ค้าชายแดนโต 55.2% หนุนเศรษฐกิจเชียงรายขยายตัว ท่ามกลางไทยคงอันดับ Tier 2 รายงานปราบค้ามนุษย์

Summaryสรุปประเด็นสำคัญ
  • สำนักงานคลังจังหวัดเชียงรายรายงานภาวะเศรษฐกิจเดือนสิงหาคม 2569 ขยายตัวทั้งด้านอุปทาน 26.1% และอุปสงค์ 21.6%
  • การค้าชายแดนเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 55.2% มีมูลค่ารวม 5,129.4 ล้านบาท สินค้าเด่นคือผลไม้สด เชื้อเพลิง และรถยนต์
  • การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 ของจังหวัดทำได้ทะลุเป้า 100.09% รวมเป็นเม็ดเงินกว่า 17,195.24 ล้านบาท
  • โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” สร้างเงินหมุนเวียนสะสมในพื้นที่ 183.80 ล้านบาท โดยมีร้านค้าร่วมโครงการกว่า 1.8 หมื่นแห่ง
  • สหรัฐฯ ประกาศคงอันดับไทยอยู่ในกลุ่ม Tier 2 ในรายงาน TIP Report 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ย้ำการเติบโตควบคู่ธรรมาภิบาล

เศรษฐกิจเชียงรายยังขยายตัว คลังชี้ค้าชายแดนโตแรง 55.2 เปอร์เซ็นต์ ไทยช่วยไทย พลัส ดันเงินสะพัด 183.80 ล้านบาท ขณะไทยคง Tier 2 ปราบค้ามนุษย์

เชียงราย,10 ตุลาคม 2569 – ภาพเศรษฐกิจเชียงรายในช่วงปลายปีงบประมาณ 2569 กำลังส่งสัญญาณที่น่าจับตา เพราะในขณะที่หลายจังหวัดยังต้องประคองแรงซื้อและรายได้ฐานราก เชียงรายกลับมีแรงหนุนจากหลายด้านพร้อมกัน ทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ การค้าชายแดน การลงทุนเอกชน การใช้จ่ายภาครัฐ และมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อผ่านโครงการไทยช่วยไทย พลัส

ข้อมูลรายงานภาวะเศรษฐกิจการคลังจังหวัดเชียงราย เดือนสิงหาคม 2569 ของสำนักงานคลังจังหวัดเชียงราย ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจจังหวัด “ขยายตัว” โดยด้านอุปทานหรือการผลิต ขยายตัว 26.1 เปอร์เซ็นต์ จากแรงส่งของภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการ ขณะที่ด้านอุปสงค์หรือการใช้จ่าย ขยายตัว 21.6 เปอร์เซ็นต์ จากการค้าชายแดน การบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน และการใช้จ่ายภาครัฐ

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า เศรษฐกิจเชียงรายไม่ได้ขยับจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เป็นการฟื้นและขยายตัวแบบหลายเครื่องยนต์ โดยเฉพาะการค้าชายแดนที่กลับมาเป็นแรงขับสำคัญของจังหวัดชายแดนเหนือ

ค้าชายแดนโตแรง สะท้อนชีพจรเศรษฐกิจหน้าด่าน

จุดเด่นที่สุดของรายงานเดือนสิงหาคม 2569 คือ การค้าชายแดนขยายตัว 55.2 เปอร์เซ็นต์ โดยมีมูลค่าการค้ารวม 5,129.4 ล้านบาท และยังขยายตัวจากเดือนก่อน 11.1 เปอร์เซ็นต์ สะท้อนว่ากิจกรรมเศรษฐกิจบริเวณชายแดนยังมีแรงส่งต่อเนื่อง

