ข้าวเหลืองอุ๊บไก่เชียงรายผงาดเวที ‘ไทยฟุ้ง ปรุงไทย’ วัฒนธรรมดัน ‘รสชาติที่หายไป’ สู่มรดกอาหารถิ่นระดับสากล
- เมนู “ข้าวเหลืองอุ๊บไก่” อาหารอัตลักษณ์ชาวไทใหญ่ของเชียงราย คว้ารางวัล 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น ประจำปี 2569
- นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานมอบโล่รางวัล ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
- สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายร่วมกับวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย เป็นแกนหลักสืบค้นสูตรดั้งเดิมและนำเสนอจนสำเร็จ
- นางมนรัตน์ ก.บัวเกษร จากสำนักข่าว นครเชียงรายนิวส์ เข้ารับเกียรติบัตรเครือข่ายอินฟลูเอนเซอร์ผู้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร
- กระทรวงวัฒนธรรมเตรียมยกระดับ 308 เมนูทั่วประเทศ สู่แบรนด์ Thailand Best Local Food ขับเคลื่อนท่องเที่ยวเชิงอาหาร
ข้าวเหลืองอุ๊บไก่เชียงรายผงาดเวที ‘ไทยฟุ้ง ปรุงไทย’ วัฒนธรรมดัน ‘รสชาติที่หายไป’ สู่มรดกอาหารถิ่นระดับสากล
เชียงราย,3 ตุลาคม 2569 – เมนูอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ไทใหญ่ ข้าวเหลืองอุ๊บไก่ คว้ารางวัลสุดยอดอาหารถิ่นประจำปี 2569 ในโครงการรสชาติที่หายไป กระทรวงวัฒนธรรมประกาศเดินหน้ายกระดับเสน่ห์ปลายจวัก 77 จังหวัดสู่แบรนด์ Thailand Best Local Food ด้านตัวแทนเชียงรายตบเท้าเข้ารับโล่เกียรติยศกลางศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หวังปูทางใช้ต้นทุนทางวัฒนธรรมกระตุ้นเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่
ความหลากหลายทางภูมิวัฒนธรรมของประเทศไทยกำลังถูกนำมาจัดแสดงผ่านผัสสะแห่งรสชาติ เมื่ออาหารพื้นบ้านที่เคยซ่อนตัวอยู่ในครัวเรือนของชุมชนทั่วประเทศ ได้รับการยกระดับขึ้นเป็นมรดกภูมิปัญญาและเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำหรับจังหวัดเชียงราย ดินแดนที่รุ่มรวยด้วยกลุ่มชาติพันธุ์และประวัติศาสตร์อันยาวนาน ได้ส่งเมนู ข้าวเหลืองอุ๊บไก่ ซึ่งเป็นอาหารอัตลักษณ์ของชาวไทใหญ่ ก้าวขึ้นสู่เวทีระดับชาติได้อย่างสง่างาม ในฐานะเมนูที่ได้รับคะแนนโหวตสูงสุดของจังหวัด ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนายกระดับอาหารถิ่นสู่มรดกทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย ประจำปีงบประมาณ 2569
ปรากฏการณ์ดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นว่า อาหารไม่ได้ทำหน้าที่เพียงตอบสนองความต้องการทางกายภาพ แต่ยังเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าวิถีชีวิต ความเชื่อ และความผูกพันระหว่างผู้คนกับระบบนิเวศ การนำข้าวเหลืองอุ๊บไก่มานำเสนอสู่สายตาสาธารณชนในวงกว้าง จึงเปรียบเสมือนการเปิดประตูบานใหญ่ให้คนต่างถิ่นได้ทำความรู้จักกับจิตวิญญาณของชาวเชียงราย ผ่านความหอมละมุนของข้าวเหนียวสีเหลืองทองและความเข้มข้นของเครื่องเทศชาติพันธุ์

จากครัวชาติพันธุ์ สู่แสงไฟบนเวทีอาหารถิ่นระดับชาติ
ความสำเร็จของเมนูพื้นบ้านเชียงรายได้รับการเฉลิมฉลองอย่างเป็นทางการ เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร ในงานมหกรรมวัฒนธรรม ไทยฟุ้ง ปรุงไทย ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม งานมหกรรมครั้งนี้ถูกจัดขึ้นภายใต้ความมุ่งหวังที่จะนำเสนอ รสชาติที่หายไป หรือ The Lost Taste จาก 77 จังหวัดทั่วประเทศให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยเปลี่ยนพื้นที่หอประชุมให้กลายเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของปี
บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักจากการจัดแสดงนิทรรศการมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชิมและเลือกซื้ออาหารพื้นถิ่นที่หาทานได้ยาก นิทรรศการสาธิตเมืองต้นแบบวัฒนธรรมเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน การนำเสนอของเล่นพื้นบ้านไทย และการจัดแสดงรายการมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่สะท้อนรากเหง้าของชาติ ซึ่งการหลอมรวมกิจกรรมเหล่านี้เข้าด้วยกัน ช่วยสร้างความตระหนักรู้ให้แก่สังคมว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ใช่สิ่งที่ล้าสมัย แต่เป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาที่สามารถนำมาต่อยอดได้ในยุคปัจจุบัน
ในการนี้ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย นำโดย นางวนิดาพร ธิวงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม พร้อมด้วยนายอภิชาต กันธิยะเขียว นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ ได้เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นสักขีพยานและนำเสนอความภาคภูมิใจของชาวเชียงรายสู่สายตาผู้คนจากทั่วทุกภูมิภาค
เชียงรายชู ข้าวเหลืองอุ๊บไก่ ผนึกกำลังเครือข่ายสานต่อภูมิปัญญา
ไฮไลต์สำคัญของงานมหกรรมคือพิธีมอบโล่รางวัลและป้ายประจำโครงการ 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น ซึ่งได้รับเกียรติจาก นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลจำนวน 78 รางวัล ท่ามกลางคณะผู้บริหารระดับสูง วัฒนธรรมจังหวัด และเครือข่ายทางวัฒนธรรมที่มาร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
สำหรับจังหวัดเชียงราย การขับเคลื่อนเมนูข้าวเหลืองอุ๊บไก่จนประสบความสำเร็จ เกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการศึกษา โดยมี วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย เป็นผู้รับหน้าที่หลักในการสืบค้น รวบรวมสูตรอาหาร และนำเสนอเมนูนี้เข้าสู่กระบวนการคัดเลือก ในพิธีอันทรงเกียรติ นางวนิดาพร ธิวงศ์ ในฐานะผู้แทนวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย และ นางสาวอรพิน ดวงแก้ว ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย ในฐานะตัวแทนเครือข่ายผู้ประกอบการและสถานศึกษา ได้ก้าวขึ้นรับมอบโล่รางวัลจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ชาวเชียงรายและบุคลากรด้านการศึกษาที่ทุ่มเทรักษามาตรฐานรสชาติดั้งเดิมเอาไว้
นอกจากการยกย่องเจ้าของภูมิปัญญาและผู้สืบทอดแล้ว กรมส่งเสริมวัฒนธรรมยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารในยุคดิจิทัล นางโชติกา อัครกิจโสภากุล อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้มอบเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติให้แก่เครือข่ายอินฟลูเอนเซอร์ผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร โดยตัวแทนจากจังหวัดเชียงรายคือ นางมนรัตน์ ก.บัวเกษร ประธานกรรมการบริการ สำนักข่าว นครเชียงรายนิวส์ ได้เข้ารับมอบเกียรติบัตรดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมจะบรรลุผลได้ ต้องอาศัยสื่อมวลชนระดับท้องถิ่นเป็นกระบอกเสียงในการนำเรื่องราวจากชุมชนไปสู่การรับรู้ของสังคมวงกว้าง
ถอดรหัสวิสัยทัศน์วัฒนธรรม ดันมรดกภูมิปัญญาสู่เศรษฐกิจยั่งยืน
นโยบายการรื้อฟื้นอาหารถิ่นไม่ได้หยุดอยู่เพียงการจัดการประกวด แต่เป็นแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของการจัดงานว่า อาหารพื้นถิ่นนับเป็นปัจจัยสี่ที่มีความสำคัญยิ่งในวิถีวัฒนธรรมของมนุษย์ เป็นสิ่งที่ผู้คนได้สัมผัสและรับประทานมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รสชาติและวัตถุดิบที่แตกต่างกัน ล้วนมีที่มาจากบริบทของทรัพยากร ภูมิประเทศ ความเชื่อ ศาสนา และรสนิยมเฉพาะถิ่น ซึ่งความหลากหลายเหล่านี้คือต้นทุนที่สามารถนำมาสร้างสรรค์ พัฒนาต่อยอดให้เกิดเอกลักษณ์ และสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างมหาศาล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมระบุด้วยว่า โครงการค้นหารสชาติที่หายไปได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ซึ่งเป็นปีที่สี่ ได้มีการค้นพบและประกาศรับรองเมนูอาหารพื้นถิ่นเพิ่มเติมอีก 77 เมนู เมื่อนำไปรวมกับฐานข้อมูลเดิมที่มีอยู่ 231 เมนู ส่งผลให้ประเทศไทยมีรายการอาหารถิ่นที่ได้รับการขึ้นทะเบียนรวมทั้งสิ้น 308 เมนู เป้าหมายต่อไปของรัฐบาลคือการผลักดันฐานข้อมูลเหล่านี้ให้กลายเป็นแบรนด์ Thailand Best Local Food ระดับประเทศ และเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งออกวัฒนธรรมอาหารสู่นานาชาติ


มุมมองดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจาก โย่ง เชิญยิ้ม ศิลปินแห่งชาติ ผู้เข้าร่วมชมงานมหกรรม ซึ่งได้เปิดเผยความรู้สึกว่า งานลักษณะนี้ช่วยส่งเสริมคุณค่าของอาหารไทยได้อย่างยอดเยี่ยม เมนูจากแต่ละจังหวัดล้วนถูกคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน หลายเมนูเป็นสิ่งที่แม้แต่ตนเองก็ยังไม่เคยรู้จักหรือมีโอกาสได้รับประทานมาก่อน การนำเสนออาหารที่มีความแปลกใหม่และเต็มไปด้วยเรื่องราว จึงเป็นเสน่ห์ที่ชวนให้ทุกคนเข้ามาสัมผัสและเรียนรู้รากเหง้าของชาติตนเอง
มากกว่าความอร่อย คือการฟื้นคืนลมหายใจของชุมชนและคนรุ่นใหม่
การที่ข้าวเหลืองอุ๊บไก่ได้รับการเชิดชูเกียรติในครั้งนี้ มีนัยสำคัญต่อจังหวัดเชียงรายในหลากหลายมิติ สำหรับชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ นี่คือการยอมรับในคุณค่าของภูมิปัญญาบรรพบุรุษ องค์ความรู้ในการนำดอกกู้ดมาแช่น้ำเพื่อสกัดสีเหลืองมงคลสำหรับหุงข้าวเหนียว หรือเทคนิคการคั่วไก่เนื้อแน่นกับเครื่องเทศมะสะหล่าจนได้รสชาติที่กลมกล่อม กำลังได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะก้าวสู่การเป็นเมนูระดับไฟน์ไดนิ่งหรือเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารระดับสากล
สำหรับวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย รางวัลนี้คือผลสัมฤทธิ์ของการจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงห้องเรียนเข้ากับชุมชน นักศึกษาและคณาจารย์ผู้รับผิดชอบโครงการได้ลงพื้นที่ศึกษาประวัติศาสตร์ของวัตถุดิบ ถอดสูตรอาหาร และนำมาประยุกต์ใช้ทักษะทางวิชาชีพในการนำเสนอ กระบวนการเหล่านี้ช่วยสร้างคนรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงแต่มีทักษะในการประกอบอาหาร แต่ยังมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในรากเหง้าทางวัฒนธรรมของพื้นที่ที่ตนเองอยู่อาศัย
นอกจากนี้ การได้รับรางวัลระดับประเทศยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการร้านอาหารในจังหวัดเชียงราย สามารถนำเมนูข้าวเหลืองอุ๊บไก่ไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนเชียงรายและต้องการลิ้มลองรสชาติที่ได้รับรางวัล ร้านอาหารท้องถิ่นจะกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ช่วยกระจายรายได้ลงสู่ชุมชน ตั้งแต่เกษตรกรผู้ปลูกสมุนไพร ผู้เลี้ยงไก่พื้นเมือง ไปจนถึงแม่ครัวและพนักงานบริการในร้าน
อนาคตของรสชาติที่กลับมา เพื่อสร้างมูลค่าให้เมืองเชียงราย
การได้รับป้ายประกาศเกียรติคุณจากโครงการ 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของภารกิจ แต่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความท้าทายครั้งใหม่สำหรับจังหวัดเชียงราย โจทย์ใหญ่หลังจากนี้คือการรักษามาตรฐานของข้าวเหลืองอุ๊บไก่ และทำให้เมนูนี้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้บริโภค ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
การเชื่อมโยงเมนูอาหารเข้ากับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หรือ Gastronomy Tourism จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้รสชาติที่ถูกพากลับมา ไม่เลือนหายไปอีกครั้ง ภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัดเชียงรายจำเป็นต้องร่วมมือกันสร้างแคมเปญส่งเสริมการตลาด จัดทำแผนที่ลายแทงร้านอาหารชาติพันธุ์ หรือแม้แต่การจัดเวิร์กช็อปสอนทำอาหารไทใหญ่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับประสบการณ์ที่มากกว่าการรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียว
เมื่อเสียงกระทะและกลิ่นหอมของเครื่องเทศยังคงลอยอวลอยู่ในครัวของชาวเชียงราย ข้าวเหลืองอุ๊บไก่ก็จะเป็นมรดกที่คงลมหายใจ เป็นตัวแทนของการผสมผสานระหว่างอดีตอันงดงามและอนาคตที่ยั่งยืน พิสูจน์ให้เห็นว่าพลังแห่งวัฒนธรรมท้องถิ่น หากได้รับการเจียระไนอย่างถูกต้อง ย่อมสามารถเปล่งประกายและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่แผ่นดินแม่ได้อย่างไม่รู้จบ






เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงราย — เอกสารข้อมูลการเข้าร่วมงานมหกรรมวัฒนธรรม ไทยฟุ้ง ปรุงไทย ประจำปี 2569 — 3 ตุลาคม 2569
- กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม — ข้อมูลโครงการ 1 จังหวัด 1 เมนู เชิดชูอาหารถิ่น รสชาติ…ที่หายไป The Lost Taste ประจำปีงบประมาณ 2569 — ตุลาคม 2569
- กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม — สุนทรพจน์และบทให้สัมภาษณ์ในพิธีเปิดงานมหกรรมวัฒนธรรม ไทยฟุ้ง ปรุงไทย — 3 ตุลาคม 2569