วช. นำ FloodBoy เสริมเกราะเชียงราย เฝ้าระวังน้ำท่วมเรียลไทม์ ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยปี 2567 สู่ระบบเตือนภัยที่เร็วกว่าเดิม
- วช. นำคณะลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย ติดตามการใช้งานนวัตกรรมตรวจวัดระดับน้ำ FloodBoy ในจุดเสี่ยงอุทกภัย
- FloodBoy ใช้เทคโนโลยีเรดาร์คลื่นไมโครเวฟ ตรวจวัดระดับน้ำอย่างแม่นยำโดยไม่ต้องสัมผัสผิวน้ำ
- ระบบจะส่งข้อมูลขึ้น Cloud Server และแสดงผลแบบเรียลไทม์ทุก 1 นาที พร้อมเชื่อมการแจ้งเตือนผ่าน LINE
- เชียงรายนำบทเรียนมหาอุทกภัยปี 2567 มาปรับปรุงระบบเฝ้าระวังเชิงรุกให้เตือนภัยได้เร็วกว่าเดิม
- การประยุกต์ใช้นวัตกรรมร่วมกับ AI และโดรน ช่วยให้เจ้าหน้าที่และประชาชนมีเวลาเตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วมได้ทันท่วงที
โฮวช. นำ FloodBoy เสริมเกราะเชียงราย เฝ้าระวังน้ำท่วมเรียลไทม์ ถอดบทเรียนมหาอุทกภัยปี 2567 สู่ระบบเตือนภัยที่เร็วกว่าเดิม
เชียงราย,1 สิงหาคม 2569 – ก่อนที่น้ำในลำน้ำจะเอ่อล้นตลิ่งหรือไหลเข้าท่วมบ้านเรือน สิ่งที่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ต้องการมากที่สุดไม่ใช่เพียงข้อมูลว่าฝนกำลังตกหนัก แต่คือคำตอบว่าน้ำกำลังเพิ่มขึ้นเร็วเพียงใด จุดใดมีแนวโน้มเข้าสู่ระดับวิกฤต และชุมชนเหลือเวลาเตรียมย้ายทรัพย์สินหรืออพยพอีกนานเท่าใด
จังหวัดเชียงรายจึงเดินหน้ายกระดับระบบเฝ้าระวังอุทกภัยด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม หลังบทเรียนจากน้ำท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี 2567 สร้างความเสียหายต่อชุมชน พื้นที่เศรษฐกิจ เส้นทางคมนาคม และภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในอำเภอแม่สายและอำเภอเมืองเชียงราย
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นำคณะนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย เพื่อติดตามความพร้อมของนวัตกรรมรับมืออุทกภัย โดยหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญคือเครื่องตรวจวัดและติดตามระดับน้ำ FloodBoy ซึ่งสามารถตรวจวัดระดับน้ำ ส่งข้อมูลขึ้นระบบออนไลน์ และแจ้งเตือนสถานการณ์ได้แบบเรียลไทม์
การนำ FloodBoy มาติดตั้งในพื้นที่เสี่ยงไม่ได้มีเป้าหมายให้เทคโนโลยีเข้ามาแทนเจ้าหน้าที่หรือประสบการณ์ของคนในชุมชน แต่เป็นการเติมข้อมูลที่ต่อเนื่องและแม่นยำเข้าสู่ระบบตัดสินใจ เพื่อให้ทุกฝ่ายเห็นสถานการณ์เดียวกัน ลดช่วงเวลารอรายงานจากพื้นที่ และเพิ่มโอกาสแจ้งเตือนประชาชนก่อนน้ำเข้าสู่ระดับอันตราย
วช. ลงพื้นที่ติดตามจุดเฝ้าระวังน้ำสำคัญของเชียงราย
