เปิดประวัติศาลากลางเชียงรายหลังแรก ค้นพบอิฐโบราณ ร.ศ. 122 เตรียมยกระดับสู่พิพิธภัณฑ์มีชีวิตของเมือง
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ดำเนินการบูรณะอาคารศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก ถนนสิงหไคล แล้วเสร็จสมบูรณ์
- นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ตั้งเป้ายกระดับอาคารประวัติศาสตร์กว่า 120 ปี เป็นแหล่งเรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรม
- ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมโคโลเนียลก่ออิฐถือปูน 3 ชั้น ออกแบบโดยนายแพทย์วิลเลียม เอ. บริกส์ และขึ้นทะเบียนโบราณสถานในปี 2520
- การบูรณะนำไปสู่การค้นพบอิฐโบราณประทับตรา “ร.ศ. 122” และ “ศ.ก. 130” ซึ่งส่งตรวจพิสูจน์ร่วมกับกรมศิลปากร
- จังหวัดเชียงรายและ อบจ. เตรียมจัดงาน “Chiang Rai Foxtrail” วันที่ 30 ต.ค. – 1 พ.ย. 2569 ชวนแต่งชุดไทยย้อนวันวาน
มากกว่าตึกเก่า! อบจ.เชียงราย ชุบชีวิตศาลากลางหลังแรก เปิดประตูประวัติศาสตร์กว่า 120 ปี ส่งต่อมรดกเมืองเชียงรายสู่คนรุ่นใหม่
เชียงราย,18 ตุลาคม 2569 – อบจ.เชียงราย ประกาศบูรณะศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรกแล้วเสร็จ เตรียมเปิดให้ประชาชนเข้าชมปลายเดือนตุลาคม 2569 หลังดำเนินการฟื้นฟูอาคารประวัติศาสตร์ที่มีอายุกว่าศตวรรษ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ตั้งเป้ายกระดับเป็นแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ส่งต่อความทรงจำของเมืองจากรุ่นสู่รุ่น พร้อมจัดงาน “Chiang Rai Foxtrail เปลี่ยนเมืองเป็นเรื่องราว” วันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ชวนแต่งไทยย้อนวันวาน ขณะที่การบูรณะยังนำไปสู่การค้นพบอิฐโบราณประทับตรา “ร.ศ. 122” และ “ศ.ก. 130” ซึ่งอาจช่วยไขประวัติการก่อสร้างอาคารสำคัญแห่งนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเมืองเชียงราย อาคารก่ออิฐถือปูนสามชั้นบนถนนสิงหไคลยังคงตั้งอยู่ในย่านเมืองเก่า เป็นหลักฐานสำคัญของช่วงเวลาที่เชียงรายเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบการปกครองสมัยใหม่ และเป็นสถานที่ที่คนหลายรุ่นเคยรู้จักในฐานะศูนย์กลางการบริหารราชการของจังหวัด
วันนี้อาคารแห่งนั้นกำลังได้รับบทบาทใหม่ หลังองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย หรือ อบจ.เชียงราย ประกาศความสำเร็จในการบูรณะศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก เพื่อเตรียมเปิดพื้นที่ประวัติศาสตร์ให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวได้กลับเข้าไปสัมผัสคุณค่าของสถาปัตยกรรมและเรื่องราวในอดีตอีกครั้ง
การฟื้นฟูครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการซ่อมหลังคา ผนัง หรือโครงสร้างที่ผ่านกาลเวลามากว่าหนึ่งศตวรรษ เพราะหัวใจสำคัญอยู่ที่การรักษาประวัติศาสตร์ของเมืองให้คนรุ่นหลังสามารถเข้าถึง เรียนรู้ และทำความเข้าใจว่าจังหวัดเชียงรายเติบโตขึ้นมาอย่างไร
อทิตาธรประกาศความสำเร็จ ฟื้นศาลากลางเก่าสู่แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์
นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย เปิดเผยผ่านวิดีโอประชาสัมพันธ์ว่า โครงการบูรณะซ่อมแซมศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญภายใต้การกำกับดูแลด้านการอนุรักษ์ของกรมศิลปากร ได้ดำเนินการแล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อย
การดำเนินงานดังกล่าวมีเป้าหมายฟื้นฟูสถาปัตยกรรมเก่าแก่ให้กลับมามีชีวิตชีวา พร้อมพัฒนาเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดที่ประชาชนสามารถเข้ามาศึกษาเรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่น
นายก อบจ.เชียงราย กล่าวถึงความตั้งใจในการฟื้นฟูอาคารแห่งนี้ว่า
“เราตั้งใจที่จะฟื้นคืนชีวิตสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดเชียงรายแห่งนี้ไว้เป็นมรดกให้กับลูกหลานชาวจังหวัดเชียงราย”
นอกจากนี้ ยังย้ำว่าอาคารศาลากลางหลังแรกจะเป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษาทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เพื่อให้ประชาชนได้มองเห็นคุณค่าทางวัฒนธรรมและเรื่องราวที่บรรพบุรุษสร้างสรรค์ไว้ โดยตั้งเป้าเปิดให้เข้าชมภายในปลายเดือนตุลาคม 2569
แนวคิดดังกล่าวสะท้อนทิศทางการใช้ประโยชน์โบราณสถานควบคู่กับการอนุรักษ์ เพราะการดูแลอาคารเก่าให้คงสภาพเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากสถานที่นั้นไม่ได้รับการพัฒนาให้สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้และเชื่อมโยงกับชีวิตของคนในปัจจุบัน
สำหรับเชียงราย อาคารศาลากลางหลังแรกมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงด้านการปกครอง สถาปัตยกรรม และพัฒนาการของเมือง จึงสามารถเป็นพื้นที่เรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นนอกห้องเรียนได้อย่างเป็นรูปธรรม
เปิดประวัติศาลากลางเชียงราย อาคารโคโลเนียลที่ผ่านกาลเวลากว่าศตวรรษ
ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า อาคารศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังเก่าเป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล มีลักษณะก่ออิฐถือปูนสามชั้น โดดเด่นด้วยซุ้มโค้งด้านหน้าอาคาร ระเบียงทางเดินที่เชื่อมถึงกัน และองค์ประกอบไม้สักซึ่งสะท้อนเทคนิคการก่อสร้างในอดีต
อาคารได้รับการออกแบบและควบคุมการก่อสร้างโดยนายแพทย์วิลเลียม เอ. บริกส์ ผู้มีบทบาทสำคัญในการก่อสร้างสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกในเชียงรายช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 25
จุดเด่นทางวิศวกรรมคือผนังก่ออิฐที่มีความหนาประมาณ 50 เซนติเมตร ใช้ระบบกำแพงรับน้ำหนักและฐานรากซุงไม้ รวมถึงโครงสร้างไม้สำหรับพื้นและส่วนประกอบภายใน ซึ่งแตกต่างจากอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กที่พบเห็นทั่วไปในปัจจุบัน
อาคารแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของชาติ ตามประกาศราชกิจจานุเบกษาลงวันที่ 16 สิงหาคม 2520 นับเป็นหลักฐานยืนยันคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่ได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเกี่ยวกับปีที่ก่อสร้างอาคารยังมีรายละเอียดทางประวัติศาสตร์ที่ต้องพิจารณาร่วมกัน โดยแหล่งข้อมูลราชการบางแห่งระบุช่วงเริ่มดำเนินการใน พ.ศ. 2443 ขณะที่งานศึกษาประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมอีกส่วนหนึ่งเสนอข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับช่วงการก่อสร้างที่อาจอยู่ภายหลังจากนั้น
ความแตกต่างของหลักฐานเหล่านี้ทำให้การศึกษาข้อมูลจากตัวอาคาร รวมถึงวัสดุก่อสร้างที่ค้นพบระหว่างการบูรณะ มีความสำคัญต่อการทำความเข้าใจลำดับเหตุการณ์ในอดีตให้แม่นยำมากขึ้น

อิฐประทับตรา ร.ศ. 122 และ ศ.ก. 130 เบาะแสสำคัญที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างเดิม
อีกเหตุการณ์สำคัญของโครงการบูรณะเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 ระหว่างการติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน โดยมีนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย นางอุบลรัตน์ พ่วงพิญโญ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการวางแผนและงบประมาณ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่
ระหว่างการบูรณะ เจ้าหน้าที่พบอิฐโบราณที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอาคารเดิมจำนวนมาก โดยมีตราประทับปรากฏอยู่บนผิวอิฐ ทั้งข้อความ “ร.ศ. 122” และ “ศ.ก. 130” ซึ่งเป็นข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับการศึกษาประวัติการก่อสร้าง
หากพิจารณาตามการนับปีรัตนโกสินทรศก ร.ศ. 122 ตรงกับช่วง พ.ศ. 2446–2447 ส่วนเครื่องหมาย “ศ.ก. 130” ยังจำเป็นต้องตรวจสอบความหมายของอักษรย่อและระบบการนับปีให้ชัดเจนก่อนตีความเป็นปีผลิตอิฐหรือปีที่นำวัสดุมาใช้ก่อสร้าง
การพบอิฐประทับตราจึงเป็นเบาะแสทางโบราณคดีที่อาจช่วยอธิบายแหล่งผลิตวัสดุ การก่อสร้าง หรือการปรับปรุงอาคารในช่วงเวลาต่าง ๆ แต่ยังไม่สามารถใช้ยืนยันปีสร้างอาคารทั้งหลังได้โดยลำพัง
ตามข้อมูลการติดตามโครงการ อิฐที่พบได้เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและศึกษาร่วมกับหน่วยงานด้านศิลปากร เพื่อประกอบการวิเคราะห์และจัดทำข้อสรุปทางวิชาการต่อไป
การค้นพบนี้ยังแสดงให้เห็นว่า การอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ไม่ใช่เพียงการรักษาสภาพเดิม แต่บางครั้งการซ่อมแซมอย่างเป็นระบบอาจเปิดเผยหลักฐานใหม่ที่ช่วยให้เข้าใจอดีตได้ลึกซึ้งกว่าเดิม


จากสถานที่ราชการสู่พิพิธภัณฑ์ เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้รากเหง้าเชียงราย
ตลอดระยะเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ ศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรกผ่านการเปลี่ยนแปลงบทบาทหลายช่วงเวลา จากสถานที่บริหารราชการสู่พื้นที่จัดแสดงมรดกวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของจังหวัด
ภายหลังการย้ายหน่วยงานราชการไปยังอาคารศาลากลางแห่งใหม่ในปี 2512 อาคารหลังเก่าถูกปรับใช้เป็นสถานที่ทางวัฒนธรรม ก่อนจะพัฒนาสู่หอพิพิธภัณฑ์ภาพเก่าเมืองเชียงราย ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย
ข้อมูลจาก Museum Thailand ยังระบุถึงแนวทางพัฒนาอาคารให้เป็นพื้นที่จัดแสดงภาพเก่าและนิทรรศการที่ถ่ายทอดความเปลี่ยนแปลงของเมือง โดยใช้ความโดดเด่นของตัวอาคารเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เรียนรู้
แนวคิดนี้เปิดโอกาสให้ประวัติศาสตร์เชียงรายถูกนำเสนอมากกว่าการเรียงลำดับปี พ.ศ. หรือรายชื่อผู้ปกครองเมือง เพราะเรื่องราวของย่านเมืองเก่า วิถีชีวิตชุมชน การค้าขาย การศึกษา สถาปัตยกรรม และความหลากหลายทางวัฒนธรรม ล้วนสามารถนำมาเชื่อมโยงกับสถานที่จริงได้
สำหรับนักเรียนและเยาวชน การได้เดินชมอาคารที่มีอายุกว่าร้อยปี พร้อมศึกษาภาพถ่าย เอกสาร และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ย่อมเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้เข้าใจพัฒนาการของบ้านเกิดได้ชัดเจนขึ้น
ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุหรือประชาชนที่เคยมีความทรงจำร่วมกับสถานที่แห่งนี้ก็อาจมีบทบาทในการถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านเรื่องเล่าท้องถิ่น ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเป็นประวัติศาสตร์บอกเล่า หรือ Oral History เพื่อจัดเก็บเป็นองค์ความรู้ของชุมชนในอนาคต
การสร้างความต่อเนื่องระหว่างคนต่างรุ่นจึงเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญของการพัฒนาศาลากลางหลังแรกให้เป็นพื้นที่เรียนรู้ที่ยังมีชีวิต ไม่ใช่เพียงอาคารจัดแสดงสิ่งของจากอดีต
เตรียมจัด Chiang Rai Foxtrail 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน ชวนแต่งไทยสัมผัสเมืองเก่า
เพื่อเฉลิมฉลองการฟื้นฟูอาคารประวัติศาสตร์ จังหวัดเชียงรายร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายเตรียมจัดกิจกรรม “Chiang Rai Foxtrail เปลี่ยนเมืองเป็นเรื่องราว” ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ ศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรก บริเวณลานพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ถนนสิงหไคล อำเภอเมืองเชียงราย
กิจกรรมครั้งนี้มุ่งนำเสนอบรรยากาศเมืองเชียงรายในอดีต ผ่านการชมนิทรรศการประวัติศาสตร์และการสัมผัสสถาปัตยกรรมเก่าแก่ พร้อมเชิญชวนประชาชนแต่งกายด้วยชุดไทยหรือชุดวินเทจเพื่อร่วมสร้างบรรยากาศย้อนวันวาน
ผู้ที่ไม่มีชุดไทยก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ โดยแนวทางการจัดงานเน้นเปิดโอกาสให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงพื้นที่ประวัติศาสตร์ได้อย่างเป็นกันเอง
นางอทิตาธรกล่าวเชิญชวนชาวเชียงรายและผู้สนใจให้ร่วมเยี่ยมชมความงดงามของอาคาร พร้อมสัมผัสคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของสถาปัตยกรรมที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้
กิจกรรมดังกล่าวยังอาจช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในเขตเมืองเชียงราย โดยเฉพาะการเชื่อมโยงสถานที่ประวัติศาสตร์เข้ากับร้านค้า ร้านอาหาร และธุรกิจบริการในย่านเมืองเก่า หากมีการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวและกิจกรรมร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การใช้พื้นที่โบราณสถานรองรับกิจกรรมสาธารณะจำเป็นต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและข้อกำหนดในการอนุรักษ์ โดยเฉพาะการควบคุมจำนวนผู้เข้าชม การใช้อุปกรณ์ประกอบกิจกรรม และการป้องกันผลกระทบต่อโครงสร้างอาคารเก่า
เชียงรายมีต้นทุนทางประวัติศาสตร์ การอนุรักษ์สามารถเดินคู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์
ก่อนหน้านี้ ศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรกเคยเป็นหนึ่งในสถานที่จัดแสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ ภายใต้งาน Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2566 ถึง 30 เมษายน 2567
ศิลปินไมเคิล ลิน ได้นำผลงานศิลปะร่วมสมัยมาจัดแสดงบริเวณด้านหน้าอาคาร โดยเชื่อมโยงลวดลายผ้าของกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำเข้ากับการนำเสนอศิลปะสมัยใหม่ และใช้โครงสร้างจัดแสดงแยกจากตัวอาคารเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อโบราณสถาน
ประสบการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นศักยภาพของสถานที่ประวัติศาสตร์ในการรองรับกิจกรรมทางวัฒนธรรมและศิลปะร่วมสมัย โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงอัตลักษณ์ดั้งเดิมของอาคาร
ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย อาคารประวัติศาสตร์ที่ได้รับการบูรณะถูกพัฒนาให้เป็นพิพิธภัณฑ์หรือแหล่งเรียนรู้ เช่น อาคารศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานีหลังเก่า ซึ่งได้รับการปรับปรุงและใช้ประโยชน์เป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากร
ตัวอย่างเหล่านี้สะท้อนว่า การอนุรักษ์อาคารเก่าสามารถสร้างคุณค่าทางการศึกษาและเพิ่มความน่าสนใจให้เมืองได้ หากมีระบบบริหารจัดการที่เหมาะสม รวมถึงการจัดนิทรรศการ การดูแลอาคาร และการมีส่วนร่วมของประชาชนในระยะยาว
ส่งต่อประวัติศาสตร์จากรุ่นสู่รุ่น ความสำเร็จไม่ได้สิ้นสุดที่การบูรณะ
การประกาศบูรณะศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรกแล้วเสร็จ นับเป็นความคืบหน้าสำคัญของการอนุรักษ์อาคารประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าต่อจังหวัด แต่ภารกิจในระยะต่อไปยังรวมถึงการทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่น่าติดตามต่อจากนี้คือรูปแบบการจัดแสดงนิทรรศการถาวร การนำหลักฐานทางโบราณคดีที่ค้นพบมาถ่ายทอดอย่างถูกต้อง การจัดกิจกรรมสำหรับสถานศึกษา และระบบดูแลรักษาอาคารภายหลังเปิดให้เข้าชม
สำหรับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย การดูแลโบราณสถานจึงเป็นทั้งภารกิจด้านอนุรักษ์และโอกาสในการลงทุนทางสังคม เพราะองค์ความรู้เกี่ยวกับอดีตสามารถช่วยให้เยาวชนเข้าใจอัตลักษณ์ของชุมชน ตลอดจนเห็นความสัมพันธ์ระหว่างบ้านเกิดกับพัฒนาการของประเทศไทย
ในวันที่เชียงรายกำลังก้าวไปข้างหน้าด้วยการท่องเที่ยว เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และการพัฒนาเมือง ศาลากลางหลังแรกบนถนนสิงหไคลกำลังทำหน้าที่เชื่อมอดีตกับอนาคตอีกครั้ง
อาคารหลังนี้อาจไม่ได้กลับมาทำหน้าที่ศูนย์กลางการบริหารราชการเหมือนเมื่อกว่าร้อยปีก่อน แต่กำลังได้รับโอกาสให้ทำหน้าที่สำคัญอีกแบบหนึ่ง นั่นคือการเป็นสถานที่ที่คนเชียงรายจะได้เรียนรู้ว่าเมืองของตนมีความเป็นมาอย่างไร และเหตุใดมรดกที่คนรุ่นก่อนสร้างไว้จึงควรได้รับการดูแลต่อไป
เพราะคุณค่าที่แท้จริงของการบูรณะศาลากลางหลังแรก ไม่ได้อยู่เพียงความสวยงามของอาคารที่กลับคืนมา แต่อยู่ที่เรื่องราวภายในกำแพงเก่าเหล่านั้นจะยังถูกส่งต่อถึงลูกหลานเชียงรายได้อีกยาวนานเพียงใด




เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ข้อมูลประชาสัมพันธ์โครงการบูรณะศาลากลางจังหวัดเชียงรายหลังแรกและคำแถลงของนางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ซึ่งผู้จัดทำข่าวได้รับจากข้อความถอดเสียงวิดีโอ
- ข้อมูลการลงพื้นที่วันที่ 11 กันยายน 2568 และการค้นพบอิฐโบราณประทับตรา ร.ศ. 122 และ ศ.ก. 130 ตามข้อมูลที่ได้รับประกอบการเรียบเรียง
- สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฐานข้อมูลแหล่งศิลปกรรมอันควรอนุรักษ์ รายละเอียดสถาปัตยกรรมและการขึ้นทะเบียนโบราณสถาน
- Museum Thailand ข้อมูลประวัติสถาปัตยกรรมและพัฒนาการการใช้ประโยชน์อาคาร
- นครเชียงรายนิวส์ รายงานการค้นพบอิฐโบราณระหว่างการบูรณะ