคคลเหล่านั้นลงทุนจริงหรือไม่ มีอำนาจบริหารกิจการอย่างไร และมีข้อตกลงที่ทำให้บุคคลต่างชาติควบคุมการถือครองที่ดินโดยมิชอบหรือไม่
มาตรการดังกล่าวยังต้องตรวจสอบสิทธิของนักลงทุนต่างชาติที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะ รวมถึงกฎหมายส่งเสริมการลงทุน เพื่อไม่ให้กระทบต่อกิจการที่ดำเนินงานอย่างถูกต้อง
บังคับจำหน่ายที่ดินผิดกฎหมาย ไม่ใช่การยึดคืนแจกประชาชน
อีกประเด็นที่ประชาชนควรทราบคือ การตรวจพบการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าที่ดินเหล่านั้นจะถูกนำมาแจกจ่ายให้ประชาชนหรือคืนแก่เจ้าของเดิมโดยอัตโนมัติ
ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 96 กรณีที่มีการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าวโดยมิชอบ อธิบดีกรมที่ดินสามารถดำเนินการให้จำหน่ายที่ดินตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย โดยนำบทบัญญัติมาตรา 94 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
การดำเนินการต้องพิจารณาข้อเท็จจริง สิทธิของผู้เกี่ยวข้อง และขั้นตอนตามกฎหมายเป็นรายกรณี
สำหรับผู้ที่เคยขายที่ดินไปแล้ว การตรวจพบความผิดเกี่ยวกับนอมินีไม่ได้ทำให้เกิดสิทธิได้รับที่ดินคืนทันที เพราะต้องตรวจสอบสถานะของสัญญาซื้อขายและกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายด้วย
ประโยชน์ที่ประชาชนอาจได้รับจึงอยู่ที่การลดการถือครองที่ดินผิดกฎหมาย ป้องกันการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม และทำให้การใช้ประโยชน์ที่ดินมีระบบตรวจสอบที่รัดกุมขึ้น

ธันวาคม 2569 เส้นตายตรวจกลุ่มเสี่ยง ป้องกันเปลี่ยนชื่อนอมินีรายใหม่
นายกรัฐมนตรีกำหนดให้กรมที่ดินและผู้ว่าราชการจังหวัดจัดลำดับความสำคัญของกรณีที่ต้องตรวจสอบ พร้อมกำหนดหน่วยงานรับผิดชอบและระยะเวลาดำเนินงาน โดยตั้งเป้าให้การตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงได้ข้อยุติภายในเดือนธันวาคม 2569
กรณีที่พบการถือครองที่ดินผิดกฎหมายจะต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ รวมถึงการบังคับจำหน่ายที่ดินเมื่อเข้าเงื่อนไข พร้อมตรวจสอบการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อป้องกันไม่ให้มีการเปลี่ยนชื่อจากนอมินีรายหนึ่งไปเป็นอีกรายหนึ่ง
รัฐบาลยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงข้อมูลนิติบุคคล ผู้ถือหุ้น และธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน เพื่อพัฒนาระบบเฝ้าระวังก่อนและหลังการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
อีกส่วนหนึ่งคือการเปิดช่องทางรับแจ้งเบาะแสจากประชาชน โดยต้องคุ้มครองสิทธิของผู้เกี่ยวข้องและระมัดระวังไม่ให้การเปิดเผยข้อมูลกระทบต่อกระบวนการสอบสวน
สำหรับจังหวัดเชียงราย ขั้นตอนต่อไปคือการนำกรอบนโยบายดังกล่าวไปดำเนินการในพื้นที่ตามอำนาจหน้าที่ของสำนักงานที่ดินจังหวัดและสาขา โดยยังต้องติดตามว่าจะมีการเปิดเผยผลตรวจสอบเฉพาะจังหวัดเมื่อใด และมีกรณีใดเข้าสู่ขั้นตอนดำเนินคดีหรือบังคับจำหน่ายแล้วบ้าง
ปราบทุนเทาต้องตรวจทั้งที่ดินและช่องโหว่การอนุญาต
ในช่วงเดียวกัน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการต่อต้านสินบนและความเสี่ยงการทุจริตภาครัฐ ครั้งที่ 2/2569 เพื่อติดตามมาตรการป้องกันการทุจริตและปรับปรุงกระบวนงานภาครัฐ
ประเด็นที่มีการหารือครอบคลุมการลดความเสี่ยงเรียกรับสินบน การปรับปรุงขั้นตอนออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม และการนำระบบดิจิทัลเข้ามาช่วยลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
ที่ประชุมยังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบช่องโหว่ในการกำกับดูแลสถานบันเทิงและการอนุญาตประกอบกิจการ โดยใช้พื้นที่ถนนข้าวสารเป็นพื้นที่นำร่องศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหา
มาตรการด้านการอนุญาตและการปราบปรามนอมินีเป็นการดำเนินงานคนละส่วน แต่ต่างเกี่ยวข้องกับการป้องกันไม่ให้บุคคลหรือกิจการใช้ช่องว่างทางกฎหมายแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
คนเชียงรายต้องติดตามอะไรหลังรัฐบาลเปิดปฏิบัติการ
สิ่งที่ต้องติดตามหลังจากนี้คือผลการตรวจสอบในจังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะจำนวนกรณีกลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการตรวจสอบ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ถือครองและผู้รับประโยชน์ ตลอดจนผลการดำเนินการตามกฎหมาย
เกษตรกรและผู้ประกอบการท้องถิ่นควรได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินและช่องทางร้องเรียน ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องแยกการลงทุนต่างชาติที่ถูกต้องออกจากการถือครองผ่านตัวแทนอำพราง เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการสุจริตได้รับผลกระทบ
การตรวจสอบนอมินีอาจช่วยลดความได้เปรียบจากการทำธุรกิจผิดกฎหมาย แต่ยังไม่อาจรับประกันว่าราคาที่ดินในเชียงรายจะลดลง เพราะราคาที่ดินขึ้นอยู่กับทำเล ความต้องการลงทุน โครงสร้างพื้นฐาน และภาวะเศรษฐกิจด้วย
เมื่อรัฐบาลกำหนดให้ตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงภายในเดือนธันวาคม 2569 คำตอบที่คนเชียงรายต้องการจึงเป็นผลดำเนินงานที่ตรวจสอบได้ว่า พบกรณีผิดกฎหมายในพื้นที่มากน้อยเพียงใด มีการดำเนินคดีแล้วกี่ราย และสามารถป้องกันการใช้บุคคลอื่นถือครองที่ดินแทนได้จริงหรือไม่
โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนที่ที่ดินหนึ่งแปลงอาจเป็นทั้งที่ตั้งธุรกิจ แหล่งทำกิน และทรัพย์สินของครอบครัว ความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายจะช่วยให้ประชาชนตัดสินใจเกี่ยวกับที่ดินของตนได้บนข้อมูลที่ถูกต้อง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ข่าวการเปิดปฏิบัติการปราบนอมินีและตรวจสอบการถือครองที่ดินกลุ่มเสี่ยง วันที่ 19 ตุลาคม 2569
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย รายงานการเข้าร่วมรับมอบนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย วันที่ 19 ตุลาคม 2569
- กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ข้อมูลการตรวจสอบการถือครองที่ดินแทนคนต่างด้าว และประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 94 และมาตรา 96
- ข้อมูลการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการต่อต้านสินบนและความเสี่ยงการทุจริตภาครัฐ ครั้งที่ 2/2569