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้จริงในจังหวัดเชียงราย โดยตรวจเยี่ยมระบบ FloodBoy ณ โครงการชลประทานฝายเชียงราย ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย
คณะยังเดินทางไปตรวจจุดติดตั้งบริเวณฝายหนองป่ายาง บ้านนางแลใน ตำบลนางแล อำเภอเมืองเชียงราย และบริเวณสะพานบ้านสันธาตุ ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ต้องติดตามการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในช่วงฝนตกหนัก
แต่ละจุดมีบริบทแตกต่างกัน บางแห่งทำหน้าที่ควบคุมหรือกระจายน้ำเข้าสู่พื้นที่เกษตร บางแห่งอยู่ใกล้ชุมชนและเส้นทางสัญจร ขณะที่บางจุดเป็นตำแหน่งสำคัญสำหรับติดตามมวลน้ำก่อนเคลื่อนเข้าสู่พื้นที่ปลายน้ำ
การติดตั้งเครื่องวัดระดับน้ำในตำแหน่งที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญไม่ต่างจากคุณภาพของตัวเครื่อง เพราะข้อมูลจะมีประโยชน์สูงสุดเมื่อช่วยให้เจ้าหน้าที่เห็นความเชื่อมโยงระหว่างต้นน้ำ จุดรับน้ำ และพื้นที่ชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบ
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่า FloodBoy ได้รับการพัฒนาโดยศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อใช้ตรวจวัดและรายงานระดับน้ำในพื้นที่เสี่ยง โดยถูกนำไปติดตั้งในหลายพื้นที่ภาคเหนือ รวมถึงใช้เป็นหนึ่งในนวัตกรรมสนับสนุนการจัดการอุทกภัยของจังหวัดเชียงราย
ถอดบทเรียนน้ำท่วมใหญ่ปี 2567 สู่การเตือนภัยที่เร็วขึ้น
นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวระหว่างให้การต้อนรับคณะ วช. ว่า เหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2567 เป็นบทเรียนสำคัญของจังหวัด เนื่องจากสร้างความเสียหายรุนแรงต่อพื้นที่เศรษฐกิจ ชุมชน และการท่องเที่ยว
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้จังหวัดต้องทบทวนตั้งแต่กระบวนการติดตามฝนและระดับน้ำ การแจ้งเตือนชุมชน การอพยพ การจัดตั้งศูนย์พักพิง ไปจนถึงการค้นหาและกู้ภัย
หลังเกิดเหตุ จังหวัดได้จัดทำมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาว พร้อมซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้หน่วยงานและประชาชนรู้บทบาทของตนเองเมื่อได้รับการแจ้งเตือน
ในปี 2569 แม้เชียงรายยังเผชิญฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก และผลกระทบต่อบ้านเรือนกับเส้นทางสัญจรในบางพื้นที่ แต่การมีระบบข้อมูลที่เข้าถึงได้รวดเร็วช่วยให้เจ้าหน้าที่ประเมินสถานการณ์และจัดกำลังเข้าพื้นที่ได้เป็นระบบมากขึ้น
บทเรียนสำคัญจากปี 2567 คือ การรอให้เห็นน้ำท่วมด้วยสายตาแล้วจึงเริ่มตอบสนองอาจช้าเกินไป โดยเฉพาะน้ำป่าและน้ำหลากซึ่งระดับน้ำสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่นาน
นวัตกรรมตรวจวัดแบบต่อเนื่องจึงช่วยเปลี่ยนระบบจากการรอรับรายงานเป็นการเฝ้าระวังเชิงรุก ทำให้เจ้าหน้าที่เห็นแนวโน้มก่อนที่ระดับน้ำจะเข้าสู่จุดวิกฤต
FloodBoy วัดระดับน้ำทุกนาทีผ่านเรดาร์คลื่นไมโครเวฟ
FloodBoy เป็นเครื่องตรวจวัดและติดตามระดับน้ำที่ใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์เรดาร์คลื่นไมโครเวฟ ทำให้สามารถตรวจวัดระยะห่างจากตัวเซ็นเซอร์ถึงผิวน้ำโดยไม่ต้องนำอุปกรณ์สัมผัสกับน้ำโดยตรง
ข้อมูลทางเทคนิคจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่า ระบบสามารถตรวจวัดระดับน้ำด้วยความละเอียดประมาณบวกลบ 2 มิลลิเมตร ก่อนส่งข้อมูลออนไลน์ขึ้น Cloud Server และแสดงผลบนเว็บไซต์แบบเรียลไทม์ทุกหนึ่งนาที
การไม่ต้องสัมผัสกับน้ำโดยตรงช่วยลดความเสี่ยงที่เซ็นเซอร์จะได้รับความเสียหายจากตะกอน กิ่งไม้ ขยะ หรือแรงกระแทกจากกระแสน้ำ เมื่อเทียบกับอุปกรณ์บางชนิดที่ต้องติดตั้งอยู่ใกล้หรืออยู่ภายในลำน้ำ
ข้อมูลทุกหนึ่งนาทีมีความสำคัญในช่วงน้ำหลาก เพราะเจ้าหน้าที่สามารถเห็นได้ว่าระดับน้ำกำลังเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ หรือพุ่งสูงอย่างผิดปกติ หากระดับน้ำเพิ่มต่อเนื่องในอัตราเร็ว ระบบสามารถนำข้อมูลไปประกอบการตัดสินใจแจ้งเตือนชุมชนท้ายน้ำได้เร็วกว่าเดิม
อย่างไรก็ตาม ค่าระดับน้ำเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถบอกผลกระทบทั้งหมดได้ จำเป็นต้องนำไปเทียบกับระดับตลิ่ง ความสามารถในการระบายน้ำ ปริมาณน้ำฝน สภาพพื้นที่ และข้อมูลจุดอื่นในลุ่มน้ำ
ดังนั้น FloodBoy จึงควรถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของระบบเตือนภัย ไม่ใช่อุปกรณ์ชิ้นเดียวที่สามารถทำนายเหตุการณ์ทุกอย่างได้โดยลำพัง
ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ ทำงานต่อเนื่องแม้ไม่มีแดด
จุดเด่นอีกด้านของ FloodBoy คือระบบพลังงานที่ออกแบบมาสำหรับติดตั้งภายนอกอาคาร โดยใช้แผงโซลาร์เซลล์ร่วมกับแบตเตอรี่สำรองและระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ
ข้อมูลจากผู้พัฒนาระบุว่า เครื่องสามารถส่งข้อมูลต่อเนื่องได้นานสูงสุดประมาณ 30 วัน แม้ในช่วงที่ไม่มีแสงแดดเพียงพอ ตัวเครื่องยังถูกออกแบบให้ทนแดดและฝน เหมาะสำหรับติดตั้งบริเวณสะพาน ฝาย หรือลำน้ำในพื้นที่ห่างไกล
คุณสมบัตินี้มีความสำคัญต่อการใช้งานในช่วงมรสุม เพราะสภาพอากาศอาจมีเมฆปกคลุมต่อเนื่องหลายวัน ขณะเดียวกันไฟฟ้าในชุมชนอาจขัดข้องจากน้ำท่วม เสาไฟฟ้าเสียหาย หรือเส้นทางถูกตัดขาด
ระบบที่มีแหล่งพลังงานของตนเองจึงช่วยให้การตรวจวัดไม่หยุดลงในช่วงเวลาที่ข้อมูลมีความจำเป็นสูงสุด
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานเจ้าของพื้นที่ยังต้องตรวจสอบสภาพแบตเตอรี่ แผงรับพลังงาน ระบบสื่อสาร และการยึดติดของอุปกรณ์เป็นระยะ เพราะระบบอัตโนมัติไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องบำรุงรักษา
ส่งข้อมูลขึ้น Cloud และใช้ Blockchain เพิ่มความน่าเชื่อถือ
ข้อมูลระดับน้ำที่ตรวจวัดได้จะถูกส่งขึ้นระบบ Cloud Server เพื่อให้เจ้าหน้าที่และประชาชนติดตามผ่านเว็บไซต์ได้โดยไม่ต้องเดินทางไปอ่านค่าที่จุดติดตั้ง
ระบบยังเชื่อมโยงกับ Blockchain เพื่อสนับสนุนการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบย้อนหลัง โดย FloodBoy ถูกนำเสนอในฐานะระบบเฝ้าระวังน้ำท่วมที่ประยุกต์ใช้ทั้ง Blockchain และ AI ในเวทีนวัตกรรมรับมืออุทกภัยจังหวัดเชียงราย
ประโยชน์ของข้อมูลย้อนหลังคือ เจ้าหน้าที่สามารถเปรียบเทียบรูปแบบระดับน้ำในแต่ละเหตุการณ์ วิเคราะห์ความเร็วของมวลน้ำ และประเมินว่าจุดใดเริ่มเปลี่ยนแปลงก่อนพื้นที่อื่น
เมื่อมีข้อมูลสะสมมากขึ้น นักวิจัยสามารถนำไปพัฒนาแบบจำลองหรือระบบ AI เพื่อช่วยคาดการณ์แนวโน้ม โดยผสานข้อมูลระดับน้ำกับปริมาณฝน สภาพลำน้ำ และข้อมูลจากจุดตรวจวัดหลายแห่ง
อย่างไรก็ดี การใช้คำว่า AI ต้องแยกให้ชัดระหว่างการตรวจวัดระดับน้ำจริงกับการนำข้อมูลไปวิเคราะห์หรือพยากรณ์ เครื่อง FloodBoy ทำหน้าที่สำคัญในการเก็บและส่งข้อมูล ส่วนความแม่นยำของการคาดการณ์ขึ้นอยู่กับแบบจำลอง คุณภาพข้อมูล และจำนวนจุดตรวจวัดที่ครอบคลุมลุ่มน้ำ


แจ้งเตือนผ่าน LINE ลดช่องว่างระหว่างข้อมูลกับประชาชน
FloodBoy สามารถเชื่อมการแจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชัน LINE รวมถึงจัดทำรายงานระดับน้ำประจำวันโดยอัตโนมัติ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องเฝ้าหน้าจอตลอด 24 ชั่วโมง
หากมีการตั้งค่าระดับเตือนภัยที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ระบบสามารถส่งข้อความเมื่อระดับน้ำเข้าสู่เกณฑ์เฝ้าระวังหรือเกณฑ์วิกฤต
แนวทางดังกล่าวช่วยลดช่องว่างระหว่างข้อมูลทางเทคนิคกับการปฏิบัติงานจริง เพราะเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน และทีมกู้ภัยสามารถได้รับข้อความในเวลาใกล้เคียงกัน
อย่างไรก็ตาม ข้อความเตือนภัยต้องออกแบบให้เข้าใจง่าย ไม่ควรแจ้งเพียงตัวเลขระดับน้ำ แต่ควรระบุจุดตรวจ แนวโน้มเพิ่มหรือลด เวลาอ่านค่า และการปฏิบัติที่แนะนำ
ประชาชนต้องรู้ด้วยว่า เมื่อได้รับข้อความระดับใดควรเริ่มย้ายรถ ยกของขึ้นที่สูง เตรียมผู้สูงอายุ หรืออพยพไปยังจุดปลอดภัย หากระบบแจ้งเพียงข้อมูลแต่ไม่มีแผนปฏิบัติ ผลของการเตือนภัยอาจไม่เต็มประสิทธิภาพ
รวมพลนวัตกรรมรับมืออุทภัยเชียงราย
ในวันเดียวกัน วช. ร่วมกับจังหวัดเชียงรายและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย จัดกิจกรรม รวมพล นวัตกรรมเตรียมรับมืออุทกภัย จังหวัดเชียงราย ณ ห้องประชุมธรรมลังกา ศาลากลางจังหวัดเชียงราย
กิจกรรมมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ นางสาวเสาวนีย์ มุ่งสุจริตการ รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ รองศาสตราจารย์ ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงานเป้าหมายสำคัญ น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง และนายจรัสพันธ์ อรุณคง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย ร่วมแถลงข่าว
ดร.วิภารัตน์กล่าวว่า วช. สนับสนุนงานวิจัยภายใต้แผนงานน้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำของประเทศ และผลักดันให้งานวิจัยถูกนำไปใช้ในพื้นที่จริง
การทำงานครอบคลุมตั้งแต่การคาดการณ์ การเฝ้าระวัง การแจ้งเตือน การวิเคราะห์สถานการณ์ ไปจนถึงการจัดทำข้อมูลสำหรับสนับสนุนการตัดสินใจของหน่วยงานภาครัฐ
รายงานข่าวจากพื้นที่ระบุว่า การจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง วช. จังหวัดเชียงราย ปภ. และเครือข่ายมหาวิทยาลัยหลายแห่ง เพื่อผลักดันระบบ AI โดรน FloodBoy และเครื่องมือเตือนภัยไปใช้ในจุดเสี่ยงอย่างเป็นรูปธรรม
ไม่ได้มีเพียง FloodBoy แต่นำหลายเทคโนโลยีทำงานร่วมกัน
ภายในงานมีการนำเสนอและจัดแสดงนวัตกรรมหลายประเภท ไม่ได้จำกัดเฉพาะเครื่องวัดระดับน้ำ
เทคโนโลยีที่นำมาใช้ประกอบด้วยระบบเตือนภัยน้ำท่วมในเขตเมืองเชียงราย ระบบเฝ้าระวังดินถล่ม แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ระบบวิเคราะห์และพยากรณ์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ Hydro Vision Plus ระบบอากาศยานไร้คนขับสำหรับสำรวจพื้นที่ และกระบวนการชุมชนรู้ทันน้ำ
โดรนสามารถช่วยสำรวจพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่เข้าถึงยาก ประเมินเส้นทางน้ำ ตรวจสอบคันกั้นน้ำ และสร้างภาพรวมของความเสียหายหลังเกิดเหตุ
ระบบเฝ้าระวังดินถล่มมีความสำคัญต่อเชียงราย เนื่องจากหลายชุมชนตั้งอยู่ในพื้นที่ลาดชันและใกล้ภูเขา ฝนที่ตกสะสมอาจทำให้ดินอุ้มน้ำจนสูญเสียความมั่นคง
ส่วนแผนที่เสี่ยงภัยช่วยให้หน่วยงานวางตำแหน่งศูนย์พักพิง เส้นทางอพยพ จุดจอดเครื่องจักร และพื้นที่จัดเก็บสิ่งของได้ก่อนเกิดเหตุ
การนำเทคโนโลยีหลายประเภทมาทำงานร่วมกันจึงมีประสิทธิภาพมากกว่าการติดตั้งอุปกรณ์แยกส่วน เพราะข้อมูลจากระดับน้ำ ฝน ภาพถ่ายทางอากาศ และแบบจำลองสามารถช่วยตรวจสอบกันและสร้างภาพสถานการณ์ที่ครบถ้วนขึ้น
ระบบเตือนภัยที่ดีต้องไปถึงคนในพื้นที่เสี่ยงจริง
แม้ FloodBoy จะส่งข้อมูลได้ทุกหนึ่งนาที แต่ความเร็วของเครื่องมือจะไม่มีความหมาย หากข้อมูลหยุดอยู่ที่เซิร์ฟเวอร์หรือหน้าจอของเจ้าหน้าที่
จังหวัดต้องกำหนดเส้นทางการแจ้งเตือนให้ชัดว่า เมื่อพบระดับน้ำเพิ่มสูงผิดปกติ ใครเป็นผู้ตรวจสอบ ใครมีอำนาจประกาศเตือน และข้อความจะถูกส่งไปถึงประชาชนผ่านช่องทางใด
ชุมชนริมแม่น้ำอาจใช้เสียงตามสาย หอกระจายข่าว กลุ่ม LINE วิทยุสื่อสาร และอาสาสมัครเดินแจ้งเตือน ขณะที่กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง ต้องมีรายชื่อกับผู้รับผิดชอบช่วยอพยพโดยเฉพาะ
ระบบควรมีช่องทางสำรองกรณีอินเทอร์เน็ตหรือไฟฟ้าขัดข้อง เพราะสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรงอาจทำให้เครือข่ายโทรคมนาคมบางพื้นที่ไม่สามารถใช้งานได้
การซ้อมแผนจึงต้องทดสอบทั้งเครื่องมือและมนุษย์ ตั้งแต่ระบบตรวจวัด การรับข้อความ การสั่งการ การเคลื่อนย้ายประชาชน ไปจนถึงการเปิดศูนย์พักพิง
ข้อมูลต้องแปลเป็นเวลาที่ประชาชนเหลืออยู่
ค่าระดับน้ำเป็นข้อมูลสำคัญ แต่สิ่งที่ประชาชนต้องการรู้คือ น้ำจะมาถึงบ้านเมื่อใด และมีเวลาเตรียมตัวอีกเท่าใด
หากระบบสามารถประเมินจากความเร็วการเพิ่มขึ้นของน้ำและข้อมูลจุดต้นน้ำ จังหวัดอาจพัฒนาเป็นข้อความเตือนที่เข้าใจง่าย เช่น ระดับน้ำกำลังเพิ่มต่อเนื่อง ชุมชนท้ายน้ำควรเตรียมย้ายทรัพย์สิน หรือคาดว่ามวลน้ำจะเข้าสู่พื้นที่ภายในช่วงเวลาที่กำหนด
การสื่อสารต้องหลีกเลี่ยงการสร้างความตื่นตระหนก แต่ก็ไม่ควรลดทอนความรุนแรงของสถานการณ์
ความแม่นยำของเวลาคาดการณ์จะเพิ่มขึ้นเมื่อมีข้อมูลจากหลายเหตุการณ์ และได้รับการตรวจสอบเทียบกับสภาพจริงอย่างต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่จึงควรบันทึกทั้งเวลาที่ระบบแจ้งเตือน เวลาที่น้ำถึงพื้นที่ และผลการตัดสินใจแต่ละครั้ง เพื่อใช้ปรับปรุงเกณฑ์ให้เหมาะกับแต่ละชุมชน
เทคโนโลยีต้องมีเจ้าภาพดูแลหลังโครงการสิ้นสุด
หนึ่งในโจทย์สำคัญของการนำงานวิจัยลงพื้นที่คือ ความต่อเนื่องหลังระยะโครงการหรือทุนวิจัยสิ้นสุดลง
FloodBoy ต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบตรวจสอบสภาพเครื่อง ระบบส่งข้อมูล การเชื่อมต่อสัญญาณ แบตเตอรี่ และเซ็นเซอร์ รวมถึงต้องมีผู้ประสานงานเมื่อข้อมูลขาดหายหรือพบค่าผิดปกติ
หน่วยงานเจ้าของพื้นที่ควรได้รับการอบรมให้สามารถตรวจสอบปัญหาเบื้องต้นได้ ขณะที่ทีมวิจัยต้องมีระบบสนับสนุนด้านเทคนิคและการปรับปรุงซอฟต์แวร์
ข้อมูลควรเปิดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ร่วมกันภายใต้รูปแบบมาตรฐาน ไม่ควรแยกอยู่ในหลายระบบที่เชื่อมต่อกันไม่ได้
ความยั่งยืนของนวัตกรรมจึงไม่ได้วัดจากจำนวนเครื่องที่ติดตั้ง แต่ต้องวัดจากจำนวนเครื่องที่ส่งข้อมูลได้จริง ความต่อเนื่องของข้อมูล จำนวนครั้งที่ข้อมูลถูกนำไปใช้ตัดสินใจ และผลต่อการลดความเสียหาย
จากบทเรียนน้ำท่วมสู่เมืองที่รู้ทันน้ำ
เชียงรายเป็นจังหวัดที่มีทั้งพื้นที่ภูเขา ลำน้ำหลายสาย ชุมชนริมตลิ่ง เมืองชายแดน และเขตเศรษฐกิจสำคัญ ความเสี่ยงจึงแตกต่างกันในแต่ละอำเภอ
พื้นที่แม่สายอาจเผชิญน้ำหลากข้ามพรมแดนและน้ำท่วมเมือง ขณะที่ชุมชนบนพื้นที่สูงต้องเฝ้าระวังน้ำป่ากับดินถล่ม ส่วนเขตเมืองเชียงรายต้องรับมือกับทั้งน้ำจากแม่น้ำกกและน้ำรอการระบาย
ระบบเดียวจึงไม่สามารถตอบโจทย์ทุกพื้นที่ได้ จังหวัดต้องใช้ทั้งเครื่องวัดระดับน้ำ เรดาร์ฝน แบบจำลองน้ำ แผนที่เสี่ยงภัย ข้อมูลชุมชน และการสังเกตของคนในพื้นที่ร่วมกัน
FloodBoy เป็นหนึ่งในชิ้นส่วนสำคัญของระบบดังกล่าว เพราะช่วยเปลี่ยนระดับน้ำที่เคยต้องเดินทางไปตรวจด้วยสายตาให้กลายเป็นข้อมูลที่ติดตามได้จากระยะไกลตลอดเวลา
แต่เกราะป้องกันเชียงรายจะสมบูรณ์ได้ต่อเมื่อข้อมูลถูกส่งต่อไปสู่การตัดสินใจและการปฏิบัติจริงอย่างรวดเร็ว
เป้าหมายไม่ใช่หยุดน้ำ แต่ลดความสูญเสียก่อนน้ำมา
เทคโนโลยีไม่สามารถหยุดฝนหรือป้องกันน้ำทุกหยดไม่ให้เข้าท่วมพื้นที่ได้ แต่สามารถช่วยให้ประชาชนรู้เร็วขึ้น เตรียมตัวเร็วขึ้น และออกจากพื้นที่เสี่ยงก่อนสถานการณ์รุนแรง
หากครอบครัวมีเวลาเพิ่มขึ้นเพียงหนึ่งหรือสองชั่วโมง อาจสามารถย้ายรถ เอกสารสำคัญ เครื่องใช้ไฟฟ้า และผู้สูงอายุไปยังพื้นที่ปลอดภัยได้
หากเจ้าหน้าที่เห็นระดับน้ำเพิ่มขึ้นก่อนเกิดเหตุ อาจเตรียมเครื่องจักร ปิดถนนเสี่ยง เปิดศูนย์พักพิง และจัดทีมกู้ภัยไว้ใกล้จุดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ
การลงพื้นที่ของ วช. และการนำ FloodBoy มาใช้ในเชียงรายจึงเป็นการเชื่อมงานวิจัยกับชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างชัดเจน
บททดสอบจากนี้อยู่ที่การทำให้ระบบทำงานได้ต่อเนื่อง ขยายจุดตรวจให้ครอบคลุม เชื่อมข้อมูลหลายหน่วยงาน และทำให้คำเตือนเดินทางถึงชุมชนเร็วกว่ามวลน้ำ
หลังความเสียหายครั้งใหญ่ในปี 2567 เชียงรายไม่อาจรอให้เหตุการณ์เดิมเกิดขึ้นแล้วจึงเริ่มแก้ไขอีกครั้ง การลงทุนกับข้อมูล นวัตกรรม และความพร้อมของชุมชนจึงเป็นการซื้อเวลาล่วงหน้าในช่วงที่ทุกนาทีสามารถหมายถึงชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน







เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ
- สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย
- มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และศูนย์ข้อมูลการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
- สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย