ตม.เชียงรายทลายเครือข่ายขนแรงงานเถื่อนรวบ 36 เมียนมาซุกบ้านพักป่าอ้อดอนชัย ขยายผลจับกุมจากคดีพิษณุโลก
[Sassy_Social_Share]
Summary
-
ตม.เชียงรายบุกค้นบ้านพักในตำบลป่าอ้อดอนชัย พบแรงงานเมียนมา 36 คนลอบเข้าเมือง
-
ทั้งหมดเตรียมเดินทางเข้าทำงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยผ่านนายหน้า
-
ปฏิบัติการนี้เป็นการขยายผลจากการจับกุมแรงงาน 149 คนที่จังหวัดพิษณุโลก
-
แรงงานต้องจ่ายค่านายหน้าสูงถึง 5,000-10,000 บาทต่อคนในการลักลอบ
-
เจ้าหน้าที่ดำเนินการทำประวัติและผลักดันกลับประเทศผ่านด่านแม่สายทันที
เชียงราย 12 พฤษภาคม 2569 – ตม.เชียงราย ทลายเครือข่ายขนแรงงานเถื่อน รวบชาวเมียนมา 36 คน ซุกบ้านพักรอส่งเข้ากรุง
เชียงราย,11 พฤษภาคม 2569 – ปฏิบัติการเงียบที่เกิดขึ้นในช่วงบ่ายกลายเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของปัญหาแรงงานข้ามชาติที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ใต้พรมแดนภาคเหนือ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงรายนำกำลังเข้าตรวจค้นบ้านพักไม่มีเลขที่หลังหนึ่งในหมู่ 21 ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมืองเชียงราย และพบกลุ่มบุคคลสัญชาติเมียนมารวม 36 คน นั่งรออยู่ในความเงียบเพื่อเตรียมเดินทางต่อเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
เรื่องนี้ไม่ใช่การจับกุมแบบโดดเดี่ยว แต่เป็นผลจากการไล่เรียงข้อมูลข้ามจังหวัดที่เริ่มต้นจากพิษณุโลกเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า และชี้ให้เห็นว่าเครือข่ายขนย้ายแรงงานผิดกฎหมายยังคงใช้เชียงรายเป็นประตูแรกก่อนกระจายคนไปยังพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในของประเทศ
ปฏิบัติการบ่ายวันที่ 11 พฤษภาคม
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สราวุธ คนใหญ่ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รองผู้บังคับการ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง ผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย พ.ต.ท.หญิง พัสษลพร ศุกระศร รองผู้กำกับ และ พ.ต.ท.วิชัย ปันนา สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย ชุดสืบสวนปราบปรามได้วางแผนเข้าพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า
เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่เข้าถึงเป้าหมายซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวล้อมรั้วสังกะสี ตั้งอยู่ห่างจากถนนหลักเข้าไปเกือบ 300 เมตร ไม่มีป้ายบ้านเลขที่และไม่มีผู้แสดงตนเป็นเจ้าของในขณะเข้าตรวจ ภายในพบชาย 17 คน หญิง 19 คน รวม 36 คน นั่งรวมกลุ่มอยู่บนพื้นเสื่อ บางคนถือกระเป๋าเป้ใบเล็ก บางคนมีเพียงถุงพลาสติกใส่เสื้อผ้า
จากการสอบถามผ่านล่าม ทุกคนให้การตรงกันว่าเดินทางมาจากฝั่งเมียนมา ข้ามเข้ามาทางอำเภอแม่สายโดยไม่มีเอกสารการเดินทางที่ถูกต้องตามกฎหมาย จากนั้นมีรถกระบะไม่ติดแผ่นป้ายรับช่วงต่อพามาส่งที่บ้านหลังนี้ตั้งแต่คืนก่อนหน้า เพื่อรอจังหวะเดินทางต่อในเวลากลางคืน
บ้านพักในป่าอ้อดอนชัย จุดพักคอยที่ถูกซ่อนไว้
ตำบลป่าอ้อดอนชัยอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นพื้นที่กึ่งเกษตรกึ่งชุมชน มีบ้านเรือนกระจายตัวและมีเส้นทางเลี่ยงด่านหลายสายเชื่อมต่อไปยังถนนพหลโยธิน ทำให้เหมาะต่อการถูกใช้เป็นจุดพักคอย
เจ้าหน้าที่ระบุว่าบ้านหลังดังกล่าวไม่มีการอยู่อาศัยถาวร แต่มีการจัดเตรียมน้ำดื่มบรรจุขวด อาหารสำเร็จรูป และเสื่อปูนอนไว้ล่วงหน้า ลักษณะนี้สอดคล้องกับรูปแบบของเครือข่ายขนแรงงานที่มักใช้บ้านเช่าระยะสั้นหรือบ้านร้างเป็น safe house ก่อนส่งต่อเป็นทอดๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจบนถนนสายหลัก
ชาวเมียนมาทั้ง 36 คนให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าต้องจ่ายเงินให้กับนายหน้าคนละประมาณ 5,000 ถึง 10,000 บาท โดยตกลงกันว่าจะพาไปส่งถึงที่ทำงานในกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และปทุมธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีโรงงานและงานก่อสร้างจำนวนมาก ค่าใช้จ่ายดังกล่าวไม่รวมค่าเดินทางภายในประเทศและไม่มีการรับประกันใดๆ หากถูกจับระหว่างทาง
เส้นทางลับจากแม่สายสู่พื้นที่ชั้นใน
แม่สายยังคงเป็นช่องทางหลักของการลักลอบเข้าเมืองในภาคเหนือ แม้จะมีจุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 ที่มีการตรวจเข้ม แต่เครือข่ายมักใช้ช่องทางธรรมชาติในช่วงเวลากลางคืนหรือใช้เอกสารผ่านแดนชั่วคราวแล้วไม่ออกตามกำหนด
หลังข้ามแดนมาได้ กลุ่มแรงงานจะถูกแยกเป็นกลุ่มเล็กๆ ไม่เกิน 10 คนต่อคัน เพื่อหลีกเลี่ยงการสังเกตจากด่านตรวจบนทางหลวงหมายเลข 1 และหมายเลข 11 จากนั้นจะมาพักรวมกันที่เชียงรายก่อนเปลี่ยนถ่ายไปยังรถตู้หรือรถบรรทุกสินค้าที่มีช่องลับ
รูปแบบนี้ทำให้การติดตามต้องอาศัยการข่าวข้ามจังหวัด ไม่สามารถจบได้ด้วยการจับที่ด่านชายแดนเพียงจุดเดียว
จุดเริ่มต้นการขยายผลจากพิษณุโลก
การเข้าตรวจครั้งนี้มีที่มาจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพิษณุโลกได้จับกุมขบวนการขนคนต่างด้าวผิดกฎหมายได้จำนวนมากถึง 149 คน บนถนนสายเลี่ยงเมือง
จากการสอบสวนผู้ต้องหาในคดีนั้น เจ้าหน้าที่พบข้อมูลการโอนเงิน เส้นทางการรับส่ง และชื่อจุดพักหลายแห่งในภาคเหนือ หนึ่งในนั้นคือพิกัดบ้านในตำบลป่าอ้อดอนชัย จังหวัดเชียงราย จึงมีการประสานข้อมูลมายัง บก.ตม.5 เพื่อวางกำลังเฝ้าติดตามจนนำไปสู่การจับกุม 36 คนล่าสุด
เจ้าหน้าที่ระบุว่าทั้งสองเหตุการณ์มีความเชื่อมโยงกันในระดับเครือข่าย ไม่ใช่การกระทำของนายหน้ารายย่อย และขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้จัดหา ผู้ขับรถ และเจ้าของสถานที่

ตัวเลขใหญ่ที่ซ่อนอยู่หลังการลักลอบ
เหตุการณ์ที่เชียงรายเป็นเพียงเสี้ยวเล็กของภาพรวมแรงงานข้ามชาติในประเทศไทย ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานที่เผยแพร่ในรายงานสถิติเศรษฐกิจแรงงานระหว่างประเทศประจำเดือนพฤษภาคม 2568 ระบุว่า ณ เดือนพฤษภาคม 2568 ประเทศไทยมีแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติหลักจากประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับอนุญาตทำงานรวมประมาณ 3,789,389 คน ในจำนวนนี้เป็นสัญชาติเมียนมาสูงถึงประมาณ 2,987,988 คน ตามด้วยกัมพูชาและลาว
ตัวเลขดังกล่าวเป็นเฉพาะกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย แต่หน่วยงานด้านความมั่นคงประเมินว่ายังมีแรงงานที่อยู่นอกระบบอีกจำนวนมาก ซึ่งมักตกเป็นเป้าหมายของขบวนการลักลอบขนย้าย เพราะต้องการหลีกเลี่ยงขั้นตอนการนำเข้าตาม MOU ที่มีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลานาน
กระทรวงแรงงานยังรายงานในเอกสารฉบับเดียวกันว่า ประเทศไทยมีกำลังแรงงานรวมประมาณ 39.37 ล้านคน และมีอัตราการว่างงานเพียงร้อยละ 1.02 ในไตรมาสแรกของปี 2568 ซึ่งสะท้อนความต้องการแรงงานในภาคการผลิตและบริการที่ยังคงสูงต่อเนื่อง ความต้องการนี้เองที่กลายเป็นแรงดึงให้แรงงานจากเมียนมาเสี่ยงข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย แม้ต้องจ่ายเงินหลายพันบาทและเสี่ยงถูกผลักดันกลับ
คำเตือนจากเจ้าหน้าที่และช่องโหว่ที่มิจฉาชีพใช้
หลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชาวเมียนมาทั้ง 36 คนมาทำประวัติและดำเนินการผลักดันกลับประเทศผ่านจุดผ่านแดนถาวรสะพานข้ามแม่น้ำสายแห่งที่ 1 อำเภอแม่สาย ตามขั้นตอนของกฎหมายคนเข้าเมือง
พ.ต.อ.สุรศักดิ์ เทียนทอง เน้นย้ำในบันทึกการปฏิบัติงานว่า ผู้ที่ลักลอบเข้ามาจะถูกขึ้นบัญชีเฝ้าดูและอาจถูกดำเนินคดีหากกลับเข้ามาซ้ำ ขณะเดียวกันนายหน้าที่เรียกเก็บเงินล่วงหน้าโดยอ้างว่าสามารถจัดหางานและวีซ่าให้ได้ มักเป็นมิจฉาชีพที่ไม่มีใบอนุญาตจัดหางาน
ในช่วงสองปีที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการหลอกลวงแรงงานไปทำงานต่างประเทศและในประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเรียกเก็บค่ามัดจำ ค่าวีซ่า และค่าดำเนินการโดยไม่มีสัญญาจ้างที่ชัดเจน ผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นแรงงานจากพื้นที่ชายแดนที่มีความจำเป็นต้องหารายได้เร่งด่วน
เจ้าหน้าที่จึงขอความร่วมมือจากประชาชนในพื้นที่เชียงรายและจังหวัดใกล้เคียง หากพบพฤติกรรมเช่าบ้านระยะสั้น มีคนต่างด้าวเข้าออกผิดปกติในเวลากลางคืน หรือมีรถตู้รับส่งคนจำนวนมากโดยไม่ทราบที่มา ให้แจ้งสายด่วนตรวจคนเข้าเมือง 1178 เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ
เชียงรายสู่ภาพรวมประเทศ
กรณีที่ป่าอ้อดอนชัยไม่ได้แตกต่างจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในจังหวัดตาก กาญจนบุรี และสระแก้ว ซึ่งเป็นประตูชายแดนสำคัญเช่นกัน รูปแบบคือการใช้หมู่บ้านชายขอบเป็นจุดพัก รวมคนให้ได้จำนวนหนึ่งแล้วจึงขนย้ายแบบกองทัพมดเข้าสู่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
สิ่งที่น่ากังวลคือการเดินทางแบบผิดกฎหมายทำให้แรงงานเหล่านี้ตกอยู่ในภาวะเปราะบาง ไม่มีประกันสุขภาพ ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน และเสี่ยงต่อการถูกเอารัดเอาเปรียบเมื่อไปถึงปลายทาง ขณะเดียวกันนายจ้างที่รับแรงงานผิดกฎหมายก็เสี่ยงถูกดำเนินคดี มีโทษปรับสูงและอาจถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ
ผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานข้ามชาติเสนอว่า การแก้ปัญหาจำเป็นต้องทำพร้อมกันสามด้านคือ เพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามเครือข่ายขนย้าย เร่งกระบวนการนำเข้าแรงงานตาม MOU ให้รวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายที่แรงงานเข้าถึงได้ และสร้างความร่วมมือกับประเทศต้นทางในการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชน
สำหรับเชียงรายในวันนี้ บ้านพักหลังหนึ่งในป่าอ้อดอนชัยถูกปิดลงแล้ว แต่เส้นทางจากแม่สายยังคงอยู่ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่าจะมีการลักลอบอีกหรือไม่ แต่คือหน่วยงานจะสามารถตัดวงจรนายหน้าและทำให้การเดินทางมาทำงานในประเทศไทยเป็นไปอย่างปลอดภัยและถูกกฎหมายได้เร็วเพียงใด
สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
- สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน กองเศรษฐกิจการแรงงาน
[Sassy_Social_Share]
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Facebook
Youtube
Tiktok
X-twitter
Weibo
Instagram
Line
EDITORIAL
May 5, 2026
เชียงรายเมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก ต้นทุนทองของครีเอเตอร์ยุคใหม่ สร้างจุดเด่นที่ลอกเลียนไม่ได้ด้วยวัฒนธรรม
April 20, 2026
สะท้อนเสียงจากดอย “กาแฟแต่ละแก้วมีต้นทุนเป็นสุขภาพคนปลูก” ท่ามกลางวิกฤต PM 2.5
April 18, 2026
เชียงรายต้องเป็นมากกว่าเมืองสวย! ชูแกน “อาหาร-กาแฟ-การเชื่อมต่อ” มัดใจครัวเรือนเดี่ยวและคนทำงานพักใจ
April 8, 2026
ทางรอดธุรกิจเชียงรายยุคของแพง เน้นการสื่อสารข้อมูลจริงและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจลดการพึ่งพาน้ำมัน
April 1, 2026
เจาะลึกรถโดยสาร EV อบจ.เชียงราย ยกระดับเมืองท่องเที่ยวพลังงานสะอาด