จากประตูการค้าสู่เมืองน่าอยู่ สรุปทิศทางเชียงราย 2569 หลังรัฐเอกชนจับมือสร้างยุทธศาสตร์ Wellness และ Logistics Hub
[Sassy_Social_Share]
Summary
-
หอการค้าเชียงรายประชุมใหญ่ปี 2569 วางยุทธศาสตร์ “ประตูแห่งโอกาส”
-
เร่งผลักดันโลจิสติกส์ผ่านรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงของ ที่คืบหน้ากว่า 59%
-
ยกระดับเชียงรายสู่เมืองสุขภาพ (Wellness Hub) ร่วมกับชีวาศรมและ มฟล.
-
เทศบาลฯ มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต ศิลปะ และกีฬา เพื่อสร้างเมืองน่าอยู่ยั่งยืน
-
วางแผนรับมือภัยพิบัติ PM2.5 และบริหารจัดการน้ำเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
เชียงราย ประตูแห่งโอกาส หอการค้าจังหวัดเร่งจับมือรัฐ เอกชน ดันท่องเที่ยว โลจิสติกส์ และเมืองสุขภาพรับอนาคต
เชียงราย,4 พฤษภาคม 2569 – เสียงสนทนาในห้องประชุมโรงแรมแกรนด์วิสต้า อำเภอเมืองเชียงราย เมื่อวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงบรรยากาศของการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของหอการค้าจังหวัดเชียงราย หากเป็นภาพสะท้อนของจังหวัดหนึ่งที่กำลังพยายามจัดระเบียบอนาคตของตัวเองใหม่ ท่ามกลางแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ภัยพิบัติ สิ่งแวดล้อม และการแข่งขันของเมืองเศรษฐกิจชายแดนทั่วภูมิภาค
หอการค้าจังหวัดเชียงรายจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 พร้อมรับฟังการบรรยายพิเศษจากนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ในหัวข้อ “เชียงราย ประตูแห่งโอกาส” และการบรรยายจากนายวันชัย จงสุทธานามณี ซึ่งสะท้อนมุมมองการพัฒนาเมืองเชียงรายในระดับเทศบาลนครเชียงราย โดยมีวาระสำคัญทั้งการรายงานผลงานของหอการค้าและ YEC เชียงราย การพิจารณางบการเงิน การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี ที่ปรึกษาประจำปี และการสื่อสารสิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกหอการค้าร่วมกับภาคธุรกิจต่าง ๆ
หอการค้าเชียงรายขยับจากเวทีธุรกิจ สู่เวทีอนาคตจังหวัด
สิ่งที่น่าสนใจของการประชุมครั้งนี้คือ บทบาทของหอการค้าจังหวัดเชียงรายไม่ได้หยุดอยู่เพียงการเป็นเวทีเครือข่ายธุรกิจ แต่กำลังกลายเป็นพื้นที่กลางที่ภาครัฐและเอกชนใช้ร่วมกันเพื่อกำหนดทิศทางจังหวัดในระยะยาว รายละเอียดวาระการประชุมแสดงให้เห็นว่า นอกจากการบริหารจัดการองค์กรตามปกติแล้ว ยังมีการพูดถึงความร่วมมือกับสายการบิน โรงแรม ไปรษณีย์ และภาคธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งสะท้อนว่าภาคเอกชนกำลังพยายามยกระดับการบริการและระบบสนับสนุนเศรษฐกิจเชียงรายให้ครบวงจรมากขึ้น
ในหลายจังหวัด การประชุมหอการค้าอาจเป็นเวทีของผู้ประกอบการเท่านั้น แต่สำหรับเชียงราย บริบทต่างออกไป เพราะจังหวัดมีบทบาทซ้อนหลายชั้น ทั้งเป็นเมืองท่องเที่ยว เมืองชายแดน เมืองเกษตร เมืองศิลปะ และกำลังจะกลายเป็นเมืองโลจิสติกส์เมื่อระบบรางขนาดใหญ่เชื่อมถึงเชียงของในอนาคต การที่ผู้ว่าราชการจังหวัดและเทศบาลนครเชียงรายเข้ามานำเสนอทิศทางร่วมกับภาคธุรกิจ จึงเป็นสัญญาณว่าการพัฒนาเชียงรายจะไม่สามารถเดินด้วยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้อีกต่อไป
เชียงรายในฐานะประตู ไม่ใช่แค่คำสวย แต่คือยุทธศาสตร์ของพื้นที่
หัวข้อ “เชียงราย ประตูแห่งโอกาส” มีน้ำหนักเชิงยุทธศาสตร์มาก เพราะเชียงรายเป็นจังหวัดที่เชื่อมกับเมียนมา สปป.ลาว และเส้นทางเศรษฐกิจสู่จีนตอนใต้โดยตรง จุดนี้ทำให้คำว่า “ประตู” ไม่ใช่เพียงคำโปรโมตการท่องเที่ยว แต่หมายถึงประตูการค้า ประตูขนส่ง ประตูวัฒนธรรม และประตูการลงทุนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายให้ความสำคัญกับบทบาทภาคเอกชนในการเสนอแนวคิดและโครงการพัฒนา พร้อมมองว่าเชียงรายมีศักยภาพสูงในการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์และการค้าชายแดน โดยเฉพาะโครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย เชียงราย เชียงของ ซึ่งจะเปลี่ยนโครงสร้างการเดินทางและการขนส่งของจังหวัดอย่างมีนัยสำคัญ
ข้อมูลล่าสุดจากการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ถูกรายงานเมื่อเมษายน 2569 ระบุว่า โครงการรถไฟทางคู่สายเด่นชัย เชียงราย เชียงของ มีความคืบหน้าภาพรวมประมาณ 59.57 เปอร์เซ็นต์ เร็วกว่าแผนเล็กน้อย โดยสัญญาช่วงงาวถึงเชียงรายและเชียงรายถึงเชียงของมีความคืบหน้าเกินแผน และเป็นโครงการสำคัญที่จะเชื่อมโครงข่ายรางเข้าสู่ประตูการค้าชายแดนเชียงของในอนาคต
หากโครงการนี้เปิดให้บริการได้ตามกรอบที่วางไว้ เชียงรายจะไม่เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว แต่จะกลายเป็นเมืองเชื่อมโยงของสินค้า คน และบริการในระดับภูมิภาค คลังสินค้า โรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจขนส่ง และบริการสนับสนุนต่าง ๆ จะถูกดึงเข้าสู่สมการใหม่ และนี่คือเหตุผลที่ภาคเอกชนต้องเริ่มวางตัวตั้งแต่วันนี้ ไม่ใช่รอให้รถไฟมาถึงแล้วค่อยเริ่มคิด
เทศบาลนครเชียงรายกับโจทย์เมืองน่าอยู่
ด้านนายวันชัย จงสุทธานามณี ได้กล่าวถึงนโยบายการพัฒนาเมืองเชียงรายในหลายมิติ ทั้งการศึกษา การท่องเที่ยว โครงการนำสายไฟฟ้าลงดิน การจัดการภัยพิบัติ การพัฒนาแหล่งน้ำสะอาด การส่งเสริมผู้สูงอายุผ่านมหาวิทยาลัยวัยที่สาม รวมถึงการผลักดันเชียงรายสู่เมืองแห่งศิลปะและเมืองแห่งกีฬา
ประเด็นเหล่านี้ฟังดูหลากหลาย แต่แท้จริงแล้วเชื่อมกันอยู่บนคำเดียวคือ “คุณภาพชีวิต” เมืองที่จะเป็นประตูแห่งโอกาสได้ ไม่อาจมีเพียงถนนหรือรถไฟ แต่ต้องมีโรงเรียนที่ดี ระบบน้ำที่น่าเชื่อถือ พื้นที่สาธารณะที่มีชีวิต เมืองที่เดินได้ เมืองที่ผู้สูงอายุอยู่ได้ และเมืองที่คนรุ่นใหม่ไม่รู้สึกว่าต้องย้ายออกจึงจะมีอนาคต
หากเปรียบเชียงรายกับเมืองชายแดนอื่นในภูมิภาค เมืองที่โตเร็วแต่ขาดคุณภาพชีวิตมักกลายเป็นเพียงจุดผ่านสินค้าและแรงงาน แต่เมืองที่มีศิลปะ กีฬา สุขภาพ และบริการสาธารณะดี จะกลายเป็นเมืองที่คนอยากอยู่ต่อ นี่เป็นโจทย์ที่เทศบาลนครเชียงรายกำลังพยายามตอบให้ได้ในระยะยาว
ภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมคือเงื่อนไขใหม่ของการลงทุน
หนึ่งในประเด็นที่การประชุมหอการค้าหลีกเลี่ยงไม่ได้คือการรับมือภัยพิบัติ ทั้งน้ำท่วมและมลพิษทางอากาศ ข้อมูลที่แนบมาระบุว่า จังหวัดเตรียมแผนรองรับน้ำท่วมและ PM2.5 ทั้งระบบป้องกัน การแจ้งเตือน ความร่วมมือกับหน่วยงานในและต่างประเทศ รวมถึงมาตรการควบคุมการเผาในที่โล่งอย่างเข้มงวด
เรื่องนี้สำคัญต่อเศรษฐกิจโดยตรง เพราะนักลงทุนยุคใหม่ไม่ได้ดูเพียงต้นทุนที่ดินหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ดูความเสี่ยงของพื้นที่ด้วย หากเมืองหนึ่งมีน้ำท่วมซ้ำ ฝุ่นหนักซ้ำ หรือระบบเตือนภัยไม่ทันการณ์ ต้นทุนของธุรกิจจะสูงขึ้นทันที ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนประกันภัย ต้นทุนสุขภาพแรงงาน ต้นทุนขนส่ง หรือความเชื่อมั่นของลูกค้า
กรณีเชียงรายในช่วงที่ผ่านมา ทั้งปัญหาน้ำท่วมแม่สาย ฝุ่น PM2.5 และคุณภาพน้ำในลุ่มน้ำกก สาย รวก โขง สะท้อนว่าจังหวัดจำเป็นต้องวางระบบบริหารความเสี่ยงอย่างจริงจัง หากทำได้ เชียงรายจะไม่เพียงเป็นเมืองที่มีโอกาส แต่เป็นเมืองที่มี “ความสามารถในการรับแรงกระแทก” ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของเมืองเศรษฐกิจยุคใหม่

น้ำสะอาดและมลพิษทางน้ำ กลายเป็นเรื่องเศรษฐกิจ
จังหวัดมีการประสานงานทางการทูตกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อกำหนดมาตรการควบคุมการทำเหมืองต้นน้ำ พร้อมตรวจสอบคุณภาพน้ำต่อเนื่อง และหาแหล่งน้ำดิบใหม่เพื่อผลิตน้ำประปาที่ปลอดภัย
ประเด็นนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะน้ำคือฐานของเศรษฐกิจทุกชนิด ตั้งแต่เกษตรกรรม ร้านอาหาร โรงแรม การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ไปจนถึงความเชื่อมั่นของผู้อยู่อาศัย หากจังหวัดไม่สามารถตอบคำถามเรื่องน้ำสะอาดและความปลอดภัยของลำน้ำได้อย่างชัดเจน ยุทธศาสตร์เมืองสุขภาพและเมืองท่องเที่ยวคุณภาพย่อมถูกตั้งคำถามทันที
ในมุมนี้ การทำงานของจังหวัดจึงต้องไปไกลกว่าการตรวจวัดรายครั้ง แต่ต้องสร้างระบบสื่อสารข้อมูลคุณภาพน้ำที่ประชาชนและผู้ประกอบการเข้าใจได้ง่าย รวมถึงต้องทำให้การประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านมีผลในทางปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงการแลกเปลี่ยนหนังสือราชการ
เศรษฐกิจไทยดูดีในดัชนี แต่เชียงรายยังต้องแก้โจทย์พื้นที่
Hanke’s Annual Misery Index หรือ HAMI ประจำปี 2025 ซึ่งจัดให้ไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจต่ำ โดยอยู่ในอันดับที่ดีมากเมื่อเทียบกับ 178 ประเทศทั่วโลก จากคะแนนที่สะท้อนอัตราว่างงาน เงินเฟ้อ ดอกเบี้ยเงินกู้ และการเติบโตของ GDP ต่อหัว รายงานของ SCMP ระบุว่าไทย สิงคโปร์ และไต้หวันถูกจัดอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจที่ “ทุกข์ยากน้อย” โดยไทยได้เปรียบจากอัตราว่างงานต่ำและเงินเฟ้อที่มีเสถียรภาพ แม้ GDP โตไม่สูงมาก
อย่างไรก็ตาม ดัชนีแบบนี้ต้องอ่านอย่างระมัดระวัง เพราะความสุขทางเศรษฐกิจระดับประเทศไม่ได้แปลว่าทุกจังหวัดรู้สึกเท่ากัน อัตราว่างงานต่ำอาจสะท้อนคนมีงานทำ แต่ไม่ได้บอกว่ารายได้เพียงพอหรือไม่ เงินเฟ้อต่ำอาจช่วยให้ราคาสินค้าไม่พุ่งแรง แต่ไม่ได้ลบความกังวลของธุรกิจขนาดเล็กในพื้นที่ชายแดนที่ต้องเผชิญต้นทุนขนส่ง นักท่องเที่ยวผันผวน หรือแรงกดจากภัยธรรมชาติ
สำหรับเชียงราย จุดสำคัญคือการแปลงเสถียรภาพระดับประเทศให้กลายเป็นโอกาสระดับจังหวัด หากไทยถูกมองว่าเศรษฐกิจมีเสถียรภาพ เชียงรายต้องใช้ภาพนี้ดึงดูดการลงทุน การท่องเที่ยว และธุรกิจสุขภาพ แต่ในเวลาเดียวกันต้องแก้ข้อจำกัดจริงของพื้นที่ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นน้ำ ฝุ่น โครงสร้างพื้นฐาน หรือการยกระดับแรงงาน
เวลเนสคือโอกาสที่เชียงรายควรอ่านให้ลึก
ความเคลื่อนไหวของกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ในการลงนามความร่วมมือกับ Chiva-Som International Health Resort และมหาวิทยาลัยหลายแห่ง รวมถึงมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อผลักดัน Thai Wellness Therapist Program และยกระดับไทยสู่ Global Wellness Hub ข่าวจาก Hfocus ยืนยันว่า กรมการแพทย์แผนไทยฯ ร่วมกับชีวาศรมและมหาวิทยาลัยชั้นนำ รวมทั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพื่อพัฒนาบุคลากรเทอราปีสและต่อยอดเมนูสุขภาพไทย 770 เมนู ภายใต้แนวคิด Thai Food Good Health
เรื่องนี้สำคัญกับเชียงรายมาก เพราะจังหวัดมีทั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ภูมิประเทศที่เหมาะกับการท่องเที่ยวสุขภาพ สมุนไพร วัฒนธรรมชาติพันธุ์ กาแฟ ชา และอาหารท้องถิ่น หากเชื่อมองค์ประกอบเหล่านี้เข้ากับมาตรฐานเวลเนสระดับประเทศได้ เชียงรายอาจไม่ใช่แค่เมืองน่าเที่ยว แต่เป็นเมืองน่าพักฟื้น เมืองน่าใช้ชีวิต และเมืองที่สร้างรายได้จากบริการสุขภาพคุณภาพสูงได้จริง
อย่างไรก็ตาม โอกาสด้านเวลเนสจะเกิดขึ้นไม่ได้ หากจังหวัดยังมีปัญหาฝุ่น น้ำ และระบบสาธารณูปโภคที่ทำให้ผู้มาเยือนลังเล นี่คือเหตุผลที่การประชุมหอการค้าครั้งนี้จึงต้องอ่านร่วมกับแผนจัดการสิ่งแวดล้อม เพราะ Wellness City ไม่ใช่ป้ายโฆษณา แต่ต้องพิสูจน์ด้วยอากาศ น้ำ อาหาร บริการ และความปลอดภัยของเมือง
การท่องเที่ยวใหม่ของเชียงรายต้องไม่ใช่แค่จำนวนคน
ข้อมูลสะท้อนว่าทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดและเทศบาลนครเชียงรายต่างมองเรื่องท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนเมือง แต่ทิศทางของตลาดท่องเที่ยวไทยหลังโควิดและหลังวิกฤตฝุ่นบอกชัดว่า การเพิ่มจำนวนคนอย่างเดียวไม่พออีกต่อไป เมืองต้องเพิ่มคุณภาพการใช้จ่าย ความปลอดภัย และประสบการณ์ที่แตกต่าง
เชียงรายมีต้นทุนเรื่องศิลปะ กาแฟ วิถีชาติพันธุ์ เมืองชายแดน และธรรมชาติ แต่ต้องจัดเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่ชัดขึ้น เช่น เมืองศิลปะเชื่อมร้านอาหาร เชื่อมที่พัก เชื่อมงานกีฬา เชื่อมสุขภาพ และเชื่อมการเดินทางระบบรางในอนาคต หากเชื่อมไม่ได้ แต่ละกิจกรรมจะเป็นเพียงจุดสวย ๆ กระจัดกระจาย แต่หากเชื่อมได้ จังหวัดจะกลายเป็นระบบเศรษฐกิจประสบการณ์ที่ทำให้คนอยากอยู่นานขึ้นและกลับมาซ้ำ
ภาคเอกชนคือผู้ร่วมออกแบบเมือง ไม่ใช่แค่ผู้รับผลจากนโยบาย
การประชุมหอการค้าจังหวัดเชียงรายครั้งนี้จึงมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ชัดเจน เพราะเป็นเวทีที่ภาคธุรกิจไม่ได้รอให้รัฐกำหนดทิศทางทั้งหมด แต่เข้ามาร่วมรับฟัง ร่วมเสนอ และร่วมจัดระบบความร่วมมือผ่านเครือข่ายหอการค้าและ YEC เชียงราย
ในเมืองที่กำลังเปลี่ยนอย่างเชียงราย ภาคเอกชนต้องมีบทบาทมากกว่าเปิดร้านหรือรอคนซื้อ ภาคธุรกิจต้องช่วยออกแบบประสบการณ์เมือง ช่วยเพิ่มมาตรฐานบริการ ช่วยดึงนักลงทุนที่เหมาะสม ช่วยพัฒนาคนรุ่นใหม่ และช่วยเป็นกระจกสะท้อนปัญหาที่ภาครัฐอาจมองไม่เห็นทันเวลา
หากหอการค้าสามารถทำหน้าที่เป็นสะพานระหว่างรัฐ เอกชน ท้องถิ่น และคนรุ่นใหม่ได้จริง เชียงรายจะมีโอกาสเปลี่ยนจากเมืองที่ตอบสนองปัญหาเป็นครั้ง ๆ ไป สู่เมืองที่วางอนาคตร่วมกันแบบมีทิศทางมากขึ้น
เชียงราย ประตูแห่งโอกาส จึงจะมีความหมายจริง
การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2569 ของหอการค้าจังหวัดเชียงราย จึงไม่ใช่เพียงการประชุมประจำปีขององค์กรธุรกิจ แต่เป็นเวทีที่ทำให้เห็นภาพจังหวัดเชียงรายในช่วงเปลี่ยนผ่านอย่างชัดเจน เมืองนี้กำลังมีโอกาสจากรถไฟทางคู่ โลจิสติกส์ การค้าชายแดน เมืองศิลปะ เมืองกีฬา และเมืองสุขภาพ แต่ก็ต้องเผชิญข้อจำกัดจริงจากภัยพิบัติ ฝุ่น น้ำ มลพิษทางน้ำ และความจำเป็นในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
คำว่า เชียงราย ประตูแห่งโอกาส จึงจะมีความหมายจริง ก็ต่อเมื่อโอกาสนั้นไม่ได้เปิดให้เฉพาะทุนใหญ่หรือนักลงทุนจากนอกพื้นที่ แต่ต้องเปิดให้คนเชียงราย ธุรกิจท้องถิ่น เกษตรกร ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ผู้สูงอายุ และเยาวชน ได้ร่วมเป็นเจ้าของอนาคตเมืองด้วย
ในระยะต่อไป เชียงรายจะถูกทดสอบหนักขึ้นเรื่อย ๆ เมืองที่มีรถไฟและถนนอาจดึงคนเข้ามาได้ แต่เมืองที่มีน้ำสะอาด อากาศปลอดภัย บริการสุขภาพดี ศิลปะมีชีวิต และภาคเอกชนที่ร่วมคิดกับรัฐอย่างจริงจังเท่านั้นที่จะทำให้คนอยากอยู่ อยากลงทุน และอยากกลับมาอีก


สำนักข่าวนครเชียงรายนิวส์
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย
- หอการค้าจังหวัดเชียงราย
- เทศบาลนครเชียงราย
- Hanke’s Annual Misery Index 2025
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ชีวาศรม
[Sassy_Social_Share]
NAKORN CHIANG RAI NEWS TEAMกองบรรณาธิการ นครเชียงรายนิวส์ – Nakorn Chiang Rai News
MOST POPULAR
FOLLOW ME
Facebook
Youtube
Tiktok
X-twitter
Weibo
Instagram
Line
EDITORIAL
April 20, 2026
สะท้อนเสียงจากดอย “กาแฟแต่ละแก้วมีต้นทุนเป็นสุขภาพคนปลูก” ท่ามกลางวิกฤต PM 2.5
April 18, 2026
เชียงรายต้องเป็นมากกว่าเมืองสวย! ชูแกน “อาหาร-กาแฟ-การเชื่อมต่อ” มัดใจครัวเรือนเดี่ยวและคนทำงานพักใจ
April 8, 2026
ทางรอดธุรกิจเชียงรายยุคของแพง เน้นการสื่อสารข้อมูลจริงและปรับโครงสร้างเศรษฐกิจลดการพึ่งพาน้ำมัน
April 1, 2026
เจาะลึกรถโดยสาร EV อบจ.เชียงราย ยกระดับเมืองท่องเที่ยวพลังงานสะอาด
March 23, 2026
ปางขอนคอฟฟี่เฟสติวัล ครั้งที่ 1ชุมชนเล็กเชียงรายสะท้อนอนาคตกาแฟไทยท่ามกลางวิกฤตภูมิอากาศและราคาพุ่งพิก