เปลี่ยนกิ่งไม้ข้างรั้วเป็นทองคำสีดำ เชียงรายปั้น 3 ผลิตภัณฑ์ชีวภาพจากเศษวัสดุสวนผลไม้ครบวงจร

Summaryสรุปประเด็นสำคัญ
  • นายรุจติศักดิ์ รังสี รองผู้ว่าฯ เชียงราย เปิดโครงการสร้างความตระหนักรู้ด้านพลังงาน ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอพาน
  • ถ่ายทอดเทคโนโลยีการแปรรูปกิ่งลำไย กิ่งยางพารา และผลไม้ตกเกรด เป็นถ่านไบโอชาร์ ถ่านอัดแท่ง และถ่านดูดกลิ่น
  • ฝึกอบรมอาสาพลังงานกว่า 60 คน จาก 18 อำเภอ เพื่อเป็นตัวกลางขยายผลนวัตกรรมเตาเผาไร้ควันสู่ชุมชน
  • ไบโอชาร์ช่วยปรับปรุงบำรุงดิน ลดค่าปุ๋ยได้ 500-1,800 บาท พร้อมยกระดับเป็นผลิตภัณฑ์ดูดกลิ่นมูลค่าสูง
  • โครงการมุ่งเปลี่ยนภาระขยะในสวนให้กลายเป็นเงิน พร้อมลดการเผาในที่โล่งเพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5

อย่าเพิ่งเผาทิ้ง เปิดสูตรเปลี่ยนกิ่งลำไยและผลไม้ตกเกรด สู่ถ่านอัดแท่งดูดกลิ่น นวัตกรรมทำเงินชาวสวนเชียงราย

เชียงราย,9 กันยายน 2569 – กิ่งลำไยแห้ง กิ่งยางพาราที่ถูกตัดแต่ง และผลไม้ตกเกรดที่เคยถูกมองว่าเป็นภาระหลังฤดูกาลผลิต อาจไม่ใช่ขยะที่ต้องรีบกำจัดด้วยการเผาอีกต่อไป เมื่อจังหวัดเชียงรายเริ่มขยับแนวคิดการจัดการเศษวัสดุการเกษตรให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจของชุมชน ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต ถ่านไบโอชาร์ ถ่านอัดแท่ง และถ่านดูดกลิ่น ให้แก่เครือข่ายอาสาพลังงานจากทั้ง 18 อำเภอ

วันที่ 7 กันยายน 2569 นายรุจติศักดิ์ รังสี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการเพิ่มศักยภาพในการสร้างความตระหนักรู้ด้านพลังงาน ผ่านเครือข่ายความร่วมมือด้านพลังงานในส่วนภูมิภาค ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ณ อาคารหอประชุมที่ว่าการอำเภอพาน ตำบลเมืองพาน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โดยมีนายสุรเชษฐ์ สุทธิกุล ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงราย นายอุดม ปกป้องบวรกุล นายอำเภอพาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เครือข่ายด้านพลังงาน และประชาชนเข้าร่วมกิจกรรม

จุดที่น่าจับตาของกิจกรรมครั้งนี้คือการเปิดตัว อาสาพลังงานจังหวัดเชียงราย จำนวนกว่า 60 คน จากทั้ง 18 อำเภอ ให้ทำหน้าที่เป็นคนกลางด้านพลังงานในระดับพื้นที่ รับความรู้จากเวทีอบรมแล้วนำกลับไปขยายผลต่อในชุมชนของตนเอง โดยเฉพาะองค์ความรู้เรื่องการใช้พลังงานหมุนเวียน การจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร และการผลิตถ่านไบโอชาร์ด้วยเตาถ่านแบบไร้ควัน

ปัญหาที่ปลายสวน อาจกลายเป็นต้นทางรายได้ใหม่

สำหรับเกษตรกรจำนวนมาก เศษกิ่งไม้หลังตัดแต่งสวนไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ก็เป็นภาระพื้นที่ หากขนย้ายก็มีต้นทุนแรงงาน หากกำจัดผิดวิธีก็อาจกระทบสิ่งแวดล้อม และหากเลือกเผาในที่โล่งก็เชื่อมโยงกับปัญหาหมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ภาคเหนือเผชิญซ้ำทุกปี

นายปรศักดิ์ งามสมภาค พลังงานจังหวัดเชียงราย กล่าวในกิจกรรมว่า เชียงรายเป็นจังหวัดที่มีภาคการเกษตรจำนวนมาก จึงมีเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเกิดขึ้นในแต่ละปี หากขาดการจัดการที่เหมาะสม วัสดุเหล่านี้อาจถูกนำไปเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5

คำอธิบายนี้สอดคล้องกับทิศทางระดับประเทศ โดยรัฐบาลระบุเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 ว่า มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ปี 2568 ถึง 2569 มีเป้าหมายลดการเผาในพื้นที่เกษตรทั่วประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ในพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ นาข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และอ้อยโรงงาน พร้อมติดตามจุดความร้อน พื้นที่เผาไหม้ และปริมาณเศษวัสดุการเกษตรที่นำไปใช้ประโยชน์แทนการเผาอย่างใกล้ชิด

ไบโอชาร์ไม่ใช่แค่ถ่าน แต่คือการเปลี่ยนของเหลือให้มีมูลค่า

หัวใจของเทคโนโลยีที่ถ่ายทอดในอำเภอพาน คือการนำเศษวัสดุการเกษตร เช่น กิ่งยาง กิ่งลำไย และผลไม้ตกเกรด มาผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นถ่านชีวภาพหรือไบโอชาร์ ซึ่งสามารถต่อยอดได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ ถ่านเชื้อเพลิง ถ่านอัดแท่ง ไปจนถึงถ่านดูดกลิ่น ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าเศษวัสดุตั้งต้นหลายเท่า

กรมส่งเสริมการเกษตรเคยให้ข้อมูลว่า การผลิตและใช้ถ่านชีวภาพเป็นทางเลือกหนึ่งในการจัดการเศษวัสดุการเกษตรให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ช่วยด้านดิน ปุ๋ย และน้ำ ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้จากผลผลิตการเกษตร โดยตัวอย่างกลุ่มเกษตรกรที่ผลิตและใช้ไบโอชาร์สามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยลงได้ประมาณ 500 ถึง 1,800 บาท

ถ่านไบโอชาร์มีจุดเด่นจากโครงสร้างที่มีรูพรุนสูง เมื่อใช้ในภาคเกษตรสามารถช่วยปรับปรุงดินและเพิ่มการกักเก็บคาร์บอน ขณะที่เมื่อนำไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ดูดกลิ่น ก็สามารถตอบโจทย์ตลาดครัวเรือน ร้านอาหาร ห้องน้ำ ตู้รองเท้า ตู้เย็น และพื้นที่อับชื้นได้ หากมีการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ การควบคุมคุณภาพ และช่องทางจำหน่ายที่เหมาะสม

สามผลิตภัณฑ์ที่เกษตรกรต่อยอดได้จากของเหลือในสวน

เศษวัสดุการเกษตรที่เคยไม่มีราคา สามารถถูกจัดเส้นทางใหม่ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ได้อย่างน้อย 3 รูปแบบ รูปแบบแรกคือ ถ่านเชื้อเพลิง สำหรับใช้ในครัวเรือนหรือกิจกรรมที่ต้องใช้ความร้อน รูปแบบที่สองคือ ถ่านอัดแท่ง ซึ่งช่วยให้ขนส่งง่าย เก็บรักษาง่าย และมีรูปทรงสม่ำเสมอกว่าถ่านทั่วไป รูปแบบที่สามคือ ถ่านดูดกลิ่นจากกิ่งลำไย หรือวัสดุเกษตรอื่นที่ผ่านกระบวนการเหมาะสม ซึ่งสามารถยกระดับเป็นสินค้าชุมชนมูลค่าสูงได้

แนวทางนี้ไม่ได้เริ่มจากการบอกให้เกษตรกรเลิกเผาเพียงอย่างเดียว แต่เสนอทางเลือกใหม่ที่จับต้องได้มากกว่า เพราะสำหรับชาวสวน คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ว่าเผาได้หรือไม่ได้ แต่คือถ้าไม่เผาแล้วจะจัดการอย่างไร ใครรับซื้อ ใช้แรงงานแค่ไหน และทำแล้วเกิดรายได้จริงหรือไม่ โครงการอาสาพลังงานจึงมีความสำคัญตรงที่พยายามสร้างคนในพื้นที่ให้เป็นผู้ถ่ายทอดความรู้ ไม่ใช่รอให้คำแนะนำมาจากส่วนกลางเท่านั้น

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติยังเคยสนับสนุนนวัตกรรมเตาไบโอชาร์เพื่อเป็นทางเลือกในการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร ลดการเผาในที่โล่ง และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชน โดยมุ่งให้เกิดพื้นที่เรียนรู้ด้านเทคโนโลยีพลังงานชีวมวลที่ประชาชนสามารถทดลองปฏิบัติจริงและนำไปขยายผลได้

อำเภอพานในฐานะห้องเรียนพลังงานของเชียงราย

การเลือกอำเภอพานเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมมีนัยสำคัญในเชิงพื้นที่ เพราะพานเป็นอำเภอเกษตรกรรมสำคัญของจังหวัดเชียงราย มีเครือข่ายชุมชน เกษตรกร และองค์กรท้องถิ่นที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ไปสู่การปฏิบัติจริงได้ การอบรมครั้งนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การบรรยาย แต่มีการฝึกทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ตั้งแต่ความรู้ด้านพลังงานหมุนเวียน การจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร การผลิตไบโอชาร์ด้วยเตาถ่านแบบไร้ควัน และการทำถ่านอัดแท่ง

วิทยากรจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตถ่านไบโอชาร์และถ่านอัดแท่งในพื้นที่เข้ามาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ ทำให้การอบรมไม่ใช่เพียงความรู้เชิงเอกสาร แต่มีประสบการณ์จากผู้ลงมือทำจริงเข้ามาประกอบ สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะเกษตรกรที่สนใจอาชีพเสริมหรือธุรกิจแปรรูปสินค้าเกษตรมักต้องการคำตอบที่ชัดเจนในระดับปฏิบัติ เช่น วัตถุดิบแบบใดเหมาะกับเตา ขนาดกิ่งไม้ควรเตรียมอย่างไร ถ่านที่ดีดูจากอะไร และถ่านดูดกลิ่นควรบรรจุอย่างไรให้ขายได้

อย่างไรก็ตาม ประเด็นต้นทุนการต่อเตาไบโอชาร์แบบประหยัดและระยะเวลาคืนทุนยังต้องมีการเก็บข้อมูลเพิ่มเติมจากกลุ่มผู้ผลิตหรือวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่โดยตรง เพราะต้นทุนจริงขึ้นอยู่กับขนาดเตา วัสดุที่ใช้ แหล่งวัตถุดิบ ค่าแรง ค่าไฟ อุปกรณ์อัดแท่ง บรรจุภัณฑ์ และช่องทางจำหน่าย หากต้องการผลักดันเป็นโมเดลรายได้เสริมที่เกษตรกรตัดสินใจลงทุนได้ จำเป็นต้องมีตัวเลขต้นทุน รายรับ และปริมาณการผลิตต่อรอบที่ตรวจสอบได้

ลดเผา ลดฝุ่น เพิ่มรายได้ โจทย์เดียวที่ต้องเดินพร้อมกัน

จังหวัดเชียงรายเคยมีประกาศขอความร่วมมืองดการเผาในที่โล่งทุกชนิด และกำหนดมาตรการลดฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ปี 2569 ระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 13 กุมภาพันธ์ 2569 สะท้อนว่าเรื่องการเผาในที่โล่งยังเป็นโจทย์สำคัญของพื้นที่ภาคเหนือ

ขณะเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังขับเคลื่อนแนวทางลดการเผาในภาคเกษตร โดยเน้นการจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรโดยไม่เผา การผลิตปุ๋ยอินทรีย์ การสร้างมูลค่าเพิ่มจากเศษวัสดุทางการเกษตร และการพัฒนาตลาดรองรับผลผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เมื่อเชื่อมข้อมูลเหล่านี้เข้ากับกิจกรรมที่อำเภอพาน จะเห็นว่าไบโอชาร์ไม่ใช่โครงการแยกส่วน แต่เป็นหนึ่งในคำตอบของปัญหาที่โยงกันหลายชั้น ตั้งแต่การจัดการขยะเกษตร ลดภาระชาวสวน ลดการเผาในที่โล่ง ลดฝุ่น PM2.5 เพิ่มรายได้เสริม และสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชนที่มีโอกาสขยับสู่ตลาดสีเขียว หากมีระบบสนับสนุนต่อเนื่อง

อาสาพลังงานคือคนกลางระหว่างเทคโนโลยีกับชุมชน

ภารกิจของอาสาพลังงานทั้ง 60 คนหลังจบการอบรม คือการนำองค์ความรู้กลับไปขยายผลในพื้นที่ของตนเอง ทำหน้าที่เป็นคนกลางด้านพลังงานของชุมชน ช่วยอธิบายให้ประชาชนเห็นทางเลือกในการจัดการเศษวัสดุการเกษตรที่ไม่จำเป็นต้องเผา พร้อมส่งต่อความรู้เรื่องพลังงานทดแทนและเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

บทบาทนี้สำคัญเพราะเทคโนโลยีที่ดีอาจไม่เกิดผล หากไม่มีคนช่วยแปลให้เข้ากับชีวิตจริงของชุมชน เกษตรกรบางรายอาจมีเศษกิ่งไม้จำนวนมากแต่ไม่มีเครื่องมือ บางรายมีแรงงานแต่ไม่มีตลาด บางกลุ่มมีตลาดแต่ยังขาดมาตรฐานสินค้า การมีอาสาพลังงานกระจายอยู่ใน 18 อำเภอจึงช่วยให้ข้อมูลเดินทางจากเวทีอบรมไปถึงสวน ไร่ กลุ่มแม่บ้าน วิสาหกิจชุมชน และองค์กรท้องถิ่นได้เร็วขึ้น

หากมองในระยะยาว อาสาพลังงานอาจเป็นมากกว่าผู้ถ่ายทอดความรู้ แต่สามารถเป็นผู้รวบรวมข้อมูลปัญหาจากพื้นที่กลับไปยังหน่วยงานรัฐ เช่น วัตถุดิบชนิดใดมีมากในแต่ละอำเภอ ชุมชนใดพร้อมตั้งกลุ่มผลิต พื้นที่ใดต้องการเตาต้นแบบ และตลาดใดมีความต้องการถ่านอัดแท่งหรือถ่านดูดกลิ่น ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้โครงการไม่หยุดอยู่ที่การอบรมรายปี แต่ต่อยอดเป็นระบบเศรษฐกิจชุมชนได้จริง

นวัตกรรมเล็กที่อาจเปลี่ยนวิธีคิดทั้งสวน

สำหรับชาวสวนเชียงรายจำนวนไม่น้อย กิ่งไม้แห้งเคยเป็นสิ่งที่ต้องเคลียร์ออกให้เร็วที่สุดหลังตัดแต่งสวน แต่การอบรมไบโอชาร์กำลังชวนให้มองวัสดุเหล่านี้ใหม่ จากของเหลือเป็นวัตถุดิบ จากภาระเป็นสินค้า และจากการเผาทิ้งเป็นกระบวนการสร้างมูลค่า หากทำได้จริงในระดับครัวเรือนและกลุ่มชุมชน คำว่า เปลี่ยนขยะเป็นเงินสด จะไม่ใช่เพียงคำโฆษณา แต่เป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรในวันที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้คือการขยายผลหลังการอบรม อาสาพลังงานแต่ละอำเภอจะนำความรู้ไปจัดกิจกรรมต่อในพื้นที่อย่างไร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจะสามารถเป็นพี่เลี้ยงให้เกษตรกรรายใหม่ได้มากน้อยแค่ไหน และจังหวัดจะมีระบบติดตามผลหรือไม่ว่าเศษวัสดุการเกษตรถูกนำไปใช้ประโยชน์แทนการเผาเพิ่มขึ้นเพียงใด

หากเชียงรายสามารถเชื่อมคน ความรู้ เทคโนโลยี และตลาดเข้าด้วยกันได้สำเร็จ กองกิ่งลำไยข้างรั้วอาจไม่ใช่ภาพของปัญหาหลังฤดูเก็บเกี่ยวอีกต่อไป แต่อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์สีเขียวที่สร้างรายได้ให้ครอบครัว ลดการเผาในที่โล่ง และช่วยให้ชุมชนมีส่วนร่วมแก้ปัญหา PM2.5 จากต้นทางอย่างเป็นรูปธรรม

เครดิตภาพและข้อมูลจาก :