เชียงรายยกระดับคุมเข้มแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เดินหน้าจัดระเบียบความมั่นคงชายแดนแม่สายสนองนโยบายมหาดไทย

[Sassy_Social_Share]


Summary


เชียงรายยกระดับคุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เชื่อมนโยบายมหาดไทยรับมือความมั่นคงชายแดน

เชียงราย,17 มิถุนายน 2569 –  จังหวัดเชียงรายเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการด้านความมั่นคงและการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ชายแดน หลังหน่วยงานในอำเภอแม่สายบูรณาการกำลังตรวจสอบการค้าริมถนนพหลโยธิน และพบแรงงานต่างด้าวกระทำผิดกฎหมาย 4 ราย ท่ามกลางการกำชับจากกระทรวงมหาดไทยให้ทุกจังหวัดเร่งป้องกันและปราบปรามปัญหาการลักลอบเข้าเมือง การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ธุรกิจนอมินี ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ และขบวนการที่อาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่

การดำเนินงานดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ผู้บริหารจังหวัดเชียงรายเข้าร่วมประชุมรับมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทยผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569 โดยมีการเน้นย้ำให้จังหวัดต่าง ๆ ขับเคลื่อนกรอบ มหาดไทย ทำทันที Action 5 PLUS ตั้งแต่การยกระดับเศรษฐกิจฐานราก การดูแลสวัสดิการประชาชน การรับมือภัยพิบัติ ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาความมั่นคงและพัฒนาระบบราชการให้มีความโปร่งใส รวดเร็ว และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

สำหรับเชียงรายซึ่งมีแนวชายแดนเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านและมีการเคลื่อนย้ายแรงงานจำนวนมาก โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการจับกุมผู้กระทำผิด แต่ยังรวมถึงการจัดระบบแรงงานให้ถูกต้อง การป้องกันการค้ามนุษย์ การตรวจสอบนายจ้าง และการรักษาสมดุลระหว่างความต้องการแรงงานกับความมั่นคงและสิทธิของประชาชนในพื้นที่

แม่สายเปิดปฏิบัติการตรวจการค้าริมถนน

เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 เวลา 14.00 น. นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่สาย มอบหมายให้กลุ่มงานความมั่นคงและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดนอำเภอแม่สาย ร่วมกับตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย สถานีตำรวจภูธรแม่สาย และเทศบาลตำบลแม่สาย ลงพื้นที่ตรวจสอบและจัดระเบียบการค้าบริเวณริมถนนพหลโยธิน

การปฏิบัติการมุ่งตรวจสอบเอกสารการเข้าเมือง สถานะการพำนัก ใบอนุญาตทำงาน และลักษณะอาชีพของผู้ค้าต่างด้าว เพื่อดูว่าเป็นการทำงานตรงตามสิทธิที่ได้รับอนุญาตหรือไม่

ผลการตรวจสอบพบแรงงานต่างด้าวกระทำผิดกฎหมายจำนวน 4 ราย โดยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการพำนักในราชอาณาจักรภายหลังการอนุญาตสิ้นสุด การทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และการที่นายจ้างรับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีเอกสารถูกต้อง

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ถูกกล่าวหาและส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรแม่สาย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย รายละเอียดเหตุการณ์และข้อมูลประกอบการประชุมในจังหวัดเชียงรายปรากฏอยู่ในเอกสารที่ผู้ใช้ส่งมา

การตรวจครั้งนี้สะท้อนว่าการจัดระเบียบแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ชายแดนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะโรงงานหรือสถานประกอบการขนาดใหญ่ แต่ครอบคลุมถึงการค้า การบริการ และการทำงานในพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเป็นจุดที่ประชาชนสามารถมองเห็นผลกระทบได้โดยตรง

จากกระแสร้องเรียนสู่มาตรการตรวจสอบเชิงรุก

ก่อนหน้าปฏิบัติการดังกล่าว จังหวัดเชียงรายได้เปิดประชุมบูรณาการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าว เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์บริการประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ ที่ว่าการอำเภอแม่สาย

การประชุมมีนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธาน พร้อมหน่วยงานด้านความมั่นคง แรงงาน การปกครอง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ หลังปรากฏข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงาน ประกอบอาชีพที่อาจเป็นงานสงวน และทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต

จังหวัดประเมินว่าปัญหาแรงงานต่างด้าวมีความซับซ้อนอย่างน้อย 5 ด้าน ได้แก่ การเข้าเมืองและทำงานโดยไม่ผ่านกระบวนการกฎหมาย การขาดแคลนแรงงานในภาคธุรกิจและเกษตรกรรม ความเสี่ยงต่อการค้ามนุษย์และการละเมิดสิทธิ ภาระด้านสาธารณสุข และข้อร้องเรียนเรื่องการแย่งอาชีพหรือสวมสิทธิของคนไทย

ภาพดังกล่าวทำให้การแก้ปัญหาไม่สามารถพึ่งการจับกุมเพียงอย่างเดียว หากรัฐปราบปรามโดยไม่จัดช่องทางขึ้นทะเบียนที่เหมาะสม นายจ้างบางส่วนอาจยังคงลักลอบจ้างแรงงานนอกระบบ แต่หากเปิดช่องให้ทำงานโดยไม่มีการควบคุม ก็อาจเกิดปัญหาการใช้แรงงานผิดประเภท การค้ามนุษย์ และการเอาเปรียบแรงงานตามมา

มาตรการที่จังหวัดกำหนดจึงต้องเดินสองทางพร้อมกัน ทางแรกคือการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับผู้ที่ฝ่าฝืนอย่างจริงจัง อีกทางคือการผลักดันให้นายจ้างและแรงงานเข้าสู่ระบบขึ้นทะเบียน ตรวจสุขภาพ และขออนุญาตทำงานอย่างถูกต้อง

กฎหมายกำหนดโทษทั้งแรงงานและนายจ้าง

พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดว่าคนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต หรือทำงานนอกเหนือจากสิทธิที่ได้รับอนุญาต มีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 50,000 บาท และอาจถูกส่งกลับประเทศต้นทาง รวมถึงถูกห้ามยื่นขอใบอนุญาตทำงานเป็นระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด

ด้านนายจ้างที่รับคนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน หรือให้ทำงานนอกเหนือจากสิทธิ มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาทต่อคนต่างด้าวหนึ่งคน หากกระทำผิดซ้ำ อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 ถึง 200,000 บาทต่อคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และอาจถูกห้ามจ้างแรงงานต่างด้าวเป็นเวลา 3 ปี

ข้อกฎหมายดังกล่าวแสดงให้เห็นว่านายจ้างไม่สามารถผลักภาระความรับผิดทั้งหมดไปยังแรงงานได้ เพราะกฎหมายถือว่าผู้ว่าจ้างมีหน้าที่ตรวจสอบเอกสาร ใบอนุญาต ประเภทงาน สถานที่ทำงาน และระยะเวลาที่แรงงานได้รับอนุญาตให้ทำงาน

ในทางปฏิบัติ การมีใบอนุญาตทำงานเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากแรงงานไปทำงานผิดประเภท เปลี่ยนนายจ้าง หรือทำงานนอกพื้นที่และเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาต นายจ้างจึงควรตรวจสอบข้อมูลทุกครั้งก่อนรับเข้าทำงาน ไม่ควรรอจนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจแล้วจึงดำเนินการแก้ไข

กรมการจัดหางานยังระบุว่า งานที่ห้ามคนต่างด้าวทำมีทั้งงานที่ห้ามโดยเด็ดขาดและงานที่อนุญาตให้ทำได้ภายใต้เงื่อนไข นายจ้างและแรงงานจึงต้องตรวจสอบประเภทอาชีพให้ชัดเจนก่อนเริ่มทำงาน เพื่อหลีกเลี่ยงการกระทำผิดโดยเข้าใจคลาดเคลื่อน

นโยบายมหาดไทยโยงเศรษฐกิจ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิต

การคุมเข้มแรงงานต่างด้าวในเชียงรายเกิดขึ้นภายใต้กรอบนโยบายที่กว้างกว่าการตรวจใบอนุญาตทำงาน กระทรวงมหาดไทยกำหนดให้จังหวัดต่าง ๆ ขับเคลื่อนภารกิจหลัก 5 ด้าน ครอบคลุมการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ การแก้ปัญหายาเสพติดและชายแดน การยกระดับคุณภาพชีวิต การจัดการภัยพิบัติ และการพัฒนาราชการสู่ระบบดิจิทัล

ในด้านความมั่นคง มีการกำชับให้จังหวัดทำงานแบบทีมจังหวัด โดยใช้กลไกผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชนร่วมเฝ้าระวังปัญหา ไม่ว่าจะเป็นยาเสพติด อาชญากรรมออนไลน์ การบุกรุกที่สาธารณะ ธุรกิจนอมินี การฟอกเงิน หนี้นอกระบบ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว และการกระทำของกลุ่มอิทธิพลหรืออันธพาล

ภาพ : สิริมงคล ปิงปิง แม่สาย

สำหรับจังหวัดเชียงราย ประเด็นเหล่านี้เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด เพราะพื้นที่ชายแดนอาจเป็นทั้งประตูทางการค้า แหล่งท่องเที่ยว และจุดเคลื่อนย้ายแรงงาน หากระบบตรวจสอบไม่รัดกุม ปัญหาแรงงานผิดกฎหมายอาจเชื่อมโยงไปถึงการปลอมแปลงเอกสาร การค้ามนุษย์ การหลบหนีเข้าเมือง ธุรกิจบังหน้า หรืออาชญากรรมข้ามชาติได้

ในทางกลับกัน หากรัฐบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ แรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมายสามารถช่วยลดปัญหาขาดแคลนแรงงานในภาคเกษตร ก่อสร้าง บริการ และอุตสาหกรรมบางประเภท พร้อมสร้างรายได้และความมั่นคงให้ระบบเศรษฐกิจชายแดน

โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การแยกแรงงานที่เข้ามาทำงานอย่างถูกต้องออกจากกลุ่มที่ลักลอบทำงานหรือเกี่ยวข้องกับขบวนการผิดกฎหมายอย่างเป็นธรรม ไม่ควรใช้สถานะความเป็นคนต่างด้าวเป็นเหตุเหมารวมว่าทุกคนเป็นภัยต่อความมั่นคง

แรงงานต่างด้าวเป็นทั้งกำลังเศรษฐกิจและกลุ่มเสี่ยงถูกเอาเปรียบ

แม้ภาครัฐต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง แต่การแก้ปัญหายังต้องคำนึงถึงสิทธิของแรงงานด้วย แรงงานต่างด้าวที่ไม่มีเอกสารจำนวนหนึ่งอาจอยู่ภายใต้เครือข่ายนายหน้า ถูกยึดเอกสาร ถูกเรียกเก็บเงินเกินจริง หรือถูกจ้างโดยไม่ได้รับค่าจ้างและสวัสดิการที่เป็นธรรม

กฎหมายห้ามนายจ้างหรือผู้เกี่ยวข้องยึดใบอนุญาตทำงานและเอกสารสำคัญประจำตัวของคนต่างด้าวโดยมิชอบ พร้อมกำหนดโทษสำหรับการกระทำดังกล่าวด้วย สะท้อนว่าการบริหารแรงงานต่างด้าวไม่ได้มีเป้าหมายเพียงควบคุมแรงงาน แต่ยังรวมถึงการป้องกันการแสวงหาประโยชน์จากผู้ที่อยู่ในสถานะเปราะบาง

หากแรงงานกลัวการถูกจับจนไม่กล้าแจ้งเบาะแสการค้ามนุษย์ นายจ้างผิดกฎหมายก็อาจใช้ความกลัวนั้นเป็นเครื่องมือกดค่าแรงหรือบังคับให้ทำงานในสภาพไม่ปลอดภัย การตรวจสอบจึงควรแยกให้ได้ว่าใครเป็นผู้จัดหา ใครเป็นผู้รับประโยชน์ และแรงงานรายใดอาจเป็นผู้เสียหายจากขบวนการ

มาตรการที่มีประสิทธิภาพควรเปิดช่องให้แรงงานเข้าถึงข้อมูลกฎหมายหลายภาษา สามารถแจ้งเหตุหรือร้องเรียนโดยไม่ถูกคุกคาม และได้รับการคัดกรองว่าเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์หรือไม่ ขณะเดียวกันนายจ้างที่จงใจลักลอบจ้างหรือเอาเปรียบแรงงานต้องถูกดำเนินคดีอย่างจริงจัง

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจแม่สายต้องมองอย่างรอบด้าน

แม่สายเป็นพื้นที่การค้าและการท่องเที่ยวชายแดนที่พึ่งพาการเคลื่อนย้ายผู้คนและแรงงาน การตรวจเข้มจึงอาจทำให้ผู้ประกอบการบางส่วนกังวลเรื่องต้นทุนหรือการขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะกิจการที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม การปล่อยให้การจ้างงานนอกระบบขยายตัวอาจสร้างต้นทุนที่สูงกว่าในระยะยาว ทั้งการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ภาระสาธารณสุข การหลีกเลี่ยงกฎหมายแรงงาน ความเสี่ยงจากการค้ามนุษย์ และความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของพื้นที่ชายแดน

จังหวัดจึงควรทำให้การขึ้นทะเบียนและต่ออายุเอกสารมีความสะดวก ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน และประชาสัมพันธ์ให้นายจ้างเข้าใจกระบวนการอย่างชัดเจน การใช้ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จในอำเภอแม่สายเป็นจุดประสานงานอาจช่วยให้นายจ้างดำเนินการถูกต้องได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน การตรวจสอบควรใช้ข้อมูลและการประเมินความเสี่ยง ไม่ควรลงพื้นที่เฉพาะเมื่อมีกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ แต่ควรตรวจต่อเนื่องในกิจการและพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง พร้อมเปิดเผยผลการดำเนินงานอย่างโปร่งใส

ประชาชนและนายจ้างควรตรวจสอบอะไรบ้าง

นายจ้างควรตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารประจำตัว สถานะการเข้าเมือง ใบอนุญาตทำงาน ประเภทงาน ชื่อนายจ้าง สถานที่ทำงาน และวันสิ้นสุดการอนุญาต หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล ต้องดำเนินการตามกฎหมายก่อนให้แรงงานเริ่มทำงานในเงื่อนไขใหม่

แรงงานต่างด้าวควรเก็บสำเนาเอกสารสำคัญไว้กับตนเอง ไม่ยอมให้นายหน้าหรือนายจ้างยึดเอกสารโดยไม่มีเหตุอันชอบ และตรวจสอบว่างานที่ทำตรงกับสิทธิที่ได้รับอนุญาตหรือไม่

ประชาชนที่พบเห็นการจ้างแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายสามารถแจ้งสำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือสายด่วนกระทรวงแรงงานหมายเลข 1506 กด 2 เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง ไม่ควรเผยแพร่ภาพหรือข้อมูลที่อาจทำให้บุคคลถูกกล่าวหาโดยยังไม่มีการตรวจสอบจากหน่วยงาน

เชียงรายต้องเปลี่ยนจากการกวาดล้างเป็นระบบจัดการระยะยาว

การจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย 4 รายในอำเภอแม่สายอาจเป็นเพียงตัวเลขขนาดเล็กเมื่อเทียบกับการเคลื่อนย้ายแรงงานทั้งหมดในพื้นที่ แต่เหตุการณ์นี้สะท้อนช่องว่างสำคัญของระบบ ตั้งแต่การตรวจสอบเอกสาร การติดตามสถานะการพำนัก การกำกับนายจ้าง ไปจนถึงการให้ข้อมูลแก่แรงงานและผู้ประกอบการ

หากการดำเนินงานจบลงเพียงการจับกุมเป็นครั้งคราว ปัญหาอาจกลับมาในรูปแบบเดิม แต่หากจังหวัดนำข้อมูลจากการตรวจแต่ละครั้งมาวิเคราะห์ว่าแรงงานเข้ามาผ่านช่องทางใด นายจ้างกลุ่มใดมีความเสี่ยง และขั้นตอนใดทำให้แรงงานหลุดออกจากระบบ ก็จะสามารถวางมาตรการเชิงป้องกันได้ตรงจุดมากขึ้น

เชียงรายจึงต้องทำให้การจัดการแรงงานต่างด้าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชายแดน ไม่ใช่ภารกิจเฉพาะกิจของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง การประสานข้อมูลระหว่างฝ่ายปกครอง ตำรวจ ตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานจัดหางาน สาธารณสุข ท้องถิ่น และภาคธุรกิจ จะเป็นกุญแจสำคัญในการลดทั้งการลักลอบทำงาน การค้ามนุษย์ และการแย่งอาชีพอย่างผิดกฎหมาย

ท้ายที่สุด ความมั่นคงของพื้นที่ชายแดนไม่ได้วัดจากจำนวนผู้ถูกจับกุมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องวัดจากความสามารถของรัฐในการทำให้แรงงานเข้าสู่ระบบ นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมาย ผู้เสียหายได้รับการคุ้มครอง และประชาชนสามารถประกอบอาชีพในสภาพแวดล้อมที่เป็นธรรมและปลอดภัย

สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :

[Sassy_Social_Share]

Most popular