ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเตือนเด็กจบใหม่ว่างงาน 1.7 แสนคน เชียงรายแนะบัณฑิตอัปสกิลภาษา–AI เจาะตลาดคาร์โก้

Summaryสรุปประเด็นสำคัญ
  • ศูนย์วิจัยกสิกรไทยเผยไตรมาส 2/2569 มีผู้ว่างงาน 4.01 แสนคน โดยกลุ่มเด็กจบใหม่ครองสัดส่วนถึง 44% หรือ 1.74 แสนคน
  • ปัญหาสำคัญเกิดจาก Skills Mismatch บัณฑิตกว่า 60% จบสายสังคมศาสตร์ สวนทางตลาดที่ต้องการแรงงาน STEM และอุตสาหกรรมใหม่ 1.1 ล้านตำแหน่ง
  • ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย กำลังพัฒนาสู่ฐานคาร์โก้ของ K-Mile Air เชื่อมเส้นทางขนส่งไปยังเซินเจิ้นและอาบูดาบี
  • บัณฑิตสายศิลป์สามารถรอดได้ด้วยการเติมทักษะภาษาอังกฤษ-จีน การใช้ AI จัดการเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล และระบบโลจิสติกส์เบื้องต้น
  • ภาคการศึกษาในเชียงรายต้องเร่งจับมือเอกชนเปิดหลักสูตรระยะสั้น เพื่อสร้างบุคลากรคุณภาพสูงป้อนธุรกิจข้ามแดนในบ้านเกิด

ทางรอดเด็กจบใหม่เจียงฮายปรับสกิลหนีตกงาน เกาะขบวนฮับการบิน โลจิสติกส์ ดิจิทัล รับเม็ดเงิน FDI

เชียงราย,13 ตุลาคม 2569 – เด็กจบใหม่ไทยกำลังเผชิญโจทย์หนักกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน เพราะตลาดแรงงานไม่ได้ต้องการเพียงปริญญาอีกต่อไป แต่ต้องการทักษะที่ใช้ทำงานได้ทันที เข้าใจเทคโนโลยี สื่อสารข้ามภาษาได้ และปรับตัวเข้ากับระบบธุรกิจใหม่ที่เคลื่อนเร็วขึ้นทุกปี

ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า ไตรมาส 2 ปี 2569 ประเทศไทยมีผู้ว่างงาน 4.01 แสนคน เพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์จากช่วงเดียวกันปีก่อน และเป็นจำนวนสูงสุดในรอบ 7 ไตรมาส โดยกลุ่มอายุ 20–24 ปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กจบใหม่ มีสัดส่วนถึง 44 เปอร์เซ็นต์ของผู้ว่างงานทั้งหมด หรือประมาณ 1.74 แสนคน

ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกเพียงว่าคนรุ่นใหม่หางานยากขึ้น แต่กำลังบอกว่าระบบการผลิตกำลังคนของไทยกำลังเดินไม่ทันความต้องการของตลาดงานยุคใหม่ โดยเฉพาะเมื่อศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ระหว่างปี 2568–2572 ไทยยังต้องการแรงงานทักษะสูงรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายอีกราว 1.1 ล้านตำแหน่ง แต่เด็กจบใหม่จำนวนมากยังจบในสายที่ไม่ตรงกับงานที่เติบโตเร็วที่สุด

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เด็กไม่เก่ง แต่อยู่ที่ทักษะไม่ตรงตลาด

คำว่า Skills Mismatch จึงกลายเป็นคำสำคัญของตลาดแรงงานไทยในปีนี้ เพราะปัญหาไม่ได้แปลว่าเด็กจบใหม่ไม่มีความสามารถ แต่หมายถึงทักษะที่มีอยู่ยังไม่ตรงกับงานที่นายจ้างต้องการในอุตสาหกรรมใหม่

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เด็กไทยมากกว่า 60 เปอร์เซ็นต์ยังจบการศึกษาในสายมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ขณะที่สัดส่วนผู้จบด้าน STEM ลดลงจาก 23.2 เปอร์เซ็นต์ในปี 2563 เหลือ 22.3 เปอร์เซ็นต์ในปี 2568 สวนทางกับความต้องการแรงงานทักษะสูงในกลุ่มการบินและโลจิสติกส์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และดิจิทัล

สำหรับนักศึกษาจบใหม่ในเชียงราย ทั้งจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สถาบันอาชีวศึกษา และวิทยาลัยต่าง ๆ ประเด็นนี้ไม่ควรถูกมองเป็นข่าวร้ายเพียงอย่างเดียว เพราะเชียงรายกำลังมีโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่บางส่วนที่สอดรับกับทักษะเหล่านี้พอดี โดยเฉพาะโลจิสติกส์ การค้าชายแดน การบินขนส่งสินค้า การท่องเที่ยวข้ามแดน และดิจิทัลคอนเทนต์เพื่อการขายสินค้า

สนามบินแม่ฟ้าหลวงไม่ใช่แค่สนามบินท่องเที่ยวอีกต่อไป

จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดของเชียงรายในช่วงนี้คือบทบาทใหม่ของท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ที่กำลังขยับจากสนามบินเพื่อการเดินทางและท่องเที่ยว ไปสู่จุดเชื่อมด้านการบิน โลจิสติกส์ และขนส่งสินค้าทางอากาศของภาคเหนือตอนบน

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 Abu Dhabi Airports ระบุว่า K-Mile Air สายการบินขนส่งสินค้าของไทย เริ่มให้บริการขนส่งสินค้าด้วยเครื่อง Boeing 767 จำนวน 5 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ เชื่อมสนามบินนานาชาติเชียงใหม่และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย กับท่าอากาศยานนานาชาติซายิด กรุงอาบูดาบี นับเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางอากาศโดยตรงครั้งแรกระหว่างอาบูดาบีกับภาคเหนือของไทย

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงรายยังรายงานเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ว่า K-Mile Air เลือกท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย เป็นฐานปฏิบัติการบินสำหรับการขนส่งสินค้าทางอากาศ เชื่อมโยงกับสนามบินเซินเจิ้น ประเทศจีน และสนามบินนานาชาติซายิด สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่ช่วยเพิ่มโอกาสด้านโลจิสติกส์และเสริมบทบาทเชียงรายในฐานะจุดเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าทางอากาศของภูมิภาค

นี่คือข่าวใหญ่สำหรับเด็กจบใหม่เชียงราย เพราะงานที่เกี่ยวกับสนามบินคาร์โก้ไม่ได้มีแค่ตำแหน่งนักบินหรือช่างอากาศยาน แต่รวมถึงงานคลังสินค้า เอกสารนำเข้า–ส่งออก พิธีการศุลกากร ประสานงานลูกค้าต่างประเทศ บริหารซัพพลายเชน วิเคราะห์ข้อมูลขนส่ง การตลาดสินค้าเกษตรพรีเมียม และงานดิจิทัลที่ช่วยให้สินค้าเชียงรายเข้าถึงตลาดโลก

ประตูการค้าลุ่มน้ำโขงต้องการคนรุ่นใหม่ที่พูดได้มากกว่าหนึ่งภาษา

เชียงรายมีจุดแข็งที่หลายจังหวัดไม่มี คือเป็นประตูเชื่อมลุ่มน้ำโขง จีนตอนใต้ เมียนมา ลาว และตลาดอาเซียนตอนบน หากเส้นทางบินคาร์โก้เชื่อมอาบูดาบี เซินเจิ้น และเชียงรายเดินหน้าได้ต่อเนื่อง โครงสร้างงานใหม่จะไม่ได้เกิดเฉพาะในสนามบิน แต่จะกระจายไปสู่บริษัทขนส่ง ตัวแทนออกของ ผู้ประกอบการผลไม้สด ชา กาแฟ สมุนไพร อาหารแปรรูป และธุรกิจท่องเที่ยวที่ต้องการแรงงานรุ่นใหม่เข้าใจตลาดต่างประเทศ

เด็กสายศิลป์ สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ นิเทศศาสตร์ บริหารธุรกิจ การท่องเที่ยว และภาษา จึงไม่ควรมองว่าตัวเองเสียเปรียบเด็กสายเทคนิคเสมอไป หากเติมทักษะให้ตรงกับตลาด เช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน การใช้ AI ทำงานเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูล การทำโฆษณาออนไลน์ การขายผ่านแพลตฟอร์ม Cross-border E-commerce และความเข้าใจโลจิสติกส์เบื้องต้น ก็สามารถขยับเข้าสู่งานรายได้ดีขึ้นได้

ในตลาดชายแดน คนที่แปลภาษาได้อย่างเดียวอาจยังไม่พอ แต่คนที่แปลภาษาได้ เข้าใจสินค้า ทำใบเสนอราคาได้ ประสานขนส่งได้ ใช้ Excel หรือ AI ทำรายงานได้ และรู้วิธีสื่อสารกับลูกค้าจีน ลาว หรือประเทศปลายทาง จะกลายเป็นแรงงานที่นายจ้างต้องการมากกว่าเดิม

FDI โต แต่คนท้องถิ่นต้องมีทักษะพอจะคว้าโอกาส

ในภาพใหญ่ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า เศรษฐกิจไทยยังมีความยืดหยุ่น และปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการส่งออก การลงทุนภาคเอกชน และการลงทุนตรงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะกระแสเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่ช่วยหนุนโมเมนตัมการเติบโต ขณะเดียวกัน ธปท. ยังชี้ว่าประเทศไทยต้องเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งการลงทุนที่ต่ำมานาน ผลิตภาพลดลง แรงงานลดลงจากสังคมสูงวัย ปัญหาการศึกษา และหนี้ครัวเรือนสูง

ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับเชียงราย เพราะหากการลงทุนใหม่เข้ามา แต่แรงงานท้องถิ่นไม่มีทักษะตรงกับความต้องการ งานรายได้ดีอาจไหลไปหาคนนอกพื้นที่ ขณะที่เด็กจบใหม่ในจังหวัดยังต้องแข่งขันกับงานค่าจ้างต่ำหรือย้ายไปกรุงเทพฯ เหมือนเดิม

ดังนั้น ทางรอดของเด็กจบใหม่เชียงรายคือการอ่านทิศทางเศรษฐกิจให้ออก แล้วรีบเติมทักษะก่อนตลาดจะเต็ม ไม่ใช่รอให้เรียนจบแล้วค่อยหางานแบบเดิม

GPP ต่อหัวเตือนว่าไทยโตไม่เท่ากัน เชียงรายต้องสร้างงานมูลค่าสูงเอง

ข้อมูลผลิตภัณฑ์จังหวัดต่อหัว หรือ GPP per capita ปี 2567 ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เผยแพร่เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 สะท้อนความต่างของโครงสร้างเศรษฐกิจไทยระหว่างจังหวัดอย่างชัดเจน โดยมีจังหวัดรายได้ต่อหัวสูงมากกระจุกในเขตเศรษฐกิจหลัก เมืองอุตสาหกรรม และเมืองท่องเที่ยว ขณะที่จังหวัดรายได้ต่อหัวต่ำจำนวนมากกระจายอยู่ในเมืองรองและภูมิภาคที่พึ่งพาเกษตรกรรมเป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม GPP ต่อหัวไม่ใช่รายได้จริงที่ประชาชนทุกคนได้รับ แต่เป็นมูลค่าผลผลิตทางเศรษฐกิจของจังหวัดหารด้วยจำนวนประชากร จึงใช้เพื่อดูศักยภาพและโครงสร้างเศรษฐกิจมากกว่าจะใช้ตัดสินฐานะคนทั้งจังหวัด

ภาพนี้เตือนเชียงรายว่า หากต้องการให้เด็กจบใหม่มีรายได้ดีขึ้น จังหวัดต้องขยับจากงานบริการทั่วไปและเกษตรมูลค่าต่ำ ไปสู่งานที่มีผลิตภาพสูงกว่า เช่น โลจิสติกส์ข้ามแดน สินค้าเกษตรพรีเมียม การบินคาร์โก้ ดิจิทัลมาร์เก็ตติ้ง ภาษาธุรกิจ และการใช้ข้อมูลเพื่อขายสินค้า

เด็กสายศิลป์และสังคมศาสตร์ยังมีทางรอด หากเติมทักษะถูกจุด

สิ่งที่ควรพูดให้ชัดคือ เด็กสายศิลป์ไม่ได้แพ้ในตลาดงานใหม่ หากรู้จักต่อยอดทักษะให้เป็น “สายศิลป์บวกเทคโนโลยี” หรือ “สายสังคมศาสตร์บวกธุรกิจข้ามแดน”

ตัวอย่างเส้นทางที่เด็กเชียงรายเริ่มทำได้ทันที ได้แก่ นักประสานงานโลจิสติกส์ที่พูดจีนหรืออังกฤษได้ เจ้าหน้าที่เอกสารนำเข้า–ส่งออก ผู้ดูแลร้านค้าออนไลน์ข้ามประเทศ นักการตลาดดิจิทัลสำหรับสินค้าเกษตรเชียงราย ผู้สร้างคอนเทนต์ขายชา กาแฟ ผลไม้ และท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เจ้าหน้าที่บริการลูกค้าต่างชาติ ผู้ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลขนส่ง และผู้ประสานงานโครงการระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

ทักษะที่ควรรีบเติมใน 6 เดือนมี 5 กลุ่ม ได้แก่ ภาษาอังกฤษหรือจีนเพื่อการทำงานจริง เครื่องมือ AI สำหรับเขียนเอกสาร สรุปข้อมูล ทำพรีเซนต์ และแปลภาษา Excel หรือ Google Sheets สำหรับงานตัวเลขพื้นฐาน ความรู้โลจิสติกส์และ Incoterms เบื้องต้น และการขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เชื่อมตลาดข้ามประเทศ

หากเด็กจบใหม่หนึ่งคนสามารถรวมทักษะเหล่านี้เข้าด้วยกัน จากเดิมที่แข่งขันในตลาดงานทั่วไป ก็จะขยับไปอยู่ในกลุ่มแรงงานที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมเป้าหมายมากขึ้น

มหาวิทยาลัยเชียงรายควรจับมือสนามบินและเอกชนทำหลักสูตรสั้น

โจทย์นี้ไม่ควรถูกผลักให้เด็กจบใหม่แก้เองทั้งหมด มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย สถาบันอาชีวศึกษา หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงควรจับมือกันทำหลักสูตรระยะสั้นที่ตอบตลาดจริง

หลักสูตรที่ควรเกิดขึ้น เช่น Air Cargo Operations for Beginners, Cross-border E-commerce, Chinese for Logistics, AI for Office Work, Export Document Bootcamp, Digital Marketing for Local Products และ Data Skills for SMEs โดยควรออกแบบให้เรียนได้ภายใน 30–60 ชั่วโมง พร้อมใบรับรองและการฝึกงานจริงกับสถานประกอบการ

หากทำได้ เด็กจบใหม่เชียงรายจะไม่ต้องรอให้โอกาสมาจากกรุงเทพฯ แต่สามารถยืนอยู่บนเศรษฐกิจชายแดนของบ้านตัวเอง และใช้เชียงรายเป็นฐานเชื่อมตลาดโลก

บทสรุป โอกาสอยู่ที่คนปรับตัวเร็ว

ข่าวเด็กจบใหม่ว่างงาน 1.74 แสนคนไม่ควรถูกอ่านเป็นสัญญาณสิ้นหวัง แต่ควรถูกอ่านเป็นสัญญาณเตือนว่า วิธีเตรียมตัวแบบเดิมไม่พออีกต่อไป

สำหรับเชียงราย โอกาสไม่ได้อยู่ไกลตัว สนามบินแม่ฟ้าหลวงกำลังเชื่อมคาร์โก้กับจีนและตะวันออกกลาง การค้าชายแดนยังเป็นแกนเศรษฐกิจสำคัญ และสินค้าท้องถิ่นอย่างชา กาแฟ ผลไม้ อาหารแปรรูป และท่องเที่ยววัฒนธรรมยังมีโอกาสไปตลาดใหม่ หากมีคนรุ่นใหม่เข้ามาเติมภาษา เทคโนโลยี โลจิสติกส์ และการตลาดดิจิทัล

เด็กจบใหม่เชียงรายจึงไม่ควรถามเพียงว่า “มีงานอะไรให้ทำ” แต่ต้องถามต่อว่า “เรามีทักษะพอจะเข้าไปอยู่ในงานที่กำลังโตหรือยัง”

เพราะในวันที่งานทั่วไปแข่งขันสูง งานใหม่กำลังเปิดประตูให้คนที่พร้อมก่อนและถ้าเชียงรายใช้จังหวะฮับการบิน โลจิสติกส์ชายแดน และดิจิทัลให้เป็น เด็กเจียงฮายก็มีสิทธิ์สร้างอนาคตรายได้ดีได้จากบ้านเกิดของตัวเอง

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :