รับมือโลกรวน เปิดตัวเลขทุเรียนเชียงราย 3,969 ไร่ เดิมพันพืชเศรษฐกิจใหม่ ท่ามกลาง Climate Change


Summary


รับมือโลกรวน เปิดตัวเลขทุเรียนเชียงราย 3,969 ไร่ เดิมพันพืชเศรษฐกิจใหม่ ท่ามกลาง Climate Change ที่เกษตรกรแม่สายต้องปรับตัว

เชียงราย,9 สิงหาคม 2569 – บนพื้นที่สูงราว 400–800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลของตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย ทุเรียนซึ่งครั้งหนึ่งอาจถูกมองว่าเป็นพืชของภาคตะวันออกและภาคใต้ กำลังกลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความหมายต่อเกษตรกรเชียงรายมากขึ้น

ตัวเลขล่าสุดสะท้อนการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

ปี 2569 จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ปลูกทุเรียนรวม 3,969 ไร่ พื้นที่ให้ผลผลิตแล้ว 1,835 ไร่ และคาดการณ์ผลผลิตประมาณ 801 ตัน หรือเฉลี่ยประมาณ 437 กิโลกรัมต่อไร่ ตัวเลขดังกล่าวได้รับการรายงานโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2569 และถูกนำมายืนยันอีกครั้งในการติดตามสถานการณ์ทุเรียนของจังหวัด

แต่ท่ามกลางโอกาสจากราคาทุเรียนและตลาดที่กำลังเปิดกว้างขึ้น คำถามใหม่กำลังเกิดขึ้นพร้อมกัน

หากอากาศร้อนขึ้น ฝนตกผิดฤดู ภัยแล้งยาวขึ้น หรือฝนหนักกระจุกตัวมากกว่าเดิม ทุเรียนที่ต้องอาศัยการจัดการน้ำอย่างละเอียดจะยังเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับเกษตรกรเชียงรายในอีก 10 หรือ 20 ปีข้างหน้าหรือไม่

คำถามนี้ยิ่งมีน้ำหนัก เมื่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งสัญญาณว่า ภาครัฐต้องเตรียม “ทางเลือก” ให้เกษตรกร ไม่ใช่สนับสนุนการขยายพื้นที่ปลูกโดยมองเฉพาะราคาผลผลิตวันนี้

เทศกาลทุเรียนนางนอน เปิดสวนพร้อมเปิดโจทย์อนาคตการเกษตร

วันที่ 9 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิด “เทศกาลเปิดสวนทุเรียนนางนอน” ที่สวนสามหลาน บ้านสันต้นปุย หมู่ 5 ตำบลห้วยไคร้ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยมีหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วม

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันในข้อมูลล่าสุดว่า นางสาวปิยะรัฐชย์ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปัจจุบัน และมีบทบาทติดตามนโยบายด้านการผลิต การจัดการน้ำ และการพัฒนาเกษตรกรในหลายพื้นที่

เทศกาลครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่างานเปิดสวนเพื่อให้นักท่องเที่ยวซื้อทุเรียน

เพราะอีกด้านหนึ่งกำลังเป็นพื้นที่ทดลองว่า จังหวัดที่ไม่ได้อยู่ในฐานการผลิตทุเรียนแบบดั้งเดิมจะสามารถพัฒนาผลไม้ชนิดนี้ให้มีคุณภาพ สร้างตลาดเฉพาะ และบริหารความเสี่ยงด้านภูมิอากาศพร้อมกันได้หรือไม่

3,969 ไร่ ไม่ได้เท่ากับ 3,969 ไร่ที่มีผลผลิตแล้ว

ตัวเลขพื้นที่ปลูกของเชียงรายมีรายละเอียดที่ต้องอ่านให้ลึกกว่าตัวเลขรวม

จากพื้นที่ปลูกทั้งหมด 3,969 ไร่ ปัจจุบันมีพื้นที่ให้ผลผลิตแล้ว 1,835 ไร่ คิดเป็นประมาณร้อยละ 46 ของพื้นที่ปลูกทั้งหมด ขณะที่อีกมากกว่าครึ่งยังไม่เข้าสู่ระยะให้ผลผลิตเต็มที่ จากข้อมูลคาดการณ์ปี 2569 ผลผลิตรวมอยู่ที่ประมาณ 801 ตัน ตัวเลขนี้มีนัยสำคัญเพราะหมายความว่า หากต้นทุเรียนที่ยังไม่ให้ผลจำนวนมากเข้าสู่วัยผลิตในอีกไม่กี่ปี ปริมาณทุเรียนเชียงรายอาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากไม่มีการสูญเสียพื้นที่หรือผลผลิตจากสภาพอากาศ โรคพืช หรือปัจจัยด้านตลาดดังนั้น การเตรียมตลาดจึงต้องเดินก่อนผลผลิตขณะเดียวกัน การวางระบบน้ำและการบริหารความเสี่ยงต้องเดินก่อนต้นไม้เข้าสู่ช่วงที่เกษตรกรลงทุนไปแล้วหลายปี

แม่สายอันดับ 3 แต่ห้วยไคร้มีผลผลิตเข้มข้น

อำเภอแม่สายมีพื้นที่ปลูกทุเรียน 435 ไร่ และมีพื้นที่ให้ผลผลิต 315 ไร่ จัดเป็นพื้นที่ปลูกอันดับ 3 ของจังหวัด รองจากอำเภอเวียงเชียงรุ้งและอำเภอเมืองเชียงราย ตามข้อมูลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เฉพาะตำบลห้วยไคร้ มีพื้นที่ปลูกประมาณ 190 ไร่ มีเกษตรกร 35 ราย และมีรายงานผลผลิตรวมประมาณ 200 ตันต่อปี โดยผลผลิตทยอยออกสู่ตลาดระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนเมื่อเปรียบเทียบพื้นที่ 190 ไร่กับเกษตรกร 35 ราย จะได้พื้นที่เฉลี่ยประมาณ 5.4 ไร่ต่อราย

ตัวเลขนี้สะท้อนว่าการปลูกทุเรียนในห้วยไคร้มีลักษณะเป็นเกษตรกรรมรายย่อยมากกว่าพื้นที่สวนขนาดใหญ่แบบอุตสาหกรรมและนี่ทำให้ “ต้นทุนความเสี่ยง” มีความสำคัญมากเพราะหากสวนขนาดไม่กี่ไร่ประสบปัญหาขาดน้ำ ลมแรง หรือผลผลิตเสียหาย รายได้ของครัวเรือนอาจได้รับผลกระทบโดยตรง

พื้นที่สูง 400–800 เมตรสร้างเอกลักษณ์ แต่ไม่ได้ลบความเสี่ยง

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุว่า ทุเรียนนางนอนในตำบลห้วยไคร้ปลูกบนพื้นที่สูงประมาณ 400–800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยสภาพอากาศช่วงฤดูหนาวและลักษณะดินในพื้นที่ถูกนำมาอธิบายถึงเอกลักษณ์ของผลผลิต ซึ่งมีเนื้อแน่น สีเหลืองนวล และรสชาติหวานมันนั่นเป็นข้อได้เปรียบในมิติการสร้างแบรนด์คำว่า “ทุเรียนพื้นที่สูง” สามารถช่วยสร้างความแตกต่างจากแหล่งผลิตอื่นได้แต่ในทางวิทยาศาสตร์ พื้นที่สูงไม่ได้หมายความว่าทุเรียนจะปลอดภัยจาก Climate Change

กรมวิชาการเกษตรระบุว่า ทุเรียนเป็นไม้ผลที่ชอบอากาศร้อนชื้น โดยสภาพเหมาะสมเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ ปริมาณฝน และช่วงแล้งที่เหมาะสม ขณะที่ความผิดปกติของสภาพอากาศสามารถกระทบตั้งแต่การออกดอก การติดผล ไปจนถึงคุณภาพผลผลิต

โดยเฉพาะภาวะขาดน้ำรุนแรง อาจทำให้ต้นทุเรียนเสียหายถึงระดับยืนต้นตายได้ ขณะที่อุณหภูมิต่ำในช่วงดอกบานสามารถลดประสิทธิภาพการผสมเกสรและกระทบการติดผลได้เช่นกันนี่ทำให้คำว่า “ทุเรียนพื้นที่สูง” ต้องมีคำต่อท้ายว่า “ภายใต้การจัดการที่เหมาะสม”

Climate Change ไม่ได้หมายถึงแค่แล้ง แต่คือความคาดเดายาก

โจทย์ของเกษตรกรไม่ได้อยู่ที่ฝนจะลดลงเพียงอย่างเดียว

Climate Change ทำให้ความเสี่ยงมีหลายด้าน ทั้งช่วงแล้ง ความร้อน ฝนหนัก ลมแรง และความผิดปกติของฤดูกาล ซึ่งล้วนมีผลต่อไม้ผลอายุยาวอย่างทุเรียน

กรมวิชาการเกษตรมีงานศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อการผลิตทุเรียน โดยชี้ว่าปัจจัยอย่างฝน อุณหภูมิ ความชื้น และภัยธรรมชาติ มีผลต่อกระบวนการผลิตและความแตกต่างของผลผลิตในแต่ละพื้นที่

ขณะที่กรมส่งเสริมการเกษตรเตือนว่า ภัยแล้งสามารถทำให้ทุเรียนเกิดอาการใบไหม้ ใบร่วง ยอดเหี่ยว ดอกร่วง ผลร่วง และผลแตก รวมถึงทำให้การเจริญเติบโตชะงักดังนั้น การมีแหล่งน้ำสำรองจึงไม่ใช่เพียงเรื่องเพิ่มผลผลิตแต่มันกลายเป็นระบบประกันความเสี่ยงพื้นฐานของสวน

ปีนี้เชียงรายกำลังอยู่ในอีกด้านของความเสี่ยง คือฝนมาก

เดือนสิงหาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาคาดหมายว่า ภาคเหนือจะมีฝนฟ้าคะนองประมาณร้อยละ 60–80 ของพื้นที่ และอาจมีฝนหนักถึงหนักมากบางแห่งในบางวัน โดยคาดปริมาณฝนเดือนนี้ประมาณ 190–230 มิลลิเมตร และมีวันฝนตกประมาณ 18–20 วัน นั่นสะท้อนความย้อนแย้งของการทำสวนในยุคสภาพอากาศแปรปรวนช่วงหนึ่งเกษตรกรต้องกังวลว่าน้ำไม่พอแต่อีกช่วงหนึ่งกลับต้องป้องกันน้ำมากเกินไปสำหรับทุเรียน น้ำขังบริเวณรากก็เป็นความเสี่ยง เพราะรากต้องการทั้งน้ำและอากาศในดิน

ดังนั้น แนวคิด Climate Adaptation สำหรับสวนทุเรียนจึงต้องเปลี่ยนจากคำถามว่า “มีน้ำหรือไม่” ไปสู่คำถามว่า “สามารถบริหารน้ำได้หรือไม่” เกษตรกรต้องเก็บน้ำเมื่อมีน้ำลดการสูญเสียเมื่อแล้งและระบายน้ำได้เมื่อฝนมากเกินไป

กรมส่งเสริมการเกษตรเองแนะนำให้เกษตรกรใช้การคลุมดินร่วมกับระบบให้น้ำ เพื่อลดการระเหยและช่วยเก็บความชื้นในดิน เป็นหนึ่งในวิธีลดผลกระทบจากภาวะแล้งและความร้อนต่อไม้ผล

35 เกษตรกร คือกลุ่มที่ควรมีข้อมูลต้นทุน “น้ำ” มากที่สุด

หากจะทำ Data Journalism ต่อจากตัวเลขพื้นที่ปลูก ประเด็นหนึ่งที่ควรถูกเก็บข้อมูลเพิ่มเติมคือ ต้นทุนการจัดการน้ำของเกษตรกร 35 รายในตำบลห้วยไคร้

ข้อมูลที่เผยแพร่ขณะนี้ระบุจำนวนเกษตรกร พื้นที่ปลูก และผลผลิตแล้ว แต่ยังไม่มีข้อมูลสาธารณะที่เพียงพอจะตอบว่า เกษตรกรแต่ละรายใช้น้ำกี่ลูกบาศก์เมตรต่อปี มีบ่อหรือแหล่งน้ำสำรองกี่แห่ง ค่าไฟหรือค่าน้ำมันสำหรับระบบสูบน้ำเท่าใด และปีใดเคยประสบความเสียหายจากภัยธรรมชาติเป็นจำนวนเท่าใดข้อมูลเหล่านี้สำคัญกว่าเพียงราคาทุเรียนต่อกิโลกรัมเพราะกำไรที่แท้จริงต้องหักต้นทุนการรักษาต้นทุเรียนตลอดทั้งปี

หากต้นทุนด้านน้ำเพิ่มขึ้นทุกปีตามสภาพอากาศที่แปรปรวน พื้นที่ซึ่งวันนี้ดูเหมือนให้ผลตอบแทนสูง อาจมีสมการทางเศรษฐกิจต่างออกไปในอนาคต

รัฐเริ่มส่งสัญญาณ ไม่ใช่ทุกพื้นที่ต้องยึดพืชชนิดเดียว

ประเด็นสำคัญจากการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุถึงความผันผวนของสภาพภูมิอากาศ และแนวทางให้กรมส่งเสริมการเกษตรลงไปหารือกับเกษตรกร เพื่อเตรียมทางเลือกสำหรับผู้ที่มีความพร้อมจะปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นที่ใช้น้ำน้อยกว่านัยของนโยบายนี้สำคัญเพราะหมายความว่า ภาครัฐไม่ได้กำลังบอกให้เกษตรกรทุกคนขยายทุเรียนแต่กำลังยอมรับว่า “ความเหมาะสมของพืช” ต้องประเมินใหม่ตามต้นทุนทรัพยากรและความเสี่ยงในแต่ละพื้นที่

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปี 2569 ซึ่งให้น้ำหนักกับการใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และเกษตรแม่นยำ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ มากกว่าการเพิ่มผลผลิตเพียงมิติเดียว

ตลาดดีขึ้นเมื่อ “ล้ง” แข่งขัน แต่เกษตรกรยังต้องไม่ฝากอนาคตไว้กับราคา

อีกด้านหนึ่งของสมการคือการตลาดรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ระบุว่า ทุเรียนนางนอนได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและล้งหลายราย ซึ่งเข้ามาแข่งขันรับซื้อผลผลิต ทำให้เกษตรกรมีทางเลือกและอำนาจต่อรองด้านราคามากขึ้น

ก่อนหน้านี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ลงพื้นที่ห้วยไคร้และผลักดันแนวคิดยกระดับกลุ่มผู้ผลิต รวมถึงพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบ One Day Trip เพื่อเพิ่มช่องทางรายได้นอกเหนือจากการขายผลผลิตเพียงอย่างเดียวนี่เป็นทิศทางที่ช่วยลดความเสี่ยงได้ส่วนหนึ่งเพราะเกษตรกรไม่จำเป็นต้องมีรายได้จาก “กิโลกรัมทุเรียน” เพียงทางเดียว

สวนสามารถสร้างรายได้จากประสบการณ์ท่องเที่ยว การขายตรง การแปรรูป หรือกิจกรรมในพื้นที่ควบคู่กัน

กล่องหนึ่งใบอาจดูเล็ก แต่สะท้อนโจทย์ต้นทุนปลายทาง

ข้อมูลจากการเปิดงานยังระบุว่า กระทรวงพาณิชย์และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงรายเข้ามาสนับสนุนบรรจุภัณฑ์สำหรับทุเรียน เพื่อช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการขนส่ง

มาตรการลักษณะนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กเมื่อเทียบกับการสร้างแหล่งน้ำหรือระบบชลประทาน

แต่สำหรับเกษตรกรรายย่อย ต้นทุนไม่ได้เกิดเฉพาะในสวน

หลังตัดทุเรียนแล้ว ยังมีค่ากล่อง คัดแยก ขนส่ง แรงงาน และความเสียหายระหว่างเดินทางดังนั้น การเพิ่มกำไรสุทธิให้เกษตรกรจึงสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งสองทางเพิ่มราคาขายหรือลดต้นทุนก่อนสินค้าถึงมือผู้ซื้อ

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบครั้งนี้ ยังไม่พบข้อมูลทางการที่เปิดเผยจำนวนกล่อง มูลค่าการสนับสนุน หรือจำนวนเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์ จึงยังไม่ควรคำนวณผลประหยัดเป็นตัวเลขจนกว่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติม

GAP กำลังกลายเป็น “ใบผ่านทาง” มากกว่าป้ายหน้าสวน

เกษตรกรห้วยไคร้ยังมุ่งพัฒนาการผลิตภายใต้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี หรือ GAP พร้อมให้ความสำคัญกับการเก็บเกี่ยวทุเรียนในระยะแก่เหมาะสม เพื่อรักษาคุณภาพและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค

เรื่องนี้มีความสำคัญเมื่อการแข่งขันไม่ได้อยู่แค่ระหว่างสวนในเชียงราย

แต่ต้องแข่งขันกับแหล่งผลิตทุเรียนจากจังหวัดอื่นด้วยพื้นที่สูงอาจทำให้สินค้าแตกต่างแต่สิ่งที่ทำให้ความแตกต่างนั้นขายได้อย่างยั่งยืน คือคุณภาพที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ชื่อ “ทุเรียนนางนอน” จึงมีโอกาสพัฒนาเป็นแบรนด์พื้นที่ได้ หากระบบคุณภาพเติบโตไปพร้อมกับพื้นที่ปลูก

กรกฎาคมถึงกันยายน เปิดช่องท่องเที่ยว Green Season

อีกข้อมูลที่น่าสนใจคือ ทุเรียนห้วยไคร้ออกสู่ตลาดตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงกันยายนช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ในฤดูฝน ซึ่งตามปกติไม่ใช่ช่วงพีกสูงสุดของการท่องเที่ยวเชียงรายนี่จึงเปิดโอกาสให้ทุเรียนกลายเป็น Seasonal Attraction นักท่องเที่ยวไม่ได้เดินทางขึ้นเหนือเพื่อชมทะเลหมอกในฤดูหนาวเพียงอย่างเดียว แต่สามารถมีเหตุผลใหม่ในการเดินทางช่วง Green Season ผ่านกิจกรรมเข้าสวน ชิมทุเรียน ซื้อผลผลิตจากเกษตรกร และเชื่อมต่อกับแหล่งท่องเที่ยวแม่สายและพื้นที่ใกล้เคียง

ในภาพใหญ่ การนำเกษตรกรรมมาสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวจึงช่วยเปลี่ยน “ฤดูเก็บเกี่ยว” ให้กลายเป็น “ฤดูเดินทาง” ได้

แต่ต้องจัดการเรื่องความปลอดภัย การเดินทาง คุณภาพสวน และความสามารถรองรับนักท่องเที่ยวควบคู่กัน

ทุเรียนพื้นที่สูง คือทางรอดหรือความเสี่ยงใหม่

หากมองจากราคาสินค้า การแข่งขันรับซื้อ และเอกลักษณ์พื้นที่สูง ทุเรียนเชียงรายมีโอกาสทางเศรษฐกิจจริงหากมองจากภูมิอากาศ ภาพจะซับซ้อนขึ้นทันทีทุเรียนเป็นไม้ผลอายุยาว ต้องลงทุนหลายปีกว่าจะเริ่มสร้างรายได้ และต้องอาศัยการจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง

นั่นหมายความว่า การตัดสินใจปลูกวันนี้คือการเดิมพันกับสภาพอากาศในอนาคตดังนั้น คำตอบว่า “ควรปลูกทุเรียนหรือไม่” ไม่ควรเหมือนกันทุกตำบลพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำมั่นคง ดินเหมาะสม มีระบบระบายน้ำ และมีตลาด อาจยังมีศักยภาพสูง

แต่พื้นที่ที่มีความเสี่ยงขาดน้ำ ไม่มีแหล่งสำรอง หรือมีต้นทุนสูบน้ำสูง อาจต้องมีพืชทางเลือกนี่คือจุดที่คำเตือนเรื่อง Climate Change ของฝ่ายนโยบายมีความหมายเพราะการปรับตัวไม่ได้หมายถึงการเลิกปลูกทุเรียนทั้งหมดแต่หมายถึงการหยุดคิดว่าพืชชนิดเดียวเหมาะกับทุกพื้นที่

ตัวเลขชุดต่อไปที่เชียงรายควรเปิด

หากต้องการบริหารทุเรียนเชียงรายด้วย Data จริง ตัวเลข 3,969 ไร่และ 801 ตันควรเป็นเพียงจุดเริ่มต้นจังหวัดควรมีข้อมูลพื้นที่ปลูกแยกทั้ง 18 อำเภออย่างต่อเนื่องระบุพื้นที่ให้ผลและพื้นที่ยังไม่ให้ผล แหล่งน้ำของแต่ละพื้นที่ ต้นทุนการผลิตต่อไร่ ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ จำนวนแปลง GAP ความเสียหายจากแล้ง น้ำท่วม ลม และโรคพืช ปริมาณผลผลิตรายเดือนราคาหน้าสวน ต้นทุนขนส่ง และจำนวนเกษตรกรที่ปรับเปลี่ยนไปสู่พืชน้ำน้อย

เมื่อวางข้อมูลเหล่านี้บนแผนที่ จะเริ่มเห็นว่า จุดใดคือพื้นที่ทุเรียนที่มีศักยภาพ และจุดใดกำลังมีความเสี่ยงสูงขึ้น

จากนั้นการส่งเสริมการเกษตรจะไม่จำเป็นต้องใช้สูตรเดียวทั้งจังหวัด

3,969 ไร่ จึงเป็นทั้ง “โอกาส” และ “สัญญาณเตือน”

เทศกาลสวนทุเรียนนางนอนปี 2569 แสดงให้เห็นด้านที่น่าจับตาของเกษตรเชียงรายพืชที่ไม่ใช่ภาพจำเดิมของภาคเหนือสามารถสร้างสินค้าใหม่ให้พื้นที่ได้

เกษตรกร 35 รายในห้วยไคร้สามารถเปลี่ยนความสูง ภูมิประเทศ และสภาพแวดล้อมเฉพาะถิ่นให้กลายเป็นจุดขายตลาดเริ่มตอบรับผู้ประกอบการเข้ามาแข่งขันซื้อภาครัฐสนับสนุนคุณภาพ บรรจุภัณฑ์ และการท่องเที่ยวแต่ Climate Change กำลังบอกอีกด้านหนึ่งว่า ความสำเร็จในปีนี้ไม่ใช่หลักประกันของอีกสิบปีข้างหน้า

กรมวิชาการเกษตรมีหลักฐานชัดว่า ความผิดปกติของอุณหภูมิ ฝน และน้ำ สามารถกระทบวงจรการผลิตทุเรียนได้ตั้งแต่ดอกจนถึงผล

ดังนั้น เดิมพันที่แท้จริงของเชียงรายอาจไม่ใช่ว่า จะขยายพื้นที่ทุเรียนได้อีกกี่พันไร่

แต่คือสามารถทำให้ทุกไร่ที่ขยายเพิ่มขึ้น “อยู่รอด” ภายใต้ภูมิอากาศใหม่ได้หรือไม่

หากคำตอบมาจากข้อมูลจริง การจัดการน้ำที่แม่นยำ มาตรฐาน GAP ตลาดที่หลากหลาย และพืชทางเลือกสำหรับพื้นที่ไม่เหมาะสม ทุเรียนพื้นที่สูงอาจเป็นหนึ่งในโอกาสสำคัญของเกษตรเชียงราย

แต่หากการขยายพื้นที่เดินตามราคาตลาดเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีข้อมูลเรื่องน้ำและ Climate Risk ตามมา

พืชเศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนสูงในวันนี้ ก็อาจกลายเป็นต้นทุนความเสี่ยงราคาแพงของเกษตรกรในวันข้างหน้า

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :