ปฏิบัติการกวาดล้างทะเบียนGเทาเชียงรายรวบอดีตปลัดพร้อมพวกสวมสิทธิเด็กไร้สถานะเร่งขยายผลกว่าสองร้อยราย
[Sassy_Social_Share]
Summary
-
ทางการเปิดปฏิบัติการกวาดล้าง “ทะเบียน G เทา” ตรวจค้น 6 จุดในเชียงราย จับกุมผู้ต้องหา 22 ราย
-
ผู้ต้องหาสำคัญรวมถึงอดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น และสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน 2 ราย
-
ขบวนการนี้เลือกข้อมูลเด็กนักเรียนรหัส G (เด็กไร้สถานะ) แล้วนำผู้ใหญ่ต่างด้าวมาสวมรอยแทนเพื่อทำบัตรเลข 0
-
คดีเริ่มจากพบเงินสด 140,000 บาทซ่อนใต้เบาะรถจักรยานยนต์ ขยายผลจนพบความผิดปกติกว่า 200 ราย
-
ตรวจพบกลุ่มทุนต่างชาติหลากหลายสัญชาติ ทั้งจีน เมียนมา ลาว เชื่อมโยงธุรกิจสีเทาและฟอกเงิน
เชียงรายเปิดปฏิบัติการกวาดล้างทะเบียน G เทา ทลายขบวนการสวมสิทธิเด็กไร้สถานะ จับ 22 ราย ขยายผลข้อมูลผิดปกติกว่า 200 ราย
เชียงราย,18 มิถุนายน 2569 – เงินสดจำนวน 140,000 บาทที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้เบาะรถจักรยานยนต์บริเวณด่านความมั่นคงในอำเภอเวียงแก่นเมื่อปลายปี 2568 กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสืบสวนที่พาเจ้าหน้าที่ไปพบเครือข่ายทุจริตทางทะเบียนขนาดใหญ่ ซึ่งถูกกล่าวหาว่านำบุคคลต่างด้าวมาสวมตัวเป็นเด็กนักเรียนที่มีรหัส G ก่อนผลักดันข้อมูลเข้าสู่กระบวนการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนโดยมิชอบ
วันที่ 18 มิถุนายน 2569 กรมการปกครอง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ พร้อมหน่วยงานในจังหวัดเชียงราย เปิดปฏิบัติการ กวาดล้างทะเบียน G เทา เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 6 จุด และดำเนินการตามหมายจับรวม 27 หมาย ครอบคลุมอดีตปลัดอำเภอ สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน ผู้เกี่ยวข้อง และบุคคลผู้ถูกกล่าวหาว่าสวมรายการทะเบียน
ข้อมูลจากการแถลงข่าวระบุว่า มีผู้ต้องหาตามแผนปฏิบัติการ 22 ราย แบ่งเป็นอดีตปลัดอำเภอเวียงแก่น 1 ราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน 2 ราย และบุคคลผู้สวมรายการ 19 ราย ขณะที่การตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังพบรายการที่เข้าข่ายผิดปกติมากกว่า 200 รายในช่วงปี 2567 ถึง 2568 ซึ่งยังต้องผ่านการตรวจสอบเป็นรายกรณี รายละเอียดเหตุการณ์และคำให้สัมภาษณ์ของผู้บริหารหน่วยงานปรากฏในเอกสารที่ผู้ใช้จัดส่งมา
บุคคลทั้งหมดที่ถูกกล่าวหายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์ตามกฎหมาย จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
เงินสดใต้เบาะรถเปิดรอยรั่วในระบบทะเบียน
จุดเริ่มต้นของคดีเกิดขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 เจ้าหน้าที่ประจำด่านความมั่นคงในอำเภอเวียงแก่นตรวจพบชายต่างด้าวเดินทางผ่านช่องทางธรรมชาติและพบเงินสดประมาณ 140,000 บาทซ่อนอยู่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์
ในช่วงแรกเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสงสัยว่าเงินดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือกิจกรรมผิดกฎหมายตามแนวชายแดน แต่จากการสอบถามและขยายผลพบข้อมูลว่า เงินจำนวนนี้ถูกเตรียมนำไปใช้ดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าบัตรเลข 0 โดยมีนายหน้าเป็นผู้ประสานงาน
คำให้การดังกล่าวทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบต่อไปยังเอกสารการศึกษา ภาพถ่ายในฐานข้อมูล ประวัติของผู้ถือบัตร และลำดับการเปลี่ยนสถานะทางทะเบียน จนพบว่าภาพของบุคคลบางรายในปัจจุบันไม่ตรงกับภาพเด็กนักเรียนเดิมที่บันทึกอยู่ในระบบ
บางกรณีพบผู้ใหญ่สวมรายการของเด็ก บางรายการมีอายุและเพศไม่สอดคล้องกัน ขณะที่บางรายเป็นบุคคลต่างชาติซึ่งมีฐานะทางธุรกิจสูง แต่กลับมีประวัติทางทะเบียนเชื่อมโยงกับข้อมูลเด็กนักเรียนไร้สถานะในพื้นที่ชายแดน
หลักฐานเบื้องต้นจึงทำให้หน่วยงานเชื่อว่าไม่ได้เป็นความผิดพลาดทางธุรการทั่วไป แต่อาจเป็นขบวนการที่มีผู้ประสานงาน เจ้าหน้าที่ผู้รับรองข้อมูล และผู้รับประโยชน์ทำงานเชื่อมโยงกันหลายขั้นตอน
รหัส G มีไว้ให้เด็กเข้าถึงการศึกษา
หัวใจของคดีนี้อยู่ที่การแยกให้ชัดว่า รหัส G คืออะไร และไม่ได้หมายถึงสัญชาติไทย
รหัส G เป็นรหัสนักเรียนชั่วคราวที่กระทรวงศึกษาธิการใช้สำหรับเด็กที่ยังไม่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก เพื่อให้เด็กสามารถเข้าเรียนในสถานศึกษาของไทยและได้รับสิทธิด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน เด็กกลุ่มนี้อาจเป็นเด็กไร้รัฐ เด็กไร้สัญชาติ บุตรของแรงงานข้ามชาติ หรือเด็กที่ยังไม่ได้รับการจัดทำทะเบียนบุคคลตามกฎหมาย
สำนักบริหารการทะเบียนระบุว่า การแก้ไขสถานะของเด็กนักเรียนรหัส G ต้องผ่านการตรวจสอบตัวบุคคล เอกสาร พยาน ความสัมพันธ์ในครอบครัว และคุณสมบัติตามกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าเด็กทุกคนที่มีรหัส G จะได้รับเลข 0 หรือสัญชาติไทยโดยอัตโนมัติ
เมื่อหน่วยงานตรวจสอบแล้วพบว่าบุคคลมีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ อาจมีการจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนตามกฎหมาย แต่กระบวนการดังกล่าวยังไม่ใช่การให้สัญชาติไทย
การกล่าวอ้างว่าสามารถซื้อบัตรเลข 0 แล้วถือไว้เพียง 4 หรือ 5 ปี ก่อนเปลี่ยนเป็นบัตรประชาชนได้โดยอัตโนมัติ จึงเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง สำนักบริหารการทะเบียนเคยเตือนว่าการโฆษณาหรือชักชวนให้บุคคลจ่ายเงินเพื่อทำบัตรเลข 0 และอ้างว่าจะนำไปสู่สัญชาติไทย อาจเป็นการดำเนินการโดยมิชอบและเป็นการหลอกลวงประชาชน
ขบวนการถูกกล่าวหาว่าสวมผู้ใหญ่ทับข้อมูลเด็ก
ข้อมูลจากการสืบสวนระบุว่า รูปแบบการทุจริตเริ่มจากการเลือกข้อมูลเด็กนักเรียนที่มีรหัส G อยู่ในระบบ จากนั้นนำผู้ใหญ่หรือบุคคลต่างด้าวที่ไม่ใช่เจ้าของรายการตัวจริงมาเปลี่ยนภาพถ่ายและข้อมูลบางส่วน ก่อนผลักดันเข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำทะเบียนบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน
หากกระบวนการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง การสวมสิทธิจะต้องผ่านจุดตรวจสอบหลายระดับ ตั้งแต่ข้อมูลของสถานศึกษา การยืนยันสถานะนักเรียน การตรวจสอบตัวบุคคลในพื้นที่ ไปจนถึงการอนุมัติของเจ้าหน้าที่ทะเบียน
นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ติดตามความผิดปกติมาอย่างต่อเนื่อง และพบความพยายามแทรกแซงกระบวนการตั้งแต่ต้นทางด้านการศึกษา ระดับสำนักทะเบียนอำเภอ และการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในฐานทะเบียนราษฎร
กรมการปกครองจึงสั่งกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะนายทะเบียนจังหวัด และนายอำเภอในฐานะผู้กำกับดูแลงานทะเบียนระดับพื้นที่ เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบภาพใบหน้า อายุ เพศ เอกสาร พยาน และประวัติบุคคล โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนซึ่งมีประชากรไร้สถานะและการเคลื่อนย้ายคนข้ามพรมแดนจำนวนมาก
หน่วยงานยังระบุว่ามีการนำระบบวิเคราะห์ข้อมูลและเทคโนโลยีตรวจสอบความผิดปกติมาช่วยสแกนฐานข้อมูล เพื่อค้นหารายการที่ภาพ อายุ หรือประวัติไม่สอดคล้องกัน
อย่างไรก็ตาม การตรวจพบความผิดปกติในระบบยังไม่เท่ากับการพิสูจน์ความผิด รายการที่ถูกคัดกรองต้องผ่านการตรวจสอบเอกสาร พยานบุคคล และข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
เปิด 6 เป้าหมาย จับเครือข่ายเจ้าหน้าที่และผู้สวมรายการ
ปฏิบัติการวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เข้าตรวจค้นพื้นที่รวม 6 เป้าหมาย ประกอบด้วยบ้านพักของอดีตปลัดอำเภอเวียงแก่นในอำเภอเวียงเชียงรุ้ง บ้านพักภรรยาอดีตปลัดอำเภอในอำเภอเมืองเชียงราย บ้านพักสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน 2 จุด บ้านของบุคคลผู้ถูกกล่าวหาว่าสวมรายการในอำเภอดอยหลวง และศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอเวียงแก่น
คณะพนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายจับรวม 27 หมาย โดยข้อมูลในเอกสารระบุว่ามีผู้ต้องหา 22 ราย ประกอบด้วยอดีตปลัดอำเภอ 1 ราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน 2 ราย และบุคคลผู้สวมรายการ 19 ราย
จำนวนหมายจับมากกว่าจำนวนผู้ต้องหา เนื่องจากบุคคลบางรายอาจถูกดำเนินคดีมากกว่าหนึ่งฐานความผิดหรือมากกว่าหนึ่งหมาย ขณะที่รายละเอียดฐานความผิดของแต่ละบุคคลยังต้องพิจารณาจากหมายจับและสำนวนการสอบสวนอย่างเป็นทางการ
การที่มีเจ้าหน้าที่รัฐตกเป็นผู้ต้องหาถือเป็นประเด็นสำคัญ เพราะกระบวนการแก้ไขข้อมูลทะเบียนไม่สามารถดำเนินการได้ด้วยบุคคลภายนอกเพียงฝ่ายเดียว หากพบว่าเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ รับรองข้อมูลเท็จ หรืออำนวยความสะดวกให้มีการสวมรายการ ย่อมมีทั้งความรับผิดทางอาญาและทางวินัย
กรมการปกครองประกาศว่าจะดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอย่างถึงที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรถูกใช้เป็นเครื่องมือของกลุ่มอาชญากรรมหรือกลุ่มทุนต่างชาติ
ผู้สวมสิทธิหลากหลายสัญชาติ เชื่อมความเสี่ยงหลายมิติ
พลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า บุคคลที่เข้ามาสวมสิทธิในคดีนี้มีหลายสัญชาติ รวมถึงจีน เมียนมา ลาว และเวียดนาม โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าบุคคลเหล่านี้เชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ยาเสพติด ธุรกิจนอมินี หรือการฟอกเงินหรือไม่
การมีบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนอาจช่วยให้ผู้ถือสามารถดำเนินชีวิตและทำธุรกรรมบางประเภทได้สะดวกขึ้น เช่น การเดินทาง การเปิดบัญชี การติดต่อราชการ และการประกอบธุรกิจบางรูปแบบภายใต้เงื่อนไขของกฎหมาย
เจ้าหน้าที่จึงตั้งข้อสังเกตว่า เอกสารที่ได้มาโดยมิชอบอาจถูกนำไปใช้เปิดบัญชีม้า รับโอนเงินจากอาชญากรรมออนไลน์ ฟอกเงินจากยาเสพติด จัดตั้งบริษัทบังหน้า หรือถือครองทรัพย์สินแทนบุคคลต่างชาติ
ข้อมูลจากการแถลงข่าวยังยกตัวอย่างผู้ถูกกล่าวหาบางราย ซึ่งเกี่ยวข้องกับบริษัททุนจดทะเบียนสูง ธุรกิจน้ำมันอากาศยานในประเทศเพื่อนบ้าน และกิจการโรงแรมในพื้นที่ท่องเที่ยวภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ความเกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือการมีฐานะทางการเงินสูงไม่ใช่หลักฐานยืนยันความผิด ประเด็นที่ต้องพิสูจน์คือ บุคคลเหล่านั้นได้สถานะทางทะเบียนมาโดยชอบหรือไม่ และนำเอกสารไปใช้เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายหรือกระทำความผิดประเภทอื่นหรือไม่


ตัวเลข 170 รายและมากกว่า 200 รายต้องแยกบริบท
ข้อมูลที่เผยแพร่ในวันเดียวกันมีทั้งตัวเลขประมาณ 170 ราย และมากกว่า 200 ราย ซึ่งอาจทำให้ประชาชนสับสน
จากรายละเอียดที่ปรากฏ ตัวเลขประมาณ 170 รายมาจากข้อมูลที่กรมสอบสวนคดีพิเศษตรวจพบว่ามีภาพใบหน้า อายุ หรือเพศไม่สอดคล้องกันอย่างชัดเจน ขณะที่ตัวเลขมากกว่า 200 รายเป็นจำนวนรายการที่ฝ่ายสืบสวนเชื่อว่าเข้าข่ายต้องสงสัยในช่วงปี 2567 ถึง 2568
ตัวเลขทั้งสองจึงอาจมาจากขอบเขตการคัดกรองต่างกัน รายการหนึ่งอาจเป็นกลุ่มที่พบความผิดปกติเด่นชัดแล้ว ส่วนอีกจำนวนเป็นฐานข้อมูลกว้างที่ต้องนำมาตรวจสอบเพิ่ม
เพื่อความเป็นธรรม หน่วยงานควรเปิดเผยในระยะต่อไปว่า จำนวนใดผ่านการยืนยันว่าเป็นการสวมสิทธิ จำนวนใดเป็นเพียงข้อมูลต้องสงสัย จำนวนใดเกิดจากความผิดพลาดทางธุรการ และจำนวนใดเป็นบุคคลที่มีสิทธิตามกฎหมายจริง
การใช้คำว่ามากกว่า 200 รายโดยไม่อธิบายสถานะของข้อมูล อาจทำให้สังคมเข้าใจว่าทุกคนเป็นผู้กระทำผิด ทั้งที่กระบวนการตรวจสอบยังไม่แล้วเสร็จ
เตือนนายหน้า นักบัญชี ทนาย และผู้จัดทำเอกสารเท็จ
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังเตือนไปถึงนายหน้า บริษัทกฎหมาย นักบัญชี สถานพยาบาล หรือบุคคลที่รับจัดหาเอกสารเท็จ หากพบว่าร่วมวางแผน รับรองข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือสนับสนุนการสวมตัว อาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำผิดหรือผู้สนับสนุน
เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลไปยังเส้นทางเงิน โดยเฉพาะข้อมูลที่ระบุว่ามีการเรียกเก็บค่าดำเนินการประมาณ 100,000 บาทต่อราย หากพบการรับเงินจากหลายบุคคลและมีการแบ่งผลประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่หรือคนกลาง อาจนำไปสู่การตรวจสอบความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและการฟอกเงินเพิ่มเติม
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินจึงมีบทบาทในการติดตามทรัพย์สิน บัญชีธนาคาร และธุรกรรมของเครือข่าย ขณะที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐจะตรวจสอบบทบาทของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง
ประชาชนที่พบเบาะแสสามารถแจ้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ สถานีตำรวจ หรือสายด่วนตำรวจ 191 และ 1599 ตามข้อมูลที่ผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติระบุในการแถลงข่าว
ปราบการสวมสิทธิโดยไม่กระทบเด็กไร้สถานะ
แม้คดีนี้กระทบความเชื่อมั่นต่อระบบทะเบียน แต่รัฐต้องระวังไม่ให้การกวาดล้างกลายเป็นเหตุจำกัดสิทธิของเด็กนักเรียนรหัส G ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทุจริต
เด็กไร้รัฐและเด็กไร้สัญชาติยังมีสิทธิได้รับการศึกษาตามนโยบายของรัฐไทย การมีรหัส G เป็นกลไกช่วยให้เด็กเข้าเรียน ไม่ใช่หลักฐานว่าบุคคลเป็นผู้กระทำผิดหรือกำลังขอสัญชาติโดยมิชอบ
กรมสอบสวนคดีพิเศษเคยร่วมกับจังหวัดเชียงรายผลักดันการแก้ไขสถานะทางทะเบียนให้เด็กนักเรียนรหัส G และบุคคลไร้รัฐไร้สัญชาติที่มีคุณสมบัติตามกฎหมาย โดยเลือกบางอำเภอเป็นพื้นที่นำร่อง แสดงให้เห็นว่าการช่วยเหลือผู้มีสิทธิและการปราบปรามผู้สวมสิทธิต้องดำเนินควบคู่กัน
สถานศึกษาควรปรับปรุงข้อมูลนักเรียนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเด็กที่ย้ายโรงเรียน เดินทางกลับประเทศต้นทาง พ้นสภาพนักเรียน หรือได้รับเลขประจำตัวใหม่แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลเดิมถูกนำไปใช้โดยบุคคลอื่น
ฝ่ายทะเบียนควรตรวจสอบตัวบุคคลต่อหน้า เปรียบเทียบภาพถ่ายย้อนหลัง ตรวจพยานในพื้นที่ และบันทึกผู้อนุมัติทุกขั้นตอนให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
ฐานข้อมูลทะเบียนคือโครงสร้างความมั่นคงของประเทศ
ทะเบียนราษฎรไม่ได้เป็นเพียงฐานข้อมูลชื่อและที่อยู่ แต่เชื่อมโยงกับสิทธิ การศึกษา การรักษาพยาบาล การเดินทาง ธุรกรรมทางการเงิน การจดทะเบียนธุรกิจ และกระบวนการทางกฎหมายจำนวนมาก
หากตัวตนในระบบถูกสร้างขึ้นจากข้อมูลเท็จ ความเสียหายอาจขยายไปไกลกว่าการออกบัตรหนึ่งใบ เพราะบุคคลอาจใช้ตัวตนนั้นสร้างบัญชี บริษัท ทรัพย์สิน หรือความสัมพันธ์ทางกฎหมายอื่นต่อไป
ปฏิบัติการกวาดล้างทะเบียน G เทาจึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ยังต้องติดตามผู้ที่หลบหนี ตรวจสอบข้อมูลต้องสงสัยอีกจำนวนมาก ขยายผลนายหน้า และตรวจสอบว่ามีรูปแบบเดียวกันเกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนอื่นหรือไม่
สิ่งสำคัญไม่แพ้การจับกุมคือการปิดช่องโหว่ของระบบ หากแก้ปัญหาเฉพาะบุคคลแต่ไม่ปรับปรุงขั้นตอนตรวจสอบ ขบวนการอาจเปลี่ยนวิธีและกลับมาใช้ข้อมูลกลุ่มอื่นแทน
มีผู้ต้องหา 22 ราย และตรวจพบข้อมูลที่ต้องสงสัยมากกว่า 200 ราย
ปฏิบัติการกวาดล้างทะเบียน G เทาในจังหวัดเชียงรายเปิดเผยภาพของขบวนการที่ถูกกล่าวหาว่านำข้อมูลเด็กนักเรียนไร้สถานะมาให้บุคคลต่างด้าวสวมรายการ ก่อนจัดทำบัตรบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนและอาจผลักดันไปสู่สิทธิอื่นในอนาคต
จากเงินสด 140,000 บาทใต้เบาะรถ เจ้าหน้าที่ขยายผลไปสู่การตรวจค้น 6 จุด ออกหมายจับ 27 หมาย มีผู้ต้องหา 22 ราย และตรวจพบข้อมูลที่ต้องสงสัยมากกว่า 200 ราย
คดีนี้ยังอยู่ในชั้นสอบสวน ทุกฝ่ายต้องได้รับสิทธิในการต่อสู้คดีและได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ขณะเดียวกันหน่วยงานรัฐมีหน้าที่เปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน แยกผู้ถูกจับกุม ผู้ต้องสงสัย และผู้ที่ยังอยู่ระหว่างตรวจสอบออกจากกัน
การปกป้องฐานข้อมูลทะเบียนราษฎรต้องดำเนินควบคู่กับการคุ้มครองเด็กไร้รัฐและบุคคลที่มีสิทธิตามกฎหมาย รัฐต้องทำให้ผู้มีสิทธิเข้าถึงสถานะได้โดยสุจริต ขณะที่ผู้สวมสิทธิ นายหน้า และเจ้าหน้าที่ที่ร่วมทุจริตต้องถูกดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด
เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- กรมการปกครองและสำนักบริหารการทะเบียน ข้อมูลหลักเกณฑ์การจัดทำทะเบียนและบัตรสำหรับบุคคลไม่มีสัญชาติไทย และคำเตือนเกี่ยวกับการซื้อขายบัตรเลข 0
- กรมสอบสวนคดีพิเศษ ข้อมูลการแก้ไขสถานะทางทะเบียนเด็กนักเรียนรหัส G ในจังหวัดเชียงราย
- ข้อมูลการแถลงข่าว คำให้สัมภาษณ์ ตัวเลขการจับกุม และรายละเอียดปฏิบัติการวันที่ 18 มิถุนายน 2569
[Sassy_Social_Share]