สินค้าส่งออกสำคัญ ได้แก่ ผลไม้สด ทุเรียน น้ำมันเชื้อเพลิง รถยนต์ และลำไย ส่วนสินค้านำเข้าสำคัญ ได้แก่ ผลไม้สด ผักสด ดอกไม้สด ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่า และพืชสดบางประเภท ตัวเลขนี้ทำให้เห็นว่าเชียงรายยังเป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญของสินค้าเกษตร พลังงาน ยานยนต์ และสินค้าอุปโภคบริโภคระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

แต่การเติบโตของค้าชายแดนก็มาพร้อมโจทย์ด้านมาตรฐานและความเสี่ยงข้ามแดน ทั้งคุณภาพสินค้า ระบบศุลกากร แรงงานเคลื่อนย้าย และการเฝ้าระวังอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นบริบทที่ต้องเดินคู่กับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

อุตสาหกรรมและบริการพยุงเศรษฐกิจ เกษตรยังหดตัว

ด้านอุปทาน ภาคอุตสาหกรรมขยายตัว 60.1 เปอร์เซ็นต์ จากการเพิ่มขึ้นของทุนจดทะเบียนอุตสาหกรรมและจำนวนโรงงานในจังหวัด ขณะที่ภาคบริการขยายตัว 13.2 เปอร์เซ็นต์ แม้จะชะลอจากเดือนก่อน แต่ยังได้แรงหนุนจากรายได้ด้านการขนส่ง ขายปลีก จำนวนนักท่องเที่ยว และปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคบริการ

ในทางกลับกัน ภาคเกษตรหดตัว 28.1 เปอร์เซ็นต์ แม้จะชะลอตัวจากเดือนก่อนอย่างมาก แต่ยังสะท้อนความเปราะบางของฐานรายได้เกษตรกร โดยรายงานระบุว่าผลผลิตยางพารา มันสำปะหลัง สับปะรด ชา และลำไยลดลง ส่งผลให้รายได้เกษตรกรหดตัว 13.2 เปอร์เซ็นต์

นี่คือภาพสองด้านของเศรษฐกิจเชียงราย เมืองขับเคลื่อนด้วยการค้า การท่องเที่ยว และบริการมากขึ้น แต่เกษตรกรจำนวนมากยังเผชิญแรงกดดันจากผลผลิต ราคาสินค้า และความผันผวนของสภาพอากาศ

เงินเฟ้อขยับเล็กน้อย การจ้างงานโต 8.3 เปอร์เซ็นต์

ในด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ รายงานระบุว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนสิงหาคม 2569 เพิ่มขึ้น 0.6 เปอร์เซ็นต์ และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อน 0.1 เปอร์เซ็นต์ ปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าโดยสารสาธารณะ ไข่ไก่ อาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุงรส ข้าวสารเหนียว และผลไม้สด

ด้านการจ้างงานขยายตัว 8.3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อกำลังซื้อในจังหวัด เพราะเมื่อการจ้างงานเพิ่ม รายได้ครัวเรือนและการใช้จ่ายในพื้นที่ก็มีโอกาสหมุนเวียนดีขึ้นตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้ยังไม่เท่ากันทุกกลุ่ม ภาคบริการและการค้าชายแดนอาจได้รับประโยชน์เร็วกว่าเกษตรกรในพื้นที่ผลิตพืชหลัก ซึ่งยังต้องการมาตรการดูแลทั้งด้านตลาด น้ำ ต้นทุน และช่องทางจำหน่าย

เบิกจ่ายงบประมาณภาพรวมทะลุเป้า 100.09 เปอร์เซ็นต์

ด้านการคลัง จังหวัดเชียงรายมีผลการเบิกจ่ายภาพรวมงบประมาณปี 2569 ณ วันที่ 30 กันยายน 2569 อยู่ที่ 17,195.24 ล้านบาท หรือ 100.09 เปอร์เซ็นต์ของเป้าหมาย โดยอยู่ลำดับที่ 26 ของประเทศ

รายจ่ายประจำเบิกจ่าย 10,732.14 ล้านบาท หรือ 100.21 เปอร์เซ็นต์ อยู่ลำดับที่ 35 ของประเทศ ส่วนรายจ่ายลงทุนเบิกจ่าย 6,463.10 ล้านบาท หรือ 99.88 เปอร์เซ็นต์ อยู่ลำดับที่ 49 ของประเทศ

ตัวเลขนี้สำคัญ เพราะการเบิกจ่ายภาครัฐในจังหวัดไม่ได้เป็นเพียงกระบวนการงบประมาณ แต่เป็นแรงส่งเศรษฐกิจจริง ทั้งค่าจ้าง โครงการก่อสร้าง การจัดซื้อจัดจ้าง การปรับปรุงบริการสาธารณะ และการกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่น

ไทยช่วยไทย พลัส เติมเงินหมุนเวียน 183.80 ล้านบาท

อีกแรงหนุนที่เห็นชัดคือ โครงการไทยช่วยไทย พลัส จังหวัดเชียงราย ข้อมูลสะสม ณ วันที่ 8 ตุลาคม 2569 เวลา 23.00 น. ระบุว่า ยอดการใช้จ่ายสะสมของเชียงรายอยู่ที่ 183.80 ล้านบาท คิดเป็น 1.20 เปอร์เซ็นต์ของประเทศ และอยู่ลำดับที่ 7 จากเมืองรองทั้งหมด 55 จังหวัด

จำนวนร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการสะสมในเชียงรายอยู่ที่ 18,575 ร้านค้า อยู่ลำดับที่ 3 จากเมืองรองทั้งหมด โดยมีร้านค้าใหม่สะสม 7,248 ร้านค้า แยกเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่ม 2,531 ร้านค้า ร้านธงฟ้า 3,630 ร้านค้า ร้าน OTOP 219 ร้านค้า ร้านทั่วไปและอื่น ๆ 861 ร้านค้า และขนส่งสาธารณะ 7 ร้านค้า

กลุ่มที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดคือร้านอาหารและเครื่องดื่ม 72.64 ล้านบาท คิดเป็น 39.52 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือร้านธงฟ้า 55.52 ล้านบาท คิดเป็น 30.21 เปอร์เซ็นต์ และร้านทั่วไป 45.29 ล้านบาท คิดเป็น 24.64 เปอร์เซ็นต์

ตัวเลขนี้สะท้อนว่าโครงการรัฐยังมีบทบาทต่อการพยุงกำลังซื้อฐานราก โดยเฉพาะร้านอาหาร ร้านค้าชุมชน ร้านธงฟ้า และผู้ประกอบการรายย่อยที่ต้องอาศัยเม็ดเงินหมุนเวียนประจำวัน

คลังเชียงรายได้คะแนนบริการระดับมากที่สุด

ด้านการให้บริการ สำนักงานคลังจังหวัดเชียงรายรายงานผลสำรวจความพึงพอใจไตรมาสที่ 4 ปีงบประมาณ 2569 พบว่า ความพึงพอใจภาพรวมอยู่ในระดับ “มากที่สุด” 91.91 เปอร์เซ็นต์ ระดับ “มาก” 7.83 เปอร์เซ็นต์ และระดับ “ปานกลาง” 0.26 เปอร์เซ็นต์

บริการที่ได้รับความพึงพอใจสูงสุด ได้แก่ การตอบข้อหารือหรือให้คำปรึกษาที่ชัดเจน การให้บริการครบถ้วน รวดเร็ว และตรงตามความต้องการ การใช้คำพูดสุภาพเหมาะสม และระยะเวลาการให้บริการ โดยทั้ง 4 ประเด็นมีค่าเฉลี่ย 5 คะแนน หรือ 100 เปอร์เซ็นต์

ประเภทผู้มารับบริการส่วนใหญ่เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 165 ราย คิดเป็น 43.08 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือส่วนราชการ 152 ราย คิดเป็น 39.69 เปอร์เซ็นต์ ส่วนช่องทางการให้บริการหลักคือโทรศัพท์ 192 ครั้ง คิดเป็น 50.13 เปอร์เซ็นต์ การติดต่อด้วยตนเอง 111 ครั้ง คิดเป็น 28.98 เปอร์เซ็นต์ และ Line หรือ Facebook 80 ครั้ง คิดเป็น 20.89 เปอร์เซ็นต์

ภาพนี้สะท้อนว่าบทบาทสำนักงานคลังจังหวัดไม่ได้จำกัดอยู่ที่รายงานตัวเลข แต่เป็นหน่วยสนับสนุนการเงินการคลังให้ส่วนราชการ อปท. และผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วขึ้น

ไทยคง Tier 2 ค้ามนุษย์ โจทย์ธรรมาภิบาลยังต้องเดินต่อ

ในระดับประเทศ กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 01.00 น. ตามเวลาไทย กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาเผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ประจำปี ค.ศ. 2026 หรือ 2026 TIP Report ซึ่งประเมินสถานการณ์ใน 188 ประเทศและเขตเศรษฐกิจทั่วโลก โดยไทยได้รับการจัดระดับให้อยู่ใน Tier 2 เป็นปีที่ห้าติดต่อกัน กระทรวงการต่างประเทศ

รายงานดังกล่าวสะท้อนพัฒนาการของไทยในหลายด้าน เช่น การเพิ่มงบประมาณสนับสนุนภารกิจด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์ การดำเนินคดีต่อเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง การช่วยเหลือผู้เสียหาย การส่งกลับผู้เสียหายชาวต่างชาติที่หลบหนีจากศูนย์หลอกลวงออนไลน์ในประเทศเพื่อนบ้าน และการบูรณาการงานระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเพื่อต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ กระทรวงการต่างประเทศ

ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับเชียงรายในฐานะจังหวัดชายแดนโดยตรง เพราะพื้นที่ที่มีการค้าชายแดน การเดินทางข้ามแดน แรงงานเคลื่อนย้าย และธุรกิจบริการ ย่อมต้องมีระบบคัดกรอง คุ้มครอง และเฝ้าระวังที่เข้มแข็งควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจ

กล่าวให้ชัดคือ เศรษฐกิจชายแดนที่โตเร็วต้องไม่ทิ้งความเสี่ยงด้านแรงงานและสิทธิมนุษยชนไว้ข้างหลัง

บทสรุป เศรษฐกิจโตได้ แต่ต้องโตอย่างมีระบบ

ตัวเลขเดือนสิงหาคมถึงต้นตุลาคม 2569 บอกว่าเชียงรายยังมีแรงส่งทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน การค้าชายแดนโตแรง ภาคบริการยังขยายตัว การใช้จ่ายภาครัฐเดินหน้า โครงการไทยช่วยไทย พลัส เติมเม็ดเงินสู่ร้านค้ารายย่อย และระบบบริการของสำนักงานคลังจังหวัดได้รับคะแนนความพึงพอใจสูง

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ภาคเกษตรยังหดตัว รายได้เกษตรกรยังถูกกดดัน และเศรษฐกิจชายแดนยังต้องเดินคู่กับมาตรฐานแรงงาน การคุ้มครองผู้เสียหาย และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

เชียงรายจึงอยู่ในจุดที่มีโอกาสสูง แต่ต้องบริหารความเสี่ยงให้รอบด้าน หากจังหวัดสามารถใช้แรงส่งจากค้าชายแดน ท่องเที่ยว บริการ และงบประมาณภาครัฐ ไปต่อยอดเป็นเศรษฐกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และกระจายรายได้ถึงฐานรากได้จริง เชียงรายจะไม่เพียงเป็นจังหวัดเศรษฐกิจชายแดนที่เติบโต แต่จะเป็นจังหวัดที่เติบโตอย่างมีคุณภาพในระยะยาว

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :