ROOT to RICH ปักหมุด ประเพณีอายก เชียงราย สู่ Unseen Thai Thai เปลี่ยนรากวัฒนธรรมเป็นโอกาสเศรษฐกิจชุมชน
Summary
- กระทรวงวัฒนธรรมคัดเลือก “ประเพณีอายก” ชนเผ่าลัวะหรือปลัง บ้านห้วยน้ำขุ่น อ.แม่ฟ้าหลวง เป็น 1 ใน 76 รายการ Unseen Thai Thai ประจำปี 2569
- ประเพณีนี้มีรากฐานมาจากความเชื่อในการสวมหน้ากากและแต่งกายคล้ายภูตผีร่ายรำเพื่อปกป้องพระบรมศพจำลองของพระพุทธเจ้า
- สอดรับกับนโยบาย “ROOT to RICH” มุ่งแปลงทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกระจายสู่ชุมชน
- สำนักงานวัฒนธรรมเชียงรายและ อ.แม่ฟ้าหลวง จัดกิจกรรมเวิร์กช็อปทำหน้ากากและสาธิตพิธีกรรมร่วมกับผู้นำชุมชนและเยาวชน 4 หมู่บ้าน
- มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงเคารพและเชื่อมโยงกับสถานะ UNESCO Creative City of Design โดยรักษาสมดุลไม่เปลี่ยนพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นเพียงสินค้า
ROOT to RICH ปักหมุด “ประเพณีอายก” เชียงราย สู่ Unseen Thai Thai เปลี่ยนรากวัฒนธรรมเป็นโอกาสเศรษฐกิจชุมชน
เชียงราย,19 กันยายน 2569 – จากพิธีกรรมความเชื่อของชาวลัวะ หรือปลัง บนพื้นที่บ้านห้วยน้ำขุ่น อำเภอแม่ฟ้าหลวง สู่ 1 ใน 76 รายการ Unseen Thai Thai ปี 2569 กระทรวงวัฒนธรรมวางโจทย์ ROOT to RICH เปลี่ยนทุนวัฒนธรรมเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ขณะที่ชุมชนต้องเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่างการเปิดบ้านต้อนรับผู้มาเยือนกับการรักษาความหมายดั้งเดิมของประเพณี
จากหน้ากากอายกบนดอย สู่หมุดหมายใหม่ของเชียงราย
หน้ากาก เครื่องแต่งกาย เสียงดนตรีพื้นเมือง และการร่ายรำรอบพระพุทธรูปปางปรินิพพาน อาจเป็นภาพแปลกตาสำหรับผู้มาเยือน แต่สำหรับชุมชนบ้านห้วยน้ำขุ่น ตำบลแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการแสดงสำหรับนักท่องเที่ยว หากเชื่อมโยงอยู่กับ “ประเพณีอายก” ซึ่งสืบทอดความเชื่อและวิถีวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ หรือปลัง มาอย่างต่อเนื่อง
ปี 2569 ประเพณีที่เคยอยู่ในบริบทของชุมชนแห่งนี้กำลังถูกมองในมิติที่กว้างขึ้น หลังได้รับการคัดเลือกจากกระทรวงวัฒนธรรมให้เป็น Unseen Thai Thai เสน่ห์วัฒนธรรมทั่วไทย ประจำปีงบประมาณ 2569 ในประเภทเทศกาล ประเพณี และวิถีวัฒนธรรม โดยข้อมูลของสำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแม่ฟ้าหลวงที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ยืนยันการคัดเลือกดังกล่าว
การได้รับเลือกครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มชื่อ “ประเพณีอายก เชียงราย” ลงบนแผนที่ท่องเที่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของโจทย์ระดับประเทศที่รัฐบาลกำลังทดลองว่า ทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในชุมชนจะสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ โดยยังรักษารากของวัฒนธรรมไว้ได้อย่างไร
โจทย์นั้นถูกเรียกด้วยคำสั้น ๆ ว่า ROOT to RICH
76 จังหวัด 76 เสน่ห์ จากสิ่งที่คนในพื้นที่คุ้นเคย สู่สิ่งที่ประเทศอยากให้คนเห็น
เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 รัฐบาลเผยแพร่ผลการขับเคลื่อนนโยบาย Unseen Thai Thai โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ระบุว่า กระทรวงได้คัดเลือกทุนทางวัฒนธรรมจาก 76 จังหวัด รวม 76 รายการ ผ่านกระบวนการกลั่นกรองทั้งระดับจังหวัดและระดับกระทรวง แบ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม 60 รายการ และเทศกาล ประเพณี และวิถีวัฒนธรรม 16 รายการ
เชียงรายอยู่ในกลุ่มหลัง โดยมี ประเพณีอายก กลุ่มชาติพันธุ์ลัวะ หรือปลัง บ้านห้วยน้ำขุ่น เป็นตัวแทนของจังหวัด
สิ่งที่น่าสนใจคือหลายรายการไม่ได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวกระแสหลัก แต่เป็นทุนทางวัฒนธรรมที่มีเรื่องราวเฉพาะพื้นที่ ตั้งแต่ประเพณีตีคลีไฟ จังหวัดชัยภูมิ เทศกาลลูกลม จังหวัดตรัง ประเพณีจุดไฟตูมกา จังหวัดยโสธร ประเพณีทอดผ้าป่ากลางน้ำปากน้ำประแส จังหวัดระยอง ไปจนถึงพิธีปะชิหมอช้างของชาวกวย จังหวัดสุรินทร์
ภาพดังกล่าวทำให้เห็นทิศทางของ Unseen Thai Thai ชัดขึ้นว่า สิ่งที่รัฐพยายามค้นหาไม่ใช่เพียง “สถานที่สวยแต่คนยังไม่รู้จัก” หากรวมถึง พิธีกรรม ความเชื่อ ภูมิปัญญา อาหาร วิถีชีวิต และเรื่องเล่าของชุมชน ที่สามารถนำมาสร้างประสบการณ์ทางวัฒนธรรมรูปแบบใหม่และในกรณีของเชียงราย เรื่องนั้นเริ่มต้นจากคำว่า “อายก”
“อายก” ไม่ได้เริ่มต้นจากการท่องเที่ยว แต่เริ่มจากความเชื่อ
ข้อมูลประชาสัมพันธ์ของโครงการอธิบายความเชื่อที่สืบทอดในชุมชนว่า เมื่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพาน เชื่อว่าอาจมีเหล่าภูตผีปีศาจเข้ามาทำร้ายพระบรมศพ ชาวบ้านจึงแต่งกายเลียนแบบภูตผีและออกมาร่ายรำเพื่อปกป้องพระบรมศพ
จากความเชื่อนี้จึงเกิดองค์ประกอบของประเพณีที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้ง ขบวนแห่พระบรมศพจำลอง การร่ายรำของอายก การทำกองไฟหลวงและจุดประทีป การทำก้อนข้าว 1,000 ก้อนเพื่อถวายพระอุปคุต ตลอดจนการทำต้นตุงหลวงและพิธียกเสาตุงหลวง
รายละเอียดเหล่านี้สำคัญ เพราะทำให้เห็นว่าคุณค่าของอายกไม่ได้อยู่ที่หน้ากากหรือเครื่องแต่งกายเพียงอย่างเดียว
หากแยกหน้ากากออกจากพิธีกรรม ผู้มาเยือนอาจเห็นเพียงวัตถุที่แปลกตา แต่เมื่อเข้าใจความเชื่อที่อยู่เบื้องหลัง หน้ากากชิ้นเดิมจะกลายเป็นประตูที่พาเข้าไปทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ ความศรัทธา และตัวตนของชุมชน
นี่จึงเป็นทั้ง โอกาสและความท้าทาย ของการนำประเพณีเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพราะสิ่งที่กำลังถูกนำเสนอไม่ใช่สินค้าที่สามารถออกแบบใหม่ได้โดยไม่มีข้อจำกัด แต่เป็นมรดกทางความเชื่อที่ยังมีเจ้าของวัฒนธรรมและมีความหมายต่อผู้คนที่สืบทอดอยู่ในปัจจุบัน
1 กันยายน 2569 วันที่ชุมชนไม่ได้เพียง “แสดง” แต่ลงมือถ่ายทอด
ภาพของการขับเคลื่อนเริ่มชัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ที่วัดห้วยน้ำขุ่น ตำบลแม่ฟ้าหลวง เมื่อสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงรายจัดกิจกรรมสืบสานและสร้างประสบการณ์ทุนทางวัฒนธรรม Unseen Thai Thai ประเพณีอายก
กิจกรรมไม่ได้หยุดอยู่ที่การจัดแสดงให้นักท่องเที่ยวถ่ายภาพ แต่ถูกออกแบบให้มีทั้งการเรียนรู้และการลงมือทำ
สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแม่ฟ้าหลวงยืนยันว่า กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวและองค์ความรู้เกี่ยวกับประเพณีอายก ผ่าน Storytelling การสร้างประสบการณ์ และการสร้างการรับรู้ เพื่อให้เด็ก เยาวชน ประชาชน และผู้สนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทุนทางวัฒนธรรมของชุมชน
ภายในงานมีการบรรยายเกี่ยวกับประเพณีอายกและการทำหน้ากาก การฝึกปฏิบัติทำหน้ากากร่วมกับวิทยากรหัตถศิลป์ล้านนา ปราชญ์ชาวบ้านและผู้นำชุมชน รวมถึงการจำลองพิธีกรรม การเต้นรอบพระนอน และการแสดงดนตรีพื้นเมือง
ข้อมูลที่ผู้จัดส่งมายังระบุว่า ผู้นำชุมชนบ้านห้วยน้ำขุ่นจาก 4 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1 หมู่ 15 หมู่ 17 และหมู่ 18 รวมถึงปราชญ์ชาวบ้าน เด็ก เยาวชน และประชาชนในชุมชนเข้าร่วมกิจกรรมด้วย
จุดนี้มีความหมายต่อการพัฒนาในระยะยาว เพราะหากความรู้เกี่ยวกับประเพณีอยู่กับผู้สูงอายุเพียงกลุ่มเดียว การสร้างการรับรู้จากภายนอกอาจเดินเร็วกว่าการส่งต่อความรู้ภายใน แต่เมื่อเด็กและเยาวชนถูกดึงเข้ามาเรียนรู้ การพัฒนาการท่องเที่ยวจึงมีโอกาสเดินคู่กับการสืบทอดวัฒนธรรมมากขึ้น
ROOT to RICH เมื่อรัฐบาลต้องการเปลี่ยน “ราก” ให้สร้างรายได้
เบื้องหลัง Unseen Thai Thai คือแนวคิด “ROOT to RICH จากรากวัฒนธรรมสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจ” ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมใช้เป็นกรอบในการเชื่อมทุนทางวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจสร้างสรรค์
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ระบุเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ว่า นโยบายนี้มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่ม กระจายรายได้สู่ชุมชน และเสริมความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่กับการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
กระทรวงยังวางแนวทางขับเคลื่อนต่อใน 4 ด้าน ทั้งการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวและเทศกาลให้มีมาตรฐาน การประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อดิจิทัลและเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศ การเชื่อมเส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และการเพิ่มบทบาทของชุมชน ผู้ประกอบการ ปราชญ์ชาวบ้าน ศิลปินพื้นบ้าน และภาคเอกชน
สำหรับบ้านห้วยน้ำขุ่น นั่นหมายความว่าอายกอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ผู้มาเยือนเดินทางเข้าสู่พื้นที่ ก่อนเชื่อมต่อไปยังอาหาร งานหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์ชุมชน ที่พัก การเดินทาง หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่นในอำเภอแม่ฟ้าหลวง
แต่ ณ เวลานี้ ยังไม่มีข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบได้ว่าการได้รับเลือกเป็น Unseen Thai Thai ทำให้รายได้ของบ้านห้วยน้ำขุ่นเพิ่มขึ้นเท่าใด หรือสร้างจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นกี่คน
ดังนั้นคำว่า ROOT to RICH ในกรณีอายกวันนี้ จึงควรถูกมองว่าเป็น เป้าหมายและทิศทางเชิงนโยบาย มากกว่าจะเป็นผลสำเร็จทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นแล้ว
จาก Soft Power สู่คำถามสำคัญ เงินจะลงถึงชุมชนอย่างไร
การทำให้วัฒนธรรมเป็นที่รู้จักอาจทำได้ด้วยคลิปหนึ่งคลิป แต่การทำให้ความสนใจนั้นกลายเป็นรายได้ของชุมชนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
สมมติว่านักท่องเที่ยวเดินทางมาดูอายก แต่เดินทางมากับบริษัทจากนอกพื้นที่ รับประทานอาหารนอกชุมชน ซื้อของจากผู้ค้าภายนอก และกลับออกไปโดยไม่ได้ใช้บริการของคนในพื้นที่ จำนวนผู้มาเยือนที่เพิ่มขึ้นก็ไม่ได้หมายความว่ารายได้จะกระจายลงสู่ชุมชนในสัดส่วนเดียวกัน
นี่คือเหตุผลที่ตัวชี้วัดของ ROOT to RICH ไม่ควรมีเพียงยอด Reach หรือจำนวนผู้เข้าร่วมงาน
สิ่งที่ควรติดตามต่อคือ รายได้ที่เกิดกับครัวเรือน จำนวนผู้ประกอบการชุมชนที่เข้าร่วม จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากภูมิปัญญา ระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยว และสัดส่วนค่าใช้จ่ายที่ยังคงหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่
หากทำได้ อายกจะไม่ใช่เพียง Cultural Attraction แต่สามารถเป็นประตูเข้าสู่ Community-based Cultural Economy ซึ่งเจ้าของวัฒนธรรมเป็นผู้มีส่วนกำหนดทิศทางและได้รับประโยชน์จากการเติบโตนั้น

เชื่อมเชียงราย UNESCO Creative City of Design อย่างไรไม่ให้เป็นเพียงป้ายสองโครงการ
อีกบริบทหนึ่งที่น่าสนใจคือเชียงรายเป็นสมาชิก UNESCO Creative Cities Network ด้าน Design ตั้งแต่ปี 2023 โดย UNESCO ระบุอย่างเป็นทางการว่าเชียงรายอยู่ในหมวด Design และมีพันธกิจตั้งแต่การใช้การออกแบบเพิ่มคุณค่าผลิตภัณฑ์และบริการ ไปจนถึงการส่งเสริมคนรุ่นใหม่และการพัฒนาที่ยั่งยืน
ความเชื่อมโยงระหว่างอายกกับ UNESCO Creative City จึง ไม่ควรเขียนว่า UNESCO เป็นผู้รับรองประเพณีอายก เพราะเป็นคนละกระบวนการกัน
Unseen Thai Thai เป็นโครงการของกระทรวงวัฒนธรรม ขณะที่ UNESCO รับรองเชียงรายในฐานะเมืองสร้างสรรค์ด้านการออกแบบแต่สองเรื่องสามารถเชื่อมกันในเชิงการพัฒนาเมืองได้
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ หน้ากากอายก หากชุมชนต้องการต่อยอดความรู้เกี่ยวกับหน้ากากไปสู่งานออกแบบ นิทรรศการ การเรียนรู้ หรือผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ กระบวนการ Design สามารถเข้ามาช่วยได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขสำคัญว่าเจ้าของวัฒนธรรมเป็นผู้กำหนดว่าสัญลักษณ์ใดสามารถนำไปใช้เชิงพาณิชย์ได้ และส่วนใดควรสงวนไว้ในบริบทพิธีกรรมนั่นอาจเป็นจุดที่คำว่า ROOT กับ Design มาเจอกันได้อย่างมีความหมาย
จากเชียงรายถึงอีก 75 จังหวัด การแข่งขันไม่ควรจบที่ใคร “Unseen” กว่าใคร
เมื่อ Unseen Thai Thai มี 76 รายการทั่วประเทศ สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือแต่ละพื้นที่ต้องแข่งขันกันสร้างการรับรู้
แต่หากทุกแห่งเดินไปสู่สูตรเดียวกัน คือทำจุดถ่ายภาพ ทำของที่ระลึก จัดงาน เปิดเวที และสร้าง Hashtag ความหลากหลายซึ่งเป็นหัวใจของโครงการอาจกลับถูกทำให้มีหน้าตาคล้ายกัน
กรณีอายกมีโอกาสแตกต่าง เพราะสิ่งที่เป็นหัวใจไม่ได้อยู่ที่สิ่งปลูกสร้าง แต่อยู่ใน องค์ความรู้ของคน
หน้ากากหนึ่งชิ้นจึงไม่ควรถูกมองเพียงว่าสวยหรือถ่ายภาพขึ้นหรือไม่ แต่ต้องตอบได้ว่าใครเป็นคนทำ ทำอย่างไร มีความหมายอะไร ใช้เมื่อใด และคนรุ่นใหม่ในชุมชนยังเข้าใจความหมายเหล่านั้นหรือไม่
หากนักท่องเที่ยวกลับออกจากบ้านห้วยน้ำขุ่นพร้อมภาพสวย แต่ไม่รู้เลยว่าอายกคืออะไร โครงการอาจประสบความสำเร็จในแง่การประชาสัมพันธ์ แต่ยังไม่สำเร็จในแง่การถ่ายทอดวัฒนธรรม
เส้นบาง ๆ ระหว่าง “สร้างมูลค่า” กับ “เปลี่ยนความศักดิ์สิทธิ์เป็นสินค้า”
นี่อาจเป็นโจทย์ยากที่สุดของ ROOT to RICHวัฒนธรรมสามารถสร้างรายได้ แต่ไม่ใช่ทุกส่วนของวัฒนธรรมจำเป็นต้องถูกทำให้ขายได้
ประเพณีอายกมีรากอยู่ในความเชื่อ พิธีกรรม และศรัทธาของชุมชน การเปิดพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้จึงจำเป็นต้องคำนึงถึงขอบเขตระหว่าง พื้นที่ของผู้มาเยือนกับพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าของประเพณี
บางช่วงของพิธีอาจเหมาะกับการถ่ายภาพ บางช่วงอาจไม่ควร บางองค์ประกอบสามารถนำไปพัฒนาเป็นงานออกแบบร่วมสมัยได้ ขณะที่บางสัญลักษณ์อาจมีความหมายเฉพาะและไม่ควรถูกนำไปผลิตเป็นของที่ระลึกโดยปราศจากความเห็นของชุมชน
ดังนั้นคำว่า ท่องเที่ยวเชิงเคารพ จึงควรกลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบประสบการณ์ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่กติกาที่เพิ่มเข้ามาหลังนักท่องเที่ยวเดินทางถึงพื้นที่แล้ว
เป้าหมายไม่ควรเป็นการทำให้อายก “แปลกพอที่จะขาย” แต่คือทำให้ผู้มาเยือน เข้าใจมากพอที่จะเคารพ
จาก ROOT สู่ RICH ความสำเร็จอาจไม่ได้วัดด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว
วันนี้ประเพณีอายกเดินทางออกจากพื้นที่การรับรู้ของชุมชนบ้านห้วยน้ำขุ่น เข้าสู่หนึ่งใน 76 รายการ Unseen Thai Thai ของประเทศแล้ว แต่การเดินทางจาก ROOT ไปสู่ RICH เพิ่งเริ่มต้น
ตัวชี้วัดในระยะต่อไปจึงควรมีมากกว่าจำนวนผู้มาเยือน ต้องดูว่าคนใน 4 หมู่บ้านมีบทบาทมากเพียงใด เยาวชนเรียนรู้และสืบทอดองค์ความรู้เพิ่มขึ้นหรือไม่ ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้รับรายได้จริงเพียงใด และเมื่อชื่อ “อายก” เป็นที่รู้จักมากขึ้น ชุมชนยังสามารถรักษาสิทธิในการกำหนดวิธีเล่าเรื่องของตัวเองไว้ได้หรือไม่
เชียงรายมีข้อได้เปรียบจากการเป็น UNESCO Creative City of Design ตั้งแต่ปี 2023 ขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมกำลังสร้างกลไก Unseen Thai Thai เพื่อเปลี่ยนทุนวัฒนธรรมไปสู่เศรษฐกิจฐานราก และบ้านห้วยน้ำขุ่นมีทุนที่ไม่มีเมืองใดสามารถสร้างเลียนแบบขึ้นใหม่ได้ง่าย ๆ นั่นคือประเพณี ความทรงจำ ความเชื่อ และคนที่ยังสืบทอดสิ่งเหล่านั้นอยู่
หากสามส่วนนี้เชื่อมเข้าหากันได้ อายกอาจไม่จำเป็นต้องกลายเป็น “สินค้า” เพื่อสร้างมูลค่า
สิ่งที่มีมูลค่าที่สุดอาจเป็นการทำให้ผู้คนยอมเดินทางขึ้นไปถึงบ้านห้วยน้ำขุ่น เพื่อเรียนรู้ว่า เหตุใดหน้ากากเหล่านี้จึงถูกสร้าง เหตุใดผู้คนจึงยังร่ายรำ และเหตุใดประเพณีนี้จึงยังมีความหมายต่อชุมชน
เมื่อผู้มาเยือนเข้าใจคำตอบ เงินที่เกิดจากการเดินทาง อาหาร งานฝีมือ ที่พัก หรือผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์จึงสามารถเป็นผลลัพธ์ตามมา โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแก่นของประเพณีให้กลายเป็นสินค้าเสียก่อนนั่นอาจเป็นความหมายของ ROOT to RICH ที่ยั่งยืนกว่าไม่ใช่การเอารากออกมาขายแต่คือการทำให้รากแข็งแรงพอที่จะสร้างโอกาสให้คนที่ยังอยู่บนผืนดินนั้น



เครดิตภาพและข้อมูลจาก :
- กระทรวงวัฒนธรรม
- สำนักงานพัฒนาชุมชนอำเภอแม่ฟ้าหลวง