หมดยุคแค่สวยแล้วรอด กางทางรอดคาเฟ่เมืองหลวงกาแฟ ในวันที่เครื่องดื่มโต 6% แต่ร้านเปิดใหม่แย่งลูกค้าจนกำไรบาง
Summary
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มปี 2569 มีมูลค่า 6.82 แสนล้านบาท โดยกลุ่มร้านกาแฟและเครื่องดื่มเติบโต 6% แตะ 6.44 หมื่นล้านบาท
- แม้ตลาดขยายตัวแต่ผู้ประกอบการเผชิญแรงกดดันหนักจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าเช่า ค่าจ้าง และการแข่งขันที่รุนแรง
- ข้อมูลชี้ว่า 8 เดือนแรกของปี 2569 มีร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้น 20% ขณะที่มีการยกเลิกกิจการเพิ่มขึ้น 11% สะท้อนภาวะเข้าง่ายแต่อยู่ยาก
- คาเฟ่ในเชียงรายเผชิญภาวะกำไรบางลงจากการตัดราคา จึงต้องก้าวข้ามการตกแต่งร้านแบบเน้นถ่ายรูปเพียงอย่างเดียว
- ทางรอดสำคัญคือการสร้างประสบการณ์แบบ Multi-sensory เล่าเรื่องราวเมล็ดกาแฟท้องถิ่น และขยายรายได้ผ่านช่องทางออนไลน์และเมล็ดคั่ว
หมดยุคแค่สวยแล้วรอด กางทางรอดคาเฟ่เมืองหลวงกาแฟ ในวันที่เครื่องดื่มโต 6 เปอร์เซ็นต์ แต่ร้านเปิดใหม่แย่งลูกค้าจนกำไรบาง
เชียงราย,16 กันยายน 2569 – ตลาดโต แต่เจ้าของร้านเหนื่อยกว่าเดิม ภาพหน้าร้านกาแฟในเชียงรายวันนี้อาจยังดูคึกคัก คาเฟ่ใหม่เปิดตัวต่อเนื่อง มุมถ่ายรูปยังถูกแชร์ในโซเชียล เมนูกาแฟพิเศษยังถูกนำเสนอเป็นจุดขาย และนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยยังปักหมุดร้านกาแฟเป็นส่วนหนึ่งของทริปเมืองเหนือ แต่หลังเคาน์เตอร์กลับเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะตลาดที่โตไม่ได้แปลว่าทุกร้านอยู่รอด และยอดขายที่เพิ่มก็ไม่ได้แปลว่ากำไรจะเพิ่มตามเสมอไป
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ปี 2569 ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มของไทยจะมีมูลค่า 6.82 แสนล้านบาท เติบโต 3.9 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน แม้ปรับเพิ่มจากประมาณการเดิมที่เคยคาดว่าจะโต 2.5 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังเป็นการเติบโตที่ชะลอตัวและไม่ทั่วถึง เพราะกำลังซื้อของผู้บริโภคยังเปราะบาง ขณะที่การแข่งขันและต้นทุนสูงขึ้นกดดันกำไรของผู้ประกอบการทุกกลุ่ม
ในตลาดเดียวกัน กลุ่มร้านเครื่องดื่ม รวมร้านเบเกอรีและไอศกรีม กลายเป็นหนึ่งในสนามที่ยังขยายตัวเด่น โดยข้อมูลที่ผู้ใช้ให้มาระบุว่า ปี 2569 ตลาดร้านเครื่องดื่มและเบเกอรีมีมูลค่าราว 9.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็นประมาณ 14 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมด ส่วนกลุ่มร้านกาแฟและเครื่องดื่มมีมูลค่าประมาณ 6.44 หมื่นล้านบาท เติบโต 6.0 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน ตัวเลขนี้คือข่าวดีสำหรับเมืองกาแฟอย่างเชียงราย แต่ก็เป็นสัญญาณเตือนในเวลาเดียวกันว่า ยิ่งตลาดโต คู่แข่งก็ยิ่งเข้ามาเร็วขึ้น
เชียงรายไม่ได้ขาดกาแฟ แต่ขาดจุดยืนที่ชัดพอ
เชียงรายมีต้นทุนที่หลายจังหวัดอยากมี ทั้งดอยช้าง ดอยวาวี แหล่งปลูกกาแฟบนพื้นที่สูง ชุมชนชาติพันธุ์ โรงคั่วท้องถิ่น เส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติ และภาพจำของเมืองกาแฟที่แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ แต่ในวันที่ร้านกาแฟเปิดใหม่จำนวนมาก การมีเมล็ดกาแฟดีหรือร้านสวยอาจไม่พออีกต่อไป เพราะผู้บริโภคไม่ได้เลือกคาเฟ่จากรสชาติอย่างเดียว แต่เลือกจากประสบการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่เรื่องเล่าของเมล็ดกาแฟ กลิ่นในร้าน แสง เสียง บริการ เมนูเฉพาะฤดูกาล ความรู้สึกคุ้มค่า และเหตุผลที่จะกลับมาอีกครั้ง
โจทย์ของ คาเฟ่เชียงราย 2569 จึงไม่ใช่แค่ตกแต่งร้านให้สวยขึ้น แต่ต้องตอบให้ได้ว่า ร้านนี้ต่างจากร้านอื่นอย่างไร หากทุกแห่งมีผนังปูนเปลือย โต๊ะไม้ กระจกบานใหญ่ และวิวภูเขาเหมือนกันหมด ลูกค้าจะจำร้านจากอะไร คำตอบอาจไม่ได้อยู่ที่การทำให้ร้านใหญ่กว่าแพงกว่า แต่อยู่ที่การสร้างตัวตนที่คมกว่า เช่น การเล่าเส้นทางเมล็ดกาแฟจากสวนถึงแก้ว การจับคู่กาแฟกับขนมท้องถิ่น การจัดเวิร์กช็อปชิมกาแฟ การขายเมล็ดคั่วกลับบ้าน หรือการสร้างสมาชิกประจำที่มีสิทธิ์ทดลองเมนูใหม่ก่อนใคร
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้ว่า โค้งสุดท้ายปี 2569 ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มยังท้าทายจากการแข่งขันสูง โดยจำนวนร้านเปิดใหม่เพิ่มขึ้น ขณะที่ร้านเดิมต้องเจอกับต้นทุน วัตถุดิบ ค่าเช่า ค่าแรง ค่าสาธารณูปโภค และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่กดดันอัตรากำไร สำหรับร้านกาแฟในเชียงราย ภาพนี้แปลได้ตรงมาก เพราะร้านที่ขายแค่กาแฟแก้วเดียวหน้าร้านอาจเสี่ยงกว่าร้านที่มีรายได้หลายทาง ทั้งหน้าร้าน ออนไลน์ เมล็ดคั่ว คอร์สเรียน และกิจกรรมท่องเที่ยว

ตลาดเครื่องดื่มโต 6 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้โตเท่ากันทุกร้าน
การเติบโตของตลาดเครื่องดื่ม 6 เปอร์เซ็นต์ไม่ควรถูกอ่านแบบผิวเผินว่าเปิดร้านกาแฟแล้วรอด เพราะตลาดโตจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งการบริโภคเครื่องดื่มที่เพิ่มขึ้น การเปิดร้านพรีเมียม การขยายแฟรนไชส์ เมนูใหม่จากต่างประเทศ และแบรนด์ที่ใช้โปรโมชั่นดึงลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้เล่นมากขึ้น ลูกค้ามีตัวเลือกมากขึ้น ความภักดีต่อแบรนด์ลดลง และพร้อมเปลี่ยนร้านทันทีหากเจอร้านที่คุ้มกว่า สวยกว่า หรือเล่าเรื่องได้น่าสนใจกว่า
สิ่งที่น่าห่วงคือร้านกาแฟจำนวนมากยังแข่งขันด้วยสูตรเดิม คือทำเลดี ร้านสวย เมนูถ่ายรูปได้ และโปรโมชันลดราคา แต่เมื่อคู่แข่งทำเหมือนกันหมด ความต่างก็หายไปอย่างรวดเร็ว ยิ่งถ้าต้นทุนเมล็ดกาแฟ นม วัตถุดิบ เบเกอรี ค่าไฟ ค่าแรง และค่าเช่าสูงขึ้น การลดราคาบ่อย ๆ จะทำให้ร้านมีลูกค้าแต่เหลือกำไรน้อยลง สุดท้ายร้านอาจดูคึกคักบนโซเชียล แต่ตัวเลขหลังบ้านกลับเปราะบาง
นี่คือเหตุผลที่คำว่า กาแฟพิเศษเชียงรายทางรอด ไม่ควรถูกใช้เป็นแค่คีย์เวิร์ด SEO แต่ควรเป็นยุทธศาสตร์จริงของผู้ประกอบการ ร้านที่มีเมล็ดกาแฟเฉพาะถิ่นควรทำให้ลูกค้าเข้าใจว่าเมล็ดจากดอยช้างหรือดอยวาวีต่างกันอย่างไร ความสูง กระบวนการแปรรูป ระดับคั่ว และรสชาติส่งผลต่อแก้วกาแฟอย่างไร หากลูกค้าเข้าใจเรื่องราว เขาจะไม่ได้ซื้อเพียงคาเฟอีน แต่ซื้อประสบการณ์และความหมายของพื้นที่ไปพร้อมกัน
Multi-sensory Experience คือสนามใหม่ของคาเฟ่เชียงราย
เทรนด์ปี 2570 ที่ผู้ประกอบการต้องจับตา คือผู้บริโภคต้องการประสบการณ์ที่มากกว่าแค่การกินและดื่ม หรือที่เรียกว่า Multi-sensory Experience ลูกค้าไม่ได้จ่ายเงินเพราะกาแฟแก้วหนึ่งอย่างเดียว แต่จ่ายให้กลิ่นกาแฟที่ลอยออกมาจากเครื่องบด เสียงบาริสต้าพูดถึงแหล่งปลูก ภาพภูเขาหลังร้าน สัมผัสของแก้วเซรามิก เพลงที่เปิดในร้าน และความรู้สึกว่าเขาได้ค้นพบอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนใคร
สำหรับเชียงราย นี่คือโอกาสใหญ่ เพราะเมืองมีวัตถุดิบเชิงประสบการณ์ครบ ทั้งกาแฟ ภูเขา ชุมชน ศิลปะ วัด พิพิธภัณฑ์ งานออกแบบ และเส้นทางท่องเที่ยวธรรมชาติ คาเฟ่ที่อยู่รอดอาจไม่ใช่คาเฟ่ที่มีมุมถ่ายรูปมากที่สุด แต่เป็นคาเฟ่ที่ทำให้ลูกค้าเล่าเรื่องต่อได้ดีที่สุด เช่น ร้านที่ให้ลูกค้าชิมกาแฟ 3 ดอยในถาดเดียว ร้านที่มีเมนูจากผลผลิตท้องถิ่นตามฤดูกาล ร้านที่จับมือกับชุมชนทำทริปสั้น หรือร้านที่เปิดพื้นที่ให้คนคั่วกาแฟมาเล่าเรื่องเมล็ดในวันหยุด
ในมุมการตลาด สิ่งนี้ทำให้ร้านหลุดจากกับดักราคา เพราะเมื่อลูกค้าเห็นคุณค่าที่มากกว่าแก้วกาแฟ เขายอมจ่ายสูงขึ้นได้ หากร้านสื่อสารชัดและทำประสบการณ์จริง ไม่ใช่แค่ตั้งชื่อเมนูให้ดูพรีเมียม การเล่าเรื่องจึงไม่ใช่การแต่งนิยาย แต่คือการนำข้อเท็จจริงของพื้นที่มาเรียงให้คนรู้สึกเชื่อมโยง ตั้งแต่ชื่อสวน คนปลูก วิธีคั่ว ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมกาแฟแก้วนี้จึงเป็นรสชาติของเชียงราย

ร้านเปิดใหม่พรึ่บ ร้านปิดก็เพิ่ม สัญญาณธุรกิจเข้าง่ายแต่อยู่ยาก
ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยที่เผยแพร่ล่าสุดระบุว่า ปี 2569 ธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มทั่วประเทศมีร้านจำนวนมากและการแข่งขันรุนแรง โดยช่วง 8 เดือนแรกมีการจดทะเบียนจัดตั้งใหม่ 3,263 ราย เพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ และติดหนึ่งในห้าธุรกิจที่มีการเปิดใหม่สูงสุด ขณะเดียวกันการยกเลิกจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเป็น 491 ราย หรือเพิ่มขึ้น 11 เปอร์เซ็นต์
ตัวเลขนี้เป็นสัญญาณสำคัญสำหรับคนที่คิดจะเปิดคาเฟ่เชียงราย เพราะธุรกิจนี้เริ่มง่ายกว่าหลายอุตสาหกรรม แต่การยืนระยะกลับยากมาก ร้านเปิดใหม่สามารถสร้างกระแสได้ในเดือนแรก แต่การรักษาลูกค้าประจำในเดือนที่หกหรือปีที่สองต้องใช้ระบบหลังบ้านที่แข็งแรงกว่าการตกแต่งร้าน ไม่ว่าจะเป็นการคุมต้นทุนต่อแก้ว การจัดการสต็อก การฝึกพนักงาน การรักษามาตรฐานรสชาติ การทำบัญชี และการออกแบบช่องทางรายได้มากกว่าหน้าร้าน
คาเฟ่เชียงรายจึงต้องเลิกคิดว่าตัวเองเป็นเพียงร้านขายเครื่องดื่ม แต่ต้องคิดเหมือนธุรกิจประสบการณ์ที่มีสินค้าอยู่หลายชั้น ชั้นแรกคือกาแฟและเครื่องดื่ม ชั้นที่สองคือเมล็ดคั่วและเบเกอรี ชั้นที่สามคือกิจกรรม เวิร์กช็อป หรือคอร์สชิมกาแฟ ชั้นที่สี่คือคอนเทนต์และชุมชนลูกค้าประจำ หากทำได้ ร้านจะไม่ต้องรอเพียงนักท่องเที่ยวหน้าร้าน แต่สามารถสร้างรายได้จากคนที่กลับบ้านไปแล้วและยังอยากซื้อกาแฟเชียงรายต่อ
สี่คาถาฝ่าวิกฤตคาเฟ่เชียงราย
ทางรอดแรกคือ เลิกแข่งราคา แล้วแข่งด้วยเหตุผลที่ลูกค้ายอมจ่าย ร้านกาแฟไม่จำเป็นต้องแพงทุกเมนู แต่ต้องมีสินค้าที่อธิบายคุณค่าได้ชัด เช่น Single Origin จากสวนเฉพาะ เมล็ดคั่วพิเศษ กาแฟดริปตามฤดูกาล หรือเมนูที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น หากขายแพงขึ้นแต่เล่าไม่ได้ ลูกค้าจะรู้สึกว่าไม่คุ้ม แต่ถ้าเล่าได้และประสบการณ์จริงดี ราคาจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคุณค่า
ทางรอดที่สองคือ สร้างรายได้มากกว่าหน้าร้าน คาเฟ่ที่รอเฉพาะลูกค้าเดินเข้าร้านจะเสี่ยงมากในวันที่ฝนตก เศรษฐกิจชะลอ หรือคู่แข่งเปิดใหม่ใกล้ ๆ การขายเมล็ดกาแฟคั่ว การทำชุดดริปกาแฟ การสมัครสมาชิกส่งกาแฟรายเดือน การจัดเวิร์กช็อป และการขายผ่านออนไลน์จึงเป็นเส้นเลือดสำรองที่ช่วยให้ร้านไม่สะดุดง่ายเกินไป
ทางรอดที่สามคือ จับมือกับพื้นที่ ไม่ใช่ยืนเดี่ยว เชียงรายมีเครือข่ายเกษตรกร โรงคั่ว ชุมชนท่องเที่ยว ที่พัก โฮมสเตย์ และแหล่งศิลปะจำนวนมาก คาเฟ่ที่จับมือกับชุมชนทำเส้นทางท่องเที่ยวหรือแพ็กเกจประสบการณ์ จะมีเรื่องเล่าที่คู่แข่งเลียนแบบยากกว่าเมนูตามกระแส
ทางรอดที่สี่คือ ทำให้ลูกค้ากลับมา ไม่ใช่แค่แวะครั้งเดียว ในวันที่ลูกค้ามีตัวเลือกมาก ร้านต้องสร้างความสัมพันธ์ระยะยาว ผ่านบัตรสมาชิก เมนูประจำฤดูกาล กิจกรรมชิมกาแฟ รีวิวหลังการขาย หรือคอนเทนต์ที่ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนกาแฟเชียงราย ไม่ใช่แค่คนจ่ายเงินหน้าเคาน์เตอร์
เมืองที่มีต้นทุนกาแฟและเรื่องเล่าของพื้นที่อยู่ในมือ
ตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มปี 2569 ยังโต แต่เป็นการโตที่เหนื่อยกว่าเดิม มูลค่า 6.82 แสนล้านบาทและการเติบโต 3.9 เปอร์เซ็นต์อาจดูสวยบนกราฟ แต่หลังตัวเลขคือสนามแข่งขันที่กำลังบีบกำไรผู้ประกอบการอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มร้านกาแฟและเครื่องดื่มที่ยังเติบโต แต่ก็มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาแย่งลูกค้าไม่หยุด
สำหรับเชียงราย เมืองที่มีต้นทุนกาแฟและเรื่องเล่าของพื้นที่อยู่ในมือ ทางรอดของคาเฟ่ไม่ใช่การทำร้านให้สวยกว่าเดิมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างอัตลักษณ์ให้ชัด ทำให้กาแฟหนึ่งแก้วมีที่มา ทำให้ร้านหนึ่งร้านมีประสบการณ์ และทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าการกลับมาอีกครั้งมีความหมาย
ในวันที่ร้านกาแฟเกิดง่ายและหายเร็ว ผู้ชนะอาจไม่ใช่ร้านที่ถูกที่สุดหรือถ่ายรูปสวยที่สุด แต่เป็นร้านที่ตอบได้ชัดที่สุดว่า ทำไมลูกค้าต้องเลือกเรา ทำไมต้องกลับมา และทำไมกาแฟแก้วนี้จึงมีคุณค่ามากกว่าราคาในบิล

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย